• นิสิตสุรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : metha_figo@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-30
  • จำนวนเรื่อง : 37
  • จำนวนผู้ชม : 54014
  • ส่ง msg :
  • โหวต 17 คน
เขียนเรื่อยเปื่อย ตามใจนิสิตสุรา
เขี่ยนเรื่อยเปื่อย ทั้งการเมือง กฎหมาย และลิเวอร์พูล
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/liverpudlian
วันจันทร์ ที่ 27 เมษายน 2552
Posted by นิสิตสุรา , ผู้อ่าน : 1004 , 20:43:25 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

4.ยักยอกอำนาจรัฐ (๒)

4.2   โกงธุรกิจดาวเทียม   ธุรกิจดาวเทียมเป็นธุรกิจต้นน้ำที่แม้จะต้องลงทุนสูงจน เงินจมมาก  แต่รายได้ก็ยั่งยืนยาวนาน   การลงทุนจึงต้องค่อยๆ  ขยายเท่าที่จำเป็น  ซึ่งตามแผนการลงทุนในสัญญาสัมปทานที่ชินคอร์ปทำกับรัฐนั้น  ก็ให้ชินแซทลงทุนแต่พอตัวด้วยโครงการไทยคม  1,  2  และ  3  ที่มุ่งให้บริการต่อตลาดในประเทศเป็นสำคัญ  และเงื่อนไขในสัญญาทั้งปวงก็ทำกันในกรอบนี้ทั้งสิ้น

มาในปี   2544   ทักษิณและฝ่ายนำในชินคอร์ปได้ตัดสินใจเปลี่ยนเข็มธุรกิจดาวเทียมไปสู่ตลาด ต่างประเทศ   โดยยอมลงทุนราคาสูงในดาวเทียมไอพีสตาร์ที่มีเทคโนโลยีเท่าระดับสากล  และมีช่องสัญญาณมากเกินความต้องการใช้สอยในประเทศ   เมื่อยิงดาวเทียมนี้แล้วจึงใช้อำนาจรัฐตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุน   ให้สัญญายกเว้นภาษีเงินได้ในตลาดต่างประเทศ   1.6  หมื่นล้านบาทแก่ชินแซท   ครั้นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเพิ่มทุนในสัญญาส่งเสริมการลงทุนก็  ให้กระทรวงไอซีทีแก้สัญญาลดสัดส่วนถือครองหุ้นในชินแซทของชินคอร์ปลง   จาก   51%   เป็น  40%   ทั้งนี้  เพื่อผลักภาระการลงทุนให้ตลาดหลักทรัพย์   เมื่อบิดเบือนอำนาจรัฐจนลุล่วงแล้ว  ก็เป็นงานด้านการตลาดที่ต้องหาลูกค้า มาให้คุ้มทุนให้ได้

ตรงจุดนี้ก็ต้องใช้อำนาจรัฐ   อีกทั้ง   การบีบบังคับให้  ทศท.เช่าใช้ช่องสัญญาณสร้างสถานีเกินความจำเป็น   จน  ทศท.เงินจมเสียหายไปกว่า   1   พันล้านบาท  จนทุกวันนี้  สำหรับตลาดต่างประเทศก็   อาศัยการเจรจาการค้าเสรีบุกเบิกเปิดตลาดให้แก่ชินแซท   ทั้งพม่า,  ลาว,  เขมร,  กัมพูชา,  จีน,  ออสเตรเลีย,  นิวซีแลนด์  ฯลฯ  สิทธิเข้าสู่ตลาดเหล่านี้ล้วนแลกมาด้วยความสูญเสียของเศรษฐกิจการเกษตรของ ไทยทั้งสิ้น

พฤติการณ์ที่น่าเกลียด   โจ่งแจ้งที่สุดก็คือ   การให้รัฐบาลไทยให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่รัฐบาลพม่า   1   พันล้านบาท   เพื่อให้วิสาหกิจพม่า   (ลูกขิ่น  ยุ้นต์   เป็นเจ้าของ)   นำมาซื้ออุปกรณ์สื่อสารดาวเทียมของชินแซท   โดยรัฐบาลไทยต้องนำงบประมาณแผ่นดินมาชดเชยส่วนต่างดออกเบี้ย  ให้แก่ธนาคารส่งเสริมการส่งออกของไทยตลอดอายุสัญญากู้  รวมเป็นเงินหลวงที่ต้องเสียไปกว่า  100  ล้านบาท  การใช้อำนาจรัฐไทย  เงินประชาชนไทยไปบุกเบิกตลาดพม่าให้แก่ธุรกิจดาวเทียมของนายกรัฐมนตรีไทย เช่นนี้  เป็นเรื่องที่น่าขายหน้า  (..เชิญขายหน้าไปคนเดียวเถิด..พ่อคนหน้าบาง)  และ วิพากษ์วิจารณ์กันทั่วไปในวงการทูตว่า  นโยบายเข้าสนิทสนมเป็นมิตรกับพม่าเช่นที่รัฐบาลทักษิณผลักดันจนล้ำเส้นท่าที ของสากลนี้  เป็นนโยบายการค้าหรือนโยบายการทูตกันแน่?

แต่เมื่อความจริงเริ่มคลี่คลายอธิบายได้ว่า  เป็นเพราะความต้องการของลูกชายผู้นำ  รสช.พม่าด้วย   วงการทูตก็เริ่มยอมรับกันต่อไปแล้วว่าไทยเริ่มก้าวหน้าถึงขั้นส่งออกคอรัป ชันได้แล้ว  ทั้งหมดนี้คือความไร้ศักดิ์ศรีในสายตาประชาคมโลกที่นายกฯ  ชินคอร์ปได้มอบให้แก่ประเทศที่ตนยืมมาอาศัยถือกำเนิดเกิดขึ้นมาเท่านั้น  (..ไอ้คนเขียนนี่...มันไม่เข้าใจ  มันไม่ยอมรับโลกาภิวัตน์เลยนี่หว่า)


4.3   โกงธุรกิจที่ดิน   งานที่ควรต้องตรวจสอบให้ทะลุต่อไปก็คือ   การซื้อที่ดินของบริษัท  เอสซี  แอสเสท  จากบริษัท  บริหารสินทรัพย์ไทย  หรือ  บสท. เพราะใน  10  ปีที่ผ่านมาธุรกิจที่นายทุนการเมืองกอบโกยมีกำไรมากที่สุด  ก็คือการทุบราคาซื้อที่ดินของลูกหนี้ที่กองอยู่เต็มธนาคาร  หรือกองทุนต่างๆ  ของรัฐ  การซื้อที่ดินรัชดาฯ  หรือตึกไอเอฟซีที  เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่ทักษิณเลือกซื้อเป็นส่วนตัวเพียงบางแปลง   ยังมีที่ดินใน  บสท.ที่หลุดไปเข้ามือบริษัท  เอสซี  แอสเสท  ของทักษิณในราคาย่อมเยา   โดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้อีกหลายแปลง  ทั้งที่แอบแฝงยัดเงินให้ลูกหนี้ซื้อหนี้กลับไปในราคาถูก   จากนั้นก็ทำเป็นขายที่ดินต่อให้เอสซีในภายหลัง  มีทั้งที่กล้าเข้าเจรจาซื้อที่ดินด้วยตนเองอีก  3  แปลงเป็นอย่างต่ำ

ทั้งหมดนี้ล้วนทำกำไรได้ด้วยอำนาจแฝงของนายกรัฐมนตรีกับเจ้าหน้าที่นายหน้า ใน  บสท.ทั้งสิ้น  และเป็นความผิดตามกฎหมายฐานที่บริษัทนายกฯ  เข้าซื้อที่ดินจากรัฐทั้งสิ้น  หนึ่งแปลงก็หนึ่งกระทง  กระทงหนึ่งก็จำคุก  3  ปี  แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่มีผู้ใดจัดการเลย

อย่างไรก็ดี  กรรมเวรนั้นมีจริง   เพราะในที่สุด  2  สามีภริยานี้กลับไปตายน้ำตื้น  เซ่อไปใช้ชื่อคุณหญิงซื้อที่ดินรัชดาฯ  จากกองทุนฟื้นฟูฯ  ในราคา  772  ล้านบาท  ทั้งๆ  ที่รัฐมีต้นทุนอยู่ที่  2,000  ล้าน  โดยฝ่ายกองทุนมีพฤติการณ์ไม่ชอบมาพากลอย่างยิ่ง  เพราะเมื่อเปิดประกวดราคารอบแรกนั้น  ได้วางราคากลางไว้  800  ล้านบาท  และผู้สู้ราคาต้องวางประกันข้อเสนอ   10  ล้านบาท  ครั้นเมื่อไม่มีผู้เสนอราคาก็ต้องยกเลิกแล้วเปิดประกวดราคาใหม่อีกรอบ  รอบนี้แม้ไม่มีการกำหนดราคากลาง  แต่ก็ควรรักษาประโยชน์ของรัฐ  โดยต้องเปิดให้มีการแข่งขันเข้มๆ  ที่สุด  แต่ฝ่ายกองทุนกลับเพิ่มราคาหลักประกันเป็น  100  ล้านบาท  จนมีผู้สู้ราคาเพียง  3  รายเท่านั้น  จากการสืบทราบของเราเองก็พบว่าเงินวางประกันของคู่แข่งคุณหญิงจำนวน  2  รายนั้น  แท้จริงก็มาจากคุณหญิงนั่นเอง  แต่น่าเสียดายที่  คตส.สอบไปไม่ถึง  จะได้แถมคุกให้คุณหญิงอีกคนหนึ่งด้วยในฐานฮั้วประมูล


4.4   โกงสลากเถื่อน   สลากของกองสลากในยุคทักษิณนั้น   เปรียบเหมือนขนม  2  ถาด   ถาดแรกเป็นสลากกินแบ่งที่รัฐทำตัวเป็นคนกลางแบ่งค่าต๋งเท่านั้น  ถาดที่  2  คือสลากพิเศษ  2  ตัว  3  ตัว  ที่รัฐลดตัวลงมาเป็นเจ้ามือรับแทงหวยด้วยตัวเอง  ถาดนี้  คตส.กำลังฟ้องศาล  และกระทรวงการคลังกำลังทบทวนอยู่

ภาพที่กล่าวนี้เป็นเพียงภาพที่เห็นเท่านั้น   ทุกวันนี้ยังไม่มีใครกล้าพูดความจริงเลย  แท้ที่จริงขนมทั้ง  2  ถาดนี้เป็นขนมชั้น  แต่ละถาดจะมีสลากชั้นที่  2  ซ่อนอยู่อีกชั้นหนึ่ง  เป็นสลากเถื่อนที่ส่งรายได้เป็นเงินติดกระเป๋า   หรือ  Pocket  Money  ของระบอบทักษิณไปแล้วกว่า  1.1  หมื่นล้านบาท

ในถาดสลากกินแบ่งนั้น  จะมีสลากการกุศลที่ออกตามมติ  ครม. ที่ทำเงินมาแล้ว  2  หมื่นล้านบาท  ถูกนำไปใช้บริจาค  (บางส่วน?)  ตามอำเภอใจสร้างทั้งบุญคุณ  หรือหาเสียงทั่วราชอาณาจักร  กว่า  1  หมื่นล้านบาท  โดยไม่มีผู้ใดตรวจสอบ  ครั้นเกิดรัฐประหารแล้ว  นายศุภรัตน์  ควระกุล  ปลัดคลังผู้รู้เห็น  ก็รีบกลบเกลื่อนส่งเข้าคลังนั่งใจเต้น  กลัวใครจะมาตรวจสอบอยู่จนทุกวันนี้

ในถาดหวยบนดินนั้น   มีหลักฐานแน่ชัดแล้วว่า  ตั้งแต่ปี  2548-2549  หนึ่งอาทิตย์ก่อนวันออกหวยบนดิน   จะมีการอ้างว่าหวยไม่พอขาย  แล้วมีคำสั่งให้พิมพ์หวยเพิ่ม  1  ชุด  ในทุกงวด  งวดละ  20  ล้านบาททุกครั้งไป  หวยพิมพ์เพิ่มงวดลึกลับนี้จะไม่รู้จักพิมพ์ให้พอ   พิมพ์เพิ่มแล้วเพิ่มอีกอยู่ได้ทุกงวด  เป็นเวลา  2  ปี  ตรวจสอบแล้ว  หวยเพิ่ม  1  ชุดนี้  ไม่มีการส่งเข้าระบบจำหน่ายที่เป็นทางการของกองสลากเลย   ใครคือยี่ปั๊วพิเศษที่รับหวยก้อนนี้ไปขาย   และส่งรายได้ให้ใคร  ใช่มูลนิธิกองสลาก  ที่  พ.ต.อ.สุรสิทธิ์  สังขพงศ์  ลูกน้องทักษิณยืนกุมเงินอยู่เพียงผู้เดียวหรือไม่   แฟ้มหลายหอบที่นายวราเทพ  รัตนากร  รีบโยกย้ายไปจากห้องรัฐมนตรีเมื่อมีรัฐประหารนั้น  คือแฟ้มบัญชีใช้จ่ายเงินสลากมืดทั้ง  2  ก้อนนี้ใช่ไหม?

ถ้าคดีสลากมืดนี้ถูกเปิดโปงกวาดจับคนที่เอาเงินก้อนนี้ไปใช้เมื่อใด   ก็น่าเชื่อว่านอกจากทักษิณและวราเทพ  แล้วจะมี  ส.ส.ขาใหญ่  ขากลางของไทยรักไทยติดคุกอีกหลายสิบคนทีเดียว   คดีเหล่านี้ถ้ารัฐบาลขิงแก่ตั้งหลักปราบคอรัปชั่นจริงๆ  แล้ว   รัฐมนตรีคลังจะต้องขุดมาฆ่าได้หมดแน่ๆ  แต่กลับไม่ทำอะไรเลยในแทบทุกกระทรวง  ยกเว้นกระทรวงไอซีทีเท่านั้น   การปล่อยให้   คตส.รับงานปราบคอรัปชั่นอยู่ฝ่ายเดียว   ก็คือจุดที่ล้มเหลวที่สุดของการรัฐประหาร  19  กันยาฯ

 

-----------------------------------------------------

กลับหน้าหลักของบทความนี้

ที่มา จากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์นะครับ ...





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
แม่สีไฟ วันที่ : 27/04/2009 เวลา : 20.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ting

ตกข่าวไป 3 ตอน
อ่านไม่ทันค่ะ เลยมาเก็บข้อมูลใส่กรุก่อน

น่าจะเขียนบท ตัดต่อทำสื่อเผยแพร่ให้ชาวบ้าน
ตจว. ดูเข้าใจได้ด้วยนะคะ

อยากรู้จัง มีใครทำมั่ง
จะเป็นคุณกับแผ่นดินมิน้อยเลยจริง ๆ




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]