*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 803
  • จำนวนผู้ชม : 2502856
  • จำนวนผู้โหวต : 689
  • ส่ง msg :
  • โหวต 689 คน
<< เมษายน 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน 2552
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 5107 , 18:44:28 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                        อินโดนีเซียฯ  ตอน ๒ เหยียบดินแดนชนบาต็อค         

     

บ้านเรือนเป็นเอกลักษณ์ของชนบาต๊อค  

                                                                                 

               หลังจากที่คณะฯดำเนินการผ่านกระบวนการต่างๆจนขึ้นไปนั้งบนเครื่องของสายการบินแอร์เชีย ราคาประมานคนละ 2,400 บาท สภาพก็ตามราคา เพียงอึดใจ ไม่เกิน 40 นาที เราก็ถึงสนามบินโนโปเลียของเมดาลแล้ว และเมื่อไปถึงสนามบินเมดาล ซึ่งเมื่อสังเกตโดยสายตา ก็ต้องยอมรับว่า สนามบินนานาชาติของรัฐปีนังฝั่งของประเทศมาเลเซียนั้นสะดวกสบายกว่ามากกว่ากันเยอะเลย สนามบินโนโปเลียดูเก่าแก่กว่าสถานีรถไฟหัวลำโพงเมืองไทยบ้านเราเสียอีก ตรงบูทที่นั้งของเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง มี 3 ช่อง และเหมือนบันลังค์ผู้พิพากษาหรือโปเดียมทำนองนั้น  


วุ่นดีจังที่สนามบินปีนัง

 

สนามบิน โปโตเลีย เมดาน อินโดนีเซีย

 

 บริเวณหน้าสนามบินโนโปเลียที่เมดาน อินโดนีเซีย  

 

          ขนของขึ้นรถบัส

 

สมาชิก อบต.งง กับ เด็กๆ

                               

                    คณะฯเราเดินกันเป็นแถวตอน ผ่านประตูทางออก ขณะเดินไปขึ้นรถบัส เด็กๆอินโดนีเซียทั้งชายและหญิง 4-5 คน อายุระหว่าง 8-12 ปี เดินตามเพื่อขอบริจาค เพื่อเรี่ยไรเอาเงินไปทำอะไรซักอย่าง ลักษณะเหมือนขอทาน มันคงเป็นเรื่องปกติของที่นี่ ใกล้เคียงฝั่งพม่าหรือกัมพูชา เห็นแล้วสามารถวิเคราะห์ถึงสภาพเศรษฐกิจ การเมือง และสังคมของที่นี่ได้พอสมควร


                   เมื่อทุกคนขึ้นรถกันครบถ้วนแล้ว ไก๊ด์ของเราและไก๊ด์มาเลย์ก็ได้แนะนำไก๊ด์อินโดนีเซีย ไก๊ด์ที่ไม่สามารถพูดภาษาไทย และอังกฤษได้ ทำเอาสมาชิกคณะฯเราใบ้รับประทานไปพักใหญ่ แล้วรถบัสก็นำพวกเรานั่งรถวนไปตามรอบเมืองเมืองเมดาล ซึ่งสภาพถนนค่อนข้างจะคับแคบ ตึกรามบ้านช่องส่วนใหญ่ดูเก่าๆและแออัด แนวรั้วหรือกำแพงสูงกว่า 2 เมตร กันแทบทุกหลัง ใกล้เคียงกำแพงเรือนจำบ้านเราทีเดียว

 


 

 

สภาพบ้านเรือนเมืองที่เคยเป็นอนานิคมตะวันตก

        

อันนี้เท่ห์มาก

 

     

ดูดีแต่ไม่ถูกคอ 

                         

            หลังจากนั้นไก๊ด์ก็พาคณะฯไปรับประทานอาหารเย็นในภัตรคารแห่งหนึ่ง การตกแต่งภัตรคารก็ดูดีสะอาด  มีสำรับอาหารจัดเรียงบนโต๊ะอาหารพร้อมสรรพ ตามแบบฉบับภัตรคารสากลทั่วไป หน้าตาอาหารก็ดูดีน่ารับประทาน ไก่กอแระ ชิ้นเนื้อแกงคั่ว แกงเหลืองไข่ กระหล่าปลีซอยราดน้ำแกงกระหรี่ ปลาดุกทอด และที่แปลกแหวกแนว คือ ซุปเนื้อใส่กะทิ  ส่วนรสชาติก็พอใช้ได้ แต่จะเทียบกับรสชาติอาหารที่ถูกคอเหมือนบ้าน คงไม่ได้ ซึ่งก็ทำเอาคณะฯเราส่วนใหญ่พอใจได้ระดับหนึ่ง ระหว่างนั้น สมาชิกคณะฯส่วนหนึ่งกระซิบบอกว่า ที่นี่บุหรี่นอกถูกกว่าบ้านเราครึ่งต่อครึ่ง !! (บุหรี่เป็นอันตรายต่อสุขภาพต่อผู้สูบและคนรอบข้าง)

 

 

 

 

สิ่งก่อสร้างสวยงาม มีทุกแยกเต็มไปหมด


                   หลังจากรับประทานมื้อเย็นเรียบร้อย คณะฯก็ออกเดินทางไปยังทะเลสาบโตบาทันที ทะเลสาบที่อยู่ห่างไปทางทิศใต้ของเมืองเมดาล เป็นระยะทางประมาณ 170 กิโลเมตร ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ออกเดินทาง นับตั้งแต่ภัตรคารที่เมืองเมดาน เราผ่านเส้นทางหลวงของเกาะสุมาตรเหนือ ที่คับแคบ มีแค่ ๒ เลน แถมไม่มีเกาะกลางและทางเท้า ตลอดเส้นทางการจารจรก็แออัดไปด้วยรถบรรทุกสิบล้อ ที่วิ่งเร็วมาก เวลาสวนทางกันก็จะบีบแตรดังลั่น เป็นเรื่องปกติ เป็นวิถีที่นี่ ไม่มีการโกรธเคืองกันแต่อย่างใด โดยเฉพาะรถนบัสำเที่ยว บีบแตรได้ตลอดเวลา ไม่ต้องกลัวใครจะตำหนิ หรือไม่ต้องแคร์ว่าผู้โดยสารจะรำคาญหรือไม่*+*

           

                               

 คนเร่ร่อนมีให้เห็นอยู่ไม่น้อย


                    ส่วนสภาพบ้านเรือนตลอดเส้นทางก็สร้างชิดติดกันเป็นพรืด ลักษณะเป็นบ้านไม้เก่าๆรูปแบบสถาปัตรตะวันตก เหมือนประเทศอดีตอานานิคมชาติตะวันตกโดยทั่วไป ที่น่าสนใจ คือ มีโบรสถ์คริสต์กับมัสยิดสร้างติดๆกันสลับกันไปตลอดเส้นทาง 



             

                   ในด้านการรักษาความสะอาดคงไม่ค่อยเข้มงวดเท่าไหร่นัก เศษขยะ เปลือกพลาสติก กระดาษหีบห่อ ฝุ่นละอองฟุ้ง กระจุยกระจายตลอดสองข้างทาง ร้านสะดวกซื้อไม่ค่อยเห็น แต่ร้านขายโทรศัพย์มือถือมีอยู่ทั่วตลอดเส้นทาง เรากำลังท่องเมืองเก่าที่กำลังตกอยู่ในภาวะทดถอย ผู้คนดูหนาแน่น หน้าตาดุดัน เหมือนไม่ค่อยจะเป็นมิตรกับอาคันตุกะเท่าไหร่นัก 

 

 

 

 

 

 

มัสยิด 200 ปี

 

 

 

 

 

                   ด้านอาคารส่วนราชการต่างๆ สีสันก็ค่อนข้างเก่า โรงเรียนไม่มากตามริมถนนเหมือนบ้านเรา ป้อมสตำรวจขนาดเล็กๆเหมือนป้อมยาม มีตำรวจเพียง 3-4 คน เห็นบ้างประปราย โดยระหว่างเดินทางเราเห็นตำรวจจราจรตั้งด่านลอย ไก๊ด์บอก เงินเดือนเขาน้อยมา การเก็บส่วยจากรถบรรทุกจึงโจ่งแจ้งและน่าเกลียด น่าจะหนักกว่าบ้านเรา              

 

                       

            

 

 การเกษตรพืชเมืองหนาวเพราะตั้งที่สูงและดินดีจากเถ้าภูเขาไฟ

           

 

ชาวพื้นเมืองนิยมสร้างสุสานในที่ดินเพราะป้องกันการเวนคืน 

   
                  เวลาผ่านไปประมาณชั่วโมงกว่าๆ เรารู้สึกว่า สภาพอากาศ สิ่งแวดล้อมก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป จากที่ชุมชนหนาแน่น ก็เริ่มเบาบาง ข้างทางเริ่มกลายเป็นสวนยางพาราสลับกับสวนปาล์ม ถนนหนทางเริ่มชั้นขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั้งรถบัสก็ได้หยุดแวะร้านจำหน่ายของฝาก ของที่ระลึก ซึ่งเจ้าของเป็นชาวจีนฮกเกี้ยน โดยการจัดข้าวของในร้าน มิดชิด เพื่อป้องกันการลักขโมย ดุเข้มงวดมาก ไม่เหมือนร้านสะดวกซื้อในบ้านเรา ที่ดูโปร่งสบายๆ ที่นี่ของทุกอย่างอยู่ในตู้กระจกที่จัดแนวยาวในลักษณะเคาเตอร์ หรือตู้กระจกแสดงสินค้าเครื่องสำอาง แม้สินค้าของขายจะเป็นขนมขบเคี้ยวเหมือนร้านสะดวกซื้อทั่วไป เวลาต้องการอะไรก็ชี้เอา โดยเจ้าของร้านจะเปิดตู้หยิบให้ ด้านกำแพงก็ล้อมบริเวณที่สูงกว่า ๒ เมตร เหมือนจะเป็นป้อมปราการ ตอนที่รถบัสของเราผ่านเข้าไป เจ้าหน้าที่ รปภ.หรือยามจะปิดประตูทันที เหมือนอยู่ในภาวะสงคราม ซึ่งเขาบอกว่า ที่นี่คนจีนไม่มาก การจี้ปล้นเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทุกคนจึงต้องช่วยตัวเอง โดยการวางระบบ รปภ.เท่าที่จะสามารถทำได้
 


       

 

 ภูเขาไฟดูสวยงามเมื่อยามสงบ


                  แล้วเราก็ผ่านมาถึงเขตเมืองปาราปัต อันเป็นเขตที่ตั้งของทะเลสาบโตบา เรารู้สึกได้ว่ารถบัสกำลังไต่ลัดเลาะตามเส้นทางบนเทือกเขาที่ใหญ่และยาวมาก ข้างทางก็จะเป็นป่าสนที่ดูเก่าแก่ ดูลึกลับดึกดำบรรพ์ ตลอดเส้นทางคตเคี้ยวและแคบถึงขนาด บางช่วง รถสวนทางกันไม่ได้ แต่แม้จะดูน่าหวาดเสียวก็มีรถวิ่งสวนทางและขึ้นแซงตลอดเวลา

                  กว่า 4 ชั่วโมงผ่านไป นับจากสนามบินโนโปเลีย ทุกคนเริ่มเหนื่อยล้าและอ่อนเพลีย ใจคงอยากไปถึงให้ไวที่สุด จนกระทั้งเราเห็นแสงไฟระยิบระยับในความมืดมิด ตรงเบื้องล่างของหุบเหว ไก๊ด์บอกมันเป็นแสงจากเรือ และโรงแรมที่พัก รวมถึงรีสอร์ท รอบๆทะเลสาบโตบานั้นเอง

                   ประมาณ 30 นาที โชเฟอร์ก็เหยียบคันเร่งอย่างแรงและเร่งรีบ จนทุกคนรู้สึกหวาดผวา หน้าตาแตกตื่นมาก เพราะอีกด้านของเขาก็คือเหวลึก มืดก็มืด ถนนก็แคบ ทบนรถ ให้ทุกคนปิดปากเงียบกริบ เพราะเครียดกับความเร็วของรถที่ทวีขึ้นทุกวินาที  แต่โชว์เฟอร์ดูร่าเริง หัวเราะร่า.. มันน่าโดนจริงๆ 

 


 

          ทะเลสาบโตบาตั้งอยู่ สูงกว่า 1,700 ม.เหนือระดับน้ำทะเล    

 

 

     

              ในที่สุดเราก็ถึงซะที รถบัสวิ่งผ่านชุมชนเล็กๆ ผ่านหมู่โรงแรม ร้านอาหารเล็กๆหลายแห่ง โตบาก็เหมือนแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆโดยทั่วไป ไม่น่าเชื่อว่าจะมีชุมชนเมืองในหุบเขา รอบทะเลสาบใจกลางกลางป่าบนเขาสูงแบบนี้ ในขณะที่เกิดคำถามในใจอยู่มากมาย รถบัสก็มาถึงโรงแรม  Danau Toba  Cottage พอดี (อ่านต่อตอนที่ 3 ชนเผ่าบาตั๊ค ชนเผ่ากินคน )    


         ที่พักสวยมาก

    น้ำตก Sipiso – Piso สูง 110 ม. จากหน้าผา และตกไปยัง ทะเลสาบโตบา  

 

       

บรรยากาศเหมือนสวิสฯเลยขอซักรูป ครับ!

เอ็นทรี่แนะนำ

อินโดนีเซีย(เผ่ากินคน)ตอน 1

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/03/02/entry-1

อินโดนีเซีย (เผ่ากินคน) ตอน 3

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/06/14/entry-1

อินโดนีเซีย (เผ่ากินคน) ตอน 4

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/08/16/entry-1


      

 

              

 ปรังปรุง 15 ส.ค. 2556


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ศณีรา วันที่ : 11/04/2009 เวลา : 11.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ยินดีครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Maira วันที่ : 11/04/2009 เวลา : 08.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Illusions

ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวดีๆและน่าสนใจนี้นะคะ ..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ศณีรา วันที่ : 11/04/2009 เวลา : 01.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

สวัสดีครับคุณรักพงษ์ : ครับสวยจริงๆ ลึกกว่า 450 ม. น้ำใสปิ๊ง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
รักพงษ์ วันที่ : 11/04/2009 เวลา : 00.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukpong

ทะเลสาบโตบาสวยจริงๆ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน