*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 803
  • จำนวนผู้ชม : 2411803
  • จำนวนผู้โหวต : 685
  • ส่ง msg :
  • โหวต 685 คน
<< พฤษภาคม 2011 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันอังคาร ที่ 24 พฤษภาคม 2554
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 5113 , 22:29:51 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน เตาะแตะ โหวตเรื่องนี้


นโยบายพรรคการเมืองกับภาพลวงตาทางการคลัง
วีระศักดิ์ เครือเทพ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักวิจัยเครือข่ายข้อมูลการเมืองไทย วันที่ 22 พฤษภาคม 2554


ภาพลวงตา..

               เมื่อการเลือกตั้งทั่วไปกาลังจะเริ่มขึ้น พรรคการเมืองต่างๆ พยายามหาคะแนนเสียงโดยการนาเสนอนโยบายเพื่อการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การศึกษา สุขภาวะ ปัญหาสังคม และสิ่งแวดล้อม ฯลฯ พรรคการเมืองเหล่านี้พยายามคิดค้นและนาเสนอนโยบายที่เป็นที่ถูกใจของประชาชน แต่เราจะรู้หรือไม่ว่านโยบายต่างๆ ที่พรรคการเมืองนาเสนอไว้นั้น เป็นนโยบายที่ทาได้จริงและเป็นที่ต้องการของประชาชนส่วนใหญ่ มิได้เป็นเพียงแค่ “นโยบายขายฝัน” หรือมี “ผลประโยชน์ส่วนตน” เข้ามาแอบแฝง? 
               ยกตัวอย่างเช่น พรรคการเมืองอาจเสนอให้มีการปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งปัจจุบันจัดเก็บในอัตราร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ ในกรณีเช่นนี้ เราทราบหรือไม่ว่าการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงจะทาให้รัฐสูญเสียรายได้เป็นจานวนเงินเท่าใด? รัฐจะต้องหาเงินงบประมาณจากที่ใดเพื่อมาชดเชยการสูญเสียรายได้ดังกล่าว? หรือว่ารัฐจะต้องกู้หนี้ยืมสินมากขึ้นหรือต้องลดบริการสาธารณะในด้านอื่นๆ ลงในอนาคต? เป็นที่น่าเสียดายว่าพรรคการเมืองต่างๆ มักจะไม่นาเสนอข้อมูลที่รอบด้านเช่นนี้แก่ประชาชนเพื่อให้ตัดสินใจได้อย่างถูกต้องว่าถ้าหากได้ให้การสนับสนุนนโยบายดังกล่าวไปแล้วนั้น จะก่อให้เกิดผลดีหรือผลเสียต่อประเทศชาติโดยรวมมากกว่ากัน 
               หรือในอีกกรณีหนึ่ง พรรคการเมืองอาจมีนโยบายลดค่าครองชีพของประชาชน หรือเสนอนโยบายประกันรายได้ให้แก่เกษตรกร ฯลฯ ในฐานะที่เป็นประชาชนผู้มีสิทธิ์มีเสียงคนหนึ่ง เราเคยซักถามพรรคการเมืองเหล่านี้หรือไม่ว่าจะมีมาตรการดาเนินการอย่างไรที่สามารถนาไปปฏิบัติได้จริง มีงบประมาณสนับสนุนอย่างเพียงพอ และสามารถกระจายประโยชน์สู่ประชาชนกลุ่มต่างๆ ได้อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม อีกทั้งเป็นมาตรการที่มิได้มีผลประโยชน์ส่วนตนแอบแฝงหรือนาไปสู่การใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง 
               เพราะขนาดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ การแก้ปัญหาราคาน้ามันปาล์มยังเกิดขึ้นอย่างลุ่มๆ ดอนๆ และกินเวลานานหลายเดือน อีกทั้งรัฐต้องใช้งบประมาณจานวนหลายพันล้านบาทไปเพื่อพยุงราคาน้ามันปาล์มดังกล่าว จวบจนบัดนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเงินภาษีของประชาชนไปตกอยู่ในกระเป๋าของเหล่านายทุนมากน้องเพียงใด และยิ่งถ้าหากเราต้องฝากอนาคตของชาติบ้านเมืองไว้กับพรรคการเมืองที่เก่งแต่เพียงการขายฝัน แต่ทว่าไม่มีมาตรการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เป็นรูปธรรมแล้ว เราอาจจะต้องสูญเสียงบประมาณของรัฐอีกเป็นจานวนมหาศาล วันดีคืนดีเมื่อเรานอนตื่นขึ้นมา รัฐบาลอาจทิ้งภาระหนี้สินเพิ่มขึ้นให้กับพวกเราโดยไม่รู้ตัว! 
               สภาวการณ์ดังกล่าวข้างต้นนี้ในทางวิชาการเรียกว่า “ภาพลวงตาทางการคลัง” หรือ Fiscal Illusion พรรคการเมืองต่างๆ จะพยายามนาเสนอเฉพาะด้านดีของนโยบาย เพื่อให้ประชาชนมองเห็นว่าจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง 1, 2, 3, 4, 5…. อย่างไรก็ดี พรรคการเมืองจะไม่นิยมนาเสนอถึงผลทางด้านลบจากการดาเนินนโยบายดังกล่าว อาทิ จะไม่บอกว่านโยบายเหล่านั้นมีราคาแพงหรือต้องใช้เงินภาษีของประชาชนเพิ่มขึ้น หรือจะพยายามไม่บอกว่ารัฐบาลมีภาระหนี้หมกเม็ดไว้เท่าใด เป็นต้น ทั้งนี้เป็นเพราะพรรคการเมืองต่างก็ต้องการคะแนนเสียงสนับสนุนที่มากที่สุดนั่นเอง 2
               ผลจากการมีภาพลวงตาทางการคลังนี้ทาให้ประชาชนถูกมอมเมาให้เสพติดนโยบายประชานิยมได้โดยง่ายดาย ดังเช่นในปีงบประมาณ 2553 ที่ผ่านมา ประชาชนคนไทยเสียภาษีทุกประเภทให้กับรัฐโดยเฉลี่ย 21,133.9 บาท ในขณะที่รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเพื่อการจัดบริการด้านต่างๆ กลับคืนมาเป็นเงิน 26,613.1 บาทต่อประชากร ประชาชนอาจมองเห็นว่ามีกาไรสุทธิเหนือรัฐบาลเป็นเงินราว 5 พันกว่าบาท ก็จะนิยมชมชอบพรรคการเมืองที่ชูนโยบายลดภาษีควบคู่ไปกับการเพิ่มบริการให้แก่ประชาชนมากยิ่งขึ้นไปอีก แต่อย่างไรก็ตาม ภาพลวงตานี้ทาให้พวกเราไม่เคยตั้งคาถามกับรัฐบาลว่าจะนาเงินจากที่ใดมาชดเชยส่วนต่างดังกล่าว ข้อเท็จจริงที่เรามองข้ามไปก็คือรัฐบาลที่ผ่านๆ มาได้ทิ้งภาระหนี้ให้กับพวกเราสูงถึง 66,231.4 บาทต่อคน 
               ใครที่ตามไม่ทันบรรดาพรรคการเมืองที่พยายามสร้างภาพลวงตานี้ ก็จะมองเห็นเฉพาะประโยชน์ในด้านบวกของนโยบายพรรคการเมืองนั้นๆ และจะเทคะแนนเสียงให้ เพราะต่างคิดว่าพรรคการเมืองนั้นใจกว้าง นานโยบายดีๆ มาแจกให้ฟรีๆ ตลอดเวลา กลายเป็นผู้ที่เสพติดนโยบายขายฝันกันอย่างเต็มตัวไปโดยปริยาย กว่าที่จะรู้ตัวว่าถูกหลอกก็ตอนที่พรรคการเมืองนั้นๆ ได้เป็นรัฐบาลสมความคาดหมาย แต่ว่าไม่ดาเนินนโยบายตามที่ได้หาเสียงไว้ และมักจะมีข้อแก้ตัวในภายหลังว่า “ไม่มีงบประมาณ” หรือ “มีภาระหนี้สูงมากเกินไปแล้ว” หรืออาจด้วยเหตุผลอื่นๆ อีกร้อยแปดประการ
              ที่ซ้าร้ายไปกว่านั้น พรรคการเมืองเหล่านี้พอได้เป็นรัฐบาล ก็อาจเลือกดาเนินนโยบายที่มุ่ง “ผันเงินงบประมาณของรัฐเข้ากระเป๋าตนเองหรือพวกพ้อง” เป็นการเฉพาะ และปล่อยให้การแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนเป็นเรื่องรอง แน่นอนว่าเราคงไม่ต้องการตกเป็นเบี้ยล่างให้กับพรรคการเมืองเหล่านี้ใช้เป็นทางผ่านไปสู่อานาจและผลประโยชน์ทางการเมืองได้ตามอาเภอใจ โดยที่พวกเราไม่ทาอะไรเลย 
              ในฐานะที่เราท่านเป็นประชาชนคนหนึ่ง ซึ่งมีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงจากการเลือกตั้งในครั้งนี้ ควรจะทำอย่างไรเพื่อให้รู้เท่าทันต่อพรรคการเมืองเหล่านี้? ข้อเสนอแนะก็คือเราจะต้องเป็นประชาชนที่รู้ทัน มีสติ และไม่เสพติดนโยบายขายฝัน โดยจะต้องพินิจพิจารณานโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ อย่างถ่องแท้ก่อนที่จะลงคะแนนเสียงให้ว่าเป็นนโยบายที่สามารถดาเนินการได้จริง มิได้มีข้อจากัดในด้านกฎหมายหรือด้านงบประมาณ หรือก่อให้เกิดภาระภาษีอากรหรือภาระหนี้สินในอนาคตเพิ่มขึ้นสูงเกินควร 
              ถึงเวลาแล้วที่เราประชาชนคนไทยจะต้องกล้าตั้งคาถามท้าทายในเชิงนโยบายต่อบรรดาพรรคการเมือง เพื่อให้พรรคการเมืองเหล่านี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายด้านต่างๆ อย่างครบถ้วนและเป็นนโยบายที่สามารถนาไปสู่การแก้ไขปัญหาของสังคมไทยได้อย่างแท้จริง หากเราปล่อยให้พรรคการเมืองต่างๆ พากันนาเสนอนโยบายประชานิยมแบบลด แลก แจก แถม โดยมิได้สนใจว่าจะทาให้รัฐเป็นหนี้มากขึ้นเท่าใดแล้วนั้น ลูกหลานของพวกเราเองนั่นแหล่ะที่จะต้องแบกรับผลกรรมของความโลภและความเพิกเฉยของคนรุ่นเราในปัจจุบัน


หมายเหตุ ดร.วีระศักดิ์ เครือเทพ คือหนึ่งในนักวิชาการรัฐศาสตร์  เลือดใหม่ ที่เป็นอนาคตของประเทศไทย ในทัศนะของผู้ขียน

ตุ๊กตา คาราบาว


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ศณีรา วันที่ : 26/05/2011 เวลา : 04.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 2
ชัด..ครับ คุณ เตาะแตะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เตาะแตะ วันที่ : 26/05/2011 เวลา : 01.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toddle
ไม่ได้มีปลาตัวเดียวในทะเล...Yah.

ของโปรด...
.
ยามพ่อค้าใหญ่ มาลงทุนการเมือง
แบบเปิดหน้าตัก...
.
ไม่อยากเป้นทาส ก็อย่าขาย...
มันง่ายที่เข้าใจกับบางคน
.
มันยากตรงที่คนส่วนมากอยากขายง่ายไว้ก่อน
ฝันก็เอา
.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศณีรา วันที่ : 24/05/2011 เวลา : 23.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     


หนักไปนิด.. รักษาสมดุลของสังคมครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน