• liminghui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-01
  • จำนวนเรื่อง : 87
  • จำนวนผู้ชม : 71787
  • ส่ง msg :
  • โหวต 50 คน
บันทึกการท่องเที่ยว
บันทึกการท่องเที่ยวที่ผ่านมาในชีวิตของเราสองคน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/liminghui
วันอาทิตย์ ที่ 16 เมษายน 2560
Posted by liminghui , ผู้อ่าน : 718 , 19:51:40 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน Chaoying , แม่หมี และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

ตอนที่ 3 เจดีย์ห่านป่าใหญ่

 

 

เมื่อพวกเราถึงสถานีรถไฟเมืองซีอานก็ตัดสินใจว่าไปวัดห่านป่าใหญ่โดยแท็กซี่ดีกว่าเพราะเท่าที่ลองนั่งเมื่อเช้าแล้วก็ลงความเห็นตรงกันว่าแท็กซี่ไม่น่าจะขับอ้อมหรือว่ามีลูกเล่นอะไร พวกเราจึงนั่งแท็กซี่มาที่วัดห่านป่าใหญ่โดยแท็กซี่จอดที่ฝั่งตรงข้ามด้านหลังวัด พวกเราจึงต้องเดินผ่านทางเดินข้างวัดไปยังหน้าวัดอีกทีเพื่อซื้อตั๋วเข้าราคา 50 หยวน แต่ก่อนอื่นพวกเราไปถ่ายรูปกับท่านพระถังซำจั๋งหรือชื่อจีนว่า “เสวียนจั้ง” กันก่อนครับ 

 

 

 

เนื่องจากมุมนี้เป็นมุมมหาชนที่นักท่องเที่ยวทุกคนที่มี่นี่ต้องมาถ่ายรูปมุมนี้กันทั้งนั้น ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนจะเยอะแยะมหาศาลขนาดไหนต้องอาศัยจังหวะเวลาในการกดชัตเตอร์พอสมควร รวมไปถึงการจะไปยืนถ่ายรูปคู่กับท่านพระเสวียนจั้งนั้นต้องอาศัยความเร็วในการชิงจังหวะพอสมควร ผมว่าหลายคนที่ถ่ายรุปวันนั้นไม่ได้เข้าไปด้านในวัดเพราะต้องการแค่ถ่ายรูปมุมนี้เท่านั้น แต่พวกเราไม่ใช่แบบนั้นเพราะไหนๆ มาแล้วก็ขอเข้าไปเยี่ยมชมวัดที่พระเสวียนจั้งเคยจำวัดหลังกลับจากอินเดียซะหน่อย จริงๆ แล้ววัดนี้มีชื่อว่าวัดต้าสือเอิน เป็นวัดที่ฮ่องเต้ถังไท่จงสร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้พระมารดาของพระองค์โดยพระองค์เชิญพระเสวียนจั้งให้จัดที่นี่เพื่อแปลพระไตรปิฎกจำนวน 257 เล่มสมุดที่ได้กลับมาจากอินเดียเป็นภาษาจีน พระเสวียนจั้งไม่ได้นำแค่พระไตรปิฎกกลับมาเท่านั้นแต่มีพระบรมสารีริกธาตุอีก 150 องค์ด้วย ตอนนั้นยังไม่มีเจดีย์นี้ เจดีย์นี้มาสร้างขึ้นหลังจากที่ฮ่องเต้ถังไท่จงเสด็จสวรรคตและฮ่องเต้ถังเกาจงซึ่งเป็นพระราชโอรสขึ้นครองราชย์ในปีค.ศ.652 พระเสวียนจั้งจึงทูลขอพระบรมราชานุญาตให้สร้างเจดีย์ขึ้นทางทิศตะวันตกของวัดซึ่งเจดีย์นี้พระเสวียนจั้งเป็นคนออกแบบเองโดยท่านถอดแบบมาจากเจดีย์ในประเทศอินเดีย ซึ่งในเวลาต่อมาก็คือ เจดีย์ห่านป่าใหญ่ (ต้าเยี่ยนถ่า) รวมๆ แล้วเจดีย์นี้สร้างมา 1,365 ปีแล้วผ่านการบูรณะมาหลายครั้ง ในอดีตนั้นเจดีย์นี้เรียกกันง่ายๆ ว่าเจดีย์แห่งวัดฉือเอิน ส่วนเรื่องการเปลี่ยนชื่อมาเป็น เจดีย์ห่านป่าใหญ่นั้นมีหลายตำนานมาก เช่น

 

วัดแห่งหนึ่ง ณ อาณาจักร Magadha (อดีตอาณาจักรแห่งหนึ่งในดินแดนของประเทศอินเดียปัจจุบัน) ตอนเช้าของวันสำคัญทางพุทธศาสนาวันหนึ่ง เมื่อพระสงฆ์ในวัดออกเดินบิณฑบาต แต่กลับไม่มีชาวบ้านออกมาทำบุญกันเท่าใดนัก เมื่อกลับถึงวัด พระสงฆ์รูปหนึ่งจึงกล่าวอย่างทอดถอนใจว่า "พระโพธิสัตว์ท่านคงไม่หลงลืมไปนะว่าวันนี้เป็นวันอะไร ... "      ในเวลานั้นเอง ห่านป่าฝูงหนึ่งได้บินผ่านวัด พอคำพูดของพระสงฆ์รูปนั้นกล่าวไม่ทันขาดคำ ก็มีห่านป่าตัวหนึ่งบินแยกตัวออกมาจากฝูง ร่วงตกลงมาตายในบริเวณวัด ทำให้พระทั้งวัดตกตะลึงเป็นอันมาก โดยต่างก็สันนิษฐานกันไปว่า พระโพธิสัตว์ท่านคงได้ยินคำรำพึงรำพันจึงอุทิศร่างหนึ่งของท่านเป็นห่านป่าส่งมาเป็นอาหารให้แก่เหล่าสงฆ์

เมื่อคิดได้ดังนี้ พระสงฆ์ในวัดจึงเลิกรับประทานเนื้อ และได้สร้างเจดีย์หินขึ้น ณ ที่ซึ่งห่านป่าลอยร่วงลงมานอนเสียชีวิตนั่นเอง ซึ่งเป็นเจดีย์ต้นแบบที่พระเสวียนจั้งถอดแบบมานั่นเอง อีกตำนานหนึ่งที่เกี่ยวกับพระเสวียนจั้งโดยตรง คือ

 

“ขณะที่พระเสวียนจั้งเดินทางไปอัญเชิญพระไตรปิฎกนั้น มีครั้งหนึ่งระหว่างที่ท่านเดินทางผ่านทะเลทรายอันเวิ้งว้าง น้ำดื่มที่ท่านติดตัวมาได้หมดลง หลังจากโซซัดโซเซอยู่นาน ก็มีห่านป่าใหญ่เป็นผู้นำทางท่านไปจนพบแหล่งน้ำกลางทะเลทรายในที่สุด ด้วยเหตุนี้เมื่อเจดีย์ ณ วัดฉือเอินสร้างเสร็จ จึงมีการเปลี่ยนชื่อเจดีย์ให้เป็นเจดีย์ห่านป่าใหญ่เพื่อระลึกถึงห่านป่าที่มีคุณูปการต่อการไปอัญเชิญพระไตรปิฎกของพระเสวียนจั้ง”

 

จริงๆ แล้วในความเชื่อของคนจีนนั้น 'ห่าน' นอกจากจะมีความหมายศักดิ์สิทธิ์ในศาสนาพุทธ ตามตำนานดังที่ได้กล่าวมาแล้ว ห่านก็ยังเป็นสัตว์ที่มีความหมายในเชิงสัญลักษณ์ถึงการเป็น "ทูตแห่งแห่งข่าวสาร" ด้วย เนื่องจากตั้งแต่โบราณคนจีนเขาสังเกตว่า เวลาห่านบินกันเป็นฝูงนั้นจะบินเป็นรูปตัวอักษรจีนที่แปลว่า "คน (เหริน:人)" ดังนั้นคนจีนจึงเห็นว่า ห่านนั้น คือ ผู้ส่งข่าวสารระหว่างสวรรค์กับโลกมนุษย์ เมื่อพบเห็นฝูงห่านบินอยู่บนท้องฟ้าก็แสดงว่าอาจจะมีข่าวสารอะไรสักอย่างส่งมาถึงในไม่ช้า

 

เมื่อเจดีย์นี้สร้างเสร็จพระเสวียนจั้งได้ใช้เป็นที่เก็บพระไตรปิฎกที่ท่านอัญเชิญมาจากมหาวิทยาลัยนาลันทา อินเดีย และที่วัดต้าฉือเอินนี้เองพระเสวียนจั้งใช้เป็นสถานที่แปลพระไตรปิฎกฉบับดั้งเดิมเป็นภาษาจีน โดยมีการแปลออกมาเป็นจำนวนมากถึง 75 เล่มสมุด 1,335 ม้วน ทิ้งไว้ให้เป็นมรดกสำคัญต่อการศึกษาพุทธศาสนาของคนจีนรุ่นหลัง

 

 

 

ด้านในวัดนั้นมีอาคารหลายหลังที่มีพระพุทธรูปทั้งใหม่เก่าให้นักท่องเที่ยวหรือพุทธศาสนิกชนได้ทำการสักการะมากมาย เท่าที่สังเกตดูนักท่องเที่ยววันนี้มีคนจีนซะเกือบ 100% มีต่างชาติที่เป็นชาวตะวันตกด้วยเช่นกัน แต่มีคนไทยแบบพวกเราแค่ 4 คนเท่านั้นเอง เจดีย์ห่านป่าใหญ่นี่ปัจจุบันมีทั้งหมด 7 ชั้นสูง 64.1 เมตร

 

 

 

 

 

อ้ออีกอย่างที่น่าสนใจคือที่นี่มีไกด์รับจ้างแบบถูกกฎหมายที่น่าจะต้องมีใบอนุญาตด้วยเพราะทุกคนแขวนป้ายชื่อที่คอและแต่งตัวเหมือนกันหมด ไกด์เหล่านี้พวกเราเห็นตั้งแต่ที่สุสานทหารดินเผาแล้ว โดยไกด์เหล่านี้จะเข้ามาเสนอตัวกับนักท่องเที่ยวที่มาเองแบบพวกเราโดยนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อเพื่อจ้างพวกเขาได้มีทั้งแบบพูดภาษาจีน และอังกฤษไม่มีภาษาไทยพวกเราเลยไม่ได้จ้างไกด์พิเศษส่วนตัว (จริงๆ แล้วก็ไม่ได้คิดจะจ้างหรอกครับ) และไกด์ที่พูดภาษาอังกฤษนี่เท่าที่ไปยืนแอบฟังพวกเธอ (เป็นผู้หญิงทุกคนครับ) เหล่านั้นพูดดีมากนะครับสำเนียงเป๊ะมาก ฝรั่งหัวทองทั้งหลายยืนฟังกันสบายๆ เลย อีกอย่างคือสิ่งที่พวกเธออธิบายนั้นเป็นเรื่องในศาสนาพุทธทั้งพุทธประวัติ และประวัติที่มาของพระพุทธรูปปางต่างๆ ที่อยู่ภายในอาคารต่างๆ ของวัดฉือเอินแห่งนี้ เพราะที่นี่เป็นวัดในศาสนาพุทธจึงมีบางอาคารที่ผนังมีการตกแต่งปูนปั้นแบบลอยตัวเป็นภาพพุทธประวัติตั้งแต่ประสูติจนถึงช่วงปรินิพพาน

 

พวกเราเดินเป็นเส้นตรงจากทางทิศใต้ขึ้นไปทางทิศเหนือผ่านเจดีย์องค์ใหญ่และอาคารต่างๆ แต่พวกเราไม่ได้ขึ้นเจดีย์เพราะดูแล้วช่องเปิดด้านบนเจดีย์มีความกว้างแค่พอกล้องถ่ายรูป 1 อันเท่านั้นและคนเยอะมากเท่าที่มองจากด้านล่างขึ้นไป อีกทั้งเมื่อยขาเหลือเกินจากการเดินสำรวจหลุมขุดสุสานทหารดินเผาและต้องเสียค่าขึ้นเจดีย์อีก 30 หยวนต่อคน จากนั้นเมื่อเดินไปสุดเขตวัดทางทิศใต่พวกเราเลยเดินกลับไปทางอีกด้านของฝั่งที่ยังไม่ได้เดิน คราวนี้เดินเร็วหน่อยเพราะไม่มีอะไรใหม่แค่เปลี่ยนมุมเท่านั้น พวกเราออกจากวัดก็ 6 โมงเย็นได้โดยเดินย้อนกลับไปทางเดิมที่เดินมาตอนลงแท็กซี่ เพื่อไปขึ้นรถไฟใต้ดินสาย สาย 3 เพื่อไปต่อรถไฟใต้ดินสาย 2 ที่สถานีเสี่ยวไจ้ Xiao Zhai เพื่อไปลงที่สถานีจงโหลว Zhong Lou ของรถไฟใต้ดินสาย 2 เพื่อไปยังตลาดมุสลิมกันต่อโดยที่ซีอานมีเส้นทางรถไฟใต้ดินทั้งหมด 3 สาย 

 

 

ตลาดมุสลิมนี่พวกเราพอรับรู้มาบ้างว่าเป็นถนนคนเดินที่ขายอาหาร ขนม นมเนยสารพัดแบบ แต่ไปถึงแล้วนี้ต้องบอกว่าเป็นสถานที่ที่ชาวต่างชาติหรือคนจีนที่ไปซีอานไม่ควรพลาดอย่างยิ่งเพราะอะไรตามกันต่อไปนะครับ พวกเราเดินผ่านโซนร้านค้าแบบสมัยใหม่หลังจากที่เดินขึ้นมาจากทางเดินใต้ดินเพื่อไปยังตลาดมุสลิมซึ่งบริเวณนี้มีทั้งร้านกาแฟชื่อดังและร้านไอศครีมรวมไปถึงขนมราคาแพงมากมายน่าสนใจมากเพราะตัดกันชัดเจนกับตลาดที่พวกเรากำลังจะไปนั่นเอง

 

 

พวกเราไปถึงตลาดมุสลิมหรือถ้าในป้ายบอกทางจะเรียกว่า Muslim Quarter ตอนฟ้าเริ่มมืดแล้วตลาดเริ่มคึกคักแล้ว โดยตลาดนี้อยู่ทางทิศเหนือของหอกลองประจำเมืองซีอานเป็นถนนที่ตรงกันกับถนนที่ผ่านโรงแรมของพวกเราพอดีใช้เวลาเดินประมาณ 10 นาทีเท่านั้นก็ถึงโรงแรมแล้ว เมื่อไปถึงก็จะเจอกับอะไรที่แตกต่างจากตลาดในประเทศไทยแบบสิ้นเชิงทั้งของที่ขาย วิธีการขายที่ตะโกนแข่งกันทุกร้าน เพราะขายสินค้าเหมือนกันซะเป็นส่วนมากดังนั้นการจะเรียกลุกค้าจึงต้องมีอะไรที่เป็นพิเศษหน่อย เช่น มีการแขวนแพะทั้งตัวที่หน้าร้านจากนั้นก็ค่อยๆ แล่เนื้อออกมาเพื่อเอามาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อเสียบไม้ย่างขายซึ่งเวลาย่างพวกเขาก็จะตะโกนไปย่างไปมีออกท่าออกทางเต้นไปบ้างสนุกสนานครื้นเครงมากๆ เลย ไปดูรูปอาหารคาวหวานที่มีเปิดร้านขายอยู่ในตลาดนี้กันบ้างนะครับ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร้านอาหารที่ขายอาหารแบบจริงๆ จังๆ ก็มีนะแต่คนเยอะทุกร้านเลยแน่นขนัดจนต้องรอคิวกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ร้านแผงลอยบางร้านก็มีคนต่อคิวกันยาวเหยียดเช่นกัน เท่าที่ดูส่วนใหญ่เป็นร้านที่ขายอาหารจานด่วนรูปร่างหน้าตาคล้ายแฮมเบอร์เกอร์ที่เรียกว่า โร่วเจียหมอ หรือ Rou Jia Mo (肉夹馍) กันเพราะทานง่ายราคาไม่แพง และร้านไหนที่มีคนต่อแถวยาวๆ แสดงว่าคนรสชาติดีคนก็จะยิ่งไปต่อแถวทานกันมากขึ้นๆ และอาหารชนิดนี้พบเห็นได้ตลอดในซีอาน ลั่วหยาง เรียกว่าเป็นอาหารที่หาทานง่ายมากๆ เลยแม้แต่ในสนามบินยังมีขายเลย อีกอย่างที่สังเกตได้คือทุกร้านแม้แต่ร้านแผงลอยเล็กๆ จะมีคิวอาร์โค้ดติดอยู่ เพราะคนจีนนิยมจ่ายเงินผ่าน Alipay หรือแอพฯ ในโทรศัพท์อื่นๆ

 

พวกเราซื้อปลาหมึกเสียบไม้ย่าง ขนมบางอย่างที่แปลกๆ ทานกันไปหลายอย่างแต่ก็ยังมีเสียงเรียกร้องจากเพื่อนๆ ว่าอยากกินข้าวบ้าง ข้าวแบบข้าวสวยกับกับข้าวแบบนั้นเลย พวกเราเลยตัดสินใจลากขา เพราะเมื่อยมากๆๆ เดินตั้งแต่เช้ายันมืดแบบนี้ก็ต้องเมื่อเป็นธรรมดาดีที่อากาศไม่ร้อนเย็นๆ แบบไม่ต้องใส่เสื้อกันหนาวแต่พรุ่งนี้คงต้องเอาเสื้อกันหนาวมาใช้กันแล้วเพราะต้องขึ้นเขาไปที่ระดับความสูงพันกว่าสองพันเมตรกัน

 

 

พวกเราทั้งสี่คนกลับมาแวะร้านขายข้าวที่หน้าตาเหมือนร้านฟาสต์ฟู้ดขนาด 1 ห้องตึกแถวใกล้ๆ โรงแรมโดยสั่งอาหารจากการเลือกภาพในเมนูแล้วมานั่งลุ้นว่ารสชาติจะออกมายังไงและอาหารหน้าตาจะเหมือนกับรูปในเมนูมั้ยกัน

 

 

 

 

สุดท้ายเมื่ออาหารมาส่งก็ลงความเห็นว่าไม่เหมือนในรูปซะทีเดียวแต่รสชาติโอเคกินกันแบไม่เหลือและดีที่สั่งอาหารมาเยอะเพราะเคยมีประสบการณ์แล้วว่าอาหารที่จีนนี่ขนาดจานี่มาเสิร์ฟจะใหญ่แบบที่คนไทยแบ่งกันทานสองคนได้สบายๆ เมื่อท้องอิ่มก็แวะร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ กันเช่นเดิม ซื้อน้ำเปล่าไปเพิ่มโดยเลือกขวดที่แข็งๆ หน่อยเพราะต้องเดินทางไกลและยังต้องขึ้นเขากันอีกมีน้ำส่วนตัวไปด้วยน่าจะไปซื้อน้ำที่ความสูงพันกว่าเมตรจากระดับน้ำทะเลแน่นอน เช่นเดิมพรุ่งนี้ 7 – 8 9 เหมือนเดิม

 

สำหรับตอนนี้ขอจบที่ตรงนี้ก่อนนะครับ พรุ่งนี้พวกเราจะไปขึ้นเขาหัวซานกันครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 liminghui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
liminghui วันที่ : 20/04/2017 เวลา : 08.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/liminghui

ที่เห็นแขวนเป็นโครงกระดูกทั้งตัวนั่นเป็นแพะครับคุณ Chaoying

ความคิดเห็นที่ 6 liminghui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 20/04/2017 เวลา : 06.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

ที่เห็นห้อยทั้งตัว นั่น ใช่ หมาหรือเปล่าคะ

ความคิดเห็นที่ 5 liminghui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 18/04/2017 เวลา : 11.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านถึงตรงอาหาร ดูภาพไปด้วย หิวเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 liminghui ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 18/04/2017 เวลา : 09.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เขียนได้ละเอียดมากเลยครับ
ตามรอยไปเที่ยวได้สบาย

ความคิดเห็นที่ 3 liminghui , february26 ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 17/04/2017 เวลา : 09.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

อาหารน่าทานครับ

ความคิดเห็นที่ 2 liminghui , วรรณสุข ถูกใจสิ่งนี้ (2)
liminghui วันที่ : 16/04/2017 เวลา : 22.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/liminghui

ร้านขื่อ 泰芒了 นั้นเลียนเสียงมาจากคำว่า 太忙了 ที่แปลว่ายุ่งมากเลย โดย 泰芒了 นั้นมาจากคำเต็มๆ ว่า 泰国 แปลว่าประเทศไทย 芒果 แปลว่ามะม่วง 了 เป็นคำขยายที่อาจจะแปลว่าเลย หรือแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 1 february26 , liminghui ถูกใจสิ่งนี้ (2)
วรรณสุข วันที่ : 16/04/2017 เวลา : 22.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

ฉันยุ่งมาก ชื่อร้านน่ารักเชียวค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน