*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 803
  • จำนวนผู้ชม : 2515239
  • จำนวนผู้โหวต : 689
  • ส่ง msg :
  • โหวต 689 คน
<< พฤศจิกายน 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันจันทร์ ที่ 16 พฤศจิกายน 2552
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 4186 , 21:04:02 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


วัง Malmoon วังแห่งสุลต่านน้อย

          รุ่งเช้าวันที่สี่ของการดูงาน เวลา ๑๐.๐๐ น. คณะเราเดินทางไปดูงานชมวัง Malmoon วังของสุลต่านองค์น้อยที่ปัจจุบันมีอายุเพียง ๑๑ ขวบ โดยสุลต่านที่อินโดนีเซียนั้น มีฐานะเพียงสัญลักษณ์ เป็นประมุขในงานพิธีต่างๆเท่านั้นเอง มิได้เกี่ยวข้องทางการเมืองการปกครองแต่อย่างใด เพราะในปัจจุบันอินโดนีเซียปกครองโดยระบอบประธานาธิบดี 
          

สวยงามตามแบบฉบับคาบสมุทรมาลายู

           เมื่อเราเดินทางไปถึงวัง เราก็พบพวกพ่อค้าเร่หน้าเดิมที่ไปดักรอขายกันอีกเช่นเคย  อีกทั้งตลอดการเดินทาง เราเริ่มรู้สึกว่ามีเพียงรถบัสท่องเที่ยวของเราเพียงคันเดียว เรายังไม่เจอคณะท่องเที่ยวอื่นๆแต่อย่างใด ซึ่งมันแปลกเพราะเป็นฤดูท่องเที่ยวแท้ๆ

ต้องเดินเท้า ๑๐๐ เมตร

           สภาพของวัง Malmoon นั้น  ตัวอาคารเป็นคอนกรีตกึ่งไม้ ๒ ชั้น สถาปัตยกรรมทรงปั้นหยาผสมตะวันตก ตามแบบฉบับสถาปัตยกรรมบนคาบสมุทรมาลายูที่ผ่านการเป็นอานานิคมของฝรั่ง ซึ่งวัง Malmoon อายุร้อยกว่าปี เพราะก่อสร้างแล้วเสร็จตั้งแต่ 26 สิงหาคม ค.ศ. 1888  สภาพสนามหญ้าไม่ได้รับการตัดแต่ง ดูแลอย่างที่คิด แถมเราเห็นราวตากผ้ายิ่งทำให้ประหลาดใจ นี่มันวังที่ยังมีคนอยู่อาศัยจริงๆ แถมคนที่อยู่ก็ไม่ได้มีระเบียบวิถี ที่ดูเป็นเจ้าหรือสุลต่านแต่อย่างใด  


อายุร้อยกว่าปี

รายนามอดีตสุลต่าน 12 พระองค์

ตรงโคนเสาแรก ของวัง ซ้ายขวาสลัก ภาษาอาหรับและอังกฤษ

บอกถึง วัน เวลา และสมัยสุลต่านผู้สร้าง

           เมื่อพวกเราก้าวเข้าไปยังตัวอาคารของวัง Malmoon ก็มีชายวัยชราออกมาต้อนรับและบรรยายสรุป เล่าความเป็นมาถึงราชวงศ์สุลต่าน ซึ่งสืบทอดมากว่า ๑๒ รุ่น จนกระทั้งสุลต่าน อัซมี่ เปอร์กาสา อลาม อัลฮัจ สุลต่านองค์ก่อนพร้อมภริยาได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องพระที่นั่งตก เมื่อคราวเกิดเหตุการณ์กบฏ แยกดินแดนที่จังหวัดอาเจะ ซึ่งท่านเดินทางไปเพื่อช่วยรัฐบาลแก้ไขสถานการณ์ ทำให้สุลต่านองค์ปัจจุบัน ซึ่งในขณะนั้นอายุเพียง  ๙ ขวบ ต้องขึ้นรับตำแหน่งสุลต่านแห่งวัง Malmoon ตั้งแต่นั้นมา

สุลต่านอัซมี่ เปอร์กาสา อลาม อัลฮัจ สุลต่านองค์ที่ ๑๒

บิดาของสุลต่านองค์น้อย

สุลต่านองค์ปัจจุบันอายุ ๑๑ ขวบแล้ว

          เราฝังบรรยายการเล่าถึงประวัติศาสตร์ตั้งแต่งยุครุ่งเรือง ยุคที่อินโดนีเซียตกเป็นอาณานิคมของพวกดัตช์ ยุคปราบคอมมิวนิสต์ จนกระทั้งถึงยุคปัจจุบันที่อินโดนีเซียเปลี่ยนมาปกครองระบอบประธานาธิบดี สุลต่านก็ยังอยู่ เพียงแต่ไม่มีบทบาททางการเมืองเหมือนในอดีต ภาพถ่ายต่างๆที่ติดผนังแสดงถึงเรื่องราวในอดีตได้ดีนักแล ส่วนที่เปิดให้เข้าชมของวัง Malmoon ก็เป็นเพียงส่วนหน้าของวังฯ ส่วนด้านหลังและชั้นล่าง ก็เป็นที่พักอาศัยของสุลต่านและญาติๆมีเพียงม่านฉากกั้นง่ายๆเท่านั้นเอง 

          

ชักภาพหมู่หน้าวัง

        โดยบริเวณที่แสดงนั้นก็ยังคงมีบัลลังก์ที่ประทับของสุลต่านเวลาว่าความในอดีตของที่ระลึก ของชำร่วยก็มีจำหน่ายโดยตั้งเรียงรายในตู้กระจกเล็กๆ มีสาวน้อยพนักงานขายเพียงหนึ่งคน และคนดูแลอีกหนึ่งคน ผมนั้นซื้อหนังสือประวัติความเป็นมาวัง Malmoon แห่งนี้ ที่พิมพ์เป็นภาษารูมีฉบับบางๆไว้ ๑ เล่ม ราคาก็ประมาณ ๕๐ บาทไทย เพื่อสะสม โดยระหว่างที่เดินชมนั้น หูก็ได้ยินเสียงการอบรมการขายตรงสินค้าอะไรซักอย่างเกี่ยวกันสตรี แว่วผ่านฉากม่านที่ขึงไว้เพื่อเป็นสัดส่วน

แลกเปลี่ยนของที่ระลึก ระหว่างประเทศเชียว

           เราถ่ายรูปหมู่  มอบของที่ระลึก บันทึกภาพบริเวณโดยรอบ  แม้จะอารมณ์ค้างมาจากเหตุการณ์เมื่อคืน แต่ก็รู้สึกดีที่มีโอกาสเยี่ยมชมและรับรู้ความเป็นมาของเรื่องราวในอดีตของวัง Malmoon และประวัติศาสตร์อินโดนีเซีย แม้การตกแต่ง รักษาวังฯจะไม่ได้ดีเด่นเหมือนในประเทศอื่นๆ แต่ก็คงเป็นเหตุผลเฉพาะทางการปกครองของรัฐบาลของเขา                         
                                                                                                              

  


มุมมสบายที่ดูคลาสสิก ของวัง

          เราใช้เวลาเพียง ๑ ชั่วโมงก็กลับออกไปรับประทานอาหารเที่ยงอีกโรงแรมหนึ่ง ซึ่งดูใหญ่โตและอยู่ในย่านธุรกิจ โดยลักษณะอาหารจะหนักไปทางอาหารจีน รับประทานแบบบุฟเฟ่ มีซุปเนื้อกับนกพิราบพัดคะน้าที่รสชาติดีพอสมควร

ด้านหน้าดูโล่ง เพราะง่ายแก่การดูแล

ถัดไปด้าขวา ขาดการดูแล

           หลังจากนั้นด้วยความอึดอัดของชาวคณะฯที่โดนพวกพ่อค้าเร่ตามล่าพวกเราไม่หยุดหย่อน อีกทั้งราคาก็ไม่มีมาตรฐาน เดี๋ยวขึ้น เดี๋ยวลง ทำให้ชาวคณะฯเรียกร้องให้ผมแจ้งกับไกด์ให้พาไปช้อปปิ้งในย่านการค้า ลักษณะตลาดโบ๊เบ๊ หรือประตูน้ำบ้านเราบ้าง ไกด์ก็รับปาก แต่ขอพาไปห้างเครื่องหนังก่อน ซึ่งพวกเราก็ตกลง

ภาพถ่ายอดีตสุลต่านแต่ระรุ่น ดูขลังสำหรับผู้มาเยือน

ยุคหลังๆเริ่มมีภาพถ่าย ช่างเหมือนในหนังมาลายูเก่าๆจริงๆ

ฯพณฯท่านเนรูห์ คานที นายกรัฐมนตรีอินเดียในอดีต

(ช่วงเวลานั้น อินเดียยังใช้ระบอบฯรัฐสภาฯ)

สมัยอนานิคมฯ ชาวดัตช์ปกครองอินโดนีเซีย

           รถบัสนำเราไปที่ห้างเครื่องหนัง ซึ่งอยู่ในย่านคนคริสต์ ระหว่างทางเราก็ผ่านคาราโอเกะนรกที่เรามาเยือนเมื่อคืน แต่กลางวันกลับปิดเงียบ โดยด้านหน้ากลายเป็นตลาดรถมือสองในเวลากลางวัน ที่มีรถยนต์จอดเต็มไปหมด ถ้าไม่สังเกตคงมองไม่ออกว่าเป็นร้านคาราโอเกะ เข้าใจว่าเป็นคาราโอเกะเฉพาะกิจที่เปิดเพื่อเชือดนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ  เพราะจำได้แม่นว่า ตอนเข้าไปนั่งฝุ่นและกลิ่นอับเหมือนไม่มีแขกมาเยือนมานานโข

ลูกหลานขายของที่ระลึกในวัง

เพราะปัจจุบันไม่เก็บค่าธรรมเนียมในการเข้าชม

(นักท่องเที่ยวน้อย)

สินค้าจำหน่ายน่าซื้อราคาถูก

           เมื่อไปถึงห้าง ซึ่งเป็นอาคารใหญ่โตพอสมควร ในห้างเป็นร้านขายเครื่องหนังโดยเฉพาะ ทุกร้านขายรองเท้า และกระเป๋า น่าแปลกเพราะที่นี่ราคาเนื้อวัวแพงมาก แต่ราคาเครื่องหนังกลับถูก หลังจากที่เดินดู คุณภาพ และรูปแบบสู้ของมาเลเซียหรือไทยไม่ได้ จึงไม่กล้าเสี่ยง เพราะเริ่มหวาดหวั่นความจริงใจของคนอินโดฯในเมืองนี้เข้าให้แล้ว เราใช้เวลา ๑ ชั่วโมงก็ออกมาออกันเพื่อรอรถบัส ซึ่งไม่รู้หายไปไหน เข้าใจว่า ต้องการให้เราอยู่ในที่ๆ เขากำหนดให้มากที่สุด เพราะเป้าหมายคือเงินทั้งหมดที่เราแลกมาจากเกาะปีนัง ที่น่าจะเป็นเครือข่ายกันอย่างเป็นกระบวนการ

ส่วนด้านซ้าย พระญาติและสุลต่านยังอาศัยอยู่จริงๆ

มีราวตากผ้า เหมือนบ้านคนทั่วไป

           จนบ่าย ๓ ครึ่ง รถบัสก็แล่นมา เพื่อพาพวกเราไปยังแหล่งชอบปิ้ง กลางเมืองอย่างที่พวกเราเรียกร้อง เมื่อไปถึง พวกเราเดินกันไป ก็เจอกับสายตาจ้องมองตลอดทาง สินค้าของขายที่นี่ราคาถูกมากๆ ส่วนใหญ่จะเป็นผ้าถุง สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม แบบอิสลามมาลายู ราค่าถูกว่าบ้านเรา ๓-๕ เท่า พวกเราเดินกันสนุก เกาะกลุ่มกันไป ๓-๕ คนต่อกลุ่ม บ้างก็แยกเดี๋ยว ชีวิตในเมดาลเพิ่งมีรสชาติก็วันนี้ เพียงแต่เขาให้เวลาเราแค่ ๑ ชั่วโมง สุดท้ายเมื่อเดินออกมาจากตลาด พวกเราก็เจอกองทัพขอทานเด็ก ที่เข้าจับมือฉวยแขวน เข้ามาเดินตามติด หรือวิ่งตามอย่างน่าเกลียดน่ากลัว ซึ่งแปลกที่บ้านนี้เมืองนี้ ปล่อยให้เกิดขึ้นได้อย่างเอิกเริก ผมต้องวิ่งหนีจนเกือบถูกรถชน หลายคนตกใจมาก บ้างก็บอกว่าต้องหนีเข้าไปในร้านขายของ เด็กพวกนี้จะไม่ตามเข้าไป แต่จะเฝ้าวนเวียนอยู่ข้างหน้าร้านเหมือนหมาล่าเนื้อ มันสะท้อนสภาพสังคมอินโดนีเซียได้เป็นอย่างดี 
  

มองจากด้านบน แสดงถึงอิทธิพลสถาปัตยกรรมเปอร์เซีย

           หลังจากนั้นรถบัสก็พาเราไปยังที่พักโรงแรมอีกแห่งหนึ่ง แทนที่จะเป็นโรงแรม  Garuda Plaza Hotel ตามที่ตกลง ก็ทำให้เราถึงบางอ้อ เพราะมีคนในคณะฯของเราได้เข้าไปยังที่ห้องพักของไกด์อินโดฯ สิ่งที่เห็น ก็คือสินค้าต่างๆของพ่อค้าเร่ทุกชนิดที่มีขายทั้งหมดเป็นกุรุสๆ สำหรับยักเยียดขายพวกเราตั้งแต่คณะฯเราเหยียบแผ่นดินของอินโดฯ ซึ่งทำให้เราสรุปได้ว่า “มันทำเป็นกระบวนการ” ตั้งแต่ปีนังยันเมดาล (อ่านต่อฉบับหน้าตอนสุดท้ายบทสรุปการศึกษาดูงานฯ) 

พ่อค้าเร่ พวกนี้แหละ มองเราเป็นเยื่อที่ต้องล่า

ตามทุกฝีก้าว

เพื่อล้วงเงินรูเปียร์ ให้หมดก่อนกลับไทย

เอ็นทรี่แนะนำ

อินโดนีเซีย(เผ่ากินคน)ตอน 1

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/03/02/entry-1

อินโดนีเซีย (เผ่ากินคน) ตอน 2

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/04/10/entry-1

อินโดนีเซีย (เผ่ากินคน) ตอน 3

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/06/14/entry-1

อินโดนีเซีย (สุสานราชาจอมขมังเวทย์) ตอน 4

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/08/16/entry-1

อินโดนีเซีย (บาสตากี ไฮร์แลนด์) ตอน 5

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/09/16/entry-2

อินโดนีเซีย (ผจญแก๊งทรชน) ตอน 6

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/11/04/entry-2

อินโดนีเซีย (ชมวังสุลต่านน้อย) ตอน 7

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/11/16/entry-1

อินโดนีเซีย (เยือนแดนมนุษย์กินคน) ตอนจบ

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2009/12/14/entry-1



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ศณีรา วันที่ : 28/11/2009 เวลา : 22.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 25
สนใจบอกพี่กู่ จะติดต่อไกด์ก๊วนนี้ให้..

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
Cat@ วันที่ : 24/11/2009 เวลา : 02.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ไม่เก็บค่า เข้าชม

แบบนี้ ต้อง มีทุน ดูแล วัง


อ่อนไหว แต่ไม่อ่อนแอ่

มาพร้อมกับ ความคิดถึง

เก็บพักตัว พักใจ

เพืองาน วันเสาร์นี้นะค่ะ

ตอน ..

ข้าวทอดมันเครืองแกง ( Cat@ )

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
กู่ วันที่ : 23/11/2009 เวลา : 23.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/shadowy
 ขอบคุณค่ะสำหรับทุกถ้อยคำแห่งน้ำมิตร ขอบคุณจริงๆ   

น่าสนใจมากค่ะคุณปลัด
โดยเฉพาะเรื่องของไก๊ด์

โห...กระบวนการล้วงกระเป๋า

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
ศณีรา วันที่ : 21/11/2009 เวลา : 23.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 23
ขอบคุณแวะมาชมครับ คุณbon09

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
bon09 วันที่ : 21/11/2009 เวลา : 09.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

แวะมาชมค่ะ (จะย้อนกลับไปดูตอนต้นๆด้วยค่ัะ ) ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ศณีรา วันที่ : 20/11/2009 เวลา : 00.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 21
สวัสดีครับ ท่านนายยั้งคิด ที่เขียนใกล้ๆเพราะมีโอกาสไปครับ อีกทั้งอาจเป้นประโยชน์บ้างไม่เล็กก็น้อย กับผู้อ่านและหน่วยงานของรัฐ ส่วนที่แถมเล็กน้อย เอาไว้ประกอบการสอนวิชาการเมืองเปรียบเทียบครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 19/11/2009 เวลา : 10.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

คุณศณีราพาตระเวณไปหลายแห่งหน แถวๆคาบสมุทรมลายู น่าสนใจดีครับ เพราะแต่ไหนแต่ไรมีแต่คนเขียนถึงดินแดนไกลโพ้น ที่ใกล้ๆตัวกับประเทศของเราคล้ายจะไม่น่าสนใจจึงไม่มีใครเขียนถึง เข้าใจคุณศณีราคงขุดคุ้ยนำมาเสนออีกมากนะครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ศณีรา วันที่ : 18/11/2009 เวลา : 23.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 17
สู้ต่อไปครับจ่าจินต์

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ศณีรา วันที่ : 18/11/2009 เวลา : 23.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 16
Cat@

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ศณีรา วันที่ : 18/11/2009 เวลา : 23.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 15
ไปแล้วอย่าลืมเล่าสู่กันฟังบ้างครับเกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 18/11/2009 เวลา : 07.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

พีพี..มีมนต์ขลัง..
น้ำตาจ่าหลั่ง..ที่พีพี..

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
Cat@ วันที่ : 18/11/2009 เวลา : 00.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

.................................

ลมหนาว
ฝนตก
คิดถึงวันวาน
สาวน้อย เคยร้องไห้ กับสายฝน

มาวันนี้ เป็นวัย คลาสิก แล้ว ..

จึงขอเชิญ เพือน

มาำทำหน้ากกา ..

หน้ากาก ที่ ใส่กันเล่นๆ เพือศิลปะ

ไม่ใช่ เพือหลอกใคร นะ

หมดแรง หรอกแล้ว

ตอน การทำหน้ากา ภาค 1 ( Cat@ )

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 17/11/2009 เวลา : 22.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

ยังหวัง
จะได้กลับไป
เยือนอีกครั้ง
ครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ศณีรา วันที่ : 17/11/2009 เวลา : 21.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 13
ขอบคุณที่แวะมาเยือนครับ ท่านพันธกานท์

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
พันธกานท์ วันที่ : 17/11/2009 เวลา : 21.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panthakant
สวนอักษร : ธารคำท่ามกลางยุคสมัยฯ  "พันธกานท์ ตฤณราษฎร์" 

อืมมมม-เยี่ยมครับท่าน

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ศณีรา วันที่ : 17/11/2009 เวลา : 19.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 7
สวัสดีครับจ่าจินต์ กลับจากพีพีแล้วรึ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ศณีรา วันที่ : 17/11/2009 เวลา : 19.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 6
ครับผมคุณสายลมที่ผ่านมา

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ศณีรา วันที่ : 17/11/2009 เวลา : 19.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 5
สวัสดีครับแม่แคท

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ศณีรา วันที่ : 17/11/2009 เวลา : 19.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 4
สวัสดีครับคุณ theeratatt

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ศณีรา วันที่ : 17/11/2009 เวลา : 19.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 3
สวัสดีครับครูไทยใจเกินร้อย

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 17/11/2009 เวลา : 15.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

สบายดีนะครับผม.
.จ่าตามมาเที่ยววังครับ..

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 17/11/2009 เวลา : 15.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  


http://www.oknation.net/blog/witita/2009/11/13/entry-1

น่าไปเที่ยวจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Cat@ วันที่ : 17/11/2009 เวลา : 15.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ดูมีเสน่่ห์ไปอีกแบบ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
theeratatt วันที่ : 17/11/2009 เวลา : 10.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebier

ตามมาเที่ยววังสุลตาลด้วยคนครับท่านปลัด

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ครูไทยใจเกินร้อย วันที่ : 16/11/2009 เวลา : 22.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krusak

เรื่องราวต่างแดนน่าสนใจหลากหลายมุมมองครับ
ขอขอบพระคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ศณีรา วันที่ : 16/11/2009 เวลา : 21.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณที่ชอบครับคุณซำมะแจะ แล้วเมื่อไหร่จะบอกรหัสเพื่อผมได้เข้าไปอ่านประวัติศาสตร์ลาวอีกแง่มุมหนึ่งบ้างละครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 16/11/2009 เวลา : 21.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

โห.....


ตอนที่ 7 แล้ววว


แง....

.
.
ขอบคุณค่ะ จะตามอ่านค่ะเพราะชอบ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน