*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 803
  • จำนวนผู้ชม : 2451512
  • จำนวนผู้โหวต : 687
  • ส่ง msg :
  • โหวต 687 คน
<< กรกฎาคม 2009 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 30 กรกฎาคม 2552
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 2374 , 22:23:53 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

     

นี่แหละสมพงต้นไม้ยักษ์ 27 คนโอบ         

               จนกระทั่งตี ๒.๐๐ น. เจ้าหน้าที่ ตชด.คนหนึ่ง (คงไม่ใช่คนใต้) ที่คงเข้าเวรหรืออาจนอนไม่หลับ อยู่ๆก็เข้ามาร่วมวงสนทนา โดยทำให้ผู้เฒ่าชาวหมู่บ้านฮาลาหยุดกึก เพราะอาจไม่ค่อยคุ้นชินกับเจ้าหน้าที่ตำรวจฯเท่าใดนัก สุดท้ายวงแตก เราจึงแยกย้ายไปนอนกัน ซึ่งผมกว่าจะหลับได้ก็ปาไปตี ๓ คงเป็นเพราะฤทธิ์กาแฟฯของผู้กองโดยไม่ต้องสงสัย

 

เด็กๆปีนป่ายอย่างสนุกสนาน

 

ธรรมชาติเท่านั้น..ที่ทำได้

 

ผู้เฒ่าฮาลา.. เป็นห่วงเด็กที่มีอาการไข้

                 รุ่งเช้าของวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๒ ผมตื่นค่อนข้างสายกว่าชาวบ้านเขา ประมาณ ๗ โมงเช้า ทราบว่าเด็กๆออกกำลังกายเรียบร้อยแล้ว และกำลังจะทานอาหาร ผมรีบสวมเสื้อชูชีพแล้วโดดลงน้ำเพื่ออาบน้ำในคลองฮาลาอีกรอบหนึ่ง ซึ่งแปลกที่ความกลัวหายไปหมดสิ้น มีแต่ความสดชื่น และเสียงเจี่ยวแจ้วของนกตัวเล็กๆชนิดหนึ่งเต็มสองหู ที่กำลังกินลูกไม้ป่าอย่างไม่สนใจพวกมนุษย์อย่างเราๆ

นั้นแหละผม หลั้งท้ายตลอด

                เมื่ออาบน้ำเสร็จทานข้าวเช้า ผมก็แต่งตัวเพื่อพร้อมกับการเดินป่าตามเป้าหมายโครงการฯที่วางไว้ กางเกงยีนส์ทรงทหาร เสื้อยืดดำ รองท้าบูทยาง โดยเอายางหนังกะติ๊กรัดถุงเท้าเพื่อกันทาก พร้อมกับฉีดไบก็อนจนเหม็นไปทั้งบาง    
 

ยุวช้างเผือกที่รอการส่งเสริมฯ


                วิทยากรแบ่งเด็กเยาวชนออกเป็น ๒ ชุด ชุดแรกก็เป็นพวกตัวโตๆที่สามารถลุยน้ำได้ และชุดหลังที่อาจจะงดลุยน้ำเพราะอาจเป็นอันตราย ซักพักเราก็เห็น เจ้าหน้าที่ ตชด.นำโอรังอัสลี ๒ คนมาแนะนำให้พวกเรารู้จัก โดยคนแก่กว่าชื่อ “ ดิง” และคนอ่อนกว่าชื่อว่า “ใบไผ่” ซึ่งเด็กเยาวชนตื่นเต้นมาก เพราะได้เจอกับโอรังอัสลีตัวเป็นๆ ซึ่งโอรังอัสลีไม่ชอบให้เรียกว่า ซาไก แต่ให้เรียกว่า “อัสรี” ซึ่งแปลว่าชนพื้นเมือง โดยผมสังเกตเห็นว่าที่ข้อมือดิงข้างขวานั้นสวมลิสแบรนด์สีเหลืองอยู่

           

   ผบ.เชษฐวิทย์ลงแรงบรรยายเรื่องป่าฮาลาเอง....

            เมื่อได้เวลาวิทยากรก็มอบหมายภารกิจให้เยาวชนบันทึกสิ่งที่พบเห็นในป่า แล้วส่งวิทยากรเย็นนี้ ซึ่งก็เป็นเป้าหมายหนึ่งของโครงการฯเพื่อฝึกการเขียนสารคดีบันทึกการเดินทางแก่เยาวชน และสร้างจิตสำนึกในการรักษ์ป่าไปในตัว 

 

มันส์..เหนื่อยที่สุดก็ตอนนี้แหละ

                  ทีมวิทยากรแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับป่าฮาลาโดยสังเขป ๙.๐๐ น.จึงนำเยาวชนเข้าทัศนศึกษาป่าตามแผนฯ ผมนั้นจึงเลือกที่จะไปกับชุดแรก โดยเดินติดกับ คุณวิฬุร เลี่ยงเจริญวงศ์ อดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา ที่มีความรู้เรื่องเกี่ยวกับป่าเป็นอย่างดีเพราะอยู่ในป่าลึถึง ๓๐ ปี และผู้เฒ่าชาวหมู่บ้านฮาลาวัย ๘๔ ปี ที่อยู่ในป่าฮาลาจนอายุ ๒๕ ปี ถึงอพยพออกมาอยู่ถนน ๔๑๐ ที่ ม.๓ บ้าน กม.๓๖ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา ซึ่งยังแข็งแรง และแน่นอนย่อมมีความรู้เกี่ยวกับป่าฮาลาเป็นอย่างดี

                   ระหว่างเดินศึกษา พวกเราเดินกันเป็นแถวตอนเรียงหนึ่ง ชุดหนึ่งประมาณ 40 คน โดยระหว่างเดินผมก็ได้พบเห็นได้พบกับต้นไม้สูงใหญ่หลายชนิด  ต้นหวาย เถาวัลย์ยักษ์ ต้นปุด ระหว่างเดินผมได้ถ่ายรูปบ้าง แต่ก็กลัวตกท้ายแถว แล้วไปจะเอ๋กับสัตว์ป่าเข้า จึงรีบเดิน แล้วพบรอยขุดของหมู่ป่า รอยเท้ากวาง เก้ง กระทิง และเสือ กลิ่นสาปสัตว์ยังคงมี กองอึกระทิงกระจายเป็นจุดๆ รอยเท้าซาไกป่า ซากที่พักซาไก  พวกเราไปหยุดที่ต้นสมพง ไม้เนื้ออ่อนที่มีรากใหญ่กว้างขวาง วัดได้กว่า 20 คนโอบ เราพบไม้ตะเคียน ไม้หลุมพอ สมุนไพรหลายชนิดที่ คุณวิฬุร เลี่ยงเจริญวงศ์ อดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาลายา บรรยายจนฟังแถบไม่ทัน นี่แค่เดินลัดเลาะป่าริมคลองฮาลาเพียง ๔ กิโลเมตร ทำไมมันช่างแปลกตา และมีความหลากหลายทางชีวภาพมากขนาดนี้(ผมถามตัวเอง)
                 และที่สำคัญป่าไม้ทำให้เรารู้จักนิสัยคนเป็นอย่างดี เพราะจากที่สังเกต แต่ละคนจะมีคำถามคำตอบไปตามวิธีคิดและประสบการณ์แต่ละคน บ้างก็เห็นไม้เนื้อแข็งแล้วน้ำลายหก เพราะตีเป็นมูลค่าเงินทอง ฟังแล้วหดหู่ใจ บ้างก็สนใจพืชชนิดหว่านหรือไม้ประดับแล้วบอกว่าราคาแพงหายากบ้าง บ้างก็อธิบายถึงสรรพคุณของพืชที่เห็นว่าเป็นสมุนไพรชั้นดีมีประโยชน์ บ้างก็มองหานกตามเสียงที่ได้ยิน บ้างก็พยายามหลบเลี่ยงเพื่อแอบสูบบุหรี่ แต่ส่วนใหญ่มัวแต่ก้มมองเท้าตนเองเพราะกลัวทากเป็นที่สุด และก็มีบ้างที่คอยหลีหญิงตามประสาผู้ชาย  แต่ที่แน่ๆทุกคนต้องปีนป่าย ลอดข้าม ลงน้ำ เห็นโป่งสัตว์ แม้เหงื่อจะแตกแต่ก็มีรอยยิ้ม ส่วนผมโดนทากไปสองตัว แต่ที่เจ็บสุดๆ คือตอนเดินลุยน้ำขากลับ เพราะหน้าแข้ง กระแทกหินหลายครั้ง เพราะในน้ำจะมีก้อนหินใหญ่ขวาง ในช่วงลึกขนาดอก โอ๊ย เจ็บอย่าบอกใครเชียว เรียกว่าเหมือนนักมวยเตะพลาดไปเจอเสาหินเลยที่เดียว

 

กรรเชียงผสมนัวเนีย

                      พวกเราใช้เวลา ๓ ชั่วโมงก็จบกระบวนการ กลับมาสวมชูชีพเล่นน้ำที่ข้างแพอีก ๑ ชั่วโมง ทั้งแก่เด็ก ชายหญิง เล่นกันให้ควัก เหมือนกลับไปเป็นเด็กกันค่อนคณะเลยที่เดียว เยาวชนบางส่วนที่นำกล้องดำน้ำเพื่อยิงปลาก็มี แต่ท้ายสุดก็ถูกวิทยากร(พี่เป็ด)ทำโทษไปตามระเบียบ 

สวนน้ำรึจะสู้คลองฮาลา

                     หลังจากทานข้าวเที่ยง วิทยากรปล่อยเด็กๆตามอัธยาศัย เพื่อให้ไปทำการบ้าน เขียนบันทึกเรื่องราวที่ได้ไปพบประสบในการเดินทัศนศึกษาป่า ซึ่งระหว่างนั้น ทำให้สังเกตได้ว่า กิจกรรมเดินครั้งนี้ มันได้สร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันของเยาวชนอย่างไม่น่าเชื่อ ผมสังเกตเห็นเด็กเยาวชน มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ มีการหยอกล้อ และบางส่วนก็มานั่งอยู่คุยอยู่กับซาไก ที่ยังไม่กลับป่า เพราะรอข้าวสาร น้ำตาลแว่น และยาเส้น ที่ผู้กองให้คนไปซื้อมาฝากเพื่อเป็นน้ำใจที่ออกมาพบปะกับเยาวชน และผมได้ให้ลิสแบรนด์สีเหลืองในข้อมือผมให้ใบไผ่ไป เพราะถูใจที่ “ดิง”หนึ่งในซาไกเข้าใจลิสแบรนด์สีเหลืองมีความหมายว่า “รักในหลวง” และ “ใบไผ่” ก็อยากได้ ผมจึงถอดให้เป็นที่ระลึก ประมาณบ่าย ๓ เมื่อข้าวสาร น้ำตาลแว่น และยาเส้นมาถึง สองหนุ่มซาไกของเรา ก็เดินหันหลังจากไปด้วยรอยยิ้มใสซื่อ กับผ้าเตียวที่มองดูเหมือนกางเกงในจีสตริงที่โชว์แก้มก้นเต็มๆซึ่งผมก็ไม่พลาดที่จะบันทึกภาพไว้เพื่อเป็นที่ระลึก

ความสุขของเขาละ อัสรี..ดิง 

 

มิตรภาพ... แตกต่างแต่ไม่แตกแยก

                      หลังจากนั้นผมจึงทราบว่าพี่ย่องของเรา ไปทำแว่นตาตกน้ำขณะมือทั้งถือกล้อง และโดนน้ำกระแทกใส่ ในช่วงที่ตามไปดูพวกผู้ใหญ่ดำน้ำยิงปลา (ไม่ได้ซักตัว) จนแว่นอันตรธานหายไปกับสายน้ำ ทีมงานช่วยกันงมหาท่ามกลางน้ำเชี่ยว ก็ไร้ผล แต่พี่ย่องก็ไม่เสียดายเพราะถือเป็นโอกาสทิ้งสัญลักษณ์ไว้กลางป่าเพื่อแสดงเป็นหลักฐานการเดินทาง ซึ่งอีก ๑๐๐ ปี อาจมีการค้นพบแว่นตาซึ่งพี่ย่องชุมศักดิ์ นรารัตนวงศ์นักเขียนสารคดียอดเยี่ยมคือเจ้าของนั้นเอง (อ่านต่อตอน 5)

 

ปราณชลีหลังจากแว่นตกน้ำ ก็ใช้วิชา ในตีนมีตา ฮิ..ฮิ

 

โปรดอ่านให้ครบ 5 ตอน ก่อนจะสรุปว่าปัญหาสามจังหวัดฯแก้ไขยาก..  ศณีรา

เอ็นทรี่แนะนำ

บันทึกการเดินทาง ป่าฮาลา ตอน 1

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/07/30/entry-1

บันทึกการเดินทาง ป่าฮาลา ตอน 2

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/07/30/entry-2

บันทึกการเดินทาง ป่าฮาลา ตอน 3

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/07/30/entry-3

บันทึกการเดินทาง ป่าฮาลา ตอน 5

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/07/30/entry-5


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ศณีรา วันที่ : 31/07/2009 เวลา : 21.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

คิดเหมือนกันแดะ..

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Ch.Minivet วันที่ : 31/07/2009 เวลา : 18.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 

เห็นน้ำแล้วอยากลงเดินย้ำอีกครั้ง ..

แป๋มว่า น่าจะเป็นเคล็ดวิชา ตีนมีตา.. มากกว่านะคะ .. ฮ่าๆ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ศณีรา วันที่ : 31/07/2009 เวลา : 15.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ถือว่าชอบแนวฮอลลีวูด ย้อนเหตุการณ์ไปมาครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
bon09 วันที่ : 31/07/2009 เวลา : 15.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

อ่านตอนสุดท้ายไปแล้วคิดในใจเรื่องเกี่ยวกับต้นไม้กับดอกไม้หายไป เลยตามมาอ่านตอนที่ 4

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ศณีรา วันที่ : 30/07/2009 เวลา : 23.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ยินดีครับคุณเอกภาพ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เอกภาพ วันที่ : 30/07/2009 เวลา : 23.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/akapap
เดินทาง บันทึก ตกผลึก และแบ่งปัน

เยาวชน.. ผืนป่าต้นน้ำ.. ธรรมชาติและการอนุรักษ์
เป็นมิติสัมพันธ์อันงดงามในความรู้สึกอย่างยิ่ง..
ชื่นชมในความตั้งใจ และชื่นใจในเจตตนาครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน