• Captain_Pop
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : saksit.stp@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2019-07-22
  • จำนวนเรื่อง : 7
  • จำนวนผู้ชม : 815
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
ตั้งสติ ให้สตรอง
รวบรวมความรู้ทางจิตวิทยา มาจับประเด็นกับเรื่องราวจริงที่ทุกคนอาจเจอได้ในชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่เกิดกับตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/lifesteering
วันจันทร์ ที่ 22 กรกฎาคม 2562
Posted by Captain_Pop , ผู้อ่าน : 219 , 19:33:36 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน สำรวจฟ้า โหวตเรื่องนี้

 

อะไรที่ ‘เติมไฟ’ ให้เรา?

 

 

“พรุ่งนี้ลางาน? ไปทำอะไรล่ะ?” 


คำถามยอดฮิตเวลารู้ว่าเพื่อนร่วมงานจะลางานสักวันสองวัน

ใน 1 ปี คนที่ทำงานประจำจะได้วันหยุดพักผ่อนประจำปีกันบ้าง ที่เรียกกันว่า ‘พักร้อน’ น่ะแหละครับ

ยิ่งประเทศไทยมีวันหยุดราชการ ทั้งปกติและพิเศษเยอะด้วยแบบนี้ ถ้าวางแผนดี ๆ ก็อาจได้ลายาวรวดเดียวเกือบ 10 วัน! เพราะฉะนั้นถ้าเห็นคนลาคาบช่วงวันหยุดราชการไปด้วย ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร

ที่จะแปลกใจบ้างก็ประเภทที่หยุดวันเดียวระหว่างสัปดาห์ ซึ่งแบบนี้มักจะลาไปทำธุระ

ธุระที่ว่าบางทีก็เป็นความลับนะครับ ถ้าใครเป็นหัวหน้าแล้วมีลูกน้องมาขอลาระหว่างสัปดาห์ หรือลาครึ่งวัน ลองดูดีๆ อาจจะเจอว่าไปสัมภาษณ์งานที่ตึกข้างๆ นี่เอง หุ 

“พรุ่งนี้ลางาน? ไปทำอะไรล่ะ?”

บางคนก็อาจตอบว่า “ไปทะเลใกล้ ๆ กรุงเทพฯ หน่อย นอนริมทะเล หลับตาฟังเสียงคลื่นให้จิตใจสงบ”

บางคนก็อาจบอกว่า “ไปเที่ยวกับเพื่อนให้สนุกสุดเหวี่ยงลืมเครียดไปเลย!”

แต่ช่วงนี้พอดีเป็นหน้าฝน เลยเจอที่พีคหน่อยคือ “ไม่ทำอะไร”
“ไม่ทำอะไรหรอ?”
“ใช่ ไม่ทำอะไร”
“อ้าว!! แล้วจะลาไปทำไม?”
“ไปนอนโง่ ๆ อยู่บ้านวันนึง”

มาคิด ๆ ดูแล้ว...ก็ไม่ใช่เรื่องที่แปลก เพราะวันทำงานแต่ละวันตอนนี้เต็มไปด้วยความเครียด ความกดดัน และความเร่งรีบ พอเป็นอย่างนี้ทุกวันความเครียดก็สะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ
และแน่นอนครับว่าคนเราต้องมีการปลดปล่อย

บางคนก็อยากไปเที่ยวที่สงบ ๆ 
บางคนก็อยากทุ่มแรงไปกับการเที่ยวที่สุดเหวี่ยง
และบางคน...ก็แค่อยากนอนโง่ ๆ อยู่บ้าน ดูหนังฟังเพลง เล่นเกม กินขนมพร้อมอ่านนิยายไปด้วย
คงจะเป็นความฝันของหลาย ๆ คนเลย ใช่ไหมครับ? คงจะดีไม่น้อยถ้าได้นอนกลิ้งบนเตียง แล้วก็ดู Netflix ไปด้วย

ผมก็เคยทำแบบนั้นครับ 
ไม่เหมือนซะทีเดียวแต่ก็คล้าย

มีครั้งนึงที่ผมลาพักร้อนไว้ 1 วัน เพื่อไปทำธุระ แต่งานเสร็จเร็วกว่าที่คาดเลยมีเวลาครึ่งวันบ่ายแบบชิวๆ ผมก็ตัดสินใจกลับบ้าน อาบน้ำให้สบายตัว จากนั้น ก็เอนตัวลงบนเก้าอี้พักผ่อนหน้าจอทีวี

ผมเปิด YouTube เสิร์ชหาเรื่องที่น่าดูไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเจอหนังญี่ปุ่นยุคเก่าเรื่องหนึ่ง จำได้ว่าเคยดูตอนเด็กๆ ชื่อเรื่อง ‘ซามูไรพ่อลูกอ่อน’ เลยกดเข้าไปดูรำลึกความหลังซะหน่อย

ตามสูตรก็คือพระเอกสู้กับซามูไรที่เก่งที่สุดของฝ่ายตรงข้าม
ไอ้เราก็หวังว่าจะได้เห็นฉากประมือมัน ๆ เคร้ง ๆ จนละสายตาไม่ได้ แต่ที่ไหนได้...กว่าทั้งสองคนจะลงมือกันที ก็จ้องหน้ากันไปหลายนาที จนผมเริ่มสงสัยว่าตกลงจะสู้ด้วยดาบหรือด้วยสายตากันแน่?

ผมรอให้พวกเขาปะทะกัน รอแล้วรออีก 
กล้องก็ซูมไปที่หน้าของแต่ละคน 
ซูมเข้าไป...ซูมเข้าไป...ซูมจนเห็นรูขุมขน และเหงื่อที่ไรผมไหลลงมาที่คาง

เขาบอกว่ามันเป็นช่วงเวลาแห่งความสงบก่อนพายุมา

ผมก็อยากรอให้พายุพัดมาและผ่านไปไว ๆ อยู่นะ แต่ว่าเพราะเมื่อกี้ข้าวก็กินมา อากาศก็ดี...

สุดท้ายแล้ว บ่ายๆ แบบนี้ ผมคงต้องไปดูซามูไรทั้งสองคนต่อสู้กันในฝัน

ผมว่า...แบบนี้มันก็ออกจะผ่อนคลายเกินไปหน่อย เลยเข้าไปเช็คเมล์และในที่สุดก็กลายเป็นทำงานอยู่ที่บ้านแทน

………………………………………………………

เคยรู้สึกไหมครับว่าบางที ‘ความผ่อนคลาย’ กับ ‘การพักผ่อน’ มันไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

ถ้าการพักผ่อนมีวัตถุประสงค์เพื่อ ‘เติมไฟ’ หรือ ‘ชาร์จแบต’ 
ความผ่อนคลายอาจไม่ใช่คำตอบ

ผมนึกถึงคำพูดของทฤษฎี FLOW ที่เค้าบอกว่า

“ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของคนเราไม่ใช่ตอนที่กำลังผ่อนคลาย สุขสงบ หากแต่เป็นช่วงเวลาที่ทั้งร่างกายและจิตใจกำลังถูกใช้งานอย่างเต็มที่ เพื่อทำอะไรบางอย่างที่ท้าทายและมีความหมาย”

จึงไม่แปลกที่การปีนหน้าผาเป็นการชาร์จแบตให้กับบางคนได้ดีกว่าการนอนกลิ้งไปกลิ้งมาดูทีวี
………………………………………………………..

การเลือกกิจกรรมเพื่อการพักผ่อนดูเหมือนจะไม่ได้มีอะไรนักหนา แต่มันก็บอกได้นะว่าอะไรมีความหมายกับเรา

สำหรับชีวิตคนทำงานที่ต้องมีบทบาทตามความคาดหวังของภาระหน้าที่ กิจกรรมในแต่ละวันไม่ได้เป็นสิ่งที่เราอยากทำไปซะทุกเรื่อง แต่สำหรับการพักผ่อน เราคงจะมีอิสระในการเลือกว่าจะทำอะไรหรือไม่ทำอะไรอยู่พอสมควร

บางคนเลือกความสงบ บางคนเลือกความเคลื่อนไหว

บางคนเลือกความผ่อนคลาย บางคนเลือกความตื่นเต้น

บางคนพอใจที่จะอ่านหนังสืออยู่กับบ้าน บางคนต้องปาร์ตี้เท่านั้นถึงจะเป็นการพักผ่อนที่แท้จริง

ซึ่งนั่นก็พอจะเป็นแนวทางบอกตัวตนของเราได้พอสมควร

.............................

จริงๆ มีแบบประเมินง่ายๆ มาฝาก

เป็นการหันกลับมามองกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น
สิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้.... 
สิ่งที่เราเคยทำ....
หรือสิ่งที่เราอยากทำแต่ยังไม่ได้ทำ....

ว่ามันมีความหมายกับเราแค่ไหน ยังไง

หลักๆ ก็คือประเมินว่ากิจกรรมพวกนั้น 
เรามีแพสชั่นกับมันแค่ไหน 
เรามีความสามารถระดับไหน เทพหรือกากในเรื่องนั้นๆ 
สุดท้ายคือเราทำแล้วได้อะไร

แบบประเมินชุดนี้ใช้ได้กับทุกๆ กิจกรรมในชีวิต 
นั่นหมายถึงใช้กับเรื่องงานได้ด้วย

ทำดีๆ อาจจะค้นพบตัวเองว่า 
‘ชีวิตนี้เราเกิดมาเพื่อทำอะไรกันแน่’ เลยทีเดียว

พบกันในโพสต์ต่อไปนะครับ

...........................................................

Story by: Saksit Sathanapong, Ph.D. (Counseling Psychology)





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 23/07/2019 เวลา : 15.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ยุคสมัยนี้ลาหยุดกลางสัปดาห์เพื่อนอนโง่ๆอยู่บ้านไม่มีอีกแล้ว งานจะเข้ามาทางไลน์ให้ท่านได้ตอบได้คุยทั้งวัน หากเป็นคนโง่ๆก็ไม่ต้องแก้ไขปัญหาอะไรเขาจะไม่ติดตามงานไม่ถามวิธีแก้ปัญหา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน