• liminghui
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-01
  • จำนวนเรื่อง : 106
  • จำนวนผู้ชม : 95669
  • ส่ง msg :
  • โหวต 50 คน
บันทึกการท่องเที่ยว
บันทึกการท่องเที่ยวที่ผ่านมาในชีวิตของเราสองคน
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/liminghui
วันอังคาร ที่ 4 มิถุนายน 2562
Posted by liminghui , ผู้อ่าน : 318 , 09:00:48 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตอนที่ 6

 

เช้าวันแรกในเซี่ยงไฮ้ขอประเดิมด้วยทริปเบาๆ กับการไปไหว้พระที่วัดจิ้งอัน และเดินเล่นดูของที่ยู่หยวนจากนั้นปิดท้ายวันที่เดอะบันด์ อาหารเช้าพวกเราเลือกรับประทานที่โรงแรมเลยสะดวกและมีให้เลือกเพียบ แต่ที่น่าเบื่อคือคนเยอะมากเต็มไปหมด อาจจะเป็นเพราะว่าพวกเราเลือกแบรนด์อินเตอร์ฯ ดังนั้น ทั้งฝรั่ง แขกอินเดีย จีน เต็มไปหมดเลย ห้องอาหารมี 2 ห้องยังไม่พอนั่งกันเลย ต้องมีการนั่งจองคิวกันก่อนไม่งั้นอด

 

 

สภาพอากาศวันนี้ค่อนข้างครึ้มๆ ลมแรงอุณหภูมิอยู่ที่ 10 ต้นๆ เท่านั้น ต้องใส่เสื้อกันหนาวออกไปเดินกันวันนี้ พวกเราจะไปวัดจิ้งอัน Jing An Temple กันเป็นที่แรกเอาฤกษ์เอาชัยกันก่อน หลังจากท้องอิ่มแล้วก็เดินออกจากโรงแรมไปสถานีรถไฟใต้ดินขนาดใหญ่ที่สถานี Shang Hai Huo Che Zhan ซึ่งเป็นสถานีรถไฟใต้ดินร่วมที่มีรถไฟใต้ดินผ่านถึง 3 เส้นทางเดินเปลี่ยนเส้นทางกันวุ่นวายน่าดู พวกเราเลือกนั่งสาย 4 ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟใต้ดินที่วิ่งเป็นวงกลมแล้วไปต่อเส้นทางหมายเลข 7 เพื่อไปสถานีวัดจิ้งอัน หรือ Jing An Temple

 

การกดซื้อตั๋วที่ตู้อัตโนมัติในสถานีรถไฟใต้ดินต่างๆ ก็ไม่ยากมีปุ่มเปลี่ยนเป็นภาษาอังกฤษให้ด้วย แค่เลือกจุดหมายปลายทางเท่านั้น เดี๋ยวเครื่องจะบอกเองว่าค่าโดยสารเท่าไหร่ ซึ่งค่าโดยสารของรถไฟใต้ดินในประเทศจีนนี่ถูกมากครับ อย่างพวกเราไป 5 สถานีเปลี่ยนเส้นทาง 1 ครั้ง เสียค่าบริการคนละ 3 หยวนหรือไม่เกิน 15 บาทไทยเอง แต่ต้องจำให้ได้ว่าต้องเปลี่ยนขบวนที่สถานีอะไร และต้องไปสายอะไรต่อ และที่สำคัญคือต้องไปทางทิศทางไหน และต้องเดินกันไม่น้อยเพราะสถานีรถไฟใต้ดินของจีนไม่ว่าจะเมืองไหนๆ ก็ใหญ่โตมโหฬารเหมือนกันหมด

 

 

สภาพภายในขบวนรถก็ไม่ต่างในกรุงเทพมหานครเท่าใดนัก เพราะเราก็ใช้รถที่ประกอบในประเทศจีนเหมือนกัน แอร์เย็นดี ถ้าเป็นชั่วโมงเร่งด่วนในตอนเช้าและเย็นคนก็จะแน่นหน่อย (จริงๆ ไม่หน่อยหรอก แน่นมากเลย) ขบวนรถไฟที่นี่ยาวมากมากกว่า 4 ตู้แน่นอน

 

 

เมื่อมาถึงสถานีวัดจิ้งอันก็ยังงงกันอยู่ด้านล่างเพราะไม่รู้ว่าต้องขึ้นทางออกไหน ต้องเดินหาป้ายบอกทางและขึ้นให้ถูกเพราะถ้าผิดอาจจะต้องเดินกลับมาเป็นกิโลเมตรเลยทีเดียว วัดจิ้งอันมีความเป็นมายาวนานตั้งแต่สมัยสามก๊กโน่นเลยก็ประมาณพ.ศ.323 วัดนี้เป็นสถานที่สำคัญของเซี่ยงไฮ้ด้านในมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ เจ้าแม่กวนอิม และเทพต่างๆ มากมาย ที่สำคัญวัดนี้ยังทันสมัยด้วยตู้จำหน่ายธูปเทียนที่ใช้ QR Code ในการจ่ายเงิน ดีว่ามี WeChat Pay ไม่งั้นคงได้จุดธุปเทียนไหว้พระแน่นอน

 

 

 

เสร็จกระบวนการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และดินชมวัดต่างๆ แล้วก็ออกเดินทางไปยังจุดหมายต่อไป แต่ระหว่างที่เดินไปสถานีรถไฟใต้ดินได้ยินเสียงทำนองเพลงไทยดังมากเหมือนมาจากวงดนตรีที่เล่นข้างถนนยังไงยังงั้น จึงชวนกันเดินไปตามเสียงเพลงจนแน่ใจว่าเป็นทำนองเพลง “อยากร้องดังดัง” ของปาล์มมี่เพียงแต่เนื้อร้องเป็นภาษาจีน และเมื่อเดินข้ามถนนมาก็พบกับวงดนตรีนี้

 

 

พวกเขาจบเพลงของปาล์มมี่พอดี พวกเรายืนรอจนเขาเล่นเพลงใหม่ซึ่งพอเป็นทำนองเพลงที่ไม่คุ้นหู พวกเราเลยขอตัวไปต่อดีกว่า

 

 

 

พวกเราตั้งใจไปเดินเล่นแถวๆ ตลาดเก่าร้อยปีหรือเฉิงหวงเมี่ยวเพื่อเดินเล่นดูของกันก่อนรอบหนึ่ง แต่พอไปถึงไม่นานฟ้าครึ้มแบบว่าฝนตกแน่ๆ พวกเราเลยรีบเดินเข้าแมคโดนัลด์แถวนั้นก่อน เข้าไปหลบฝนตั้งนานกว่าที่ทั้งลมและฝนจะสงบ เมื่อเดนออกมาจากร้านก็เป็นเวลาบ่ายกว่าๆ เกือบบ่ายสองโมงแล้ว พวกเราเลยเลือกที่จะกลับไปโรงแรมก่อนเพื่อหลีกฝนที่มีทีท่าจะตกอีกรอบหนึ่ง

 

เวลาประมาณ 17:30 นาฬิกาพวกเราจึงออกจากโรงแรมอีกครั้งเพื่อไปเดินเล่นที่ถนนหนานจิงตะวันออก และต่อไปยังไว่ทันเพื่อชมสีสันของตึกเก่าแถวริมแม่น้ำหวงผู่ ที่คนเรียกกันติดปากว่า “เดอะบันด์” คราวนี้พวกเราเลือกลงที่สถานีรถไฟใต้ดิน People’s Square ของสาย 1 เพราะไม่ต้องเปลี่ยนเส้นทางและต้องการเดินตั้งแต่ต้นถนนเข้าไปเลย (ฟิตมาก)

 

 

ถนนเส้นนี้เป็นถนนคนเดินบางส่วนและมีคนเยอะทั้งคนจีนที่เป็นคนเซี่ยงไฮ้ คนจีนที่เป็นนักท่องเที่ยว และชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานหรือมาเที่ยวในเซี่ยงไฮ้เรียกได้ว่าคนที่มีเซี่ยงไฮ้เกือบทุกคนต้องมาที่นี่เพื่อสัมผัสบรรยากาศแบบเจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้ในอดีตกัน แต่ตอนนี้ไม่เหลือเค้าเดิมแล้วมีแต่ร้านค้าแบรนด์เนมและโรงแรม

 

 

มีรถรางขนาดเล็กให้บริการคนที่ไม่อยากเดินจากจุดนี้ไปริมแน่น้ำหวงผู่ด้วย แต่พวกเราสายแข็งแรงอยู่แล้วจึงเลือกที่จะเดินไปแทน

 

 

ค่ำคืนนี้ท้องฟ้ามืดครึ้มเพราะมีฝนตกมาก่อนหน้านี้ทำให้เห็นบรรยากาศแสงสีของอาคารสูงในฝั่งผู่ซีได้แบบมัวๆ แบบในภาพด้านบนพวกเราจึงเลือกที่จะเดินตามถนนจงซันเพื่อชมอาคารเก่าแก่ต่างๆ ที่อยู่ริมถนนแทน

 

 

อาคาร The Gutzlaff Signal Tower หอสีขาวแดงที่สร้างขึ้นมาใหม่ในปีค.ศ.1907 เพื่อทดแทนอาคารเดิมที่เป็นไม้ เป็นหอที่ใช่ส่งรายงานสภาพอากาศ

 

 

อาคาร Three on The Bund สร้างตั้งแต่ปีค.ศ.1916 ว่ากันว่าเป็นตึกแรกในเซี่ยงไฮ้ที่ใช้โครงสร้างเหล็ก

 

 

อาคารที่ปัจจุบันเป็นธนาคารกรุงเทพสร้างตั้งแต่ปีค.ศ.1906

 

 

อาคารที่เป็นที่ทำการของบริษัท China Merchants Group สร้างตั้งแต่ปีค.ศ.1901

 

 

อาคารสำนักงานของ China Merchants Bank และ AIA

 

 

อาคาร The Swatch Art Peace Hotel เป็นทั้งโรงแรมและร้านค้าขายนาฬิกาโดยเฉพาะแบรนด์ Swatch ตามชื่อโรงแรม

 

 

จริงๆ แล้วมีอีกหลายอาคารหรือจะบอกว่าทุกอาคารบนถนนนี้น่าสนใจหมดเลยครับ แต่ขอลงแค่บางอาคารพอนะครับ พวกเราเดินจนสุดทางแล้วเดินย้อนกลับมาทางถนน East Nanjing อีกครั้งเพื่อลงรถไฟใต้ดินกลับโรงแรมโดยคราวนี้เลือกลงที่สถานี East Nanjing Road เพราะไม่อยากเดินกลับที่ต้นถนนอีกแล้วเมื่อยมาก และพวกเราไม่ได้ขึ้นรถไฟเพื่อลอดใต้แม่น้ำไปอีกฝั่งหนึ่ง แต่ตอนที่เดินกลับมาที่สถานีรถไฟ East Nanjing Road มีเดินเข้าศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าที่อยู่สองข้างทางบ้าง ซึ่งด้านในนั้นแทบไม่มีคนเดินเลย คนที่เป็นผู้ซื้อ นักท่องเที่ยวแบบพวกเรานะมีแต่คนที่เป็นพนักงานขาย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และทำความสะอาดเท่านั้น อาจจะเพราะคนจีนสมัยนี้นิยมซื้อสินค้าทางออนไลน์เท่านั้น การมาเดินห้างหรือศูนย์การค้าก็เพื่อการจับสัมผัส ดูของจริงหรือดมกลิ่นเท่านั้น แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาเลือกที่จะซื้อของทางออนไลน์มากกว่า

 

สถานีรถไฟใต้ดิน People’s Sqaure ที่คึกคักมากมายตอนเย็นๆ ปรากฏว่าตอนเวลา 3 ทุ่มที่พวกเรากลับมานั้นเงียบเชียบเลย ตอนนี้ขอจบที่ตรงนี้นะครับ ขอบคุณครับ

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน