• liminghui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-01
  • จำนวนเรื่อง : 87
  • จำนวนผู้ชม : 71906
  • ส่ง msg :
  • โหวต 50 คน
บันทึกการท่องเที่ยว
บันทึกการท่องเที่ยวที่ผ่านมาในชีวิตของเราสองคน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/liminghui
วันอาทิตย์ ที่ 18 มิถุนายน 2560
Posted by liminghui , ผู้อ่าน : 4874 , 08:05:11 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน wullopp , ชมพู่แก้มแหม่ม และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

หลบร้อนไปรัสเซีย ตอนที่ 10

 

เช้านี้เจอกรุ๊ปทัวร์คนไทยที่โรงแรมด้วยแต่ดูเหมือนพวกเขาจะรีบออกไปกันที่รู้ว่าเป็นคนไทยแม้จะไม่ได้ยินเขาพูดกันก็คือ เห็นขวดซอสปรุงรสสีเหลืองอยู่บนโต๊ะ เมื่อท้องอิ่มและพร้อมสำหรับออกเดินทางพวกเราก็ออกไปที่สถานีรถไฟใต้ดินทันทีโดยวันนี้พวกเราจะออกไปไกลสักนิด เพราะจะไปพระราชวังฤดูร้อนของพระนางแคทเธอรีน ที่ 2 กัน วันนี้พวกเราโหลดแอปฯ Yandex Metro มาด้วยทำให้การเดินทางด้วยรถไฟใต้ดินง่ายขึ้นระดับหนึ่งเพราะในแอปฯโชว์เส้นทางและจุดต่อรถไฟใต้ดินแบบชัดเจนเลยเพียงแค่ใส่ชื่อสถานีต้นทางและปลายทางเท่านั้นเอง

 

พวกเรามาขึ้นสู่พื้นดินที่สถานี Tsaritsyno ตอนแรกก็งงๆ จับทิศทางไม่ถูกเท่าไหร่อีกทั้งมีแท้กซี่เอย ไกด์อิสสระเอยมาแวะเวียนถามเราด้วยความเป็นห่วงว่าจะไปไหน ให้พวกเขาพาไปมั้ยสะดวกกว่าเยอะเลยสุดท้ายพวกเราเลือกใช้วิธีดั้งเดิมคือเดินตามกลุ่มคนส่วนใหญ่ที่ออกจากสถานีรถไฟใต้ดิน ซึ่งได้ผลจริงๆ เพราะเส้นทางที่พวกเขาเดินไปนั้นคือ พระราชวังซาริซิน่าที่เป็นจุดหมายปลายทางของพวกเรานั่นเอง

 

พระราชวังแห่งนี้เป็นพระราชวังที่สร้างตั้งแต่ปีค.ศ.1775 แต่ไม่เสร็จแล้วก็ทิ้งร้างไว้ยาวนานเป็นร้อยปีเพิ่งมาสร้างเสร็จในปีค.ศ.2550 นี่เองโดยการดำเนินการของรัฐบาลรัสเซีย ดังนั้นที่นี่จึงดูใหม่ แต่ก็สวยงามทั้งสถาปัตยกรรมภายนอกและการตกแต่งภายใน มีสวนขนาดใหญ่ที่ชื่อว่า Tsaritsyno อยู่ด้านหน้าพระราชวังเปิดเป็นสวนสาธารณะ ดังนั้น ที่นี่ไม่เสียค่าเข้านะครับ แต่ถ้าต้องการเข้า Grand Palace ก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มเติม

 

 

 

ประวัติความเป็นมาของที่นี่ค่อนข้างดราม่า คือ พระนางแคทเธอรีนที่ 2 ทรงซื้อที่ดินแปลงนี้มาจากเจ้าชายองค์หนึ่งเพราะทรงประทับใจในภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาและมีสระน้ำน้อยใหญ่โดยมีพระประสงค์ต้องการสร้างเป็นพระราชวังฤดูร้อนของพระองค์เอง พระราชวังแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า ซาริซิน่าเพราะมาจากคำว่า ซาริน่าที่มีความหมายว่า ซาร์ที่เป็นผู้หญิงหรือกษัตริย์ที่เป็นผู้หญิงหรือจักพรรดินีจากนั้นมอบหมายให้สถาปนิกชื่อ Vasily Bazhenov เป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง โดยพระราชวังหลักจะอยู่บนจุดสูงสุดของเนินเขามีสวนขนาดใหญ่ล้อมรอบ และมีลำธาร สระน้ำอยู่ด้านล่างของเนินเขาแต่เนื่องจากสถาปนิกออกแบบอาคารทั้งหมดนั้นให้สอดคล้องกันหรือเป็นรูปแบบเดียวกัน โดยตัวพระราชวังของพระนางแคทเธอรีนที่ 2 กับอาคารที่ประทับของบุตรชายพระนางดันมีรูปแบบเหมือนกันแล้วที่พระนางไม่พอใจก็คือพระนางไม่ชอบบุตรชายคนนี้เอาซะเลยนั่นก็เพราะว่าพระนางคิดว่านิสัยของบุตรชายคนนี้เหมือนกับพ่อซึ่งก็คือสวามีของพระนาง (พระเจ้าปีเตอร์ที่ 3) ที่พระนางสั่งให้คนไปลอบปลงพระชนม์เพื่อขึ้นครองราชย์แทนนั่นเอง ดังนั้น ผลงานที่ Vasily Bazhenov เพียรพยามสร้างมา 10 ปีก็ถูกระงับการก่อสร้างทันทีและพระนางสั่งให้รื้อถอนอาคารเดิมทั้งไป แต่ Vasily Bazhenov เสียใจมากจนหลบหนีจากไปและไม่ได้ข่าวว่ามีการออกแบหรือว่าสร้างสรรค์ผลงานทางสถาปัตยกรรมใดๆ อีกเลยนับแต่นั้นมา จนภายหลังได้ Matvey Kazakov มาออกแบบอาคารใหม่แบบที่เห็นในปัจจุบันแต่ก็สร้างไม่เสร็จเพราะติดขัดเรื่องงบประมาณและเมื่อพระนางแคทเธอรีนที่ 2 สิ้นพระชนม์ทุกอย่างก็หยุดชะงักไว้ เท็จจริงประการใดไม่ทราบนะครับ รวบรวมมาจากหลายๆ แหล่งข้อมูล นอกจากอาคารต่างๆ แล้วยังมีสะพานสวยๆ อีกและการจัดสวนที่เอาตัวอาคารพระราชวังเป็นศูนย์กลางก็ยิ่งช่วยเสริมให้ตัวอาคารดูโดดเด่นเมื่อจากที่ไกลๆ

 

 

ด้านในมีร้านค้าขายอาหาร ขนม เครื่องดื่มสำหรับคนที่ต้องการมาพักผ่อนหย่อนใจที่นี่หรือพาลูกหลานมาวิ่งเล่นตากแดดที่นี่ เพราะอากาศดีมีสนามหญ้า และสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การเป็นที่วิ่งเล่นของเด็กๆ และเหมาะสำหรับเด็กๆ ที่ต้องการถีบสกูตเตอร์ถีบมากๆ เห็น 8 ใน 10 คนของเด็กที่มาที่นี่ล้วนยืนถีบมาบนสกูตเตอร์ถีบทั้งนั้น

 

 

จากทางเข้าต้องเดินผ่านทะเลสาบและน้ำพุขนาดใหญ่ก่อนจะเดินขึ้นเนินไปยังพระราชวัง

 

 

 

ด้านในมีโบสถ์เล็กๆ อยู่ด้วยซึ่งเป็นโบสถ์ที่มีดั้งเดิมบนที่ดินแห่งนี้อยู่แล้วก่อนที่จะมีการสร้างพระราชวังแห่งนี้ขึ้นมา และโบสถ์เป็นอาคารหลังแรกที่สถาปนิก Vasily Bazhenov ได้ทำการบูรณะในที่ดินแปลงนี้ก่อที่จะเริ่มการก่อสร้างพระราชวังซะอีก ด้านในก็สวยสงบที่นี่มีผ้าคลุมผมสำหรับผู้หญิงอยู่ตรงประตูทางเข้าโบสถ์ด้วย

 

 

 

 

ออกจากโบสถ์มาก็เดินไปตามทางเดินเรื่อยๆ อากาศไม่หนาวเท่าไหร่แต่แดดแรงมาก ดังนั้น คนรัสเซียจำนวนไม่น้อยถอดเสื้อกันหนาวมาถือไว้แทนแล้วเพราะยิ่งเดินยิ่งร้อน พวกเราก็เช่นกัน

 

 

 

 

 

เดินไปมาจนทั่วแล้วก็สังเกตว่าในตัวอาคารสองอาคารมีคนเดินไปมาอยู่ด้านในแต่พวกเราเปิดประตูเข้าไปไม่ได้และหาทางเขาไม่เจอจึงสอบถามจากทางเจ้าหน้าที่ที่ยืนรักษาความปลอดภัยอยู่ใกล้ๆ (แน่นอนชี้ไม้ชี้มือเอาเพราะเขาไม่พูดภาษาอังกฤษกัน) เจ้าหน้าที่ชี้ไปที่อาคารหลังหนึ่งที่น่าจะสร้างใหม่แต่รูปลักษณ์ภายนอกกลมกลืนกับอาคารอื่นๆ ด้านในเป็นบันไดเลื่อนลงไปด้านล้างเป็นชั้นใต้ดินขนาดใหญ่ที่มีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ที่ขายบัตรเพื่อเข้าไปในอาคารที่พวกเราเห็นว่ามีคนเดินไปมาอยู่ด้านในนั่นเอง โดยค่าเข้าแบบเหมาทั้ง Grand Palace และ Bread House อยู่ที่คนละ 350 รูเบิล เช่นเคยกับทุกที่คือต้องฝากเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ก่อน ทางเข้าอาคารทั้งสองอาคารก็อยู่ที่ชั้นใต้ดินนี่แหละแยกเป็นซ้ายกับขวา เพราะอาคารนี้สร้างอยู่ตรงกลางระหว่างอาคารทั้งสองนั่นเอง พวกเราไป Grand Palace กันก่อน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ด้านในนอกจากจะมีประวัติความเป็นมาต่างๆ แล้วยังมีการจัดแสดงฉลองพระองค์ของพระนางแคเธอรีนที่ 2 และเชื้อพระวงศ์ต่างๆ รวมไปถึงเครื่องใช้ที่ทำจากเงินต่างๆ และภาพบูชาของพระเยซูและนักบุญทั้งหลาย เรียกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งของมอสโคว์ก็ว่าได้ เมื่อเดินจนครบทุกห้องแล้วก็เดินออกไปที่โถงอาคารอีกครั้งเพื่อไปยัง Bread House ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงของสมัยใหม่ทั้งงานฝีมือ งานทอผ้า งานพิมพ์ลายผ้า และตุ๊กตาต่างๆ ไม่มีของเก่าเลย

 

 

บริเวณตรงกลางของอาคารเปิดโล่งเพื่อรับแสงธรรมชาติแต่ปัจจุบันมีการติดตั้งหลังคาแบบใสไว้เพื่อง่ายต่อการดูแลรักษาและยังคงคอนเซ็ปต์เดิมในการเปิดรับแสงธรรมชาติไว้

 

 

เมื่อจบการชมภายในทั้งสองอาคารแล้วก็จัดแจงรับประทานอาหารกลางวันที่นั่นซะเลย จริงๆ ต้องเรียกว่าอาหารว่างเพราะมีแต่ขนม เค้ก กาแฟเท่านั้นเอง จากนั้นก็ออกจากอาคารเพื่อเดินชมรอบๆ อีกครั้งก่อนจะเดินทางกลับ

 

 

 

 

 

พวกเราออกจากที่พระราชวังซาริซิน่าที่นี่พร้อมกับความประทับใจเพราะได้เห็นบรรยากาศของการพักผ่านของคนรัสเซียแบบจริงๆ ที่ไม่ใช่การเดินเล่นในศูนย์การค้าได้เห็นเด็กๆ วิ่งเล่นกันสนุกสนาน เห็นพ่อแม่ลูกใส่โรลเลอร์เบลดวิ่งไปมาพร้อมกันสามคน หรือกลุ่มเด็กๆ ที่ถีบสกูตเตอร์ถีบแข่งกันสนุกสนาน อีกอย่างที่สังเกตได้เมื่อมาที่นี่คือไม่เห็นกรุ๊ปทัวร์หรือคนไทยเลยมีเจอคนจีนบ้างประปรายแสดงว่าที่นี่ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก พวกเราเดินย้อนกลับไปทางเดิมเพื่อขึ้นรถไฟใต้ดินที่สถานี Tsaritsyno จริงๆ แล้วรอบๆ พระราชวังแห่งนี้มีสถานีรถไฟใต้ดินอื่นๆ อีกแต่พวกเราเลือกเดินกลับมาทางเก่าเพราะความคุ้นเคยระหว่างทางก็คุยกับภรรยาว่าจะไปไหนต่อดียังพอมีเวลาเหลือ ภรรยาผมเลยเสนอว่าไปที่ Kolomenkoye Park กันมั้ยเห็นเขาว่าที่นี่สวยและมีหลายแหล่งข้อมูลบอกว่าที่นี่เป็นหมู่บ้านในฝันของคนรัสเซียเลยทีเดียว ผมเลยเปิดแอปในโทรศัพท์มือถือดูว่าจากที่นี่ไปที่สถานี Kolomenskaya นั้นไกลแค่ไหนปรากฏว่าย้อนกลับในเส้นทางขามาแค่ 4 สถานีเท่านั้นเอง พวกเราเดินกลับมาที่สถานีรถไฟใต้ดินและนั่งรถไฟใต้ดินไปที่ Kolomenskaya เพื่อไป Kolomenkoye Park ซึ่งด้านในนั้นเป็นยังไงพวกเรายังไม่รู้เลย เพราะมีข้อมูลของที่นี่น้อยมากและเป็นโปรแกรมที่คิดขึ้นมากะทันหันพอสมควร

 

พอพวกเรามาถึงสถานี Kolomenskaya พออกมาก็แบบเดิมคือจับทิศทางไม่ถูก จากนั้นก็ใช้สูตรเดิมคือเดินตามคนกลุ่มใหญ่ไป พวกเขาเดินผ่านสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างๆ โครงการที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่เป็นอาคารคอนโดมิเนียมสูงมากกว่า 20 ชั้นมากกว่า 15 อาคาร เดินผ่านสวนสาธารณะที่มีคนเอาสินค้าทำมือบ้าง เอาผลิตผลทางการเกษตรที่ปลูกเองบ้าง ดอกไม้บ้างมาวางขาย รวมไปถึงเครื่องประดับหรือเข็มกลัดของหน่วยทหารต่างๆ สารพัดแบบอาจจะเป็นเพราะว่าใกล้ถึงวัน Victory Day วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ.2560

 

 

เมื่อผ่านสวนสาธารณะไปแล้วจะพบกับประตูนี้ที่นี่ไม่ต้องเสียค่าเข้าสามารถเดินเข้าไปได้เลย เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไปไม่ไกลจะพบกับโบสถ์ในนิกายออร์โธด็อกซ์โบสถ์หนึ่งไม่รู้ว่าชื่ออะไรแต่ชื่อที่เห็นจาก Goole Map นั้นยาวมากคือ Khram Kazanskoy ikony Bozhiyey Materi v Kolomenskom

 

 

 

ด้านในนี่เข้มงวดเรื่องการถ่ายภาพมากพวกเราเลยไม่กล้าถ่ายรูปเลยกลัวโดนดุเอา ออกจากโบสถ์นี้มาก็เดินเข้าไปด้านในต่อ

 

 

 

เดินผ่านซุ้มประตูขนาดใหญ่นี่เข้าไปก็จะพบกับโบสถ์อีกหลังที่มีขนาดใหญ่และสูงมากกอีกโบสถ์หนึ่ง

 

 

อาคารที่สูงที่สุดนั่นคือโบสถ์ Church of Ascension สร้างขึ้นตั้งแต่ปีค.ศ.1532 เพื่อเฉลิมฉลองการประสูติของเจ้าชายพระองค์หนึ่งที่ตอนหลังขึ้นเป็นซาร์หรือกษัตริย์นั่นคือ พระเจ้าอีวานที่ 4 และโบสถ์นี้พร้อมกับอาคารอื่นๆ ในบริเวณนี้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเรียบร้อยแล้วในปัจจุบัน รอบๆ โบสถ์นี้ยังมีอาคารหอระฆัง โบสถ์ St. George the Victorious Church และ Water Tower แต่ไม่สามารถเข้าไปด้านในอาคารนะครับ พวกเราเลยเดินรอบๆ แทน ที่นี่เจอคนไทยน้อยมากแต่เจอคนจีน เกาหลี ญี่ปุ่นเยอะแยะเลย และคนรัสเซียที่มาที่นี่ก็มากันเป็นครอบครัวทั้งนั้นเลย เพราะด้านในนอกจากมีสวนสาธารณะแล้วและยังมีลำธารอีกด้วย ซึ่งริมลำธารนี้มีเก้าอี้ให้นั่งสบายๆ เย็นๆ ด้วย เดินเล่นไปมาสักพักก็เห็นว่ามีโบสถ์อีกหลังอยู่บนเนินซึ่งต้องเดินขึ้นไปอีก

 

 

 

 

โบสถ์นี้ชื่อว่า Church of the Beheading of John the Baptist in Dyakovo ออกมาด้านนอกมีสุสานหรือที่ฝังศพอยู่ด้วย บรรยากาศค่อนข้างสงบและวังเวงพอสมควรเพราะรอบๆ มีแต่ต้นไม้สูงๆ ทำให้แสงแดดผ่านเข้ามาแบบวับๆ แวมๆ และมีเคลื่อนไหวไปมาตามกระแสลมด้วย เดินๆ นั่งๆ ภายในบริเวณนี้มาเรื่อยๆ จนมาถึงสวนแอ๊ปเปิ้ลที่ต้นแอ๊ปเปิ้ลในสวนตอนนี้ยังดูโล้นๆ เพราะเพิ่งผ่านหน้าหนาวมาไม่นาน จากนั้นก็เดินออกมาที่ทางเข้าเพื่อเดินทางกลับมอสโคว์กันแล้วจริงๆ แล้วยังมีวังพระเจ้าซาร์ที่สร้างด้วยไม้อยู่ในพื้นที่นี้อีกแต่ทางเดินไปปิดไม่เห็นทางไปเลยตัดใจกลับดีกว่า ระหว่างทางที่เดินกลับมาก็เห็นว่ามีร้านอาหารอยู่หลายร้านเข้าไปเลียบๆ เคียงๆ ดูแต่สุดท้ายก็ตัดสินใจไปทานมื้อเย็นที่ในเมืองมอสโคว์ดีกว่า

 

 

พวกเรากลับมาฝากท้องร้านเดิม My My นั่นแหละเพราะว่าไม่รู้จะทานที่ไหนกัน วันนี้เป็นอีกวันที่เดินเมื่อยมากๆๆ เมื่อท้องอิ่มและแวะซื้อขนมกับน้ำที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วก็เข้าห้องพักผ่อนเลยเพราะพรุ่งนี้จะไปไกลเหมือนกัน พรุ่งนี้พวกเราจะไปอารามชี โนโวดิวิชี คอนแวนน์ (Novodevichy Convent) ขอบคุณครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
วรรณสุข วันที่ : 12/07/2017 เวลา : 16.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

สถาปัตยกรรมของเค้างดงามมากค่ะ ดูเด็ดเดี่ยวด้วย ฮ๊าาา อยากไปเที่ยวจัง

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
wullopp วันที่ : 01/07/2017 เวลา : 09.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

รัสเซีย มีเอกลักษณ์ และอะไรดีๆ มากมาย

ชาวรัสเซีย ให้เกียรติ เข้ามาเที่ยว-ลงทุน-ซื้อคอนโดฯ ในไทยมากทีเดียว
ขอให้รัสเซียประสบความสำเร็จ และ มีสันติภาพ ครับ...

ความคิดเห็นที่ 4 wullopp ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ใต้ฟ้าสีหม่น from mobile วันที่ : 28/06/2017 เวลา : 12.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/farida2514

สวยงามจริงๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 wullopp , liminghui ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ชมพู่แก้มแหม่ม วันที่ : 24/06/2017 เวลา : 19.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prisanasweetsong
" ที่นี่มีเพลง ที่นี่มีเพื่อน รักเพื่อนไม่ขาดเพลง รักเพลงไม่ขาดพื่อน "  สโลแกนของครูชาลี  อินทรวิจิตร ...บ้านหลังที่ 2 : http://www.oknation.net/blog/prisanasweetsong2

เข้ามาศึกษา หาข้อมูล
กำลังจะไปเที่ยว..เร็วๆ นี้ เหมือนกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 wullopp , liminghui ถูกใจสิ่งนี้ (2)
feng_shui วันที่ : 21/06/2017 เวลา : 09.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เป็นประเทศที่น่าเที่ยวมาก

ความคิดเห็นที่ 1 wullopp , liminghui ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 19/06/2017 เวลา : 11.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

สถาปัตยกรรม ดูเข้มขลังเปี่ยมพลังมากๆครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน