*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 802
  • จำนวนผู้ชม : 2401143
  • จำนวนผู้โหวต : 684
  • ส่ง msg :
  • โหวต 684 คน
<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม 2554
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 5951 , 10:01:16 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BlueHill โหวตเรื่องนี้

ปีนังไข่มุกเอเชีย

               เป็นเวลาบ่ายโมงตรงของวันที่ 20 มิถุนายน 2554 ผู้เขียนพร้อม โชเฟอร์รถเช่า คือแบมะ รถตู้สีขาวขับข้ามพรมแดนไทยมาเลเซีย ตรงช่องพรมแดนอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ด่านพรมแดนไทยครั้งนี้แตกต่างไปจากเดิม เพราะเป็นอาคารใหญ่โตขึ้น ซึ่งพึ่งเปิดใช้ใหม่เมื่อปี กลาย จุดหมายภารกิจในวันนี้คือ ไปรับคณะอาจารย์และนักศึกษามหาวิทยาลัยเวสเทิร์นจำนวน 4 ท่าน ที่มีกำหนดลง ณ สนามบินนานาชาติ ปีนัง มาเลซีย ในเวลา 4 โมงเย็นไทย หรือ 5 โมงเย็น มาเลเซีย เพราะเวลาทางการของทางมาเลเซียจะเร็วกว่าเรา 1 ชั่วโมงเต็มๆ

สะพานปีนังยาวกว่า 13 กิโลเมตร


                 เราวิ่งรถผ่านเมืองเล็กๆคือ ตำบลโกร๊ะ อำเภอฮูลูรัค รัฐเปรัค ชุมชนด่านแรกของมาเลเซีย เพราะตั้งห่างจากชายแดนไทย-มาเลยเซียเพียง 3 กิโลเมตร โกร๊ะเป็นชุมชนเล็กๆ ที่มีห้องแถวขนาบถนนหลักตัดผ่าน มีประชากรไม่ถึง 10,000 คน ผสมผสานระหว่าง ชาวมาเลย์เชื้อสายมาเลย์ เชื้อสายจีน เชื้อสายอินเดียและคนมาเลย์เชื้อสายไทย คนเชื้อชาติไทยที่ตกค้างในชุมชนวัดไทยตาเซ๊ะโดยปกติ ผู้เขียนมักจะข้ามเที่ยวเป็นประจำ เพราะร้านค้าเมืองนี้ เขารับเงินบาทไทยด้วย จึงเป็นเหมือนสถานที่พักผ่อนในวันหยุดของคนเบตง สำหรับเข้ามาซื้อหาของใช้ราคาถูกมีคุณภาพที่ฝั่งมาเลเซีย และข้ามไปยังซื้อเข้าของที่ห้างขนาดใหญ่ในเมืองบาลิ่ง ในรัฐเคดาห์ที่อยู่ห่างจากเมืองโกร๊ะเพียง 14 กิโลเมตร โดยส่วนมากคนไทยจะแวะเติมน้ำมันกลับบ้านเพราะของนำมันในบ้านเขาราคาถูกกว่าเราเท่าตัวนั่นเอง

ไปทันเครื่องลงพอดีเฉียดฉิวจริงๆ

รศ.ดร.ประสิน โสภณบุญ,อ.วิชญ์จำเริญ มณีแสง


               ในเดือนพฤศจิกายนปี พ.ศ. 2551 ผู้เขียนเคยนำคณะ ผู้บริหารและข้าราชการของอบต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา เข้ามาศึกษาดูงาน ณ ที่ทำการอำเภอฮูลูเปรัค เพื่อศึกษาดูงานเปรียบเทียบเทียบระหว่างระบบบริหารราชการการท้องถิ่นไทยกับมาเลเซีย ซึ่งในครั้งนั้นผู้เขียนได้ข้อสรุปเบื้องต้นเพียงเล็กน้อย ผู้อ่านสามารถตามไปอ่านได้ที่ http://www.oknation.net/blog/localbetong/2010/02/06/entry-1 และข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้สนใจสหพันธรัฐมาเลเซีย ผู้เขียนก็จะพยายามนำมาแนบท้ายบทความเพื่อประกอบการทัศนศึกษาด้วยกันครับ

บ้านเรือนรูปแบบสถาปัตย์กรรม ชิโน-โปรตุกีส..เสน่ห์เมืองปีนัง


                เราเสียเวลากว่าชั่วโมง เพราะแวะซื้อซิมโทรศัพท์ที่บาลิ่ง สำหรับใช้ในการติดต่อระหว่างอยู่ในประเทศมาเลเซีย ซึ่งต้องใช้พาสปอร์ตในการเปิดซิม แม้จะติดขัดเล็กน้อย เราเดินทางต่อโดยผ่านเมืองบาลิ่ง เมืองคูลิมเมืองแห่งอุตสาหกรรมใหม่ ผ่านเมืองบัตเตอร์เวิร์ต ข้ามผ่านสะพานยอร์กทาวน์ สะพานทางด่วนที่มีระยะทางถึง 13 กิโลเมตร โดยที่ปัจจุบันทางการมาเลเซียได้เสริมความกว้างออกเป็น 4 ช่องจราจร พร้อมช่องทางวิ่งรถมอเตอร์ไซค์ ทั้งขาไปและขากลับ โดยข้อสังเกตุที่น่าสนใจคือ ตลอดระยะทางที่ผ่านมา เราผ่านช่องเก็บเงินทางด่วนไปน้อยกว่า 5 ครั้ง แสดงถึงระบบการคมนาคมที่เชื่อมโยงระหว่างรัฐโดยทางด่วนเป็นหลัก และมีรายได้มหาศาล เพียงพอสำหรับการบริหารจัดการ ดูแลรักษาสภาพถนนระบบทางด่วนให้มีคุณภาพสร้างความพึงพอใจกับผู้ใช้บริการตลอดเวลา

ผับหน้าโรงแรมที่ปรับแต่งบ้านเรือน แต่ดูดีจริงๆ


                ผู้เขียนไปถึงสนามบินนานาชาติปีนัง ที่อยู่ห่างไปทางใต้ของเกาะปีนัง ประมาณ 13 กิโลเมตร สภาพที่เห็นแตกต่างจากที่เคยมาเยือนเมื่อ 2 ปีที่แล้วนัก เพราะมีการก่อสร้างปรับปรุงเพื่อขยายให้เพียงพอกับผู้ใช้บริการ ทันที่ที่ไปถึง รศ.ดร.ประสิน โสภณบุญ,อ.วิชญ์จำเริญ มณีแสง พร้อมนักศึกษา อีก 3 คน ก็ออกมาถึงพอดี ผู้เขียนพาคณะไปเข้าที่พักที่ Continental Hotel ซึ่งระหว่างเดินทาง เราก็สังเกตได้ว่า เมืองปีนังเป็นเมืองที่สวยงามมาก เพราะมากไปด้วยต้นไม้ใหญ่ๆ ตลอดข้างทาง ซึ่งเมื่อวิเคราะห์ไปแล้ว ก็เพราะเขาเอาเสาไฟฟ้าลงดิน ทำให้ดูสะอาดตา ต้นไม้ก็สามารถแผ่กิ่งก้านโดยไม่มีอุปสรรค ประกอบกับบ้านเรือนสวยงาม อลังการเป็นลักษณะตึกเก่า คฤหาสน์ใหญ่โต ในรูปแบบสถาปัตย์ชิโน-โปรตุกีส ซึ่งจากคำบอกเล่า คำว่า “ชิโน” หมายถึงคนจีน และคำว่า “โปรตุกีส” หมายถึง โปรตุเกส แม้ว่าอังกฤษและดัตช์
จะเข้ามามีอิทธิพลในการผสมผสานศิลปะของตนเข้าไปในยุคหลังด้วยก็ตาม แต่ปฐมบทที่โปรตุเกสปกครองที่มะละกา ทำให้รูปแบบสถาปัตยกรรมนี้แพร่หลายไปยังดินแดนต่างๆ ทั่วแหลมมลายู รวมไปถึงภูเก็ตของไทย

บ้านหลังนี้หน้าโรงแรมที่พักคงมีความเป็นมา ปัจจุบันปรับเป็นโฮมสเตย์

สามล้อ..แบบเสียวคนนั่ง.ไม่ต้องกังวลกลิ่นตัวคนถีบครับ

ต้นไม้ใหญ่มีอยู่ทุกหนทุกแห่งในเมืองนี้..ปีนัง

ถนนเลียบทะเล..ย่านเกอร์นี่


               ในที่สุดเราก็มาถึง Continental Hotel ดูจากสายตาคงเป็นโรงแรมระดับสามดาว ตั้งอยู่ย่านสถานบันเทิง สะดวกสบาย ตรงข้ามโรงแรมจะมีอาคารเก่าสวยงามเหมือนในละครไทยสมัย ร.5 ทีเดียว ทุกคนเก็บสัมภาระเข้าห้องพักเรียนร้อย 6 โมงเย็น เราก็ลงมาตามนัดที่ ล๊อบบี้โรงแรม เพื่อออกไปหาข้าวมื้อแรกในทริปมาเลเซียหนนี้ทานกัน

สุดวงเวียนนี้คือจุดนัดพบ..ตลาดโต้รุ่ง

มื้อแรก..กับคณะฯที่...มาเลเซีย

คนพรึบ..ฝั่งนี้ชาวจีนมาเลย์ทั้งนั้น

อ.โอมห์ล่อปะกิตกะคนมาเลย์..ท่าจะเมื่อยมือ..


               โชเฟอร์พาเราเลาะเลี้ยวชมเมืองตามตรอกซอกซอย จนกระทั่งมาตรงถนนเลียบทะเล วิ่งยาวไปหยุดที่วงเวียน ที่เป็นที่ตั้งของตลาดแผงลอยริมทะเล ย่านเกอร์นี่ ซึ่งเป็นศูนย์รวมอาหารทุกประเภทราคาถูก สามารถหาอาหารทานได้หลากหลาย มีกว่าร้อยร้านเหมือนตลาดโต้รุ่งในเมืองไทยนั่นเอง เมื่อคณะหาที่นั่งได้ ทุกคนก็แยกย้ายกันไปสั่งอาหารต่างๆกัน เช่น ประเภทซีฟู้ด หอยแครงเผา ปลาหมึกเย็นตาโฟ น้ำจิ้มแปลกๆเหมือนน้ำพริกเผาลูกชิ้นชุปแป้งแบบฮินดูและเบียร์ไทเกอร์กระป๋องๆละ 9 ริงกิต หรือ 90 บาทที่เดียว ส่วนผู้เขียนก็แยกไปหาอาหารย่านอิสลามโดยชวนมะโชเฟอร์ไปทาน ชาชัก ต้มยำกุ้งรสชาติปะแล่มๆ กับปลาเปรี้ยวหวานที่อร่อยทีเดียว ซึ่งบรรยากาศจอแจ คึกคัก ที่มากไปด้วยผู้คน ชาวมาเลย์ ทั้งจีน ฮินดูและมาลายู ตั้งแต่เด็กทารกยันชรากว่า 80 ดูแปลกตามากๆ สัมผัสได้เลยว่าที่นี่เขาให้ความสำคัญกับครอบครัวมาก เด็กเกกมะเรกเกเร แว็นหรือสกอย ไม่เห็นมี ให้รกสายตา ใช้เวลา 2 ชั่วโมง เราก็กลับ
               เมื่อเข้าที่พักเรียบร้อยประมาณ 3 ทุ่ม ผู้เขียนกับอาจารย์โอมห์ อ.วิชญ์จำเริญ มณีแสง ถือโอกาส ข้ามมานั่งชมแสงสี ตรงข้ามโรงแรมที่พัก ที่เป็นย่านสถานบันเทิง ที่เปิดเป็นแถวยาวประมาณ 15 คูหา ตรงข้ามก็จะเป็นผับเธคหรู ที่เปิดบริการสำหรับหนุ่มสาวชาวต่างชาติ ชาวมาเลย์ชื้อสายจีนและอินเดีย แต่จะห้ามชาวมาเลย์มุสลิมเข้าไปเที่ยวโดยเด็ดขาด เพราะถ้าหากเจ้าหน้าที่ตรวจพบ นอกจากผับจะถูกปิดและเจ้าของกิจกการก็จะถูกดำเนินคดีทันที

มีครบทุกเพศทุกวัย

อันนี้อาหารมุสลิม..พวกชุบแป้งทอด


                   บรรยากาศสบายๆยามค่ำคืนผ่านไปอย่างรวดเร็ว การเสวนาออกรสไม่มี จนท.ตำรวจ จิ๊กโก๋ขี้ยา อันพาลปากซอย นักเลงคุมร้าน และยังไม่มีสาวน้อยสายเดี่ยว กระเทยเกาะอก มีแต่กลุ่มวัยรุ่น หนุ่มสาวตี๋หมวย เดินไปมาแต่ก็เบาบาง บรรยากาศที่นี่นับว่าสงบและปลอดภัยมากเมื่อเทียบกับฝั่งไทย แต่ก็ขาดความคึกคัก สีสัน ความสนุกสนาน มีชีวิตชีวาเช่นกัน ประมาณตีหนึ่งร้านจึงปิด เข้าในว่าเสียงดังจากผับคงจะยังหยุดจนกว่าจะตีสาม ตามคำบอกเล่าของเด็กเสริฟชาวอินโดนีเซีย

อันนี้ซีฟู๊ต ทำนองเย็นตาโฟ..แต่น้ำจิ้ม..เขาบอกว่า ห่างไกลบ้านเราจริงๆ

เต้าหู้น้ำทรงเครื่อง เพื่อสุขภาพ

ร้านนี้ ปลาเปรี้ยวหวาน..โอเคมาก

จำไว้ร้านนี้ แต่อย่าสั่งต้มยำกุ้งเด็ดขาด.. มาม่าต้มยำแจ่มกว่าเยอะ

ความสุขที่คุณลิ้มลองได้ที่ ปีนัง

ยามค่ำคืน..จะดูดีมาก

อ.ประสิน บรรยายนอกสถานที่...๕๕๕

เจ้านี่..กระป๋องละ 90 บาท เก็บภาษีไว้สูงๆ สำหรับธุรกิจบาปในมาเลย์

เรื่องยากๆ..แต่บรรยายให้ง่าย

อ.ต๋อยกับ อ.เจน ฟังหูห้อยเลย..

ยิ่งดึกคนยิ่งมาเรื่อยๆ

ทักทายกับวัยรุ่นมาเลย์ที่นี่ ภาษาอังกฤษ เขาแน่จริงๆ

ห้างหรูริมทะเล ที่นี่ของแบนด์แนมราคาพอซื้อได้

สี่แยกไฟแดง ใช้ระบบกด..เมื่อต้องการข้าม ดีจริงๆ

ตกดึก ร้านรวงก็เปิด

คนไทย..ใจเต็มร้อย..

นั่งตั้งโต๊ะแรก ยันปิดร้าน..

สาวเสริฟเรียบร้อยดี..จริงๆ


                 เราแยกย้ายเข้าที่พัก เพื่อเตรียมงานดูงานในวันรุ่งขึ้นวันที่ 21 มิถุนายน 2554 เวลา 10.30 น.เรามีนัดดูงานที่วัดนิโครธาราม วัดไทยที่รัฐอลอสตาร์ เพื่อศึกษาดูงานและรับทราบ ถึงวิถีชีวิตคนไทยตกค้างในมาเลเซีย, นโยบายชนของรัฐต่อกลุ่มน้อยในมาเลเซีย และวิธีพุทธในมาเลเซีย..โปรดติดตาม

Continental Hotel

เอ็นทรี่ที่เกี่ยวข้อง

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2011/05/26/entry-2

จากใจบล็อกเกอร์ตัวเล็กๆ ดูงานช้างที่มาเลย์ เกินคำบรรยาย..จริงๆ

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2011/06/25/entry-2

*หมายเหตุ กรุณาอ่านเอกสารแนบท้ายทุกตอน เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันครับ


สหพันธรัฐมาเลเซีย

                  รัฐในแถบแหลมมาลายูในอดีตนั้น ต่างเป็นอิสระซึ่งกันและกัน มีความเป็นมายาวนานมากกว่า 2,000 ปี ผ่านยุคศรีวิชัยรุ่งเรือง ยุคสยามรุ่งเรือง พัฒนาการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยคนในพื้นที่รับเอาศาสนา ขนบธรรมเนียมปฏิบัติและวัฒนธรรมจากชมพูทวีป จีนแผ่นดินใหญ่และตะวันออกกลาง เริ่มจากฮินดู-พราห์ม มาสู่พุทธ และอิสลามเมื่อ 500 ปีหลัง การเข้ามาแทรกแซงการเมืองการปกครองในฐานะรัฐในอารักขาของชาติตะวันตก โดยสหราชอาณาจักร จบด้วยการเป็นอาณานิคม เพื่อดูดทรัพยากรของแหลมมาลายู โดยเฉพาะแร่ดีบุก และทองคำ ตลอดจนยางพาราที่อังกฤษนำเข้ามาจากอเมริกาใต้ พร้อมๆกับนำเอาแรงงานจากชาติในอาณานิคม อย่างจีนและอินเดีย เข้ามาจำนวนมากเพื่อผลทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ และประโยชน์ในการปกครองตามสูตรที่ปฏิบัติมาทั่วโลก ทำให้สยามประเทศถูกบดบังอำนาจจนแทบเอาตัวไม่รอดต้องยอมเฉือนดินแดนในการปกครองเพื่อรักษาไว้ซึ่งดินแดนอธิปไตยส่วนใหญ่ของรัฐ
                       จากรัฐในอารักขาเพียง 1 เป็น 2 จาก 2 เป็น 4 จนกระทั่ง ข้ามไปยังฝั่งเกาะเบอร์เนียวรัฐซาราวัก และซาบาร์ ก็ถูกผนวก แม้จะถูกคัดค้านย่างรุนแรงจากมิตรประเทศอย่างอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ จนเกีอบเป็นภาวะสงครามระหว่างรัฐซึ่ง สหพันธรัฐมาเลเซียคงเกิดไม่ได้หากอังกฤษมหาอำนาจไม่เข้ามาแทรกแซง แม้จะพลาดเป้าไม่สามารถผนวกเอาบรูไนและสิงคโปร์มาได้อย่างถาวรก็ตาม อาจเป็นเพราะการเมืองระดับโลกในยุคสงครามเย็นที่กำลังฟาดฟันระหว่างโลกประชาธิปไตยที่มีอเมริกากับอังกฤษเป็นผู้นำกับโลกคอมมิวนิสต์ที่มีรัสเซียกับจีนแผ่นดินใหญ่ จึงทำให้เกิดสหพันธรัฐมาเลเซีย ที่ประกอบด้วย 13 รัฐในที่สุด
                       ดินแดนสองส่วนของสหพันธรัฐมาเลเซีย ส่วนที่ 1 ฝั่งแผ่นดินปลายแหลมมาลายูมีด้วยกัน 11 รัฐ บนเนื้อที่ประมาณ 131,582 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย รัฐกลันตัน รัฐตรังกานู รัฐปาหัง รัฐยะโฮร์ รัฐมะละกา รัฐเนเกอรีซิมบิลัน รัฐเซลังงอร์ รัฐเปรัก รัฐเคดาห์ รัฐปีนัง และรัฐเปอร์ลิส และส่วนที่ 2 บนฝั่งเกาะบอร์เนียว มีเนื้อที่ทั้งสิ้น 198,154 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 2 รัฐ คือ รัฐซาบาห์และรัฐซาราวัค มาเลเซียได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม ปี 1957 เมื่อบวก 543 ก็คือ ปี พ.ศ. 2500 แสดงว่าเขาพึ่งได้เอกราชแค่ 54 ปี นี่เอง
                        สหพันธรัฐมาเลเซียประกาศเป็นประเทศที่มีรัฐธรรมนูญแบบสาธารณรัฐ และผนวกรัฐซาบาห์ รัฐซาราวัคและสิงค์โปรในปี พ.ศ. 2506 มีข้อมูลจากฝั่งอดีตพรรคอมมิวนิสต์มาลายาว่า สาเหตุที่ต้องผนวกรัฐซาบาห์ และรัฐซาราวัคเพื่อเหตุผลทางการเมือง ในการป้องกันอิทธิพลของชาวจีนมาเลย์ ที่มีจำนวนมากและเพื่อป้องกันการขยายเผยแพร่ของลัทธิคอมมิวนิสต์ ที่มีการเคลื่อนไหวในหมู่คนจีนมาและอินเดีย ซี่งทำให้ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อให้สิทธิพิเศษแก่คนมาลายูท้องถิ่นและคนพื้นเมือง สิงค์โปรซึ่งเป็นเกาะปลอดภาษี เมืองท่าประจำคาบสมุทรที่มีคนจีนจำนวนมาก ที่มีนักการเมืองหนุ่มไฟแรงอย่าง ลี กวน ยิว จำต้องแยกตัวออกจากสหพันธรัฐในปี พ.ศ. 2509 เข้าทางชาติตะวันตก เจ้าความคิดแบ่งแยกแล้วปกครอง ผู้มีสายตาแหลมคมดุจเหยี่ยว มีอำนาจบารมีดุจราชสีห์นั่นเอง

                      ปัจจุบันโครงสร้างการปกครองของสหพันธรัฐมาเลเซีย มี 3 ระดับ คือ ระดับสหพันธ์รัฐ, ระดับรัฐ และระดับท้องถิ่น
http://nusantara-studies.blogspot.com/2009/02/blog-post_2738.html โดยสามารถแจกแจงรายละเอียดได้ดังนี้

1.ระดับสหพันธ์

พระราชาธิบดี
                   การเลือกพระราชาธิบดีจะใช้วิธีหมุนเปลี่ยนกันเป็น บุคคลที่เคยเป็นแล้วไม่อาจเป็นอีก พระราชาธิบดีมีวาระ 5 ปี พระราชาธิบดีสามารถลาออกก่อนกำหนด หรือถูกปลดโดยสภาเจ้าผู้ครองรัฐ เมื่อสุลต่านหรือเจ้าผู้ครองรัฐจากรัฐใดได้เป็นพระราชาธิบดี พระองค์จะไม่สามารถทำหน้าที่เป็นสุลต่านหรือเจ้าผู้ครองรัฐนั้นๆจะต้องแต่งตั้งราชทายาทเป็นรักษาการสุลต่านหรือเจ้าผู้ครองรัฐแทน พระราชาธิบดีจะเป็นผู้นำสูงสุดของกองทัพมาเลเซีย และเป็นผู้นำของศาสนาอิสลามของรัฐปีนัง, มะละกา, ซาบะห์, ซาราวัคและดินแดนสหพันธรัฐ ( กัวลาลัมเปอร์ – ปุตราจายา - เกาะลาบวน ) รวมทั้งของรัฐที่พระองค์เป็นสุลต่านหรือเจ้าผู้ครองรัฐด้วย
พระราชาธิบดีมีอำนาจในการอภัยโทษต่อศาลทหารของดินแดนสหพันธรัฐ ( กัวลาลัมเปอร์ และเกาะลาบวน ) ส่วนการอภัยโทษที่เกิดขึ้นในรัฐต่างๆนั้นเป็นอำนาจขอสุลต่านหรือเจ้าผู้ครองรัฐและผู้ว่าการรัฐ (Governor) ของรัฐที่ไม่มีสุลต่านหรือเจ้าผู้ครองรัฐ พระราชาธิบดีองค์แรกของมาเลเซียคือ Tuanku Abdul Rahman ibni Al –Marhum Tuanku Muhammad

รองพระราชาธิบดี (Timbalan Yang dipertuan Agong)
               ตามรัฐธรรมนูญของมาเลเซียได้กำหนดให้มีการเลือกสุลต่านหรือเจ้าผู้ครองรัฐเพื่อดำรงตำแหน่งรองพระราชาธิบดีอีกด้วย มีวาระ 5 ปีเช่นกัน เมื่อพระราชาธิบดีเสด็จไปต่างประเทศเกิน 15 วัน หรือประชวร ก็ให้รองพระราชาธิบดีทำหน้าที่รักษาการพระราชาธิบดี ซึ่งถ้าผู้เป็นรองพระราชาธิบดีได้รับเลือกในเวลาพร้อมกับพระราชาธิบดี เมื่อพระราชาธิบดีหมดวาระ ทางรองพระราชาธิบดีก็หมดวาระด้วย รองพระราชาธิบดีสามารถลาออกจากตำแหน่งโดยการเขียนเป็นลายลักษณ์ถึงสภาเจ้าผู้ครองรัฐ

สภาเจ้าผู้ครองรัฐ ( Majlis Raja-Raja)
                  สภาเจ้าผู้ครองรัฐ ( Majlis Raja-Raja) ประกอบด้วยบรรดาสุลต่านและผู้ว่าการรัฐ (Yang Dipertua Negeri ) ของบรรดารัฐที่ไม่มีสุลต่าน หรือเจ้าผู้ครองรัฐ การจัดตั้งสภานั้นมีขึ้นเพื่อสร้างความสามัคคีระหว่างรัฐต่างๆที่อยู่ในสหพันธรัฐ สภาเจ้าผู้ครองรัฐมีการจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 1897 และยั่งยืนจนถึงปัจจุบัน
                     หน้าที่หลักของสภาเจ้าผู้ครองรัฐคือการคัดเลือก Yang Dipertuan Agong และ Timbalan Yang Dipertuan Agong โดยผู้ว่าการรัฐ Yang Dipertua negeri หรือ Governor ทั้งสี่รัฐ คือ รัฐปีนัง , มะละกา, ซาบาห์ และซาราวัค ไม่มีส่วนในการคัดเลือกตำแหน่งทั้งสองแต่อย่างใด
                    สภาเจ้าผู้ครองรัฐยังมีหน้าที่เกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณีของคนมลายูและกิจการศาสนาอิสลามทั่วสหพันธรัฐ ยกเว้นในรัฐซาบาห์และซาราวัค สภาเจ้าผู้ครองรัฐต้องได้รับการรับรู้เกี่ยวกับการแต่งตั้งผู้พิพากษา สมาชิกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน( กพ.) สภาเจ้าผู้ครองรัฐต้องมีส่วนร่วมในการเจรจาและยอมรับในการแบ่งเขตดินแดนระหว่างรัฐ การขยายเขตสหพันธรัฐ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ สภาเจ้าผู้ครองรัฐต้องมีส่วนร่วม เมื่อมีกรณีพาทถึงสิทธิพิเศษของคนมลายู และคนพื้นเมือง (Anak- Negeri) ของรัฐซาบาห์และซาราวัค

ฝ่ายนิติบัญญัติองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติในมาเลเซียประกอบด้วย 3 ส่วน คือ
           1. พระราชาธิบดีและสภา อีก 2 สภาคือ
           2. วุฒิสมาชิก (Dewan Negara) และ
           3. สภาผู้แทนราษฎร (Dewan Rakyat)

วุฒิสภา (Dewan Negara)
             วุฒิสภาถือเป็นสภาสูงสุดของระบบการปกครองในประเทศมาเลเซีย วัตถุประสงค์ในการจัดตั้ง วุฒิสภาเพื่อพิจารณาการร่างกฎหมายที่ละเอียดยิ่งขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกของวุฒิสภาประกอบด้วยบุคคลหลากหลายอาชีพ ไม่ใช่เพียงแต่นักการเมืองเท่านั้น
วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิก 69 คน และสมาชิกของวุฒิสภาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
            1. สมาชิกที่ได้รับเลือกโดยสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ โดยรัฐละจำนวน 2 คน รวมเป็นจำนวน 26 คน
           2. สมาชิกที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระราชาธิบดีจากกัวลาลัมเปอร์ จำนวน 2 คน และจากเกาะลาบวน จำนวน 1 คน
           3. สมาชิกที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระราชาธิบดี จากบุคคลทั่วไปจำนวน 40 คน ในจำนวนสมาชิกเหล่านี้ ส่วนหนึ่งมาจากชนกลุ่มน้อยในประเทศมาเลเซีย เช่น กลุ่มชนพื้นเมือง(Orang Asli) ชุมชนคนไทยพุทธ ( 2005 - นางศรีชุม เอี่ยม ) จากรัฐเปอร์ลิสได้รับการเลือกเป็นวุฒิสภาสมาชิกตัวแทนชุมชนคนไทยพุทธ
           สมาชิกวุฒิสภาจะเรียกว่า “ Senator “ วุฒิสภาจะมีประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภา ถ้าสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ(ADUN-Ahli Dewan Undangan Negeri) ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา บุคคลนั้นต้องลาออกจากสภานิติบัญญัติแห่งรัฐก่อนที่จะทำหน้าที่สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภามีวาระ 3 ปี

สภาผู้แทนราษฎร (Dewan Rakyat)
             สภาผู้แทนราษฎรถือว่าเป็นสภาที่สำคัญเพราะสมาชิกสภาได้รับการเลือกตั้งโดยประชาชน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิกจำนวน 219 คน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งเป็นตัวแทนของเขตเลือกตั้งหนึ่ง และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบางคนเป็นตัวแทน 2 เขต คือบุคคลหนึ่งสามารถสมัครรับเลือกตั้งเป็นทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(Parliament) และสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งรัฐ ( Ahli Dewan Undangan negeri)
               สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีวาระ 5 ปี เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลง จะต้องมีการเลือกตั้งภายใน 60 วัน นับจากวันที่ตำแหน่งว่างลง ส่วนรัฐซาบาห์และซาราวัค ต้องมีการเลือกตั้งภายใน 90 วัน นับจากวันที่ตำแหน่งว่างลง ประธานสภาผู้แทนราษฎรไม่เพียงจะมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น แต่ยังสามารถเลือกบุคคลภายนอกที่ไม่ได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยถือว่าบุคคลนั้นเป็นสมาชิกสมทบของสภาผู้แทนราษฎร แต่บุคลผู้นั้นไม่สามารถได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีช่วยและSetiausaha Parlimen (Parliament Secretary to ministry)( ในมาเลเซียนี้ถือเป็นอันดับ 3 ของกระทรวงนั้นๆ รองจากรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วย )
              พ.ร.บ. งบประมาณที่ผ่านการเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว เมื่อไม่ได้รับการเห็นชอบจากวุฒิสภา นับจากวันที่ส่ง พ.ร.บ. ฉบับนั้นไปให้วุฒิสภาพิจารณาเป็นเวลาหนึ่งเดือน สามารถทำ พ.ร.บ.งบประมาณไปใช้ได้เลย

ฝ่ายบริหาร
              ฝ่ายบริหารหรือรัฐบาล มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร โดยนายกรัฐมนตรีต้องมาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รัฐมนตรีได้รับการแต่งตั้งมาจากสมาชิกของวุฒิสภาหรือสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียนับตั้งแต่ได้รับเอกราชมีทั้งหมด 6 คน คือ1.Tunku Abdul rahman Putra Al- Haj ibni Al- Marhum Sultan Abdul Hamid Halim Shah2. Tun Abdul RaZak bin Dato’Hussein3. Tun Hussein bin Onn4. Tun Dr. Mahathir bin Mohamad5. Dato’ Seri Abdullah Ahmad Badawi. Dato' Seri Mohd. Najib bin Tun Haji Abdul Razak

(ต่อตอนต่อไป)

ขอบคุณข้อมูลจาก 1. http://nusantara-studies.blogspot.com/2009/02/blog-post_2738.html -

                               2. พรรณี ฉัตรพลรักษ์,ประวัติศาสตร์มาเลเซีย,พ.ย.2551

มาเลเซีย

เป้


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ศณีรา วันที่ : 13/07/2011 เวลา : 07.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 6
ผ่านบันนังสตาร์แล้ว สุดยอด ฝีมือละครับคุณ NN1234

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
NN1234 วันที่ : 13/07/2011 เวลา : 07.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

มาเที่ยวกับท่านปลัด ดูความเปลี่ยนแปลงบ้านเมืองเขา

เส้นทางเดียวกันนี้เคยเที่ยวและชมชอบ (ตอนที่อยู่บันนังสตา)

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ศณีรา วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 20.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 4
เพราะต้องส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของมาเลย์ด้วยครับ 555 เก็บลูกแดกดันไว้...ค่อยคลายที่ละนิด ที่ละซ๊ตตอนครับพี่ชาลี.. เอาแบบแปลแล้วไม่รู้ตัวดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
BlueHill วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 17.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

วันนี้ เขียนบล็อกได้นุ่มละมุนดีเหลือเกินครับท่านปลัด

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ศณีรา วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 15.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 1
ชวนบ่อได้ งานการศึกษาครับ ป๋าโซ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 15.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

ไม่ชวนกันมั่ง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 12/07/2011 เวลา : 15.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

ไม่ชวนกันมั่ง ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน