• คุณPooh
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : liverthaizee@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-29
  • จำนวนเรื่อง : 15
  • จำนวนผู้ชม : 64723
  • ส่ง msg :
  • โหวต 30 คน
เช...ยังไม่ตาย!
เพื่อการเรียนรู้และการศึกษา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/liverthaizee
วันอังคาร ที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552
Posted by คุณPooh , ผู้อ่าน : 3340 , 14:31:26 น.  
หมวด : ส่งการบ้านครู

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา






ปัจจุบันเราได้ยินหรือได้อ่านเกี่ยวกับเรื่องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาบ่อย การพูดกันในเรื่องนี้จะเกี่ยวกับ ภาพยนตร์ เพลง ข้อเขียน โปรแกรมคอมพิวเตอร์ กล่าวคือถือกันว่าการก๊อปปี้หนัง เพลง โปรแกรมคอมพิวเตอร์ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ครองสิทธ์ เป็นการขโมย และดังนั้นเป็นสิ่งผิดในแง่ที่เป็นการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เปรียบได้กับการที่เราขโมยรถยนตร์ โทรทัศน์ เป็นต้น  ความแตกต่างอยู่ที่คำว่า "ทางปัญญา"  ทรัพย์สินทางปัญญาต่างจากทรัพย์สินทั่วไป เช่น วิทยุ หรือ รถยนต์ ตรงที่เป็นของที่จับต้องไม่ได้ จริงอยู่เราจับต้องตลับเทปหรือแผ่นดิสเกตได้ แต่สิ่งที่ถือว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญาคือความคิด ซึ่งเป็นผลผลิตทางปัญญาที่จับต้องไม่ได้ แต่แสดงออกมาในรูปของเสียงเพลงหรืออักขระที่บรรจุอยู่ในเทปหรือหนังสือ การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาคือการนำผลผลิตทางปัญญาของผู้อื่นมาใช้โดยไม่ได้ขออนุญาตจากเจ้าของ หรือไม่ได้จ่ายค่าตอบแทนให้เจ้าของ


สิ่งที่น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งก็คือทรรศนคติที่คนมีเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญา เราจะเห็นว่าการลักขโมยทรัพย์ที่จับต้องได้ เช่น รถยนต์ รองเท้า เป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ทำ และคนทั่วไปจะถือว่า ถ้าทำก็ผิดศีลธรรม แต่การซื้อเทปเพลงหรือหนังเถื่อน หรืออัดเทปเพลงหรือหนังจากต้นฉบับของเพื่อน การก๊อปปี้ซอฟท์แวร์จากคนอื่นมาใช้เอง หรือการไปซื้อซอฟท์แวร์ที่ไม่มีลิขสิทธิ์ เหล่านี้เป็นสิ่งที่คนจำนวนมาก (อย่างน้อยในประเทศเรา) ทำกัน ทั้งที่รู้ว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฏหมาย ถ้าเราถามคนเหล่านี้ หลายคนคงจะตอบว่าไม่รู้สึกว่าได้ทำอะไรผิดในแง่ศีลธรรม เราจะต้องหาคำอธิบายว่า เหตุใดคนจำนวนมากจึงมีทรรศนคติเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาที่ต่างไปจากที่เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิในทรัพย์สินที่จับต้องได้


ผลผลิตทางปัญญานั้น เราสามารถเอาไปใช้ได้โดยไม่ขออนุญาตจากเจ้าของ โดยที่เจ้าของเองยังสามารถใช้ผลผลิตของตนต่อไปได้เหมือนเดิม ถ้าเราแอบก๊อปปี้ซอฟท์แวร์จากคนอื่น คนผู้นั้นก็ยังคงใช็ซอฟท์แวร์นั้นทำงานต่อไปได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าเราขโมยวิทยุของคนอื่น คนผู้นั้นก็จะไม่มีวิทยุฟัง นี่อาจจะอธิบายว่าทำไมคนจำนวนมากจึงก๊อปปี้ซอฟท์แวร์โดยไม่รู้สึกผิด เป็นเพราะไม่รู้สึกว่าทำความเดือดร้อนให้ใคร ไม่ได้ทำให้ใครใช้ซอฟท์แวร์นั้นไม่ได้

กระนั้นก็ดี กฏหมายแทบทุกประเทศปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และเจ้าของผลผลิตทางปัญญาก็อ้างว่า การเอาผลผลิตของตนไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการลักขโมย เป็นสิ่งที่ผิดทั้งทางด้านศีลธรรมและกฏหมาย แต่ข้อสังเกตข้างต้นทำให้น่าคิดว่าการอ้างเช่นนี้มีเหตุผลหรือไม่ เป็นไปได้ว่าการอ้างสิทธิในผลผลิตทางปัญญาอาจทำไม่ได้เหมือนกับการอ้างสิทธิในผลผลิตที่จับต้องได้ นี่เป็นตัวอย่างกรณีที่เทคโนโลยี่คอมพิวเตอร์ทำให้เกิดแง่มุมใหม่ในการคิดเรื่องกรรมสิทธิ์ในผลผลิต

แต่ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจเสียก่อนเกี่ยวกับกลไกที่กฏหมายใช้ในการปกป้องสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา กฏหมายมีวิธีปกป้องทรัพย์สินทางปัญญา ๓ วิธีด้วยกันคือ
      ๑. ความลับทางการค้า (Trade secrets) เช่นข้อมูลต่าง ๆ ของบริษัทเกี่ยวกับกรรมวิธีในการผลิต สินค้าใหม่ที่กำลังจะออก ผู้ใดนำไปเปิดเผย หรือมาขโมยไปย่อมถูกลงโทษ
      ๒. สิทธิบัตร (patents) เมื่อผลผลิตหนึ่งได้รับสิทธิบัตร เจ้าของเป็นผู้เดียวเท่านั้นที่มีสิทธิในการใช้หรือขายความคิดของตน และถ้ามีผู้อื่นคิดอย่างเดียวกันได้ในภายหลัง ถึงจะมิได้ลอกเลียน แต่จะมีสิทธิในความคิดนี้ไม่ได้ สิทธิบัตรมักจะหมดอายุหลังจาก ๑๗ ปี สิ่งที่จะได้สิทธิบัตรต้องเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ จัดอยู่ในประเภทเครื่องจักรหรือกระบวนการในการผลิต และมีประโยชน์
      ๓. ลิขสิทธิ์ (copyrights) เป็นสิทธิในการที่จะตีพิมพ์ หรือแสดงผลงาน หรือแจกจ่ายสำเนาของผลงาน มักจะมีอายุ ๕๐ ปีหลังจากผู้สร้างเสียชีวิตแล้ว ลิขสิทธิ์ใช้ปกป้องงานวรรณกรรม ต่างจาก สิทธิบัตรตรงที่มีข้อยกเว้นให้กับกรณีการใช้บางประเภท เช่นเพื่อการศึกษา และถ้าผู้อื่นมีผลผลิตทางปัญญาอย่างเดียวกันและพิสูจน์ได้ว่าไม่ได้ลอกเลียนมาจากใคร ก็ย่อมได้ลิขสิทธิ์ด้วย

สิทธิบัตรและลิขสิทธิ์ต่างจากความลับทางการค้าตรงที่ ผลผลิตที่ได้รับความคุ้มครองจากกฏหมาย ๒ ประเภทนี้เป็นสิ่งเปิดเผยต่อสาธารณชน เพราะสร้างขึ้นมาเพื่อให้คนทั่วไปใช้ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ได้รับความปกป้องภายใต้กฏหมายลิขสิทธิ์เพราะถูกจัดอยู่ในประเภทเดียวกับวรรณกรรม

บทความ โดย ผศ.อกฤษฏ์   แพทย์น้อย ภาควิชาปรัชญา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
paopaopipal วันที่ : 03/02/2009 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paopaopipal
paopaopipal

มันละเมิดสิทธิ์มนุษย์ชนด้วยเหรอ?

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

คุณให้เงินขอทานเพราะ...อะไร
อยากให้
26 คน
เป็นการทำบุญให้ทาน
57 คน
ลำคาญ
9 คน
ถ้าไม่ให้จะอายคนที่มาด้วยกัน
5 คน
อวดสาว
6 คน

  โหวต 103 คน