• liminghui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-01
  • จำนวนเรื่อง : 106
  • จำนวนผู้ชม : 93718
  • ส่ง msg :
  • โหวต 50 คน
บันทึกการท่องเที่ยว
บันทึกการท่องเที่ยวที่ผ่านมาในชีวิตของเราสองคน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/liminghui
วันอังคาร ที่ 22 มกราคม 2562
Posted by liminghui , ผู้อ่าน : 1259 , 19:19:10 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน BlueHill , สาครงค์ และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

ตอนที่ 8

 


 

 

เช้าวันนี้พวกเราออกจากโรงแรมแต่เช้ามืดเพื่อไปขึ้นเรือข้ามช่องแคบดาร์ดะเนลส์เพื่อไปยังตุรกีฝั่งยุโรป โดยพวกเรามาถึงท่าเรือเพื่อรอคิวลงเรือเป็นคันแรกๆ ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างเลย

 

 

 

 

เรือข้ามฟากของที่นี่มีขนาดใหญ่แบบเรือเฟอร์รี่ข้ามไปยังเกาะสมุยแบบในประเทศไทยโดยชั้น 1 เป็นที่จอดรถและห้องน้ำชาย หญิงอย่างละ 1 ห้อง ด้านบนเป็นที่นั่ง 2 ส่วน คือ แบบห้องแอร์และแบบนั่งตากลมที่ดาดฟ้าเรือด้านนอก ซึ่ง ณ ชั่วโมงนั้นที่นั่งในห้องแอร์เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด เพราะด้านนอกด้วยอากาศที่เย็นระดับเกือบ 0 องศาแล้วยังมีลมแรงตลอดเวลาอีกด้วย เมื่อยืนรับลมและถ่ายรูปโดยรอบสักพักจนเรือออกจากท่าก็เข้าไปนั่งในห้อง เพราะทนหนาวไม่ไหว

 

 

นั่งเรือข้ามฟากไม่นานเมื่อขึ้นจากเรือแล้วจากนั้นก็เดินทางต่อทันทีไปยังเมืองอิสตันบูลทันที ไกด์ท้องถิ่นบอกพวกเราว่าตอนนี้ก็นั่งรถไปเรื่อยๆ อีกประมาณ 4 ชั่วโมงหรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับการจราจร เพราะอิสตันบูลเป็นอีกเมืองที่ได้ขึ้นชื่อว่ามีปัญหาการจราจรมากที่สุดเมืองหนึ่งของโลก และทิ้งท้ายว่าพวกเราจะรู้เองว่าใกล้ถึงอิสตันบูลแล้วเพราะรถจะหยุดนิ่งสลับกับเคลื่อนที่ไปข้างหน้าแบบช้าๆ

 

 

เมื่อรถเข้าใกล้อิสตันบูลเท่าไหร่ก็จะเห็นอาคารสูงมากขึ้น สองข้างทางมีแต่อาคารสูงทั้งอาคารสำนักงานและที่อยู่อาศัย และรถติดหนักมากจริงๆ แบบที่ไกด์บอกเลย อีกทั้งไม่แปลกใจเลยว่าทำไมไกด์ถึงบอกว่าต้องใช้เวลาการเดินทาง 4 – 5 ชั่วโมง

 

พวกเรามาถึงใจกลางอิสตันบูลแถวๆ หอคอยกาละตะก็บ่ายโมงได้ เมื่อลงรถแล้วก็เดินลงไปที่สะพาน กาละตะ เพื่อไปทานอาหารกลางวันที่ร้านค้าที่อยู่ใต้สะพานแห่งนี้ บนสะพานก็มีคนยืนตกปลากันเพียบเลย ปลาที่ตกได้ก็ตัวไม่ใหญ่มากนะ แต่เห็นตกปลกได้กันทุกคนเลย

 

 

 

ร้านอาหารที่พวกเราไปทานกันในมื้อกลางวันไม่ใช่ร้านค้าใต้สะพานกระจอกๆ นะครับ เป็นร้านขายอาหารทะเลที่มีวิวของโกลเด้น ฮอร์น หรือปากแม่น้ำ รวมไปถึงวิวของมัสยิดใหม่ หรือ New Mosque โดดเด่นเป็นสง่า พวกเราขอทานอาหารกลางวันก่อนที่จะออกไปถ่ายรูปเก็บบรรยากาศของโกลเด้น ฮอร์น และมัสยิดใหม่

 

 

 

 

อาหารมื้อนี้ส่วนใหญ่ก็ยังเหมือนเดิมคือ ซุป ขนมปัง สลัดแบบเดิมๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามาสร้างสีสันหน่อยคือ ปลา 1 ตัวที่ผ่าแบ่งออกเป็น 2 ชิ้นแบบในรูปด้านบน บางคนที่ไม่ทานปลาก็จะได้ไก่แบบเดิมๆ แทน พวกเราลองสั่งปลาหมึกชุบแป้งทอดหรือที่เขาเรียกว่า คาลาไมน์ เพราะไกด์เชียร์เหลือเกินบอกต้องกินนะ สุดท้ายสั่งมา 1 จานและคิดว่าไกด์เชียร์เพราะได้ส่วนแบ่งแน่นอนเพราะไม่ได้อร่อยเลยมีกลิ่นคาวอีก ปลาหมึกชุบแป้งทอดตามร้านริมถนนในประเทศไทยอร่อยกว่าเยอะ วันนี้พอดีตรงกับวันเกิดของลูกทัวร์คนหนึ่งพอดี ไกด์เลยมีเซอร์ไพร์สเอาเค้กกับเทียนมาให้เป่า พนักงานในร้านก็ช่วยกันร้องทุกคนเลย คนที่เข้ามาทานกลุ่มอื่นๆ ก็มีผสมโรงด้วยเหมือนกัน จบแล้วพนักงานชาวตุรกีมีร้องเป็นภาษาตุรกีอีกรอบปิดท้ายด้วย จนพอให้อภัยเรื่องปลาหมึกชุบแป้งทอดไปได้

 

 

 

ทานอาหารเสร็จก็เดินออกมาดูวิวของ New Mosque ที่อยู่ในมุมสวยๆ พอดี เพียงแต่ท้องฟ้าวันนี้อาจจะไม่สดใสเท่านั้นเอง จากนั้นก็เดินผ่านร้านอาหารด้านล่างขึ้นมาด้านบนเพื่อไปยังท่าเรือเพื่อขึ้นเรือล่องไปตามช่องแคบบอสฟอรัส เพื่อชมทิวทัศน์ของสองฝั่งช่องแคบนี้

 

 

ระหว่างทางเดินไปขึ้นเรือเห็นเขาขายเกาลัดลูกใหญ่ๆ แบบนี้เลยอดใจไม่ไหวซื้อมา 1 ถึง 4 – 5 ลูกราคา 10 ลีราหรือประมาณ 60 บาทก็หอมดี พวกเรารีบซื้อรีบจ่าย คนขายก็รีบหยิบรีบทอนเงินให้ทันทีเพราะต้องรีบเดินไปขึ้นเรือ เลยมีแต่ผมคนเดียวที่ซื้อได้ คนอื่นๆ อดหมดครับเพราะถามเยอะไป

 

ช่องแคบบอสฟอรัสเชื่อมทะเลดำเข้ากับทะเลมาร์มาร่ามีความยาวทั้งหมดประมาณ 32 กิโลเมตร ช่วงที่กว้างที่สุดคือ 3 กิโลเมตรช่วงแคบสุดคือประมาณ 500 เมตร และถือว่าช่องแคบนี้เป็นจุดที่ขอบของทวีปเอเชียกับยุโรปมาบรรจบกัน

 

บรรยากาศสองข้างที่เรือแล่นผ่านก็แตกต่างกันไปบางช่วงเป็นบ้านคน บางช่วงเป็นพระราชวังสไตล์ตะวันตกที่ทอดตัวยาวตามแนวช่องแคบนี้ บางช่วงเป็นมหาวิทยาลัย มัสยิด บ้านมหาเศรษฐี ซึ่งมีบางหลังเป็นบ้านของดาราฮอลลีวู้ด

 

 

 

 

พระราชวังโดลบามาเช่เป็นพระราชวังในสไตล์ตะวันตกริมช่องแคบนี้สุลต่านในอดีตต้องการสร้างพระราชวังที่ออกมาไม่เหมือนกับพระราชวังอื่นๆ ของอาณาจักรออตโตมันในอดีตเพื่อให้ชาติตะวันตกยอมรับในความทันสมัยและเปิดกว้างของพวกเขา ซึ่งเดี๋ยวเมื่อตอนที่ไปเที่ยวที่นี่จะมาเหลาให้ฟังต่อครับ 

 

 

มัสยิดออร์ตากอยที่อยู่ใกล้กับสะพาน 15 July Martyrs เป็นมัสยิดริมนี่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง พวกเรานั่งล่องเรือไปกันนานพอสมควรจนเริ่มรู้สึกว่าชักจะยืนหรือนั่งตากลมอยู่ด้านบนต่อไปไม่ไหวแล้ว เนื่องจากลมแรงมาก อุณหภูมิของอากาศในอิสตันบูลตอนนั้นก็ต่ำกว่า 10 องศา พอหายตื่นเต้นกับบรรยากาศรอบข้างก็รู้สึกหนาวขึ้นมาทันที ดีว่าที่เรือลำนี้มีแต่พวกเราเท่านั้นเลยสบายเลยเดินไปมา ถ่ายรูปได้เต็มที่

 

 

เรือพาเราเลยสะพาน Faith Sultan Mahmet ไปอีกพอสมควรก็ตีวงย้อนกลับมา เมื่อเรือเริ่มหันหัวเรือกลับนั่นแหละที่คนบนดาดฟ้าเรือลงไปนั่งในห้องด้านล่างกันหมดเลยเพราะเรือวิ่งกลับทางเดิมแล้วเลยรู้สึกไม่ตื่นเต้นกันแล้ว พวกเราลงมานั่งในห้องพักด้านล่างซึ่งไม่ลืมหยิบเกาลัดที่ซื้อมาออกมาแกะกินพร้อมกับชาและกาแฟตุรกีที่มีขายในห้องนั้นได้บรรยากาศแบบตุรกี๊ ตุรกีพอสมควร เกาลัดที่ซื้อมาก็รสชาติดี หอม หวาน มัน ถ้าทานตอนร้อนๆ คงฟินกว่านี้ แต่กาแฟตุรกีนี่ไม่ไหวทั้งขมทั้งมีกากเต็มแก้วไปหมด ชาก็หวานตามสไตล์ตุรกี

 

 

นั่งหลบลมหนาวกันในห้องสักพักรู้สึกอยากจะออกไปโต้ลมหนาวกันอีกรอบ เพราะไหนๆ ก็มาถึงที่นี่แล้วจะมานั่งชมวิวผ่านกระจกมัวๆ ไปทำไม  ออกไปยืนดูด้วยตัวเองดีกว่า สุดท้ายเราสองคนก็ออกมายืนโต้ลมหนาวดูวิวกันอีกรอบจนเรือเข้าไปจอดที่ท่าเรือตอนที่พวกเราลงไปนั่นแหละ

 

 

 

เมื่อขึ้นจากเรือไกด์ก็พาเราเดินไปตลาดเครื่องเทศหรือ Spice Market กันต่อเลย ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดในร่มที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 16 ซึ่งว่ากันว่าสร้างโดยชาวอียิปต์ เพราะสมัยอาณาจักรออตโตมันเรืองอำนาจอียิปต์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอาณาจักรออตโตมัน และต้องจ่ายเครื่องบรรณาการให้กับออตโตมันเป็นเครื่องเทศ จึงต้องสร้างตลาดนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นที่ค้าขายด้วย ตลาดนี้จึงอีกชื่อว่า Egyptian Market ด้านในตลาดไม่ได้ขายแต่เครื่องเทศตามชื่อนะครับ แต่ขายของสารพัดเลย เป็น 1 ในที่ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องมาเดินซื้อของที่ระลึกกัน แต่ถ้าใครพลาดที่นี่ก็ยังมีโอกาสแก้ตัวที่แกรนด์บาซาร์อีกรอบก่อนกลับ

 

 

ร้านค้าด้านในจะอยู่สองฝั่งของทางเดินที่อยู่ตรงกลาง โดยโถงทางเดินตรงกลางเป็นหลังคาสูงมีลวดลายแบบที่เห็นในรูปด้านบน

 

 

 

 

ของที่มีขายกันหลายร้านอีกอย่างคือ ขนมหวานที่รียกกันรวมๆ ว่า Turkish Delight เป็นขนมหวานนิ่มๆ ที่ทำจากน้ำผึ้งผสมกับน้ำผลไม้หลายๆ แบบ แต่ที่ถูกใจคนไทยมากที่สุดน่าจะเป็นรสทับทิมเพราะออกเปรี้ยวๆ หวานๆ คนขายที่นี่ชอบคนไทยกันมาก เห็นคนไทยเดินผ่านไม่ได้มีทักทายกันตลอด บางคนพอพูดไทยได้ก็เรียกคนไทยเข้าร้านได้พอสมควร

 

 

พวกเราทุกคนหอบหิ้วถุงกันเต็มทั้ง 2 มือทุกคนเพราะที่นี่มีของที่สามารถเป็นของฝากที่แสดงออกถึงความเป็นตุรกีมากมายสารพัดชนิด อาจจะด้วยข้าวของราคาไม่แพงด้วยเวลาตัดสินใจซื้อจึงง่ายมาก

 

 

 

 

 

ผมกับภรรยาพากันเดินด้านในอาคารที่เป็นตัวแอลจนสุดทางแล้วก็ออกมาเดินตลาดด้านนอกด้วย บรรยากาศด้านนอกเหมือนตลาดในยุโรปหลายๆ แห่งพอสมควร แต่บางช่วงของถนนรอบๆ ก็ทำให้นึกถึงสำเพ็งบ้านเราเหมือนกัน บางร้านด้านนอกก็ขายของเหมือนด้านในแต่ราคาถูกกว่าแม้จะไม่มาก บางร้านขายชีสสารพัดแบบ หรือขายขนมหวานแบบตุรกีกันทั้งร้าน บรรยากาศดูเป็นแบบชาวบ้านๆ ต่างจากด้านในมากนัก

 

 

พวกเราเดินกันจนมืดค่ำได้เวลาอาหารเย็นพอดีเลย มื้อนี้พวกเราทานกันที่ร้านอาหารแบบตุรกีเหมือนเดิม มีพิเศษพอให้ตื่นเต้นกันคือแป้งที่พองขึ้นมาเพราะความร้อน

 

 

 

 

มื้อนี้มีข้าวกับไก่บาร์บีคิวแข็งๆ จืดๆ จนต้องหยิบน้ำพริกถ้วยเล็กๆ ออกมาแบ่งๆ กันทาน พอกล้อมแกล้มๆ ดีกว่าทานกันแบบจืดๆ แบบที่พวกเขาเสิร์ฟมา จากนั้นก็ไปที่พัก โดยพวกเราจะนอนที่อิสตันบูล 2 คืนไม่มีการย้ายที่พักแบบที่ผ่านมาอีกแล้ว

 

วันนี้ขอจบที่ตรงนี้นะครับ ขอบคุณครับ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 19/02/2019 เวลา : 13.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เป็นอีกประเทศที่อยากกลับไปเที่ยว
เดี๋ยวจะไปตามอ่านย้อนหลังนะครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สาครงค์ วันที่ : 18/02/2019 เวลา : 12.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sinchaij

เคยอยู่ในโปรแกรมที่จะไปเที่ยวเหมือนกัน พอดีช่วงนั้นมีข่าวการก่อการร้ายที่นั่น ปัจจุบันคงสงบแล้ว

ความคิดเห็นที่ 1 liminghui , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สำรวจฟ้า วันที่ : 23/01/2019 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

บ้านเมืองสะอาดสวยงามน่าไปเที่ยวมาก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน