• liminghui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-01
  • จำนวนเรื่อง : 106
  • จำนวนผู้ชม : 91234
  • ส่ง msg :
  • โหวต 50 คน
บันทึกการท่องเที่ยว
บันทึกการท่องเที่ยวที่ผ่านมาในชีวิตของเราสองคน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/liminghui
วันอาทิตย์ ที่ 26 พฤษภาคม 2562
Posted by liminghui , ผู้อ่าน : 227 , 18:40:46 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน liminghui โหวตเรื่องนี้

ตอนที่ 5

 

เช้าวันนี้พวกเราวางแผนไว้ว่าจะไปวัดกันก่อนจะออกเดินทางไปที่เซี่ยงไฮ้ โดยจะเช็คเอาท์กันตั้งแต่เช้าเลยและฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมก่อน จากนั้นก็ออกเดินไปที่วัดต้าจื้อ Dazhi Temple  ซึ่งไม่ไกลจากโรงแรมที่พักห่างไปประมาณ 500 เมตรเท่านั้นเอง จากนั้นจะไป Rocky Grottos ซึ่งเป็นวัดและศาลเจ้าที่อยู่บนเขาด้านหลังของที่ไปมาเมื่อวาน

 

ตอนเช้าเช็คเอ๊าท์และฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรมเรียบร้อยแล้วก็เดินตาม GPS ไปยังวัดต้าจื้อ Dazhi Temple ที่อยู่ไม่ไกลซึ่งเดินไม่นานก็ถึงวัดแล้ว วัดแห่งนี้เป็นวัดจริงๆ ไม่ใช่ฉากหรือโรงถ่ายที่เขาจัดขึ้นมาเพื่อถ่ายทำภาพยนตร์หรือละคร

 

 

 

วัดต้าจื้อเป็นวัดขนาดไม่ใหญ่ที่อยู่ในเขตชุมชนและเป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งภายในวัดร่มรื่นตามสไตล์วัดในประเทศจีนที่จะมีต้นใหญ่และอยู่เต็มพื้นที่ อีกทั้งรูปแบบสถาปัตยกรรมของอาคารด้านในก็สวยงามรวมไปถึงพระพุทธรูป พระประธานขนาดใหญ่แต่ไม่สามารถถ่ายรูปมาให้ได้ชมกันเพราะมีพระคอยนั่งห้ามถ่ายรูปอยู่

 

 

 

 

 

 

รูปสลักเจ้าแม่กวนอิมขนาดใหญ่ที่อยู่ด้านหลังพระประธานของวัดที่มีขนาดใหญ่สูงกว่า 10 เมตร แต่ถ่ายรูปมาให้ดูไม่ได้เพราะมีพระนั่งบอกว่าห้ามถ่ายรูปอยู่ตลอดเวลาจึงได้แต่เข้าไปกราบและชื่นชมความงามใกล้ๆ เท่านั้น พอเดินมาทางด้านหลังวัดยังมีรูปสลักนูนต่ำที่เล่าเรื่องราวของพระพุทธเจ้าด้วยศิลปกรรมแบบจีนซึ่งดูแล้วแปลกตาดีเพราะพวกเราไม่คุ้นเคยพระพุทธเจ้าที่ออกทางจีนแบบนี้

 

 

วัดต้าจื้อเป็นวัดที่อยู่บนเนินโดยจากประตูทางเข้าเข้าไปด้านในนั้นต้องเดินขึ้นตลอดเวลาเป็นขั้นๆ ไป แต่เป็นการเดินขึ้นที่ไม่สูงมากนัก วัดนี้ไม่มีนักท่องเที่ยวเลยที่เห็นนี่มีแต่คนแถวนี้ที่เข้ามาไหว้พระหรือสวดมนต์ นักท่องเที่ยวก็จะมีแต่เป็นกลุ่มเล็กๆ ที่มากันเอง 2 – 3 คนเท่านั้นเป็นวัดที่สงบมากๆ

 

 

ด้านในวัดมีบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่มีทางเดินซิกแซกแบบในรูปให้ได้เดินเล่นด้วย แม้ว่าน้ำจะดูสีแปลกๆ แต่มีปลาคราฟขนาดใหญ่ว่ายไปมาไม่น้อยเลยเดินออกจากวัดมาประมาณ 11 โมงได้อากาศร้อนมากแดดเปรี้ยงเลย แต่พอเข้าร่มก็เย็นๆ นะ วันนี้อุณหภูมิน่าจะประมาณ 20 ปลายๆ พวกเราสองคนเดินไปถามเจ้าหน้าที่ว่าป้ายรถเมล์ที่จะไป Rocky Grottos หรือ屏岩洞府 ผิงเหยียนต้งฟู่แต่สุดท้ายแล้วขึ้นแท็กซี่มา 20 หยวนสบายใจกว่ากันเยอะเลยเพื่อทำเวลา

 

 

คนขับพามาจอดที่สถานีรถเคเบิ้ลขึ้นเขาเลยเงียบมากไม่มีคนเลย มีแค่พวกเรา 2 คนที่เป็นนักท่องเที่ยวแต่กระเช้าก็ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ

 

 

แผนผังแสดงสถานที่ต่างๆ ด้านบนเขา แค่ยืนมองก็คงได้แล้วว่าพวกเราคงเดินได้ไม่ทั่วเพราะเวลามีจำกัดต้องรีบกลับลงมาเอากระเป๋าที่โรงแรม ขึ้นรถไปที่เมืองอี้อู จากนั้นต่อรถไฟความเร็วสูงไปเซี่ยงไฮ้ต่ออีกทีตอนนี้ก็เที่ยงแล้ว

 

 

กระเช้าที่เห็นจะไม่มีการจอดคนจะขึ้นต้องไปยืนรอในจุดที่พนักงานพาไปเท่านั้นจากนั้นเมื่อกระเช้ามาถึงก็ต้องรับขึ้นทันทีที่พนักงานเปิดประตูให้เมื่อขึ้นไปได้แล้วพนักงานจะรีบปิดประตูทันที กระเช้าเป็นแบบที่นั่งได้ 4 คนมีที่นั่ง 2 ฝั่ง แต่พวกเรานั่งกันสองคนเท่านั้น เพราะไม่มีคนเลย ตอนแรกก็ยังตื่นเต้นกับวิวทิวทัศน์ด้านบนที่สามารถมองเห็น Ming Qing Gong Yuan ได้เต็มๆ จากมุมสูง และการสังเกตว่ากระเช้าที่ลงมาจากด้านบนมีคนนั่งลงหรือเปล่า ซึ่งก็มีหลายกระเช้าที่มีคนนั่งลงมา แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็นกระเช้าเปล่าๆ

 

แต่พอนานไปๆ ก็ร้อนเพราะกระเช้าไม่สามารถเปิดกระจกหรือแง้มอะไรเพื่อระบายอากาศได้เลย ตอนที่พวกเราไปกันก็เที่ยงกว่าๆ แดดกำลังแรงเลย แต่ไม่คิดว่าเลยแดดในช่วงที่อุณหภูมิต่ำกว่า 30 องศาจะทำให้พวกเราร้อนได้ขนาดนี้ ร้อนจนต้องถอดเสื้อกันหนาวออก

 

 

พวกเรามาถึงด้านบนในสภาพเหงื่อเต็มตัวเลย ต้องออกมายืนรับลมด้านนอกกันสักพัก ไม่อยากนึกสภาพว่าถ้ามาตอนหน้าร้อนนี่จะร้อนขนาดไหน เดินออกจากสถานีมาก็เจอกับบันไดหลายสิบขั้นอยู่ ด้านบนซุ้มประตูเป็นศาลเทียนซือ

 

 

 

จากนั้นก็เดินผ่านประตูนี้เข้าไปด้านในที่มีร้านขายอาหาร กับร้านขายของเล็กๆ ที่ดูหงอยๆ คนขายก็ง่วงเหงาหาวนอนกันหมด เพราะพวกเรา 2 คนดูแล้วคงไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของพวกเขามั้ง มองๆ แต่ไม่ได้สนใจอะไร พวกเราด็เดินนขึ้นบันได้ต่อไปเหมือนกัน

 

 

San Ceng Yan หรือซันเฉิงเหยียน ไม่รู้มีความหมายถึงเทพองค์ไหนเหมือนกัน แต่ถ้าแปลตามอักษรก็แปลได้ว่า หินสามชั้น แต่เราสองคนก็หยุดไหว้นะครับ หยอดเงินทำบุญด้วยเพื่อความสบายใจจากนั้นก็เดินต่อมาเรื่อยๆ จนมาเจอกับ 8 เซียนที่ตั้งอยู่ข้างๆ ทางเดินเลียบหน้าผาแบบในรูปด้านล่างเลย

 

 

พวกหุ่นของเทพเจ้าต่างๆ ของที่นี่ดูแล้วค่อนข้างขัดแย้งกับบรรยากาศซะจริงๆ เลย ทางเดินบางช่วงต้องเดินก้มๆ เพราะว่ามีชะง่อนผายื่นออกมาด้านบน และต้องเดินก้มอย่างระมัดระวังด้วยเพราะว่าหินเหนือหัวเรานั้นก็ไม่ได้เรียบเลย ยกหัวขึ้นโดนมีเลือดไหลแน่นอน

 

 

วิวด้านบนนี่สวยงามและลมดีมากโดยเฉพาะตรงจุดนี้ แต่เสียเวลาชื่นชมนานไม่ได้ต้องรีบเดินต่อไป พวกเราสองคนเดินตามทางเดินเลียบหน้าผาไปเรื่อยๆ เพราะมองไปอีกทางก็ยังเห็นมีอาคารอยู่เรียงรายอีก 2 – 3 อาคารเหนือหน้าผา

 

 

 

เมื่อมองย้อนกลับไปทางเดินที่พวกเราเดินผ่านมาก็จะเห็นว่ามีทางเดินบางช่วงสร้างยื่นออกมาจากหน้าผามีเสาค้ำอยู่ด้านล่าง และบางช่วงที่มีน้ำไหลหรือมีความเสี่ยงว่าอาจจะเกิดหินหล่นลงมาด้านล่างก็จะมีหลังคาคลุมให้ไม่งั้นเดี๋ยวเกิดเรื่องใหญ่ ด้านบนนี้ลมค่อนข้างแรงช่วยบรรเทาความร้อนจากการนั่งอบในกระเช้าขึ้นมาไปได้พอสมควร

 

 

Ming Qing Gong Yuan จากมุมสูงจะเห็นได้ว่าใหญ่โตมโหฬารมากๆ พวกเราเดินกันเมื่อวานน่าจะหลายกิโลเมตรเลย เห็นแล้วรู้เลยว่าเขาสร้างขึ้นมาได้เทียบเท่าของจริงที่ปักกิ่งจริงๆ

 

 

3 เทพเจ้าในศาลอีกหลัง ด้านข้างมีพระจีนตั้งโต๊ะเพื่อดูดวงด้วย แต่พวกเราขอผ่านไปก่อนละกัน พวกเราเดินออกจากอาคารนี้ไปก็มองไม่เห็นอาคารใดๆ ในสายตาอีกแล้ว มีแต่ทางเดินขึ้นเขาไปด้านบนเท่านั้น แต่พวกเราเลือกที่จะเดินกลับดีกว่า เพราะไม่รู้ว่าต้องเดินไปอีกไกลแค่ไหน

 

 

เราสองคนเดินมานั่งพักตรงนี้เพื่อชมวิว รับลมเย็นๆ กันก่อนที่จะต้องลงไปอบในกระเช้าตอนขาลงอีก แต่สุดท้ายก็ต้องลงอยู่ดีเพราะเดินเท้าลงไปก็คงไม่ไหว พวกเราลงมาถึงด้านล่างแล้วนั่งรอรถประจำทางที่วิ่งวนให้บริการในเหิงเตี้ยน

 

 

พวกเราขึ้นไปนั่งแบบมึนๆ เพราะไม่รู้ว่าเส้นทาง ไม่รู้ว่ารถจะวิ่งไปทางไหน ผ่านอะไรบ้าง ได้แต่นั่งดูสอข้างทางกับแผนที่ในโทรศัพท์ไปเรื่อยๆ จนรถมาถึงวัดต้าจื้อที่ไปมาเมื่อเช้าจึงขอลงและเดินกลับมาที่โรงแรม แต่ก่อนจะเข้าไปเอากระเป๋าขอไปเติมพลังงานก่อนเพราะวันนี้ทานแต่ข้าวเช้าเพียงอย่างเดียว  พวกเราเลือกฝากท้องที่ร้านข้าวที่คุ้นเคยเพื่อเป็นการอำลาเหิงเตี้ยน

 

 

มื้อนี้จัดเต็ม กับข้าว 5 อย่าง ข้าวเปล่า 2 ถ้วยอิ่มเลย นั่งกินกันแบบที่คนจีนที่เข้ามามองกันทุกคนเลย แต่พนักงานในร้านไม่ได้งงอะไรเพราะเขารู้ว่าเราว่าไม่ใช่คนจีน เพราะคนจีนโดยส่วนใหญ่จะสั่งกับข้าวกัน 1 – 2 อย่างต่อ 2 คนเท่านั้นเอง เพราะอย่างที่เห็นว่าพนักงานขายตักกับข้าวให้ล้นเลยแบบที่เห็นนั่นแหละ แต่สุดท้ายพวกเราคนไทยก็ไม่ทำให้เสียของครับเก็บเรียบและจากมาแบบมีพุงกันทั้งสองคน

 

 

 

มารอขึ้นรถที่สถานีรถโดยสารเพื่อไปยังสถานีรถไฟความเร็วสูงที่เมืองอี้อู แต่ปรากฏว่าตั๋วรถไฟความเร็วสูงไปเซี่ยงไฮ้เต็มหมดเลย แม้ว่าพวกเราจะขอซื้อตั๋วชั้น 1 ก็ตาม ตั๋วรถไฟรอบเร็วที่สุดที่มีคือรอบ 20:43 น. และเป็นที่นั่งคนละตู้กันอีกต่างหาก พวกเราจำใจต้องซื้อตั๋วรถไฟรอบนี้เพราะจองที่พักที่เซี่ยงไฮ้ไปแล้วอีกทั้งไม่อยากเสียเวลาในการเที่ยวเซี่ยงไฮ้ไปอีก

 

 

ได้ตั๋วแล้วก็มาหาที่นั่งรอกันก่อนเพราะตอนนี้เพิ่งจะห้าโมงเย็นเองอีก 3 ชั่วโมงกว่าๆ นั่นแหละ พวกเราเลือกหาที่นั่งตรงด้านหน้าเกทที่พวกเราต้องออกไปขึ้นรถไฟเพื่อจะได้ไม่ต้องเดินไกล ที่นั่งก็หาไม่ยากเพราะคนที่นั่งรอจะลุกเมื่อรถไฟมา ดังนั้นแค่ไปยืนรอสักพักก็จะมีที่นั่ง เพราะรถไฟมาถี่มากไม่ถึง 10 นาทีมีรถเข้าสถานีมากกว่า 1 ขบวนเพราะมีเกทมากกว่า 10 เกท พอได้ที่นั่งแล้วก็ลองเดินหากาแฟ ขนม มากินเล่นฆ่าเวลา และนั่งเล่นโทรศัพท์กันไป สถานีรถไฟความเร็วสูงของเมืองอี้อูนี่ใหญ่มาก

 

 

เมื่อได้เวลาเจ้าหน้าที่จะประกาศบอกว่ารถขบวนหมายเลขที่เท่าไหร่จะไปไหนกำลังจะเทียบชานชาลา แน่นอนว่าประกาศเป็นภาษาจีนครับ ต้องตั้งใจฟังกันเลยทีเดียว แต่ดูที่จอ LED ด้านบนเกทได้เพราะง่ายกว่ามีบอกทั้งหมายเลขขบวนรถ เวลาที่รถจะออก จุดหมายปลายทาง แต่เป็นภาษาจีนหมดอีกแหละ เมืองอี้อูเป็นเมืองที่มีแหล่งขายสินค้าราคาถูก ดังนั้น จึงมีชาวต่างชาติทั้งเอเชียแบบพวกเรา แอฟริกา ยุโรป เดินกันให้ขวักไขว่ในสถานี และที่น่าสนใจคือ พวกเขาเหล่านี้น่าจะสื่อสารภาษาจีนได้แน่นอน ไม่อย่างนั้นแค่เรื่องซื้อตั๋วรถไฟก็เหนื่อยละ

 

ผมเลือกที่จะเอากระเป๋า 2 ใบเก็บที่เก็บกระเป๋าแล้วยืนเตร็ดเตร่อยู่แถวนั้น แทนที่จะไปนั่งที่นั่งของผมเอง เพราะห่วงแฟนกับกระเป๋า แต่ก็มีคนจีนจำนวนไม่น้อยที่เลือกที่จะยืนแบบผมแต่เมื่อผ่านมาได้ประมาณครึ่งทาง แฟนผมก็โทรมาเรียกให้ไปนั่งด้วยเพราะที่นั่งข้างๆว่างแล้ว และรถออกจากสถานีแล้วแสดงว่าช่วงระหว่างสถานีที่ผ่านมาถึงสถานีต่อไปไม่มีคนขึ้น คนจีนหลายคนที่ยืนอยู่กับผมก็เดินไปหาที่นั่งกันหมด แต่พอถึงสถานีต่อไป ผมและคนจีนกลุ่มนี้ก็ลุกไปยืนรอที่เดิมเพื่อให้คนที่ซื้อตั๋วแล้วระบุเลขที่นั่งมาแล้วมานั่ง ตอนแรกผมก็สงสัยนะว่าทำไมคนจีนพวกนี้ไม่นั่งเดินไปเดินมา ยืนจับคู่คุยกันหน้าห้องน้ำ เดินหาที่นั่งบ้างบางช่วงเวลา แต่มารู้ทีหลังจากเพื่อนผมว่ารถไฟความเร็วสูงจีนมีตั๋วยืนด้วย

 

รถไฟมาถึงสถานีเซี่ยงไฮ้หงเฉียวก็สี่ทุ่มกว่าๆ พวกเรารีบเดินมาต่อรถไฟใต้ดินเพื่อเข้าเมืองและไปที่พักทันทีแต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ทัน เพราะช่วงที่ต้องเปลี่ยนขบวนที่สถานี People’s Square เพราะต้องเดินไกลมากในการเปลี่ยนเส้นทาง พวกเรากึ่งเดินกึ่งวิ่งเข็นกระเป๋ามากับคนจีนอีกหลายคน แต่ปรากฏว่าลงมาที่ชานชาลาทันเห็นว่ารถไฟเพิ่งออกไปพอดี ได้แต่เดินกลับขึ้นมาเพื่อต่อแท็กซี่ไปโรงแรมที่พักแทน แต่ก็ยังดีที่อีกแค่ 3 สถานีก็ถึงโรงแรมแล้ว ถึงที่พักก็รีบอาบน้ำนอนกันเลยเพราะเหนื่อยมากทั้งเดินขึ้นเขา นั่งกระเช้าร้อนๆ รอขึ้นรถไฟเกือบ 4 ชั่วโมง ยืนบนรถไฟความเร็วสูงอีก รีบเดินต่อรถไฟฟ้าอีก ตอนนี้ขอจบที่ตรงนี้นะครับ ขอบคุณครับ





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน