*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 802
  • จำนวนผู้ชม : 2400089
  • จำนวนผู้โหวต : 684
  • ส่ง msg :
  • โหวต 684 คน
<< พฤศจิกายน 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤศจิกายน 2553
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 5013 , 22:05:24 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน จ่าจินต์ โหวตเรื่องนี้

มัสยิดกรือเซะ ปฐมบท วัฒนธรรมอิสลามในดินแดนลังกาสุกะ

ตั้งอยู่ที่บ้านดาโต๊ะ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี

        

                ปัตตานี เป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรไทย มาตั้งแต่กรุงสุโขทัย ในรูปประเทศราช โดยทางราชธานี มอบหมายให้เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช คอยควบคุมดูแลนโยบายการเมืองอยู่อย่างหลวมๆ เพื่อมิให้เจ้าผู้ครองนครเอาใจออกห่าง เอนเอียงไปข้างประเทศหนึ่งประเทศใด อันจะนำภัยมาสู่ความมั่นคงของราชอาณาจักร ดังจะเห็นได้จากคำกล่าว ของ โทเมปีเรส์ ชาวโปรตุเกส ว่า "ผู้เป็นใหญ่ (ในการบังคับบัญชาราชอาณาจักร) รองลงมา (จากพระเจ้าแผ่นดิน) คืออุปราชแห่งเมืองนคร เรียกกันว่า "พ่ออยู่หัว" (Poyobya) เขาเป็นผู้ว่าราชการจากปาหังถึง อยุธยา"
                 หน้าที่ของประเทศราชที่มีต่อราชธานี ก็คือ การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ในการทำสงครามกับอริราชศัตรู ที่มารุกราน และส่งเครื่องราช บรรณาการ ดอกไม้ทองเงิน ถวายแก่ พระมหากษัตริย์ เป็นการถวาย ความจงรักภักดี ๓ ปีต่อครั้ง ส่วนอำนาจการปกครองภายในเมือง นั้นๆ เจ้าผู้ครองนครมีอิสระ ที่จะดำเนินการใดๆได้ ภายใต้ตัวบทกฎหมายและขนบธรรมเนียม ประเพณี ของแต่ละท้องถิ่น แต่ไม่มีสิทธิอำนาจในการทำสนธิสัญญาใดๆ กับต่างประเทศ ก่อนจะได้รับความเห็นชอบจากราชธานี
                 สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ปีพุทธศักราช ๒๓๕๑ สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกฯ มอบหมายให้เจ้าเมืองสงขลา เป็นผู้ควบคุมดูแลเมืองปัตตานี แทนเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช
                 (ปี พ.ศ.๒๓๕๖ สมัย ร.๒ พระยากลันตัน ทะเลาะกับพระยาตรังกานู พระยากลันตัน ขอไปขึ้นกับเจ้าเมืองนครศรีธรรมราช) (ปี พ.ศ.๒๔๕๒ รัฐบาลไทยยกรัฐกลันตัน - ตรังกานู    - ไทรบุรี ให้แก่อังกฤษตามสนธิสัญญา ปี พ.ศ.๒๔๕๑)
                   ด้วยลักษณะรูปแบบการปกครองที่หละหลวม และการคมนาคมที่ห่างไกลจากศูนย์กลาง การปกครอง จึงยากแก่การควบคุม อีกทั้งผู้คน ก็มีความแตกต่างกันในทางวัฒนธรรม ด้านภาษา ศาสนา ขนบธรรมเนียมประเพณี เมื่อใดสถานการณ์ เปิดโอกาสให้ บรรดาประเทศราชเหล่านี้ ก็พากันแยกตัวออกเป็นอิสระ หรือไม่ก็หันเหไปยอมอยู่ในความปกครอง ของผู้ที่เข้มแข็งกว่า ดังเช่น กรณีที่พระเจ้าปราสาททองทรงแย่งราชสมบัติจากพระเจ้าอาทิตยวงศ์ เมืองนครศรีธรรมราช สงขลา และปัตตานี ก็พากันแข็งเมือง
                    พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ทรงเล็งเห็น ว่า หากปล่อยให้มีการปกครอง (แบบกินเมือง) โดยเจ้าเมืองมีอิสระอย่างเดิม จะเป็นเหตุให้พวกอังกฤษ หยิบฉวยโอกาสนำไปเป็นข้ออ้างถึงความไร้สมรรถภาพทางด้านการปกครองของไทย ทั้งนี้เพราะมีชาวเมืองรามันห์ เมืองยะหริ่ง เมืองระแงะ ได้ร้องเรียนกล่าวโทษเจ้าเมืองว่า ใช้อำนาจโดยไม่ชอบธรรม กดขี่ข่มเหง ราษฎรอยู่เสมอ จึงทรงคิดแผนปฏิรูปการปกครอง นำมาใช้ปกครอง บริเวณ ๗ หัวเมือง ขึ้นใหม่ ในปี พ.ศ.๒๔๓๙  เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลดียิ่งขึ้น จึงเป็นเหตุให้เจ้าเมืองต่างๆ เกิดความไม่พอใจ ข้าราชการอังกฤษในสิงคโปร์ จึงส่งคนเข้ามายุแหย่เจ้าเมืองปัตตานี ตนกูอับดุลกาเดร์ ทำให้ทำการขัดขืนพระบรมราชโองการ ไม่ยอมให้เจ้าพนักงานของรัฐบาลเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตามกฎระเบียบการปกครองแผนใหม่ สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงปลดตนกูอับดุลกาเดร์ออกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการเมืองปัตตานี และนำตัวไปกักกันบริเวณไว้ที่จังหวัดพิษณุโลก ในปี พ.ศ.๒๔๔๕ เป็นเวลา ๒ ปี ครั้งถึงวันที่ ๕ มีนาคม ๒๔๔๗ ก็ได้รับพระราชทานอภัยโทษให้ตนกูอับดุลกลับมาอยู่เมืองปัตตานีได้ หลังจากนั้นตนกูอับดุลกาเดร์ก็อพยพครอบครัวไปพำนักอยู่ในรัฐกลันตัน ซึ่งสุลต่านแห่งรัฐนี้เป็นญาติกับตนกูอับดุลกาเดร์จนกระทั่งถึงแก่กรรมลงในปี พ.ศ.๒๔๗๖
                     ในปลายรัชสมัยแผ่นดินสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีเหตุไม่สงบเกิดขึ้นในท้องที่ต่างๆ ซึ่งมักจะมีผู้กล่าวพาดพิงไปว่า เบื้องหลังของเหตุการณ์ เนื่องมาจากการสนับสนุนของบรรดาเจ้าเมืองเก่าที่เสียผลประโยชน์ ซึ่งข้อเท็จจริงน่าจะเป็นผลมาจากความบกพร่องของเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองท้องที่อยู่บ้างไม่มากก็น้อย ดังที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงตรัสไว้ว่า "เราไม่สันทัดทางพูดและทำ ในการที่จะปกครองชาติอื่น มันจะตกไปในที่กลัวไม่ควรกลัว กล้าไม่ควรกล้า ทำในทางที่ไม่ควรจะทำ ใจดีในที่ไม่ควรจะใจดี ถ้าจะใจร้ายขึ้นมาก็ใช้ถ้อยคำไม่พอที่จะเกลื่อนใจร้ายให้ปรากฏว่า เพราะจะรักษาความสุขและประโยชน์ของคนทั้งปวง ไม่รู้จักใช้อำนาจในที่ควรจะใช้ การที่จะทำได้โดยตรงๆ ก็เกรงอกเกรงใจอะไรไปต่างๆ โดยไม่รู้จักที่จะพูดและหมิ่นอำนาจตัวเอง เมื่อได้เห็นการเป็นเช่นนี้นึกวิตกด้วยการที่จะปกครองเมืองมลายูเป็นอันมาก ขอให้เธอกรมดำรงตริตรองดูให้จงดี" (ม.๓/๔๙ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถึงกรมหลวงดำรงราชานุภาพ ๖๐/๒๗๗ ๑๘ พฤษภาคม ๒๔๔๗) 

ภาพวาดมัสยิด จากกูเกิ้ล


                      หลังจากนั้น ทางรัฐบาลก็ได้มีการแก้ไขปรับปรุงการบริหารราชการใหม่อีกครั้ง โดยจัดตั้งมณฑลปัตตานีขึ้นในปี พ.ศ.๒๔๔๙ และ กำหนดนโยบายการปกครองบริเวณหัวเมืองทั้ง ๗ ให้รัดกุมยิ่งขึ้น คือ
                     ๑.ออกระเบียบวิธีการปฏิบัติการให้สอดคล้อง กับขนบธรรมเนียมประเพณีท้องถิ่น และ ศาสนาที่แตกต่างกัน เพื่อมิให้เกิดการกระทบกระเทือนจิตใจผู้คน เช่น คดี ที่เกี่ยวกับทรัพย์มรดก ก็ให้ถือปฏิบัติตามข้อบัญญัติของศาสนาอิสลาม
                     ๒.คัดเลือกบุคลากรที่จะส่งเข้ามาเป็นผู้บริหารกิจการจากบุคคลที่มีความรู้ ความเข้าใจ ในวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นผู้มีจิตใจบริสุทธิ์ มีคุณธรรม สามารถเข้ากับประชาชนได้
                     ๓.เร่งรัดพัฒนาเศรษฐกิจการศึกษา การคมนาคม การสาธารณสุขให้รุดหน้ายิ่งกว่าหัวเมืองมลายูที่อังกฤษปกครอง เพื่อผลทางสังคมจิตวิทยา
                     ๔.เมืองใดที่ผู้ว่าราชการเมืองยังมีชีวิตอยู่ ก็คงไว้สภาพเป็นเมือง และเพิ่มเงินค่ายังชีพ ให้แก่ผู้ว่าราชการเมืองสูงขึ้น เมื่อผู้ว่าราชเมืองถึงแก่กรรมลง ก็รวมหัวเมืองต่างๆเข้าเป็นจังหวัด ในปี พ.ศ.๒๔๕๙ รวม ๔ จังหวัด คือ ปัตตานี สายบุรี ยะลา และนราธิวาส จนกระทั่งปี พ.ศ.๒๔๗๔ จึงได้ยุบเลิกมณฑลปัตตานี และลดฐานะจังหวัดสายบุรี ลงเป็นอำเภอหนึ่ง ขึ้นกับ จังหวัดปัตตานี และที่สำคัญที่สุดก็คือ รัฐบาลสามารถแก้ปัญหาการคุกคามของอังกฤษได้สำเร็จ ด้วยการเสียสละดินแดนบางส่วนของประเทศ คือ รัฐไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู และ รัฐเปอร์ลิส ให้แก่ อังกฤษ ไปในเดือน มีนาคม ร.ศ.๑๒๗ (พ.ศ.๒๔๕๑) เพื่ออังกฤษจะได้ยุติการเข้ามา แทรกแซงงานปฏิรูปการปกครองบริเวณหัวเมือง ทั้ง ๗ อีกต่อไป (โปรดติดตาม ตอนต่อไป)

 


   ที่มา
ชื่อหนังสือ ประวัติเมืองลังกาสุกะ - เมืองปัตตานี
ผู้เขียน อนันต์ วัฒนานิกร
เลขหมู่หนังสือ ๙๕๙.๓๙๕๐๑
พิมพ์ครั้งที่ ๑ ๑,๐๐๐ เล่ม (สงวนลิขสิทธิ์)
ราคา ๔๐ บาท
จัดจำหน่ายโดย บริษัท เคล็ดไทย จำกัด ๓๐๓/๗ ซอยสันติภาพ ถนนนเรศ บางรัก กรุงเทพฯ
พิมพ์ที่ โรงพิมพ์สยาม ๘๙/๖๙ ศูนย์การค้าตลาดใหม่บางซื่อ ถนนเตชะวนิช ดุสิต กรุงเทพฯ ๑๐๘๐๐ โทร ๕๘๗-๐๙๔๓
ผู้พิมพ์ผู้โฆษณา นายกิ่ง แช่มสะอาด



ฐานเจดีย์ ขนาดใหญ่ ที่ขุดค้นพบ ในพื้นที่ เมืองโบราณยะรัง

หรือ “ลังกาสุกะ” จังหวัดปัตตานี

                  

พระพิมพ์ดินเผาปางสมาธิ มีรูปสถูปอยู่ด้านข้าง และมีจารึก
คาถา เยธมฺมา อันเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา พบที่เมืองยะรัง จังหวัดปัตตานี

                                                                        

บริเวณวัดคูหาภิมุข

พระพุทธไสยาสน์ขนาดใหญ่

สันนิษฐานว่าสร้างมาแต่ปี พ.ศ.1300 เป็นพระพุทธไสยาสน์สมัยศรีวิชัย

มีขนาดความยาว 81 ฟุต 1 นิ้วเชื่อกันว่าเดิมเป็นปางนารายณ์บรรทมสินธุ์

เพราะมีภาพนาคแผ่พังพานปกพระเศียร ต่อมาจึงได้ดัดแปลงเป็นพระพุทธไสยาสน์แบบหินยาน

ภายในบริเวณวัดถ้ำคูหาภิมุข

             

ขอบคุณภาพจาก Bg เต้งพ้ง

บริเวณสระหน้าวัดคูหาภิมุข


  รูปปั้นยักษ์ ชาวบ้านเรียกว่า "เจ้าเขา"

สร้างโดยช่างพื้นบ้านเมื่อปี 2484 

*ตำนานชาวบ้าน : เล่ากันว่า สมัยก่อน ชาวบ้านตำบลอหน้าถ้ำที่อยู่และสร้างวัดคูหาภิมุข เป็นชาวพุทธมลายู ต่อมาเมื่อเปลี่ยนศาสนา จึงได้มีการแลกสลับเปลี่ยนที่อยู่กัน ระหว่างกับชาวไทยพุทธที่ตำบลเป๊าะเซ้ง กับชาวมลายูที่วัดหน้าถ้ำ ที่มา :อับดุลนาเซ ดอปอ พัฒนากร และราษฎรท่าสาป                                                


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ศณีรา วันที่ : 08/11/2010 เวลา : 20.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 12
ยินดีครับ ท่าน musachiza

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
musachiza วันที่ : 08/11/2010 เวลา : 15.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

มาอ่านข้อมูลรอบแรกก่อน
คราวหลังต้องมาอ่านซ้ำและเก็บมาอ่านอย่างละเอียดอีกครับ
เมื่อเรื่องที่ผมเขียน เข้ามาถึง ยุคใกล้กัน
ระหว่างโลกอิสลาม และอิสลามกับมาลายูสยาม
ขอบคุณครับ ที่เรียบเรียงและเก็บข้อมูล
อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน
http://www.oknation.net/blog/dragonball

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ศณีรา วันที่ : 08/11/2010 เวลา : 09.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 10
ต้องมาชมในพื้นที่ครับ คุณ MT-PONG

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
MT-PONG วันที่ : 08/11/2010 เวลา : 09.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NICHAKHAN
ห่างเพียงนิด ก็ คิดถึง เพราะไกล จึง คนึงหา

สวัสดีค่ะ รูปปั้นเจ้าเขา น่าเกรงขามมากๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ศณีรา วันที่ : 08/11/2010 เวลา : 09.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 7
ยินดีครับ คุณมิตรภาพไร้พรมแดน

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ศณีรา วันที่ : 08/11/2010 เวลา : 09.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 6
ของป๋าโซ...เดี๋ยวอัดเป็นเสียงไปให้ฟัง....ได้ไม่ต้องอ่าน ฮิๆๆ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
มิตรภาพไร้พรมแดน วันที่ : 08/11/2010 เวลา : 08.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaitoncity
...มิตรภาพและสิ่งดีๆที่นี่มีให้....

ได้ความรู้เยอะเลยครับ...ขอบคุณครับ...

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 08/11/2010 เวลา : 07.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

เหมาะสำหรับตรู ที่ไม่ชอบอ่านประวัติศาสตร์
เอิ้กส์ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ศณีรา วันที่ : 08/11/2010 เวลา : 06.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 3
ชอบคุณครับ จ่าจินต์ คนดัง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ศณีรา วันที่ : 08/11/2010 เวลา : 06.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 2
จึงได้นำมาเผยแพร่่ครับ คุณอาเน๊าะบุหลัน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 08/11/2010 เวลา : 02.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

โหวตครับท่านปลัด...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อาเน๊าะบุหลัน วันที่ : 07/11/2010 เวลา : 22.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bulan
http://www.oknation.net/blog/hati¨‘°ºO--ลูกพระจันทร์บรรเลง--Oº°‘¨   ดนตรีพื้นเมืองชายแดนใต้   

เหมาะสำหรับผมที่จะรู้จักถิ่นฐานบ้านเกิดของตัวเองด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศณีรา วันที่ : 07/11/2010 เวลา : 22.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

เหมาะสำหรับนักปกครอง ข้าราชการ และนักศึกษารัฐสาสตร์ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน