*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 803
  • จำนวนผู้ชม : 2505664
  • จำนวนผู้โหวต : 689
  • ส่ง msg :
  • โหวต 689 คน
<< กรกฎาคม 2010 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันอาทิตย์ ที่ 25 กรกฎาคม 2553
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 1963 , 07:20:41 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

             5เด็กนร.เจ๋ง กวาด 5 เหรียญทองฟิสิกส์โอลิมปิกที่กรุงซาเกรบ ประเทศโครเอเชีย ถือเป็นครั้งแรกที่เยาวชนไทยจากร.ร.เตรียมอุดมศึกษาและมหิดลวิทยานุสรณ์ ยกทีมครองแชมป์ เผยเทคนิคเพียงตั้งใจเรียนในห้อง หมั่นฝึกฝนทำการทดลอง ที่สำคัญต้องค้นหาทำในสิ่งที่ชอบและถนัดความสามารถของเยาวชนไทย...

             ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางพรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เมื่อวันที่ 24 ก.ค.ว่า สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้คัดเลือกและจัดส่งผู้แทนประเทศไทย เข้าร่วมการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ปี 2553 จำนวน 5 คน ณ กรุงซาเกรบ ประเทศโครเอเชีย ระหว่างวันที่ 17-25 ก.ค. ปรากฏว่าผู้แทนประเทศไทยคว้าเหรียญทองมาได้ทุกคน

           นางพรพรรณกล่าวว่า เยาวชนที่เป็นตัวแทนประเทศไทยไปสร้างชื่อบนเวทีแข่งขันทางวิชาการระดับ นานาชาติในครั้งนี้ ประกอบด้วย นายนครินทร์ โลหิตศิริ นักเรียน ชั้น   ม.5 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นายชยากร พงษ์ศิริ นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม นายสิรภัทร จงอร่ามรุ่งเรือง นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม นายอิสระพงศ์ เอกสินชล นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ จ.นครปฐม และนายวีรภัทร พิทยครรชิต โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ทั้ง 5 คน สามารถพิชิตได้ถึง 5 เหรียญทอง ถือเป็นครั้งแรกที่ผู้แทนเยาวชนไทยทุกคนสามารถครองเหรียญทอง ในวิชาฟิสิกส์ที่ถือเป็นวิชาที่ยาก โดยการแข่งขันครั้งนี้มีคณะอาจารย์ที่ร่วมเดินทางประกอบด้วย รศ.สุวรรณ คูสำราญ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบัง เป็นหัวหน้าทีม ผศ.ดร.ปิยพงษ์ สิทธิคง จากมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นรองหัวหน้าทีม ผศ.ดร.รัชภาคย์ จิตต์อารี จากมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นผู้ช่วยหัวหน้าทีม ผศ.ดร.โศจิพงษ์ ฉัตราภรณ์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเป็นผู้ช่วยหัวหน้าทีม และอาจารย์ราม ติวารี จาก สสวท. เป็นผู้จัดการทีม ทั้งนี้ คณะผู้แทนประเทศไทยจะเดินทางกลับถึงประเทศไทยในวันที่ 26 ก.ค. เวลา 14.20 น. เที่ยวบิน OS 025

              ด้านนายนครินทร์ หรือเก่ง 1 ใน 5 คน ที่คว้าเหรียญทอง ให้ความเห็นว่า เรื่องการสอนวิทยาศาสตร์นั้นคุณครูควรสอนเด็กๆให้เข้าใจถึงแก่นและเนื้อหาสา ระนั้นๆ โดยอาจมีการทดลองหรือปรากฏการณ์ที่เห็นได้ทั่วไป หรือน่าตื่นเต้นมากระตุ้นความสนใจเด็กจะทำให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น หรือเปลี่ยนความคิดมาชอบวิทยาศาสตร์ก็ได้ ส่วนเป้าหมายในอนาคตอยากจะทำวิจัยทางด้านฟิสิกส์ และเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย

              ขณะที่นายชยากร หรือตุลย์ กล่าวว่า สนุกกับการเรียนรู้ฟิสิกส์ โดยเฉพาะภาคปฏิบัติเพราะไม่น่าเบื่อ ชอบที่จะทดลองต่างๆ   เมื่อสอบผ่านการคัดเลือกเป็นผู้แทนประเทศไทยครั้งนี้ รู้สึกดีใจมาก และพยายามเตรียมตัวให้พร้อมด้วยการฝึกฝนทำโจทย์บ่อยๆ รวมทั้งเตรียมด้านจิตใจด้วย ส่วนเทคนิคก็เพียงตั้งใจเรียนในห้องเรียนให้ดีที่สุด เวลาว่างก็พักผ่อน ดูโทรทัศน์เหมือนเด็กทั่วๆไป ก่อนไปแข่งขันได้เตรียมใจและฝึกฝนเต็มที่

             ส่วนนายสิรภัทร หรือป้อม เผยว่า ความสำเร็จของรุ่นพี่ๆ เป็นแรงบันดาลใจให้สมัครเข้าโครงการนี้บ้าง และบอกกับตัวเองว่าอยากทำให้ได้ เมื่อผ่านการสอบเข้าสู่ค่ายโอลิมปิกวิชาการทำให้รู้สึกแข็งแกร่งทั้งด้าน สมองและจิตใจ ซึ่งเรียนรู้ฟิสิกส์แล้วรู้สึกสนุก ได้คิดวิเคราะห์ ไม่ต้องท่องจำ วิชาฟิสิกส์เปิดมุมมองโลกทัศน์ทำให้มองสิ่งต่างๆด้วยมุมมองที่เป็น วิทยาศาสตร์ เข้าใจกฎของธรรมชาติมากขึ้น  สามารถนำมาสร้างเทคโนโลยีและวิทยาการใหม่ๆได้

             นายอิสระพงศ์ หรือปริ๊นซ์ ซึ่งปีที่แล้วคว้ารางวัลเหรียญเงินจากการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่าง ประเทศที่เม็กซิโกมาก่อน ให้ความเห็นว่า การจะเรียนให้ได้ดีนั้นที่สำคัญต้องค้นหาตัวเองให้พบว่าชอบหรือถนัดด้านใด มากที่สุด แล้วมุ่งมั่นเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ สำหรับคุณครูก็มีส่วนสำคัญต่อการเรียนรู้ของเด็กมาก ซึ่งอนาคตตั้งใจจะกลับมาเป็นนักวิจัยใช้ความรู้ที่มีรับใช้ชาติ ตอบแทนคุณแผ่นดินเกิด

            สำหรับนายวีรภัทร หรือวี เป็นอีกคนที่ปีที่แล้วคว้าเหรียญเงินจากการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกจาก เม็กซิโกเช่นกัน เผยเคล็ดลับการเรียนว่า ให้ค้นหาความชอบและความฝันของตัวเอง ข้อสำคัญอย่ามัวแต่คิดว่าจะทำ แต่ ขอให้ลงมือทำจริงๆด้วยความตั้งใจ และถ้าผิดพลาดก็ควรปล่อยวางสิ่งที่ผ่านไป เช่น ถ้าผลสอบออกมาไม่ได้ อย่างที่หวังก็ไม่ควรมานั่งเศร้า ส่วนสิ่งที่ยังไม่เกิดก็ไม่ควรกังวลเพราะทำให้เครียดเปล่าๆ สำหรับอนาคตตั้งเป้าหมายเป็นอาจารย์สอนฟิสิกส์ในมหาวิทยาลัยและทำวิจัยพัฒนา ด้านนี้ไปด้วย: ไทยรัฐออนไลน์

ข้อคิดประจำบล็อก

1.หากคุณเป็นรัฐบาล คุณจะต่อยอดหรือส่งเสริมเด็กเก่งอัฉริยะกลุ่มนี้อย่างไร เพื่อให้เขาสามารถพัฒนาได้ตามศักยภาพ และกลายเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต?

2.ในวันข้างหน้าจะมีมาตรการอย่างไรที่จะ ป้องกันไม่ให้เด็กเก่งๆเหล่านี้ กลับกลายเป็นกลุ่มนักวิชาการสมองไหลไปทำงานรับใช้ต่างประทศ?


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ศณีรา วันที่ : 25/07/2010 เวลา : 11.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 8
ขมวดได้ตรงดีครับ คุณtoondee

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ศณีรา วันที่ : 25/07/2010 เวลา : 11.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 7
ทำต่อไปน๊ะจิ๋ว คนที่มองโลกในแง่บวก และพร้อมทั้งกายและใจ เพื่อให้ส่วนรวมเป็นสุข หายากครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
toondee วันที่ : 25/07/2010 เวลา : 11.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

ต้องชื่นชมเด็กเหล่านี้ ชื่นชมพ่อแม่ครูอาจารย์และผู้เกี่ยวข้องทุกคน ดิฉันจะชื่นชมรัฐบาลที่มีนโยบาย และสามารถบรรลุได้ อยากเห็นเด็กส่วนใหญ่ แก่ง แก้ปัญหาชีวิต สังคม คิดวิเคราะห์เป็น ไม่มัวเมาไปกับตะกอนความคิดของผู้ใหญ่ที่ทรยศชาติบ้านเมือง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ภูพานลานดาว วันที่ : 25/07/2010 เวลา : 11.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phupanlanjai

เห็นด้วยและเห็นด้วยค่ะ
นอกจากค่ายวิชาการที่ต่อยอดทำให้เด็กเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางแล้ว ควรจะมีค่ายที่ชี้ให้เด็กเห็นโครงสร้างทางสังคม วิถีชีวิต วัฒนธรรม เข้าใจปัญหาและค้นหาศักยภาพของตนนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ สร้างจิตสาธารณะร่วมในรากของหัวใจ

เคยไปสอนเด็กกลุ่มนี้ที่เป็นเด็กประถม เราบอกเด็กๆว่า
"ประเทศเรามีคนเก่งมากมาย แต่คนเก่งที่เป็นคนดียังขาดแคลน"

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ศณีรา วันที่ : 25/07/2010 เวลา : 09.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 3
ขอบคุณ คุณ NN1234 ที่ชมและผมว่าเราเชื่อในการพัฒนาประเทศค้วยการศึกษานำหน้าเหมือนกันครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ศณีรา วันที่ : 25/07/2010 เวลา : 09.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 2
เห็นด้วยครับ คุณ Dogstar

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ศณีรา วันที่ : 25/07/2010 เวลา : 09.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 1
ครับเกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
NN1234 วันที่ : 25/07/2010 เวลา : 08.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

ตั้งคำถามต่อยอดข่าวได้ดีเยี่ยม(ไม่ได้ชมพวกกันเองนะครับ)
............................................................
พิจารณาตามแนวโน้ม โดยดูจากสถิติการได้รับเหรียญรางวัลโอลิมปิกวิชาการย้อนหลังไปสักสิบปี
สรุปเบื้องต้นได้ว่า เด็กไทยได้รับเหรียญรางวัลเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่อายประเทศใดๆ
อาจสรุปได้ว่า ความร้ทางวิชาการ(ที่แข่งขันกัน)ของไทยมีความเข้มข้น และอยู่ในแนวคิดความเป็นวิทยาศาสตร์มากขึ้น(วิชาที่แข่งขันมีทั้ง วิทยาศาสตร์ทุกสาขา คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์)และทุกสาขาก็ประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจมากขึ้นเรื่อยๆ
น่าเชื่อว่าในอนาคตความรู้ทางด้านวิทยาศาตร์ในเมืองไทยจะเข้ามาแทนที่ความเชื่อและความรู้ที่ไม่สามารถอธิบายได้ เช่น ไสยศาสตร์ โหราศาสตร์ การกราบไหว้บูชาบางสิ่งบางอย่าง ความคาดหวังความร่ำรวยจากการแสวงโชค เป็นต้น
จึงเห็นควรส่งเสริมให้ประชาชนได้มีการรร่วมส่งเสริมคงามสามารถของเด็กไทยและรับทราบถึงความสำเร็จ มากกว่าความสนใจในข่าวสาร "ด้านมืดดำ"
.........................................................................
วันนี้ ได้มีการส่งเสริมวิชาการลงมาในระดับภูมิภาคอย่างครอบคลุม มีการคัดเลอกตัวแทนภาคต่างๆ เข้าค่ายวิชาการ และมีการสอบคัดเลือกกันตั้งแ่ต่ชั้น ม.1 - 5 กันแล้ว
มีการการันตีเร่องตำแหน่งงาน อาชีพให้แก่เด็กในระดับหนึ่งแล้ว แต่โดยปกติของเด็กกกลุ่มนี้ซึ่งมีความสามารถการเรียนที่เป็นเลิศอยู่แล้ว
"ความสามารถของเด็กเป็นเครื่องการันตีอยู่ในตัวของเด็กเองอยู่แล้ว"
โอกาสของเด็กที่มีความเป็นเลิศทางวิชาการจึงมีสูงกว่าเด็กทั่วๆ ไป
ปัญหาที่ต้องขบคิดต่อไป คือ ทำอย่างไรที่จะให้เด็กไทยจากภูมิภาคต่างๆ ได้เป็นตัวแทนในระดับประเทศ ให้มีความสามารถทัดเทียมเด็กในเมืองหลวงและบางโรงเรียน
จุดนี้น่าจะเป็นความบกพร่องของ"ระบบการศึกษา"อยู่มาก จึงไม่มีเด็กในระดับภูมิภาคได้เข้าเป็นตัวแทนประเทศ
...................................................
ส่วนเรื่องโอกาสงาน ตามที่ จขบ.ถามนั้น ผมคิดเห็นว่า การส่งเสริมการวิจัยในวิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ ด้วยการเพิ่มงบประมาณ การมีเวทีวิชาการให้นักวิทยาศาสตร์ได้มีการแลกเปลี่ยน ฯลฯ ตลอดจนค่าตอบแทนแก่พวกเขา ก็เป็นหนทางหนึงที่จะป้องกัน"โรคสมองไหล"ได้ครับ
.............................................
ประเด็นของผมคือ "ครอบคลุมอย่างเข้มข้นมากขึ้น"

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Dogstar วันที่ : 25/07/2010 เวลา : 08.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dogstar

รัฐบาลต้องเชิดชูและสนับสนุนทางการศึกษาอย่างแข็งแรง
จนถึงที่สุดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 25/07/2010 เวลา : 07.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

รัฐควรให้การเชิดชูสนับสนุนเป็นแบบอย่างน่ะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน