*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 802
  • จำนวนผู้ชม : 2400649
  • จำนวนผู้โหวต : 684
  • ส่ง msg :
  • โหวต 684 คน
<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันจันทร์ ที่ 10 พฤศจิกายน 2551
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 804 , 22:41:01 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อปท.ไทยล้ำหน้าหรือตามหลังท้องถิ่นมาเลย์ ? (ตอนที่ ๑)

         

                 ตัวเมืองอำเภอเบตง จังหวัดยะลาถือเป็นดินแดนใต้สุดแดนสยาม เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเทือกเขาสันกะลาคีรี ตัวเมืองตั้งห่างจากด่านพรมแดนไทย-มาเลย์ ประมาณ 7 กิโลเมตร ส่วนฝั่งมาเลเซียก็มีตำบลโกร๊ะ อำเภอฮูลูเปรัค รัฐเปรัค ตั้งห่างจากด่านพรมแดนเพียง 3 กิโลเมตร ทุกๆวันจะมีนักท่องเที่ยวจากฝั่งมาเลเซียจำนวนไม่น้อยข้ามฝั่งเข้ามาเที่ยวยังฝั่งไทย ส่วนฝั่งไทยก็จะมีชาวไทยที่เดินทางไปทำงานเป็นลูกจ้างในสวนยาง ลูกจ้างร้านอาหารต้มยำกุ้ง กรรมกร และซื้อขายสินค้า(ค้านอก)เหมือนชายแดนอื่นๆ

 

            


               ในวันที่ 30 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่ประเทศมาเลเซีย โดยนำทีมงานข้าราชการและลูกจ้างองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งหนึงในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ไปศึกษาดูงานที่ทำการอำเภอฮูลูเปรัค (กริ๊ก)  รัฐเปรัค สหพันธรัฐมาเลเซีย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโลกทัศน์บุคลากร เพื่อสานสัมพันธ์องค์กรท้องถิ่นบ้านพี่เมืองน้อง และเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับรองรับโครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ ไทย-มาเลย์-อินโดนีเซีย โดยในพื้นที่มีเส้นทางเศรษฐกิจ ปีนัง – เบตง – ปัตตานี ตัดผ่านกลางพื้นที่กว่า 22 กิโลเมตร 

           


                สำหรับเส้นทางสู่อำเภอฮูลูเปรัคหรืออำเภอกริ๊กในชื่อเดิมนั้น หากเริ่มต้นเดินทางจากตำบลโกร๊ะ ไปตามถนนเลียบชายแดนในทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ระยะทางประมาณ 47 กิโลเมตร ตลอดการเดินทางจะพบว่า มาเลเซียมีป่าไม้สมบูรณ์มาก สลับกับสวนปาล์ม และสวนยาง ซึ่งได้ทราบจากมัคคุเทศก์ว่า มีคนไทยในจากสามจังหวัดชายแดนใต้จำนวนไม่น้อย ได้เข้ามาเป็นลูกจ้างในสวนยางและสวนปาล์ม 

              


                เดินทางประมาณ 30 นาทีคณะฯก็เดินทางถึงที่ทำการอำเภอฮูลูเปรัค  รัฐเปรัค ก็ได้พบกับคณะฯผู้บริหารของที่ทำการปกครองฯประมาณ 4-5 คนยืนต้อนรับฉันท์มิตร แต่งกายด้วยเสื้อลายบาติคสีสะดุดตา ทีมงานได้เข้าไปกล่าวทักทายสลามฯและสัมผัสมือแบบฉบับอิสลาม  พวกเราเรียงหน้าเข้าไปในสำนักงานที่ดูใหญ่โต เครื่องไม้เครื่องมือที่ทันสมัย ดูสดใสสะอาดตา ซึ่งเป็นสำนักงานที่ดินซึ่งขึ้นในมาเลเซีย สำนักงานที่ขึ้นกับที่ทำการปกครองอำเภอ  พนักงานทุกคนที่เห็นก็แต่งกายเป็นชุดบาติค สีสันสดใสตามแบบฉบับ 

                    


                 การแนะนำตัวด้วยภาษมาลายูกลาง หรือภาษมาเลย์ เข้าใจว่าเป็นการความแสดงถึงการยินดีต้อนรับและจากการเสวนาเบื้องต้นทำให้ทราบว่า ผู้ที่ให้การต้อนรับนั้นคือปลัดอวุโส ปลัดอำเภอ เจ้าหน้าที่และกำนัน  
                 ทีมงานได้รับเชิญไป เดินชมสถานที่ทำงานในส่วนอื่นๆ ไปดูสำนักงานปกครองซึ่งมีห้องทำงานของกำนันด้วย  สำนักงานพัฒนา และก็จบที่ห้องประชุมเพื่อบรรยายสรุป
บรรยากาศในห้องประชุมเป็นกันเองมาก ปลัดอาวุโส ซึ่งรักษาราชการแทนนายอำเภอฯได้บรรยายสรุปในห้องประชุม โดยมีใจความพอสรุปได้ดังนี้
                    1. การปกครองท้องถิ่นของมาเลเซียเหมือนสุขาภิบาลของไทยในอดีตผู้บริหารคือปลัดอวุโส มีผู้ช่วยเป้นปลัดปกครอง ปลัดพัฒนา(เขาเรียกกันว่าบอส) ปลัดป้องกันก็คือกำนันซึ่งมีสำนักงาน มีฐานะเป็นข้าราชการ
                    2. ส่วนที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือสำนักงานที่ดินขึ้นอยู่กับท้องถิ่นและมีการเก็บ ภาษีที่ดินเป็นหน่วยเฮกเตอร์(2.5ไร่) ต่างกับไทยที่เก็บภาษีที่ดินโดยใช้คิดอัตราเป็นต่อไร่ และอัตราภาษีเก็บสูงกว่าไทย  9 เท่า อยู่ที่ ไร่ละ 36 บาทต่อปี ซึ่งของไทยเก็บเพียงไร่ละ 4 บาทต่อปี  ปีที่ผ่านมาเก็บภาษีเองได้ 90 ล้านบาท(ไม่รวมเงินอุดหนุน)
                     3. ในปี พ.ศ. 2551 ที่ทำการปกครองอำเภอฮูลูเปรัคมีงบประมาณในการพัฒนาจำนวน 15 ล้านริงกิตหรือคิดเป็นเงินไทย 150 ล้านบาท
                     4. อำเภอฮูลูเปรัคมีประชากรทั้งสิ้นประมาณ 60,000 คน(เท่ากับอำเภอเบตง) เป็นเชื้อชาติมาเลย์ร้อยละ  70 นอกนั้นเป็นเชื้อชาติจีนกับอินเดีย
                     5. อำเภอฮูลูเปรัคมีแบ่งเป็น 3 ตำบล ในแต่ละตำบลมี 10 หมู่บ้าน และกำลังจัดตั้งหมู่บ้านอดีตพรรคคอมมิวนิสต์จำนวน 10 หมู่บ้าน (เหมือนผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย)
                     6. การเลี้ยงนกกงหัวจุกหรือนกเขาชวา ต้องขึ้นทะเบียนและเสียภาษีที่โดยกรมป่าไม้
                     7. มีทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาเหมือนไทย (นำวิธีการมาจากไทย)
                     8. ไม่มีการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น(ยังไม่กระจายอำนาจระดับรากหญ้า)
                     9. มีการวางผังเมืองที่เข้มงวด โดยชาวมาเลย์จะมีอสิทธิมากกว่าชาวเชื้อสายอื่นๆ
                    10. มีโรงเรียนของรัฐกว่า 107 แห่ง แยกเป็นโรงเรียนสอนศาสนาจำนวน 41 แห่ง
                    11. อัตราค่าเงินเดือนมากกว่าไทย 3 เท่า (กำนันเดือนละ 18,000 บาท)
  เมื่อผมได้ฟังการบรรยายสรุปแล้วจึงถึงบางอ้อว่าทำไม มาเลเซียถึงได้พัฒนาแซงหน้าเราไปทั้งที่ 20 ปี ก่อน ยังตามหลังเราอยู่เลย ทำไม ?

                    คณะของมาเลย์เลี้ยงอาหารเที่ยงเราฉันท์ญาติมิตรก่อนที่เราจะมุ่งหน้าไปยังรัฐปาหัง เพื่อทำภาระกิจต่อไป........

              


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
www.pierra-vejjabul.com วันที่ : 10/11/2008 เวลา : 23.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vejjabul

รับรู้ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ธาตุดินน้ำลมไฟ วันที่ : 10/11/2008 เวลา : 23.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/omikami

ขอเชิญร่วมกันถ่ายทอดความรู้..ให้น้องๆ ระดับมัธยมปลาย ในการสอบ GATและ PAT

http://www.niets.or.th/

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน