• Captain_Pop
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : saksit.stp@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2019-07-22
  • จำนวนเรื่อง : 10
  • จำนวนผู้ชม : 1593
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
ตั้งสติ ให้สตรอง
รวบรวมความรู้ทางจิตวิทยา มาจับประเด็นกับเรื่องราวจริงที่ทุกคนอาจเจอได้ในชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่เกิดกับตัวเอง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/lifesteering
วันอาทิตย์ ที่ 15 กันยายน 2562
Posted by Captain_Pop , ผู้อ่าน : 320 , 07:36:21 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

โพสที่แล้วพูดถึงว่าการสร้างความเปลี่ยนแปลงเริ่มที่แรงจูงใจ นั่นคือ

จะทำไปทำไม (Start with WHY)


ยิ่งแรงจูงใจมีพลังมากเท่าไหร่ สิ่งที่บรรลุก็มีโอกาสไต่ระดับสูงมากขึ้นเท่านั้น

โดยเฉพาะเรื่องความเป็นความตายที่สร้างความเครียดรุนแรง ก็เป็นแรงส่งให้คนเราสร้างสิ่งมหัศจรรย์ได้
ไม่ว่าจะเป็นลดน้ำหนัก 80 โล ใน 8 เดือน หรือทำงานที่สามเดือนคิดไม่ออก ให้เสร็จได้ภายในคืนเดียว
แต่ถ้าเราไม่อยากรอให้ความเครียดมาลงแส้แบบนั้นล่ะ...มันมีทางอื่นที่เป็นแรงจูงใจแบบสร้างสรรค์หน่อยมั๊ย


มีครับ...สิ่งนั้นก็คือ
.
‘ความบ้า’ ครับ
.
ฟังดูไม่ค่อยมั่นใจว่ามันจะสร้างสรรค์กว่าความเครียดตรงไหน แต่ความบ้าในที่นี้หมายถึง
ความคลั่งไคล้อะไรบางอย่างและลงมือทำแบบจริงๆ จังๆ

…………………………………………..

ช่วงที่ผ่านมามีหนังเรื่อง 'The Current War' ชื่อไทยว่า 'สงครามไฟฟ้า คนขั้วอัจฉริยะ' เลยนึกถึง 2 ชื่อนี้ครับ

เอดิสัน กับ เทสลา

ผมนึกถึงเรื่องราวและคำพูดของ โทมัส เอดิสัน ที่เรารู้จักในฐานะผู้คิดค้นหลอดไฟฟ้า เขาเป็นทั้งนักวิทยาศาสตร์และนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงระดับโลก หลังจากที่เขาล้มเหลวมาเป็นหมื่นครั้ง ทำหลอดไฟฟ้าเจ๊งมาเป็นหมื่นหลอด ถ้าเป็นคนทั่วไปก็ต้องว่าบ้าแล้วล่ะครับ

แต่เขากลับกล่าววาจาอันเป็นอมตะ ไว้ว่า

“ผมไม่ได้ล้มเหลว ผมค้นพบ 10,000 วิธีที่ไม่ได้ผลต่างหาก”

แต่ในหนัง The Current War เอดิสันจะออกแนวด้านมืดที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงนักนะครับ

นอกจากเอดิสันในยุคก่อนแล้ว สำหรับผมเมื่อพูดถึงคนที่ประสบความสำเร็จได้ด้วย ‘ความบ้า’ ผมนึกถึง “เอดิสัน แห่งศตวรรษที่ 21” หรือ "โทนี่ สตาร์ก ในชีวิตจริง" ครับ

เค้าคือ “อีลอน มัสก์”

เจ้าของบริษัทรถยนต์ไฟฟ้า เทสลา อันโด่งดัง

เมื่อพูดชื่อ “อีลอน มัสก์” ขึ้นมา ผมเชื่อว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยต้องรู้จักเค้าอย่างแน่นอน เพราะเค้าก็เป็นหนึ่งในผู้ที่สนับสนุนในการช่วยเหลือทีมฟุตบอล ‘หมูป่า’ 13 ชีวิตที่ติดอยู่ภายในถ้ำหลวงเมื่อเดือนกรกฎาคมปี พ.ศ.2561

ถึงแม้ว่าเค้าจะต้องกลับบ้านไปโดยที่ยังไม่มีโอกาสได้นำเครื่องมือพิสดารของเค้ามาใช้จริง ตามมาด้วยดราม่าเล็กน้อยกับฮีโร่ถ้ำหลวง แต่ชื่อของเค้าก็เป็นที่รู้จักคนไทยนับตั้งแต่วันนั้น

ความอัจฉริยะของมัสก์เกิดจากความพยายามเรียนรู้ตลอดเวลาตั้งแต่เด็กครับ เรียกได้ว่าขลุกอยู่กับหนังสือตลอดเวลาจนเป็นหนอนหนังสือเลย

เชื่อไหมครับ? เป้าหมายที่เค้าตั้งไว้แน่วแน่เมื่ออายุได้ 14 ปี นั้น ฟังดูเพี้ยนไม่เบา มันมาจากที่เค้าได้อ่านหนังสือชื่อว่า The Hitchhiker’s Guide to the Galaxy ซึ่งเป็นนิยายเกี่ยวกับการผจญภัยในอวกาศหลังจากที่โลกถูกทำลายโดยเอเลี่ยน

หลังจากนั้นมัสก์ก็ตั้งเป้าหมายในชีวิตเอาไว้เลยว่า เค้าจะต้องรักษาการดำรงอยู่ของมนุษยชาติไว้ให้ได้เมื่อถึงวันสิ้นโลก

นั่นคือการตั้งอาณานิคมบนดวงดาวอื่น!!!

เป้าหมายคือไปตั้งรกรากที่ดาวอังคารครับ

บ้าพอมั๊ยล่ะครับ

อันนี้ไม่ใช่ Moonshot แต่เป็น Mars shot เลย คืือดวงจันทร์มันกระจอกไปแล้ว

ไม่เป็นไรครับ เค้ารวย ทำอะไรก็ไม่ผิด

อาจจะมีหลายคนคิดแบบเค้านะครับ แต่จะมีใครทำจริง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเป็นเป้าหมายที่เกิดขึ้นตอนยังเป็นเพียงแค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น แต่มัสก์เป็นคนที่แน่วแน่ และมุ่งมั่นอย่างเห็นได้ชัด เพราะเค้ายังคงเดินหน้าทำทุกอย่างเพื่อให้เป้าหมายที่เขาตั้งใจไว้ประสบความสำเร็จให้ได้

เค้าเดินทางไปรัสเซียเพื่อขอซื้อจรวดขีปนาวุธโซเวียตที่ปลดประจำการแล้วเพื่อนำมาทำการทดลอง เวลาผ่านไป 1 ปี การเจรจาก็ล้มเหลว เพราะรัสเซียต้องการขายจรวดในราคาที่มัสก์มองว่ามันแพงเกินไป

สุดท้ายเขาไม่ง้อรัสเซีย และตัดสินใจว่าจะสร้างจรวดขึ้นเอง!!!

จะมีซักกี่คนในโลกกันที่คิดอะไรบ้าบอแบบนี้ออกมาได้ ซึ่งนี่คือที่มาของโครงการ Space X ซึ่งเป็นโครงการนำร่องธุรกิจอวกาศ และในขณะเดียวกันเขาก็ก่อตั้ง Tesla Motors รถยนต์ไฟฟ้าที่มีเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยตัวเอง

ทั้งสองบริษัทนี้ก็ล้มลุกคลุกคลาน หวุดหวิดจะล้มละลายไปหลายครั้ง และการทดสอบจรวดของมัสก์ก็ทดสอบล้มเหลวไปถึง 3 ครั้ง และมีเงินเหลือสำหรับการทดสอบปล่อยจรวดอีกเพียง 1 ครั้งเท่านั้น หากล้มเหลว โครงการ Space X ก็จะไม่มีอีกต่อไป

แต่ “โอกาส” ของเขามาถึงเมื่อการทดสอบปล่อยจรวดครั้งที่ 4 ประสบความสำเร็จ และเขาก็ไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไป จนในที่สุด NASA ก็ตกลงเซ็นสัญญาเพื่อสนับสนุนเงินทุน ทำให้ทั้ง SpaceX และ เทสลา รอดพ้นจากการล้มละลาย และเดินหน้าต่อไปได้

อีลอน มัสก์ ทำสิ่งที่ได้อ่านมาในวันเด็ก ลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง และทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้
ทั้งรถยนต์เทสลา รถยนต์ไฟฟ้าที่ปฏิวัติอุตสาหกรรมรถยนต์ของโลก และ SpaceX บริษัทขนส่งทางอวกาศที่สามารถลดต้นทุนการส่งดาวเทียมด้วยการนำจรวดกลับมาใช้ซ้ำได้ (Reusable Rocket) โครงการไฮเปอร์ลูปที่ปฏิวัติการเดินทางทางบกด้วยเวลาที่เร็วไม่แพ้เครื่องบิน

และตอนนี้เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมัสก์ ก็คือการสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร กำลังดำเนินการอย่างไม่หยุดหย่อน และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า...การขึ้นไปอยู่บนดาวอังคาร อาจจะไม่ได้เป็นเพียงแค่ความฝันอีกต่อไป
นี่แหละครับ ความบ้า ของเค้า

“When I was in college, I wanted to be involved in things that would change the world. Now I am.” – Elon Musk

“ตอนที่ผมยังเป็นนักศึกษา ผมอยากเป็นผู้มีส่วนร่วมกับสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงโลก และตอนนี้ผมก็ได้เป็นแล้ว” - อีลอน มัสก์
………………………………………………………….

‘ความเครียด’ ช่วยสร้างสิ่งมหัศจรรย์ได้
‘ความบ้า’ ก็เช่นกัน

อันแรกเกิดจากสิ่งคุกคามภายนอก อีกอันเกิดจากแรงกระตุ้นภายใน
แต่ทั้งสองสิ่งนำพาไปสู่จุดเดียวกัน นั่นคือ 
.
Concentration - สมาธิ ความแน่วแน่

อีกคำที่ใกล้เคียงแต่ฟังดูง่ายกว่าคือ Focus

สิ่งนี้แหละครับ แรงกระตุ้นเชิงบวกที่พูดถึงเมื่อคราวที่แล้ว 
แรงกระตุ้นที่รวมพลังทั่วร่างไปสู่จุดเดียว
เป็นแรงสร้างสรรค์ก็ได้ ทำลายล้างก็ได้

..............................................................





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน