*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 803
  • จำนวนผู้ชม : 2451542
  • จำนวนผู้โหวต : 687
  • ส่ง msg :
  • โหวต 687 คน
<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม 2552
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 1970 , 01:01:26 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

               

               

         ชาวฮาลาหมู่บ้านสาปสูญตัวจริงเสียงจริง (โพกผ้าขาว)

 

              จนกระทั้งตอนบ่าย มีรายการอภิปรายเรื่อง “ทำไมเยาวชนต้องรู้จักป่าฮาลา” ซึ่งผู้ดำเนินรายการ ก็คือ พี่ย่อง ชุมศักดิ์ นรารัตนวงศ์นั้นเอง โดยมีผู้รับเชิญเป็นผู้ร่วมอภิปรายคือ ชาวบ้านอาวุโส ๓ คน ซึ่งเป็นคนฮาลาตัวจริงเสียงจริง ส่วนผู้ร่วมอภิปรายที่น่าสนใจอีกคนหนึ่งก็ คือ คุณวิฬุร เลี่ยงเจริญวงศ์ อดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา ซึงสัมผัสป่าฮาลา กว่า 30 ปี และนายมนเทียร แตปูซู กำนันตำบลอัยเยอร์เวง กำนัน 5 แหนบทอง ที่เกิดและเติบโตมาในพื้นที่ ตลอดจนได้รับการสืบทอดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ ป่าฮาลา จากบิดา นายมูเซ็ง แตปูซู กำนันคนแรกของตำบลอัยเยอร์เวง โดยมีนายสะอารี ยูโซ๊ะ รองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลอัยเยอร์เวง เป็นล่ามภาษามาลายู

พี่ย่องชุมศักดิ์ นรารัตนวงศ์ในมาดนักวิชาการ

               ตลอดเวลาที่อภิปรายผู้เข้ารับการอบรมได้ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อมีการเล่าถึงความสมบูรณ์ของพืชพันธุ์ และสัตว์ป่า ซึ่งเป็นสิ่งที่เยาวชนไม่เคยสัมผัส และรับรู้อย่างใกล้ชิดมาก่อน ทำให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสานาน จนกระทั่งจบการอภิปราย หลังจากพักเบรคกาแฟ พี่ย่อง และพี่วินจึงได้บรรยายถึงประวัติส่วนตัว หลักการเขียนหนังสือ งานเขียนประเภทต่างๆ และเทคนิคการถ่ายภาพ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่สำหรับเยาวชน และก็เป็นที่สนใจของเจ้าหน้าที่โครงการฯเป็นพิเศษ  

 

รับน้องใหม่ด้วยวินัยฉบับ ตชด.

               เมื่อถึงเวลา ๑๗.๐๐ น. การอบรมในห้องประชุมก็สิ้นสุดลง คณะวิทยากรจาก กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๔๔๕ จึงนำเยาวชนมาฝึกระเบียบ ภาวะผู้นำ บริเวณสนามหญ้ารอบเสาธงชาติใหญ่ที่สุดในประเทศ เพื่อฝึกฝนจิตใจของเยาวชนสำหรับการเตรียมพร้อมในการเข้าค่ายฯต่อไป

               และเมื่อตกเย็น เราก็นำเยาวชนไปพักที่ ที่พักในอาคารโรงยิมหรือศูนย์เยาวชนของเทศบาลเมืองเบตง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณฝั่งแกรน์วิลล์ แหล่งสถานบันเทิงในอำเภอเบตง ซึ่งจำเป็นที่จะต้องจัดเจ้าหน้าที่พี่เลี้ยงคอยควบคุมดูแล โดยทราบที่หลังว่า กว่าเด็กๆจะนอนได้ก็ปาไปเที่ยงคืน เพราะสนุกสนานไปตามประสาเด็กๆ

 

รอติดเครื่องแพด้วยใจจดจ่อ

เบื้องหลังผิวงามของปราณชลี

              วันที่ ๒๐ เมษายน พ.ศ.๒๕๕๒ หลังจากที่เด็กเยาวชนและทีมงานรับประทานเช้าที่ประกอบไปด้วยเครื่องดื่มน้ำชากาแฟ โอวัลติน ข้าวต้มกุ้ง และข้าวเหนียวปิ้ง ในเวลา ๙.๐๐น. ทีมงานก็มอบเสื้อยืดประจำหลักสูตร และคณะก็ออกเดินทางโดยรถยนต์เพื่อไปยังจุดหมายที่ท่าแพหมอวร บ้านตาพะเยาว์ ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จังหวัดยะลา โดยผมได้นำรถยนต์ส่วนตัวพร้อมทีมงานพี่ย่อง ล่วงหน้าไปก่อนเล็กน้อย

สาวๆทีมงาน อบต.อัยเยอร์เวงไปกับเรือหางยาว

               ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง ก็ถึงท่าแพหมอวร  สิ่งที่เราพบคือ สภาพของแพไม่สมบูรณ์นัก เนื่องจากห่างจากการใช้กว่า ๓ ปี โดยเฉพาะบริเวณชั้นบน ที่ครึ่งทำเป็นเฉลียงดาดฟ้าโล่ง เพราะเจ้าของไม่ได้กลางผ้ายางไว้ ปล่อยให้ถูกฝนฉะล้างจนแทบหมดสภาพ และมีอยู่สองล่องไม้ที่ผุ จนอาจเป็นอันตรายได้ หากมีใครเดินย่ำทะลุ  บรรดาพี่เลี้ยงจึงแจ้งให้เยาวชนอยู่ชั้นล่าง ให้มากที่สุด และอุปสรรคที่สำคัญอีกอย่างก็คือ เครื่องยนต์ของแพ ที่เก่ามาก และหยุดใช้งานมากว่า ๓ ปี กว่าจะติดเครื่องได้ก็ทำเอาพวกเราใจหาย เพราะต้องพยายามติดเครื่องเพื่อสต๊าทกว่า ๑๐ ครั้ง สุดท้ายเครื่องติด ทำให้เกิดเสียงเฮจากคณะฯอย่างไม่ได้นัดหมาย

 

 

ฉายแววนักเขียน

 

                  เวลา ๑๑.๓๐ น. แพก็ออกจากท่า พร้อมๆกับเรือหางยาวแบบมีหลังคา ขนาด ๒๐ ที่นั้งอีกลำ ที่ไว้บรรทุกสัมภาระประเภทเสบียงอาหาร น้ำ  เครื่องครัว แม่ครัว และเจ้าหน้าที่อีกประมาณ ๗-๘ คนโดยเรือจะใช้ความเร็วได้ดีกว่า (ประมาณ ๒ ชั่วโมง) ส่วนแพนั้นไม่ต้องพูดถึง ใช้เวลากว่า ๖ ชั่วโมง เรียกว่าชมวิวกันจนอิ่มที่เดียว เพราะระยะทางในการเดินทางในอ่างเก็บน้ำ หรือทะเลสาบนั้นประมาณ ๓๖ กิโลเมตร แต่ส่วนใหญ่ในคณะจะรู้สึกตื่นเต้นไปกับบรรยากาศรอบๆทะเลสาบ เพราะนอกจากน้ำจะเขียวใส แล้ว ป่าไม้ ภูเขาโดยรอบทะเลสาบ ทำให้สดชื่นและตื่นตาเป็นที่สุด

                ภาพของธรรมชาติของป่าที่สมบูรณ์จะยิ่งชัดยิ่งชัดไปเรื่อยๆ แสงจากที่พระอาทิตย์ที่กระทบกับผืนน้ำก็สร้างมุมมองที่แปลกตา ประกอบกับวิถีชีวิตของชาวบ้าน ที่หาปลา ทำเกษตรกรที่พอเห็นประปรายก็สร้างความตื่นตาตื่นใจได้ไม่น้อย ยิ่งเมื่อใกล้ถึงสถานที่เข้าข่าย พวกเราต้องผ่านเกาะกลางน้ำ หมู่บ้านจุฬาภรณ์ ๗ และจุฬาภรณ์ ๙ หมู่บ้านประวัติศาสตร์ของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย ซึ่งปกติจะมีการแวะขึ้นเยี่ยมเยียน แต่คณะของเราก็งดเว้นไว้ก่อนเพราะเกรงจะค่ำก่อนถึงค่าย

มาดพี่ย่องอาจารย์ฝ่ายบุ๋น

พี่หมวดเป็ด(ตชด.)อาจารย์ฝ่ายบู๊(ฝึกระเบียบวินัย)

                   ทีมงาน ดร.นก โดดหนีแพ ลงเรือ                                

               เมื่อล่องแพมาถึงฐานนางนวล ของหน่วยป้องกันรักษาป่าพระนามาภิไธย หน่วยที่ ๒ พวกเราเริ่มสังเกตเห็นฝูงค้าง ที่ร้องเต้นไปมาบนต้นไม้ใหญ่ที่มองเห็นในระยะไกล เหมือนเป็นการแสดงการต้อนรับของต้นถิ่น ต่ออาคันตุกะผู้มาเยือน และบางคนก็เห็นฝูงนกกระฮังบินอยู่ลิบๆ บางคนเห็นกวางตัวเป็นๆ ทุกคนตื่นเต้นกันใหญ่ แพค่อยเคลื่อนผ่านโค้งกระทิง วังปลาช่อน และโค้งซาไก  คณะเราสามารถล่องแพผ่านมาได้ เพราะขณะนี้น้ำท่วมถึงฐานที่สอง ซึ่งปกติในฤดูน้ำลด จะต้องเดินเท้ากว่า ๕ กิโลเมตร เพื่อขึ้นไปยังฐานที่สอง โดยบริเวณโค้งกระทิงจะเป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี ชุกชุมไปด้วยสัตว์น้อยใหญ่ แล้วที่วังปลาช่อน และโค้งซาไก จะพบฝูงนากขนเลียบวิ่งเล่น อาบแดดบนหาดทรายตลอดทั้งวัน

               จนกระทั้งเวลา ๑๘.๓๐ น. ความมืดมาเยือนเราก็ถึงท่าน้ำของหน่วยป้องกันและรักษาป่าพระนามาภิไธยที่ ๒ เด็กเยาวชนต่างชักไฟฉายขึ้นมาเล่นอย่างสนุกสนาน ฝูงหิ่งห้อยบินต้อนรับทั่วบริเวณ  ทุกคนเก็บสัมภาระลงจากแพเป็นแถวโดยมี  พ.ต.ท. เชษฐวิทย์  นีระฮิง คอยต้อนรับพวกเราอย่างมีไมตรีจิตสิ่งเดียวที่คณะของคิดในขณะนั้น คือ “ ข้าวร้อนๆ” เพราะทันทีที่ย่างก้าวเข้าไปยังบริเวณฐานที่อาคารอเนกประสงค์เล็กๆซึ่งเป็นศูนย์กลางของฐาน พวกเราก็ได้กลิ่นหอมของไข่เจียว กับแกงส้ม ซึ่งมันช่างเป็นตัวเร่งในการขับน้ำย่อยในกระเพาะในท้องที่เหี่ยวแห้งอย่างรุนแรง

            สิ้นสุดการตรวจนับ จำนวนสมาชิกในแต่ละกลุ่มสี( ทีมงานได้จัดแบ่งเยาวชนออกเป็น ๕ สี ) ทุกคนก็เดินเรียงแถวไปรับข้าวราดแกงส้มกุ้ง กับไข่เจียวมาทานท่ามกลางแสงเทียนอย่างเอร็ดอร่อย (ต่อ ตอน 3 )

โปรดอ่านให้ครบ 5 ตอน ก่อนจะสรุปว่าปัญหาสามจังหวัดฯแก้ไขยาก..  ศณีรา

เอ็นทรี่แนะนำ

บันทึกการเดินทาง ป่าฮาลา-บาลา ตอน 1

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/07/30/entry-1

บันทึกการเดินทาง ป่าฮาลา-บาลา ตอน 3

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/07/30/entry-3

บันทึกการเดินทาง ป่าฮาลา-บาลา ตอน 4

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/07/30/entry-4

บันทึกการเดินทาง ป่าฮาลา-บาลา ตอน 5

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/07/30/entry-5

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ปลาวาฬน้อย วันที่ : 09/08/2009 เวลา : 19.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Windows7

มาโหวตให้ครับ
http://www.oknation.net/blog/Windows7

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ศณีรา วันที่ : 31/07/2009 เวลา : 21.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

แถมลูกเนียงนกอีก 2 ฝัก..

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Ch.Minivet วันที่ : 31/07/2009 เวลา : 18.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 

หูยยย .. แกงส้ม กะ ไข่เจียว ..


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ศณีรา วันที่ : 30/07/2009 เวลา : 22.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

สวัสดีครับคุณกู่ : หมู่บ้านจุฬาภรณ์ 7 ครับที่นั้น ทางรถยนต์ไปถึง แต่ไปแพได้อารมณ์กว่าครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
กู่ วันที่ : 30/07/2009 เวลา : 21.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

ดูภาพที่เป็นชุมชน มีควันไฟ
อยากไปจัง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ศณีรา วันที่ : 30/07/2009 เวลา : 21.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

พุงกางเลยครับสำหรับวันนั้น คุณ Bo09

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
bon09 วันที่ : 30/07/2009 เวลา : 14.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

มาตามอ่านต่อค่ะ
ทานแกงส้มไข่เจียวเผื่อด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ศณีรา วันที่ : 30/07/2009 เวลา : 11.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

สวัสดีดีครับ คุณ Supawan : ถ้าช่างภาพมือดีสนใจลงมาเก็บบรรยากาศฮาลา ก็ยินดีครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ศณีรา วันที่ : 30/07/2009 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

คาราวะพี่ย่อง : ทริปหน้าถ้าแจ้งล่วงหน้าอาจจะขึ้น ฮ.เลยพี่

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Supawan วันที่ : 30/07/2009 เวลา : 07.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

อยากไปเดินดูธรรมชาติที่นั่นจังค่ะ ... คราวหน้าชวนด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ปราณชลี วันที่ : 30/07/2009 เวลา : 06.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/narapong-sak
  นัยน์ตา...มีตีน   ในตีน...มีแก่นชีวิต   

มาอ่านงานเขียนดีๆ อีกรอบ
ภาพประกอบสวยๆ นะครับ
โดยเฉพาะภาพเบื้องหลังผิวงามของปราณชลี
จะบอกว่า ทริปพาเด็กเข้าป่าฮาลา-บาลา ครั้งนี้
สุด 'ประทับใจ' เลยครับ
ต้องขอบคุณ อบต.อัยเยอร์เวง และ 'ปลัดหนุ่ม'
ที่ทำให้เกิดโครงการดีๆ เช่นนี้เพื่อแผ่นดิน เพื่อเยาวชน
อรุณสวัสดิ์ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน