*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 803
  • จำนวนผู้ชม : 2411246
  • จำนวนผู้โหวต : 685
  • ส่ง msg :
  • โหวต 685 คน
<< ตุลาคม 2010 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันพุธ ที่ 13 ตุลาคม 2553
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 9286 , 10:10:58 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ภาษาไทย , มะอึก และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

เอส.เย.เอมส์ (Captain Samuel   Joseph Bird Ames)

 

              หลวงรัถยาภิบาลบัญชา [1] หรือ กัปตัน เอส.เย.เอมส์ (Captain Samuel      Joseph Bird Ames) (พ.ศ. 2375 - พ.ศ. 2444) ชาวอังกฤษ เกิดที่เมืองเคนต์ เคยเป็นกัปตันเรือสินค้า เดินทางเข้ามาประเทศไทยในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อ พ.ศ. 2396 พร้อมกับภรรยาและบุตรชาย 2 คน

               กัปตัน เอส.เย.เอมส์ รับราชการเมื่อ พ.ศ. 2403 เมื่อมีการจัดตั้งกิจการตำรวจ เรียกว่า กองโปลิศ ทำหน้าที่แทนข้าหลวงกองจับและกองตระเวนซ้ายขวา โดยกัปตัน เอส.เย.เอมส์ เป็นผู้บังคับกองโปลิศคนแรก ตั้งแต่ พ.ศ. 2403 เป็นเวลา 32 ปี จนปลดเกษียณเมื่อ พ.ศ. 2435 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น "หลวงรัฐยาธิบาลบัญชา" ถือศักดินา 600 เมื่อ พ.ศ. 2414

              หลังจากภรรยาชาวอังกฤษของกัปตัน เอส.เย.เอมส์ เสียชีวิตเมื่อ พ.ศ. 2405 ก็ได้แต่งงานใหม่กับหญิงไทยชื่อ นางหยา มีบุตรด้วยกัน 6 คน และเป็นต้นตระกูล "เอมซ์บุตร"

              กัปตัน เอส.เย.เอมส์ เสียชีวิตเมื่อ พ.ศ. 2444 อายุรวม 69 ปี

             

ตำนานตำรวจไทย

พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี

ประวัติศาสตร์ของ "ตำรวจ" ในประเทศไทยนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 4 ยุค

ยุคแรกของกิจการตำรวจ

                มีหลักฐานยืนยันที่แน่ชัดในสมัยอยุธยา แผ่นดินสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราระเบียบการปกครองบ้านเมืองเป็น 4 เหล่า เรียกว่า "จตุสดมภ์" ได้แก่ กรมเวียง กรมวัง กรมคลัง และกรมนา พร้อมทั้งโปรดเกล้าฯให้มีตำรวจด้วย โดยแบ่งเป็น ตำรวจพระนครบาล ตำรวจภูธร โดยขึ้นกับกรมเวียง และตำรวจหลวง ให้ขึ้นกับกรมวัง นอกจากนี้ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการตราศักดินาขจองตำรวจไว้เป็นบรรทัดฐานเช่นเดียวกับข้าราชการฝ่ายอื่น นับเป็นยุคแรกแห่งประวัติศาสตร์กิจการตำรวจไทย

ตำรวจยุคปฏิรูป

                   เป็นยุคที่ 2 ของกิจการตำรวจ ช่วงระหว่าง พ.ศ.2403-2475 เป็นยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลงของประเทศ รวมทั้งการปฏิรูประบบการปกครองของประเทศไทยจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาสู่ระบอบประชาธิปไตย อันเนื่องมาจากการแผ่ขยายอาณาเขตของอารยธรรมตะวันตกในสังคมไทย ทำให้กิจการตำรวจจำเป็นต้องมีการปรับปรุงให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพสังคมในขณะนั้น ต่อมาปี พ.ศ.2405 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการว่าจ้าง กัปตัน เอส.เจ.เบิร์ดเอมส์ (Capt.S.J.Bird Ames) ชาวอังกฤษ จัดตั้งกองตำรวจสำหรับรักษาความสงบเรียบร้อย ภายในเขตนครหลวงตามแบบยุโรปขึ้นเป็นครั้งแรก เรียกว่า "กองโปลิศ" ให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพระนครบาล ต่อมาในรัชสมัยสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการขยายงานตำรวจจากเขตนครหลวงไปสู่ส่วนภูมิภาค โดยจัดตั้งเป็น กรมตำรวจภูธร ขึ้น ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงมหาดไทย เพื่อขยายงานป้องกันและปราบปรามโจรผู้ร้ายตลอดจนรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง ต่อมาได้มีการรวมเป็นกรมเดียวกันในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2458 เรียกว่า "กรมตำรวจภูธรและกรมพลตระเวน" โดยให้ขี้นกับกระทรวงมหาดไทย นับแต่นั้นจึงถึงกันว่า วันที่ 13 ตุลาคม ของทุกปี คือ "วันตำรวจ"


ตำรวจสมัยประชาธิปไตย

                 ยุคที่ 3 ในการเปลี่ยนแปลงกิจการตำรวจไทยนั้น มิได้เปลี่ยนเฉพาะโครงสร้างและหน้าที่ แต่มีการเปลี่ยนชื่อเรียกหน่วยงานควบคู่ไปด้วยอยู่เสมอ ภายหลังจากได้รวมกันเป็น "กรมตำรวจภูธรและพลตระเวน" แล้ว ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น "กรมตำรวจภูธร" จากนั้นในปี พ.ศ. 2475 จึงเป็นเปลี่ยนนามหน่วยเป็น "กรมตำรวจ" กิจการตำรวจยุคที่ 3 นี้ ได้ถือตามประกาศเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การแบ่งส่วนราชการกรมตำรวจ พ.ศ.2475 โดยแบ่งกิจการตำรวจออกเป็น 4 ส่วน คือ ส่วนที่ 1 เป็นหน่วยบริหารงานส่วนกลางและสำนักบริหารของอธิบดีกรมตำรวจ ส่วนที่ 2 คือตำรวจนครบาล ส่วนที่ 3 คือ ตำรวจภูธร ส่วนที่ 4 คือ ตำรวจสันติบาล ซึ่งการแบ่งส่วนราชการและอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ นี้ ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงและแก้ไขอีกหลายครั้ง แต่หลักการใหญ่ก็ยังคงแบ่งงานตำรวจออกเป็น 4 ส่วนเช่นเดิม โดยยึดตามคุณภาพปริมาณของงานที่รับผิดชอบ และความผันแปรของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย จนกระทั่งปี พ.ศ.2541 ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่กับกิจการตำรวจไทย "กรมตำรวจ" ซึ่งเป็นที่รู้จักของคนไทยมา 80 กว่าปี ได้รับการปรับโอนไปเป็น "สำนักงานตำรวจแห่งชาติ" เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2541 ภายใต้การบริหารงานของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจคนสุดท้าย และเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนแรก

" สำนักงานตำรวจแห่งชาติ "ตำรวจยุค 2000

                 ในภาพรวมจะเห็นได้ว่า พัฒนาการของกิจการตำรวจในแต่ละยุคที่ผ่านมานั้น จะเป็นไปในลักษณะที่สอดคล้องเหมาะสมกับกระแสสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ก่อนที่จะเข้าสู่ปี พ.ศ. 2543 (ค.ศ.2000) ประวัติศาสตร์ของกิจการตำรวจก็ปรับเปลี่ยนโฉมครั้งใหม่อีกครั้ง แต่ครั้งนี้ได้ยึดถือตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนมาเป็นหลักในการดำเนินการ ความพยายามในการปรับปรุงโครงสร้างกรมตำรวจนี้มีมาตั้งแต่ พ.ศ.2522 โดยได้มีการพิจารณารูปแบบองค์การตำรวจในหลายรูปแบบ ในที่สุดได้พิจารณาเห็นว่า รูปแบบสำนักงานตำรวจแห่งชาติตามแนวทางของตำรวจญี่ปุ่นมีความสอดคล้องกับประเทศไทย ต่อมาได้มีประกาศ "พระราชกฤษฎีกาโอนกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย ไปจัดตั้งเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2541" มีฐานะเป็นกรม อยู่ในบังคับบัญชาของนายกรัฐมนตรี โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2541 เป็นต้นไป ด้วยเหตุนี้จึงถือว่า วันที่ 17 ตุลาคม ของทุกปี เป็น "วันสถาปนาตำรวจแห่งชาติ"

เพลงนี้ขอมอบแด่ ตำรวจดีๆทั่วประเทศ ขอให้รักษาความดีไว้ตลอดไป

อนุเสาวรีย์วีรบุรุษผู้กล้า จ่าดำ

 
           นับตั้งแต่การจัดตั้งกรมตำรวจ และการรวม กรมตำรวจภูธร และกรมพลตระเวน เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2458

           ได้มีการแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมตำรวจ ตามลำดับดังนี้

             1. กัปตัน เอส.เย.เอมส์ พ.ศ. 2403-2435
             2. พระยาอรรคราชวราทร (ภัสดา บุรณศิริ) พ.ศ. 2435-2440
             3. นาย เอ.เย.ยาดิน พ.ศ. 2440-2447 
             4. มหาอำมาตย์โท อีริกเซ็นต์ เย ลอสัน พ.ศ. 2447-2456
             5. พลตรีพระยาวาสุเทพ พ.ศ. 2456-2458
             6. พล.ท.พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าคำรบ พ.ศ. 2458-2472
             7. พล.ต.ท. พระยาอธิกรณ์ประกาศ (หลุย จาติกวณิช ) พ.ศ. 2472-2475
             8. พ.ต.อ. พระยาบุเรศผดุงกิจ (รวย พรหโมบล ) พ.ศ. 2475-2476
             9. พ.ต.อ. พระยาอนุสรณ์ธุระการ (จ่าง วัจนะพุกกะ ) พ.ศ. 2476-2479
            10. พล.ต.อ. หลวงอดุล อดุลเดชจรัส พ.ศ. 2479-2488 
            11. พล.ต.ท. พระรามอินทรา (ดวง จุลัยยานนท์ ) พ.ศ. 2488-2489
            12. พล.ต.ต. พระพิจารณ์พลกิจ (ยู่เซ็ก ดุละลัมภะ ) พ.ศ. 2489-2490 
            13. พล.ต.อ. หลวงชาติตระการโกศล (เจียม ลิมปิชาติ ) พ.ศ. 2490-2494
            14. พล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ พ.ศ. 2494-2500 
            15. พล.ต.อ.ไสว ไสวแสนยากร พ.ศ. 2500-2502
            16. จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ พ.ศ. 2502-2506
            17. พล.ต.อ. ประเสริฐ รุจิรวงศ์ พ.ศ. 2506-2515
            18. จอมพล ประภาส จารุเสถียร พ.ศ. 2515-2516 
            19. พล.ต.อ. ประจวบ สุนทรางกูร พ.ศ. 2516-2517
            20. พล.ต.อ. พจน์ เภกะนันทน์ พ.ศ. 2517-2518
            21. พล.ต.อ. ศรีสุข มหินทรเทพ พ.ศ. 2518-2518 
            22. พล.ต.อ. มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น พ.ศ. 2519-2524
            23. พล.ต.อ. สุรพล จุลละพราหมณ์ พ.ศ. 2524-2525
            24. พล.ต.อ. ณรงค์ มหานนท์ พ.ศ. 2525-2530
            25. พล.ต.อ. เภา สารสิน พ.ศ. 2530-2532
            26. พล.ต.อ. แสวง ธีระสวัสดิ์ พ.ศ. 2532-2534
            27. พล.ต.อ. สวัสดิ์ อมรวิวัฒน์ พ.ศ. 2534-2536
            28. พล.ต.อ. ประทิน สันติประภพ พ.ศ. 2536-2537
            29. พล.ต.อ. พจน์ บุณยะจินดา พ.ศ. 2537-2539
            30. พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก พ.ศ. 2539 - 16 ต.ค. 2541

      ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

            1. พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก 16 ต.ค. 2541- 2543

            2. พล.ต.อ. พรศักดิ์ ดุรงควิบูลย์ พ.ศ. 2543- 2544

            3. พล.ต.อ. สันต์ ศรุตานนท์ พ.ศ. 2544- 2547

            4. พล.ต.อ. โกวิท วัฒนะ พ.ศ. 2547- 2550

            5. พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส พ.ศ.2550-2551

            6.พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ พ.ศ.2551 - พ.ศ.2552

            7.พลตำรวจเอก วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี พ.ศ.2553- ปัจจุบัน


อ้างอิง

         จากวิกิพีเดีย จากสารานุกรมเสรี

  1. ^ ในคำประกาศแต่งตั้งขุนนางเมื่อ พ.ศ. 2414 สะกดว่า "หลวงรัฐยาธิบาลบัญชา"
  • ธีรบุล จัดตารีส์, พล.ต.ต., โปลิสคนแรกของประเทศไทย, นิตยสารตำรวจ, ตุลาคม พ.ศ. 2509
  • เอนก นาวิกมูล.ลิ้นชักภาพเก่า ประมวลภาพ จากคอลัมน์เปิดกรุภาพเก่าในนิตยสารแพรวรายปักษ์ และคอลัมน์ลิ้นชักภาพเก่าในวิทยาจารย์. กรุงเทพ : สำนักพิมพ์วิญญูชน, พ.ศ. 2550. 392 หน้า. หน้า หน้าที่. ISBN 978-974-94365-2-3



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ศณีรา วันที่ : 14/10/2010 เวลา : 10.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 11-12
ขอบคุณครับที่สนใจ ประวัติศาสตร์ คุณภาษาไทย

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 18.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

โหวตค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ภาษาไทย วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 18.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy


สวัสดีค่ะคุณศณีรา
เข้ามาอ่านประวัติศาสตร์ของตำรวจไทย
ถ้าจำไม่ผิด ดูเหมือนท่านที่เป็นอธิบดีคนแรกนี้ อาจเป็นคนเดียวกับที่ฝึกทหารให้กับสมเด็จพระปิ่นเกล้าฯ ในรัชกาลที่ 4 หรือเปล่าน๊อ (เมื่อคืนนี้ดูรายการทางช่องทีวีไทย-ประวัติร. ๕ มีกล่าวไว้ค่ะ)

ฟังเสียงเพลง ขับร้องอย่างเข้มแข็งแล้ว รู้สึกปลื้มลึก ๆ นะคะ
เสียดายที่ปัจจุบันนี้ วงการตำรวจมีเรื่องมัวหมองมากขึ้น จนบางคนเสนอให้ยุบกรมตำรวจทิ้งด้วยซ้ำซะแล้ว
หากตำรวจไทยทุกท่านมั่นคงให้คำปฏิญาน และไม่ทำเรื่องผิดกฎหมายเสียเอง สังคมไทยคงสุขสงบกว่านี้นะคะ
(ชอบเสียงนักร้องชาย-หญิง ที่นำเพลงมาร์ชนี้จังเลยค่ะ)

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ศณีรา วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 15.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 8
สบายดีครับ คิดถึงบรรยากาศเชียงใหม่ครับ คุณ june13 ช่วยเอามาลงเยอะๆซิครับ กลบกระแสพวกเสื้อแดงบ้าง

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ศณีรา วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 15.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 7
คนไทยควรรู้ครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
june13 วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 15.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/june13

ขอบคุณมากค่ะ สบายดีนะค่ะปลัด

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 15.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

เกร็ด ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ศณีรา วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 3
เป็นเกร็ดความรู้ครับ คุณ Bhirisa_ภิริสา

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ศณีรา วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 11.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 2
ยอดเยี่ยมเลยพีมะอึก ผมชื่นชมตำรวจดีๆครับ เพราะเป็นได้ยากมาก เพราะระบบมันไม่เอื้อครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ศณีรา วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 11.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 1
รู้อดีต เข้าใจปัจจุบัน ก้าวทันอนาคตครับ คุณโอลิมปัส

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 11.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

เพิ่งทราบก็วันนี้...ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
มะอึก วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 10.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

พ่อของผมเป็นตำรวจมาตั้งแต่สมัยตำรวจยุคปฏิรูป

พ่อเล่าให้ฟังว่า
พ่อถูกเกณฑ์เป็นตำรวจ...เหมือนกับการเกณฑ์เป็นทหาร
สมัยนั้น..พล.ท.พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าคำรบ พ.ศ. 2458-2472 (บิดาหม่อมคึกฤทธิ์) เป็นอธิบดีกรมตำรวจ
.
ชุดตำรวจของพ่อสมัย พล.ต.อ. เผ่า ศรียานนท์ พ.ศ. 2494-2500 เป็นอธิบดีกรมตำรวจ เท่ห์มาก..ขอบอก
.
พ่อผมมียศเป็น "สิบตำรวจตรีห่วง ธัมมิกะกุล"
มีเจ้านายชื่อ "ร้อยตำรวจตรีบุตร พันธรักษ์ราชเดช"
.
ลุงขุนพันธ์...เรียกพ่อผมว่า.."ไอ้ห่วง"..ทุกคำ
.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
โอลิมปัส วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 10.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Present-life

เหมือนได้กลับไปเรียนประวัติศาสตร์อีกแล้วครับพี่ศนีรา
เพราะอย่างที่บอกครับ ผมจบประวัติศาสตร์ ม.บูรพามาครับ แต่ก็อย่างว่า ไม่ได้ทำงานทางสายนี้ แต่ก็ยังชื่นชอบเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในอดีต ปฏิสัมพันธ์กันมาทุกเรื่องราว จนถึงปัจจุบัน โหวตคนแรกครับ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน