*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 803
  • จำนวนผู้ชม : 2409375
  • จำนวนผู้โหวต : 685
  • ส่ง msg :
  • โหวต 685 คน
<< พฤษภาคม 2011 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันอาทิตย์ ที่ 29 พฤษภาคม 2554
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 4538 , 15:07:08 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน เตาะแตะ โหวตเรื่องนี้

ภาพที่คนไทยอยากเห็น

 

 

 

(ต่อจากตอนที่ ๓)

ปัญหาที่ ๑๗ ปัญหาพวก “ดะวะห์” ซึ่งมีความหมายว่าการเผยแพร่ศาสนาจะ พูดเกี่ยวกับหลักศาสนาทั่วๆ ไป พูดถึงบาป บุญ ทั้งโลกนี้และโลกหน้า ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ พวกดะวะห์พูดให้คนมุสลิมสามัคคีกันแต่มีความหมายเท่ากับไม่ให้สามัคคีกับคนที่นับถือศาสนาอื่น ในบางครั้งพวกถือรุนแรงไปห้ามคนมุสลิมเข้าร้านคนไทยพุทธ ใคร่ขอทราบความจริงที่ถูกต้อง

คำตอบ ได้ค้นคว้าหลักการของ “ดะวะห์” แล้วไม่มีระบุให้แตกสามัคคีกับคนต่างศาสนา หลักการของดะวะห์ก็คือหลักอิสลามนั่นเอง ส่วนบางคนที่ความคิดรุนแรงไปนั้นก็เป็นเรื่องของคนส่วนน้อย ซึ่งต้องค่อยๆ ชี้แจงให้เข้าใจ
ข้อเสนอแนะ ควรเชิญหัวหน้ากลุ่มดะวะห์มาพบเพื่อซักซ้อมความเข้าใจกันบ่อยๆ และทางราชการควรอำนวยความสะดวกแก่การจัดกิจกรรมดะวะห์อย่างจริงจัง เพราะเป็นผลดีต่อทางราชการโดยตรง

ปัญหาที่ ๑๘ ปัญหาในพิธีฌาปนกิจศพของคนไทยที่นับถือศาสนาพุทธ ใคร่ขอทราบว่ามุสลิมจะเข้าร่วมในพิธีเผาศพได้หรือไม่และจะเป็นการขัดกับหลักศาสนาหรือไม่

คำตอบ การเข้าร่วมพิธีเผาศพ ผิดบทบัญญัติศาสนาอิสลาม การเข้าไปร่วมแสดงความเสียใจในงานและเยี่ยมเยียนครอบครัวของผู้ตายต่างศาสนา รวมทั้งการช่วยเหลือด้านต่างๆ นั้น ไม่ผิดบทบัญญัติศาสนาอิสลาม

ปัญหาที่ ๑๙ ปัญหาในพิธีสดุดีลูกเสือในการประกอบพิธีสดุดีลูกเสือ นักเรียนจะต้องนั่งคุกเข่าทำความเคารพพระบรมรูป ร.๕ ซึ่งถ้านั่งคุกเข่าดังกล่าว เหมือนกับท่านั่งละหมาด ใคร่ขอทราบว่าการประกอบพิธีของมุสลิมในท่านั่งดังกล่าวจะขัดกับหลักศาสนาอิสลามหรือไม่

คำตอบ การทำความเคารพต่อรูปปั้น ไม่ว่าจะโดยรูปแบบใดๆ ก็ตาม ถือเป็นการขัดต่อบทบัญญัติศาสนาอิสลามทั้งสิ้น การกระทำดังกล่าวจึงผิดบทบัญญัติศาสนาอิสลามอย่างแน่นอน

ภาพโดย  อารี  หนูชูสุข

อีกภาพที่คนไทยอยากเห็น


ปัญหาที่ ๒๐ ปัญหาเรื่องการไว้ทุกข์ หากมุสลิมไปร่วมงานในพิธีของชาวไทยที่นับถือศาสนาพุทธ โดยการแต่งกายชุดดำจะเป็นการขัดด้วยหลักการศาสนาอิสลามหรือไม่ ใคร่ขอทราบข้อเท็จจริงและความเห็น

คำตอบ ในการแต่งกายไว้ทุกข์ด้วยชุดดำผิดบทบัญญัติศาสนาอิสลาม
ข้อเสนอแนะ อิสลามกำหนดไว้อาลัยแก่ผู้ตายซึ่งบังคับแก่สตรีเท่านั้น โดยการเว้นการแต่งกายที่ฉูดฉาด ห้ามใส่เครื่องประดับและเครื่องหอมทุกชนิด การที่มุสลิมไปร่วมงานศพของเพื่อนต่างศาสนาให้แต่งกายแบบธรรมดาทั่วไป อย่าแต่งชุดดำ

ปัญหาที่ ๒๑ ปัญหาเรื่องการทำความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ การแสดงความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในพิธีการต่างๆ จะขัดต่อหลักการศาสนาอิสลามหรือไม่ ใคร่ขอทราบข้อเท็จจริงและความเห็น


คำตอบ - การยืนตรงต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์เพื่อระลึกถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ขัดต่อบทบัญญัติของศาสนาอิสลาม
- การก้มศีรษะไม่ถึงขั้นรุกัวะ ถือเป็นการกระทำที่ไม่บังควร (มักรูฮ)
- การก้มศีรษะถึงขั้นรุกัวะ บางทัศนะว่าต้องห้าม (หะรอม) บางทัศนะว่าไม่บังควร (มักรูฮ)

ปัญหาที่ ๒๒ กรณีคนที่มิได้เป็นมุสลิมเข้าไปในมัสยิด เช่นข้าราชการหรือผู้ที่นับถือศาสนาพุทธเข้าไปในมัสยิด เพื่อพบปะและชี้แจงข้อราชการให้ประชาชนทราบนั้น บางคนก็เข้าไปไม่ได้เพราะต้องห้าม ขอทราบว่าความจริงเป็นอย่างไร?

คำตอบ มัสยิดทุกมัสยิดมีกรรมการเป็นผู้ดูแล อำนาจในการอนุญาตให้ใครเข้าไปภายในมัสยิดเป็นของผู้ดูแล ถ้าผู้ดูแลอนุญาตก็เข้าได้ ไม่อนุญาตก็เข้าไม่ได้

ปัญหาที่ ๒๓ มีครูสอนศาสนาอิสลามในโรงเรียนประชาบาลได้สอนจริยธรรมแก่นักเรียนไทยมุสลิม โดยบอกว่าเมื่อนักเรียนไทยมุสลิมพบกันไม่ว่าที่ใดก็ควรสลามหรือจับมือกัน แต่ครูไทยพุทธบางคนไม่เข้าใจกลับไปพูดว่าครูสอนศาสนาอิสลามบิดเบือนเด็กและได้ก่อให้เด็กไทยละทิ้งวัฒนธรรมไทย ซึ่งก่อให้เกิดความขัดแย้ง

คำตอบ เป็นความเข้าใจผิดของครูที่นับถือศาสนาพุทธเองซึ่งความไม่เข้าใจเช่นนี้เป็นเหตุให้เกิดกรณีพิพาทขึ้นระหว่างศาสนา เป็นผลร้ายที่ต้องขจัดโดยเร็ว

ข้อเสนอแนะจุฬาฯ ศอ.บต. ควรแนะนำครูทุกคนให้เข้าใจถึงสิทธิหน้าที่ของผู้ที่นับถือศาสนาตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ซึ่งให้สิทธิเสรีภาพแก่คนไทยในการนับถือศาสนาและปฏิบัติศาสนา ไม่ว่าศาสนาอะไรก็ตาม ผู้ที่ขัดขวางมิให้ผู้อื่นนับถือหรือปฏิบัติศาสนา จึงเป็นผู้ทำผิดบทบัญญัติรัฐธรรมนูญโดยตรง


              อนึ่งคำว่า “วัฒนธรรมไทย” ไม่ควรจำกัดแต่วัฒนธรรมที่รู้จักและใช้เฉพาะในสังคมที่นับถือศาสนาพุทธเท่านั้น หากต้องหมายความรวมไปถึงวัฒนธรรมที่รู้จักและใช้ในสังคมมุสลิมด้วย ทั้งนี้เพราะมุสลิมได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในสังคมไทยมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และคำว่า “คนไทย”ตามความหมายของรัฐธรรมนูญก็ไม่ถูกกำหนดขึ้นโดยเงื่อนไขทางศาสนา ทางภาษา ทางวัฒนธรรมอื่นๆตลอดจนเงื่อนไขที่แตกต่างทางสังคม
              การที่มุสลิมปฏิบัติวัฒนธรรมอิสลาม จึงไม่ถือว่าเป็นการทำลายวัฒนธรรมไทยแต่ประการใด ตรงกันข้ามกลับส่งเสริมวัฒนธรรมไทยที่มีลักษณะเด่นที่คนต่างชาติ ได้ไว้วางใจยิ่งขึ้นด้วยซ้ำว่า วัฒนธรรมส่วนหนึ่งของคนไทยก็คือ รับวัฒนธรรมทางศาสนาทุกศาสนา สมกับที่มีบทบัญญัติรัฐธรรมนูญให้สิทธิเสรีภาพในการนับถือและปฏิบัติ
             เมื่อศาสนาอิสลามได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย และคนนับถือศาสนาอิสลามเป็นคนไทย ทั้งทางนิตินัยและพฤตินัยอย่างที่เป็นอยู่ การยอบรับวัฒนธรรมทางศาสนาอิสลามเข้ามาเป็นวัฒนธรรมไทย จึงจะถูกต้อง
             ดังนั้นในสังคมมุสลิม รัฐจึงต้องส่งเสริมให้ใช้วัฒนธรรมอิสลามอย่างเต็มที่ เพื่อปฏิบัติตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ หากรัฐหรือคนของรัฐพยายามตัดหรือลดหรือกีดกันมิให้คนนับถือศาสนาอิสลามปฏิบัติวัฒนธรรมอิสลาม แน่นอนรัฐและคนของรัฐกำลังกระทำผิดต่อบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ

 

"ความไร้สาระ คือ การทำสิ่งเดิมครั้งแล้วครั้งเล่า 

โดยหวังผลให้แตกต่างไปจากเดิม"

 


 

 

*บทความทั้งหมด เป็นการคัดลอกคำตอบและข้อเสนอแนะของอดีตจุฬาราชมนตรี เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมและไม่ขัดกับหลักศาสนาอิสลาม จากหนังสือ คู่มือข้าราชการในจังหวัดชายแดนใต้ โดย ศูนย์ประสานงานจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ๒๕๔๕ ที่ศอ.บต.พิมพ์แจกจ่ายจำนวนมาก แต่มักไม่ค่อยจะอ่านกัน จึงไม่เกิดผลประโยชน์ในทางปฏิบัติอันใด ผู้เขียนจึงใคร่นำเสนอ เพื่อไว้เป็นที่ค้นคว้า และอ่านกันในโลกออนไลน์ กันต่อไป


 

 

เอ็นทรี่ที่เกี่ยวข้อง

 จากคำชี้แจงของจุฬาราชมนตรี สู่ คู่มือข้าราชการ....ในสามจังหวัดฯ

จากคำชี้แจงของจุฬาราชมนตรี สู่ คู่มือข้าราชการ ในสามจังหวัดฯ ๒

จากคำชี้แจงของจุฬาราชมนตรี สู่ คู่มือข้าราชการในสามจังหวัดฯ ๓

จากคำชี้แจงของจุฬาราชมนตรี สู่ คู่มือข้าราชการ สามจังหวัดฯ ตอนสุดท้าย

 

 

ผงเข้าตา เสือ ธนพล


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ศณีรา วันที่ : 11/06/2011 เวลา : 21.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 8
สวัสดีครับ คุณ Man-of-Tomorrow

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Man-of-Tomorrow วันที่ : 07/06/2011 เวลา : 09.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/theManOfTomorrow
บนเส้นทางสายสมมุติ  เธอกลายเป็นทุกอย่าง เว้น เป็นจริง

สวัสดีคับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ศณีรา วันที่ : 30/05/2011 เวลา : 17.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 6
ทามปายด้าย...น้องจ๋า

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
น้องจ๋า วันที่ : 30/05/2011 เวลา : 16.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า


"อีแมะจ๋า" ก็อยากเห็นค่ะ อิอิ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ศณีรา วันที่ : 29/05/2011 เวลา : 20.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 4
แต่ยังดื้อไง..คุณเตาะแตะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เตาะแตะ วันที่ : 29/05/2011 เวลา : 19.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toddle
ไม่ได้มีปลาตัวเดียวในทะเล...Yah.

ผงเข้าตาครับ
.
ต้องวานคนอื่นเอาออกให้
.

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ศณีรา วันที่ : 29/05/2011 เวลา : 19.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 2
ขอบคุณครับ คุณอีหนูซู่ซ่า เป็นเรื่องราวอีกมิติหนึ่ง ในสามจังหวัดชายแดนใต้ ตามจุดยืน ของ ศณีราเลยครับ ซึ่งหาอ่านยากตามสื่อหลักๆของประเทศครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
อีหนูซู่ซ่า วันที่ : 29/05/2011 เวลา : 15.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/smallwife

ขอบคุณสำหรับการเผยแพร่เอนทรีย์นี้คะ ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมาก ให้กำลังใจผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ทุกท่านนะคะ สู้ๆคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศณีรา วันที่ : 29/05/2011 เวลา : 15.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     


ขอให้สันติภาพจงเกิด...ในเร็ววัน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน