• liminghui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-01
  • จำนวนเรื่อง : 98
  • จำนวนผู้ชม : 88402
  • ส่ง msg :
  • โหวต 50 คน
บันทึกการท่องเที่ยว
บันทึกการท่องเที่ยวที่ผ่านมาในชีวิตของเราสองคน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/liminghui
วันอังคาร ที่ 16 เมษายน 2562
Posted by liminghui , ผู้อ่าน : 293 , 10:00:50 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สิงห์นอกระบบ , liminghui โหวตเรื่องนี้

ตอนที่ 1

 

กลับจากตุรกีไม่นานภรรยาก็หยิบเอาเรื่องเมืองเหิงเตี้ยนมาพูดให้ฟังอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้จำไม่ได้ละ ตั้งแต่ผมยังไม่รู้จักเมืองนี้ จนกระทั่งรู้ละเอียดมากขึ้นจากการที่ภรรยาส่งข้อมูลหรือรีวิวต่างๆ มาให้ดูรวมทั้งที่ไปหาข้อมูลเองแบบคร่าวๆ ชื่อเมืองนี้วนเวียนป้วนเปี้ยนทุกครั้งที่เราสองคนคุยกันเรื่องเที่ยว จนตอนต้นปีนี้พวกเราตัดสินใจว่าต้นเดือนเมษายนปีนี้พวกเราจะไปเหิงเตี้ยนและเซี่ยงไฮ้กัน เมื่อตัดสินใจได้ก็เตรียมเรื่องที่พัก การเดินทาง และการขอวีซ่าเข้าประเทศจีนซึ่งก็ไม่ได้ยากอะไรเพราะคุ้นเคยดีอยู่แล้ว

 

วันเดินทางพวกเราเลือกสายการบินที่ขึ้นที่สนามบินดอนเมืองซึ่งก็เป็นไปตามที่คาดการณ์คือ คนจีนล้นทะลักสนามบินแถวรอเช็คอินยาวเกือบร้อยเมตรได้ และแน่นอนที่เสียงคุยกันจะดังลั่นไปหมดเพราะไม่เพียงมีแต่คนจีนเท่านั้นเพราะใกล้ๆ กันยังมีแถวเช็คอินของสายการบินที่ไปอินเดียอีก โชคดีที่การเช็คอินไม่ได้นานเท่าไหร่นัก เมื่อเช็คอินเรียบร้อยก็ผ่านขั้นตอนต่างๆ ไปรอขึ้นเครื่องบินท่ามกลางหมู่คนจีน มองไปมาแทบไม่เห็นคนไทยเลยอาจจะเป็นเพราะว่าพวกเราเลือกเที่ยวบินตอน 00:10 นาฬิกา   

 

เครื่องบินลงที่รันเวย์สนามบินนานาชาติผู่ตงของเซี่ยงไฮ้ตอนเวลาตี 5 กว่าๆ ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองแบบไม่นานนักเพราะคนต่างชาติมีไม่มากนัก  ออกจากกระบวนการต่างๆ ก็ประมาณ 5:30 นาฬิกา เดินหาป้ายในสนามบินที่บอกทิศทางไปขึ้นรถไฟฟ้าเพื่อเดินทางต่อไปยังสถานีรถไฟหงเฉียว (Hongqiao Railway Station) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขึ้นรถไฟความเร็วสูงต่อไปเมืองอี้อูซึ่งเป็นสถานีรถไฟความเร็วสูงที่สามารถเดินทางไปเมืองเหิงเตี้ยนได้อีกทีไม่ต้องพักกันเลย

 

 

เซี่ยงไฮ้มีเส้นทางรถไฟใต้ดินทั้งหมด 17 เส้นทางยุ่บยั่บไปหมด ถ้าไม่มีการเตรียมตัวมาก่อนก็อาจจะเบลอได้เพราะตอนที่ไปถึงก็เพิ่งจะฟ้าสว่างและยังไม่ได้นอนเลยนั่นเอง สถานีรถไฟใต้ดินที่สนามบินนานาชาติผู่ตง (Pudong International Airport) อยู่ฝั่งตะวันออกในขณะที่สถานีรถไฟฟ้าที่สถานีรถไฟหงเฉียวอยู่สุดทางทางทิศตะวันตกเลยนั่งกันยาวแม้ว่าไม่ต้องเปลี่ยนเส้นทางแต่ก็ต้องนั่งนานเป็นชั่วโมงประมาณ 29 สถานีได้ยาวเลยมีเปลี่ยนขบวนที่สถานีรถไฟ Guanglan Road 1 ครั้ง









การซื้อตั๋วรถไฟความเร็วสูงในประเทศจีนสำหรับชาวต่างชาตินั้นจำเป็นต้องไปซื้อที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วกับพนักงานคนจีนที่อาจจะพูดภาษาอังกฤษได้บ้างแต่อย่าคาดหวังมากนักครับ พวกเราเลือกตั๋วรถไฟความเร็วสูงชั้น 2 รอบ 10:23 นาฬิกา ราคาคนละ 123 หยวนโยคาดว่าจะเดินทางถึงเมืองอี้อูประมาณ 12:00 นาฬิกาหรือช้ากว่านั้นไม่มาก เมื่อได้ตั๋วรถไฟและเวลายังเหลืออีกนานพอสมควร พวกเราเลือกทานอาหารแบบจีนๆ ในสถานีรถไฟซึ่งใหญ่โตมโหฬารและมีร้านอาหารให้เลือกเพียบแน่นอนว่าส่วนใหญ่เป็นร้านอาหารแบรนด์จีน มีแบรนด์ต่างชาติบ้างแต่เป็นพวกฟาสต์ฟู้ดเท่านั้น

 

 




สถานีรถไฟหงเฉียวเป็นสถานีรถไฟใหญ่มากมีช่องทางเข้าชานชาลารถไฟหลักสิบช่องทางคนก็หลักหมื่นคนเดินกันให้ขวักไขว่ไปหมด เมื่อได้บัตรแล้วสิ่งที่ควรทำลำดับแรกเลยคือการหาชานชาลาของรถไฟที่พวกเราต้องขึ้นก่อนเป็นลำดับแรกจากนั้นก็หาที่นั่งใกล้ๆ กันแถวนั้น ซึ่งยืนไม่นานหรอกเพราะรถไฟความเร็วสูงที่สถานีนี้มีออกทุกๆ 5 นาทีได้และไม่ได้ออกทีละขบวน แต่ออกทีละหลายๆ ขบวนพร้อมๆ กัน ไปยังเมืองต่างๆ ทั่วประเทศจีน

 

 

 

เมื่อใกล้ถึงเวลารถไฟจะเข้าชานชาลาจะมีประกาศและป้ายตรงจุดที่เช็คอินแสดงว่ารถไฟจะมาถึงกี่โมงและเปิดให้เช็คอินได้หรือยัง แต่คนจีนส่วนใหญ่จะไปยืนรอก่อนถึงเวลาเช็คอินเพื่อจะได้ไม่เสียเวลา พวกเรา 2 คนเลยไปยืนรอบ้างเพื่อจะได้ไม่ตกขบวนและไม่ช้ากว่าคนจีน แต่พอถึงเวลาเช็คอินและเดินไปยังชานชาลาที่ตรงกับในบัตรโดยสารแล้วไม่มีเวลาทำอะไรจริงๆ เพราะต้องรีบเดินให้ทันเวลารถออกตามที่ระบุในบัตร เนื่องจากรถไฟความเร็วสูงจีนออกตรงเวลามากไม่มีช้าเลย แต่ก่อนจะเดินลงไปชานชาลาต้องดูก่อนนะว่าในบัตรระบุว่าที่นั่งเราอยู่ตู้ไหน เพราะรถไฟความเร็วสูงบางขบวนมีขนาดยาวหลายตู้โดยสารบางครั้งอาจต้องเดินไปให้ตรงกับตู้โดยสารที่ระบุในบัตรหรือจะรีบขึ้นก่อนก็ได้ถ้าไม่มีสัมภาระหรือกระเป๋า แต่พวกเรามีกระเป๋าเดินทางขนาดกลางและขนาดเล็ก ดังนั้น รีบเดินไปยังตู้โดยสารที่ระบุในบัตรก่อน จากนั้นก็หาที่วางกระเป๋าและที่นั่งให้เรียบร้อย


เจ้าหน้าที่มาเดินดูว่ากระเป๋าของผู้โดยสารที่อยู่บนชั้นวางของเหนือศรีษะวางดีมั้ยถ้าดูแล้วไม่ปลอดภัยก็จะมีการมาขยับจัดแจงใหม่ให้เข้าที่รวมไปถึงกระเป๋าเดินทางของพวกเราที่มาจับวางนอนตามแนวตั้งเพื่อจะได้ไม่เลื่อนไปมาตามการเคลื่อนที่ของรถ ห้องน้ำก็สะอาดดีมีพนักงานทำความสะอาดตลอดทุกๆ 10 นาที มีพนักงานเข็นรถเข็นที่บรรจุข้าวกล่อง กาแฟ ชา ชานม ขนมนมเนยต่างๆ มาขายด้วยเผื่อคนที่ต้องเดินทางไกลหรือต้องการกาแฟ พวกเรานั่งอยู่บนรถไฟประมาณ 2 ชั่วโมงก็มาถึงเมืองอี้อู (Yiwu) แล้ว

 

 

 

 

พอออกจากขบวนรถไฟความเร็วสูงก็เดินขึ้นมาบนสถานีเพื่อหาสถานีรถโดยสารเพื่อต่อรถโดยสารไปยังเมืองเหิงเตี้ยนต่อทันที ตอนแรกก็สับสนพอสมควรว่าต้องไปขึ้นรถที่ไหน เพราะด้านหน้าสถานีรถไฟจะมีจุดขึ้นรถโดยสารอยู่หลายสายแต่เท่าที่เดินไล่ดูไม่มีสายไหนไปเมืองเหิงเตี้ยน (Hengdian) เลย จนต้องไปถามเจ้าหน้าที่ที่นั่นดู 2 – 3 คนเพื่อความมั่นใจจนรู้ว่าต้องเดินออกไปจากจุดนี้ก่อนจะมีสถานีรถโดยสารอีกแห่งที่มีรถโดยสารไปเมืองเหิงเตี้ยนและเมืองอื่นๆ อีกหลายๆ เมือง พวกเรามาซื้อตั๋วขึ้นรถไปเมืองเหิงเตี้ยนคนละ 20 หยวน ได้บัตรที่มีแต่ภาษาจีนมา 2 ใบจากนั้นก็ถามเขาว่าต้องไปขึ้นรถที่ไหน พอเดินมาตามทางที่เจ้าหน้าที่บอกก็จะเจอช่องรอขึ้นรถโดยที่ด้านหน้ามีป้ายภาษาจีนบอกจุดหมายปลายทางของรถแต่ละคันอยู่ ตั๋วโดยสารนี้ใช้ขึ้นเวลาไหนก็ได้ก่อน 18:00 นาฬิกา พวกเรายืนต่อแถวไม่นานก็ได้ขึ้นรถ โดยกระเป๋าสามารถเก็บไว้ใต้ท้องรถได้ และเมื่อได้เวลารถก็ออกทันที เมื่อรถออกไปได้ไม่นานพนักงานประจำรถจะเดินมาถามว่าผู้โดยสารจะลงที่ไหนกันบ้าง เพราะเป็นรถวิ่งระหว่างเมืองสามารถจอดส่งได้ตลอดเส้นทางรวมไปถึงสถานที่เที่ยวสำคัญในเมืองเหิงเตี้ยนด้วย แต่พวกเราเลือกลงที่ปลายทางเลยเพื่อความสะดวก

 

สิ่งสำคัญเวลาซื้อตั๋วรถไฟ รถไฟความเร็วสูง หรือรถโดยสารของชาวต่างชาติต้องใช้พาสปอร์ตด้วยนะครับ รถไฟฟ้าไม่ต้องใช้เพราะหยอดตู้อัตโนมัติเอา พวกเรานั่งอยู่บนรถประมาณชั่วโมงกว่าๆ ก็ถึงท่ารถโดยสาร

 

 

 

เมื่อมาถึงท่ารถโดยสารเมืองเหิงเตี้ยนก็เดินไปซื้อบัตรเข้าชมสถานที่ต่างๆ ภายในเมืองเหิงเตี้ยน ถ้าไม่ได้ต้องการเข้าสวนสนุกก็ไม่ควรซื้อบัตรชุดเพราะราคาจะรวมค่าเข้าสวนสนุกไปด้วยซึ่งแพงกว่าเมื่อซื้อบัตรเข้าชมแต่ละสถานที่ เมื่อได้บัตรแล้วก็ออกมมาขึ้นแท็กซี่ไปโรงแรมทันทีเข้าโรงแรมได้ก็จัดแจงกางแผนที่ที่หยิบมาและไล่ดูว่าจะไปที่ไหนก่อนหลังและเลือกไปที่ไหนกันบ้างให้เหมาะสมกับเวลาและเพื่อให้รู้สึกว่าไม่ได้พลาดอะไรสำคัญๆ ไป

 

 การมาเที่ยวที่นี่ควรมีเวลาอย่างน้อย 2 คืนหรือ 3 วันเพราะสถานที่เที่ยวในเมืองนี้เยอะมากๆ เพราะเมืองนี้เป็นเมืองที่มีฉากสำหรับถ่ายทำภาพยนตร์อยู่เยอะแยะมากมาย แต่ที่เป็นฉากใหญ่ๆ ระดับพระราชวังจำลองเทียบเท่ากับขนาดจริงๆ ก็มีอยู่ 2 – 3 แห่ง อุทยาน สวน เมืองในสมัยต่างๆ มีครบหมดเลย การมาเที่ยวที่นี่จะเหมือนกับการได้ไปเที่ยวทั่วประเทศจีน รวมไปถึงพระราชวังที่ปัจจุบันนี้ไม่มีอยู่แล้วอีกด้วย

 

 

พวกเราวางแผนว่าจะนอนที่นี่ 2 คืน ดังนั้นมีเวลาเที่ยววันนี้ตอนบ่าย และพรุ่งนี้อีกวันกับวันสุดท้ายอีกเกือบเต็มวัน ซึ่งดูแล้วจำเป็นต้องเลือกเข้าบางสถานที่พอไม่สามารถไปได้ทุกแห่ง สถานที่หลักๆ ของเมืองนี้มีทั้งหมด 9 แห่ง คือ

  1. Palace of Ming & Qing Dynasties พระราชวังกู้กงของราชวงศ์หมิงและชิง
  2. Qing Ming Shang He Tu เมืองในสมัยราชวงศ์ชิงและหมิง รวมไปถึงอาคารบ้านเรือน หอ สวน อุทยาน ทะเลสาบ
  3. The Palace of Emperor Qin พระราชวังของราชวงศ์ฉิน
  4. Guangzhou Street & Hong Kong Street อาคารบ้านเรือนของเมืองกว่างโจว และฮ่องกงในอดีต
  5. Dazhi Buddhist Temple วัดต้าจื้อ
  6. Rocky Grottos วัดและศาลเจ้าบนเขา
  7. Dream Valley สวนสนุก
  8. Ming Qing Min Ju อาคารบ้านเรือนของคนในสมัยราชวงศ์หมิงและชิง
  9. Chinese Culture Park อุทยานวัฒนธรรมของประเทศจีน

พวกเราเลือกไปเที่ยวลำดับที่ 1 – 6 ก็พอแล้วเพราะเวลาไม่พอแน่นอน ต้องนอนที่นี่ 3 คืนเป็นอย่างน้อยและเที่ยวแบบไม่นานมากในแต่ละที่ ซึ่งเอาจริงๆ แล้วแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยในการเข้าไปเที่ยวในแต่ละสถานที่แบบแป๊บๆ แล้วออกมา หรือมากับทัวร์เพราะเท่าที่ดูบางโปรแกรมของบางบริษัททัวร์จะเข้าเพียงแค่ 1 สถานที่เท่านั้นซึ่งส่วนใหญ่จะเลือกเข้า The Palace of Emperor Qin พระราชวังของราชวงศ์ฉินเพราะไม่มีของจริงให้ดูแล้วในปัจจุบันนั่นเอง พวกเราเลือกไปพระราชวังของราชวงศ์ฉินก่อนเพราะไม่ไกลจากโรงแรมที่พัก

 

ตอนนี้แค่นี้ก่อนนะครับ ยาวมากแล้ว





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน