*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 802
  • จำนวนผู้ชม : 2392197
  • จำนวนผู้โหวต : 683
  • ส่ง msg :
  • โหวต 683 คน
<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันพุธ ที่ 13 กรกฎาคม 2554
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 7566 , 07:10:12 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน BlueHill , น้ำทะเล และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 

ประตูทางเข้าวัดนิโครธาราม สวยเด่น เป็นสง่า ในอลอสตาร์

                ต่อจากตอนที่แล้ว.. เวลา 10.00 น. รถตู้ก็ไปถึงวัดนิโครธาราม เมืองอลอสตาร์ เมืองหลวงของรัฐเคดาร์ที่อยู่ห่างไปทางเหนือของเกาะปีนังกว่า 180 กิโลเมตร เมื่อรถแวะส่งคณะอาจารย์ ผู้เขียนก็ตรงไปสมทบรับแบกีร์ มัคุเทศก์กิติมาศักดิ์กับคณะนักศึกษาอีกกลุ่ม ในรถตู้อีกคัน ที่รออยู่ที่ชายแดนฝั่งไทยตรงบ้านจังโหลน หรือด่านนอก

8 โมงเช้า ชั่วโมงเร่งด่วน รถติดเหมือนกันที่ปีนัง

ที่พักอาศัยที่เกาะปีนังราคาแพงมาก ระดับธรรมดา

ห้องละ 2 ล้านบาทที่เดียว

แต่ไม่ต้องเสียค่าทางด่วนทุกวันหากพักและทำงานบนเกาะปีนัง


                   กว่าจะไปรับและกว่าประทับหนังสือผ่านแดนมาได้ทั้งคณะ ที่รวมแล้ว 20 ชีวิต เมื่อกลับมาถึงวัดนิโครอีกครั้ง เราก็แทบไม่เหลือเวลาสำหรับดูงาน ดีที่คณะของอาจารย์วิชญ์จำเริญ มณีแสง และอาจารย์ประสิน ที่เรามาส่งก่อนได้พูดคุยสัมภาษณ์พระไทยในวัดก่อนหน้านี้ จึงทำให้เราได้ประเด็นเกี่ยวกับการศึกษาดูงานในครั้งนี้ว่า
                  พระไทยในมาเลย์ ท่านได้กล่าวถึงคนไทยในรัฐนี้ว่า “คนไทยในรัฐเคดาร์ประกอบด้วยสองส่วน ส่วนที่หนึ่งคือคนไทยที่อพยพย้ายถิ่นมาอยู่ที่นี่ กับส่วนที่สองคนไทยที่อาศัยอยู่ที่นี่แต่ดั้งเดิมก่อนแยกประเทศ
ส่วนเรื่องความสำคัญของวัดไทยในฐานะเป็นศูนย์กลางชาวพุทธในมาเลเซีย ซึ่งเป็นพุทธนิกายเถรวาท พบว่าส่วนใหญ่จะทำหน้าที่เกี่ยวกับพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งทั้งพิธีกรรมและสถาปัตยกรรมทางศาสนาเหมือนกับชาวพุทธในประเทศไทย อาทิเช่น งานวันสำคัญทางพุทธศาสนา,งานศพ,งานแต่งงาน,ทำบุญขึ้นบ้านใหม่ เป็นต้น การปฏิบัติพิธีกรรมทางศาสนาในประเด็นนี้ ชี้ให้เห็นความหมายบางประการ กล่าวคือการทำให้ชาวพุทธไม่ถูกแปลกแยกหรือเหินห่างจากวิถีชีวิตแบบชาวพุทธในดินแดนมุสลิมนั่นเอง

มาถึงอลอสตาร์ฝนรั่ว..ทันที

เห็นหอคอยประจำเมืองอลอสตาร์ คิดถึงสุพรรณบุรี

                 สำหรับผู้นับถือนับถือศาสนาพุทธในมาเลเซีย พบว่า เป็นชาวจีนและชาวไทยพุทธ ซึ่งสามารถเข้ากันได้เป็นอย่างดี โดยส่วนใหญ่ชาวจีนจะให้ความอุปถัมภ์วัดทางการเงิน และช่วยเหลืองานต่างๆ ในช่วงเทศกาลงานบุญ แต่สำหรับชาวไทยพุทธจะมีบทบาทในการดูแลศาสนามากกว่า เช่น การอุปสมบทของชาวไทยจะยาวนานกว่าชาวจีน จนสามารถแยกได้ว่า กลุ่มใดเป็นกลุ่มชาวไทย และกลุ่มใดเป็นชาวจีนในมาเลเซีย

จุดแลกเปลี่ยนเงินตรา ที่รัฐปลิส ใกล้ชายแดน ไทย-มาเลย์

ช่วงนี้ 1 ริงกิต เท่ากับ 10 บาท

กาแฟเย็น ชากเย็นพร้อมดื่มแก้กระหาย

ศิลปะลายไทยยังคงงามในต่างแดน


               การที่ผู้บริจาคปัจจัยให้วัดไทย ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน จึงทำให้วัดนิโครธารามแห่งนี้จึงมีรูปเคารพเทพเจ้าจีน โดยเฉพาะเจ้าแม่กวนอิมเพื่อตอบสนองความศัทธาของชาวจีนนั่นเอง โดยอีกด้านหนึ่งชาวจีนส่วนใหญ่จะให้ความนับถือพระที่เก่งทางด้านไสยศาสตร์ และด้านสมุนไพร และมักจะนิมนต์ไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้าน
               ในประเด็นสำนักสงฆ์ มีขึ้นเพื่อเป็นที่พำนักของพระสงฆ์ ที่หมุนเวียนกันมาจำพรรษาโปรดญาติโยม โดยวัดใหญ่ๆจะมีพระสงฆ์ไม่ต่ำกว่า 5 รูป โดยจะมีพระสงฆ์ที่บวชนานๆ และพระสงฆ์ที่บวชระยะสั้นๆจำพรรษาอยู่ในวัดนั้นๆ

อ.ประสิน เสวนากับพระไทยคนสงขลา ที่กำลังทำดอกเตอร์

ที่ มหาวิทยาลัยอุตราระ แห่งรัฐเปอร์ลิส

อ.ประสิน ได้ทีบรรยายต่อ ทันที

              ดังนั้นจะเห็นว่าประเด็นเรื่องกิจของสงฆ์สำหรับพระวัดไทยในมาเลเซียนั้น แทบไม่แตกต่างจากกิจวัตรของพระในประเทศไทย กล่าวคือมีหลักปฏิบัติเหมือนกันทุกประการเว้นแต่เรื่องของการบิณฑบาตร เนื่องจากกฎหมายของมาเลเซียไม่อนุญาตให้มีการบิณฑบาตร ในทำนองเดียวกันกับไม่ให้มุสลิมนอนในมัสยิด ซึ่งต่างกับไทยที่มีเสรีภาพทางด้านการนับถือและปฏิบัติตามหลักศาสนา พระวัดไทยในมาเลเซียจึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการในการดำเนินกิจของสงฆ์ให้สอดคล้องกับบริบทที่ต้องเผชิญ ซึ่งก็ไม่ได้ถือเป็นเรื่องผิดวินัยสงฆ์แต่อย่างใด เป็นเรื่องของการปรับตัวเพื่อสืบทอดศาสนาให้ดำรงอยู่ได้ภายใต้สภาพการเปลี่ยนแปลง นี่คือส่วนหนึ่งของบทเสวนาของพระไทยรูปหนึ่งกับ อ.โอมห์ หรือ อ.วิชญ์จำเริญ มณีแสง

พระสงฆ์ไทยที่นี่ดูจะสุขสบายดี

ซุ้มประตูทางเข้าสวย..

               เวลา 11.00 น.คณะเรายังคงติดใจกลางเมืองอลอสตาร์ ในขณะที่ต้องเดินทางกลับไปเมืองปีนัง เพื่อเข้าพบท่านกงสุลใหญ่ไทย ณ เมือง ปีนัง ในเวลา 13.30 น. และเข้าศึกษาดูงานการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ณ ตึก คอมต้า ที่ทำการของรัฐบาลท้องถิ่นรัฐปีนัง...เราจะแก้ไขปัญหาอย่างไร โปรดติดตาม.. ตอนต่อไป

ทีมคณะหลายคนอดทำบุญกฐินไม่ได้จริงๆ

สอบถามแลกเปลี่ยนกันนัวเนีย

ตัวแทนนักศึกษา ถวายของที่ระลึก 

เก็บภาพ..ความทรงจำ

บริเวณตัวเมืองของมาเลเซียวงเวียนจะมากเหมือนอินโดนีเซีย

ตำรวจจราจรหายากมาก เขาใช้กล้องวงจรปิด ไปเช็คบิลตอยต่อทะเบียน

ส่วนนี้คือ ที่หยอดเหรียญค่าจอดรถ

แผงหนังสือ ขายตามร้านของชำ มีเยอะมากบ่งบอกถึงการรักการอ่าน

สีสัน สวยตามแบบวัฒนธรรมมลายูมุสลิม

อันนี้คือสากล สาวจีนมาเลย์ๆ

ถ้าเห็นสีน้ำเงิน คือสถานีตำรวจ ปรับจากอาคารโบราณเช่นกัน

ถ้าเห็นจันทร์เสี้ยว คือ สัญลักษณ์โรงพยาบาลละครับ

สภาพลุ้นกันสุดๆ กว่าจะหลุดจากรถติด

 เหลืออีกกว่า 100 กิโเมตร จะถึงปีนัง

ทุ่งสหกรณ์ของรัฐบาล ที่รัฐเคดาห์ จะให้เกษตรกรเช่าในราคาถูก

เห็นหลังคาแบบทรงศาลาเช่นนี้..ที่เก็บเงินทางด่วนนั่นเอง

ของเขายุติธรรมดี มอเตอร์ไซค์ก็ขึ้นทางด่วนได้

คนมาเลย์เหมือนกัน!!!

ถ้าเห็นใส่เสื้อกลับหน้ากลับหลังแบบนี้ มาเลย์แน่นอน

เอ็นทรี่ที่เกี่ยวข้อง

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2011/05/26/entry-2

จากใจบล็อกเกอร์ตัวเล็กๆ ดูงานช้างที่มาเลย์ เกินคำบรรยาย..จริงๆ

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2011/06/25/entry-2

บันทึกการเดินทาง ลึกแต่ไม่ลับ มาเลเซีย 2011 (ปีนัง)

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2011/07/12/entry-4

*หมายเหตุ กรุณาอ่านเอกสารแนบท้ายทุกตอน เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันครับ


เอกสารแนบท้าย

(ต่อ)สหพันธรัฐมาเลเซีย

2. การปกครองระดับรัฐ 

                    ในรัฐของสหพันธรัฐ ผู้นำสูงสุดของรัฐ คือ สุรตาน โดยสุลต่านจะปฏิบัติตามคำแนะนำของสภาผู้บริหารรัฐซึ่งนำโดย Menteri Besar หรือ มุขมนตรี ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน แต่หากเป็นรัฐที่ไม่มีสุลตาน พระราชาธิบดีหรือ Yang Dipertuan Agong จะแต่งตั้งผู้ว่าการรัฐ เพื่อที่จะทำหน้าที่ในทางพิธีกรรมต่างๆ คล้ายๆกับสุลตานเหมือนกับในรัฐอื่นๆ แต่ไม่มีอำนาจเท่ากัน เป็นเพียงผู้นำตามพิธีการเท่านั้น ในการปกครองระดับรัฐนั้นจะมีสภาแห่งรัฐเหมือนกันกับสภาของประเทศ แต่จะต่างกันตรงที่สภาแห่งรัฐนั้นจะมีเพียงสภาเดียว ไม่เหมือนกับสภาแห่งสหพันธ์ที่มีสองสภา สภารัฐเหล่านี้จะมีการเลือกตั้งกันทุก 5 ปี สภาแห่งรัฐจะมีอำนาจในการออกกฎหมายได้เต็มที่ตราบใดที่ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญแห่งสหพันธ์ สภาผู้บริหารแห่งรัฐจะเป็นคณะผู้บริหารรัฐเรียกกันสั้นๆว่าเอ็กโค จะดำเนินกิจกรรมทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับรัฐ ซึ่งผู้นำของเอ็กโค ก็คือหัวหน้าพรรคที่ชนะการเลือกตั้งในระดับรัฐเรียกว่าเมินตรีเบอซานั้นเอง

3.การปกครองระดับท้องถิ่น

                 ระดับท้องถิ่นนั้นเอง ตามกฎหมายการปกครองท้องถิ่นมองประเทศมาเลเซียปี 1976 ประเทศมาเลเซียได้มีการแบ่งการปกครองท้องถิ่นออกเป็น 6 ชนิดด้วยกันคือ

                - กรุงกัวลาลัมเปอร์

                - สภาเทศบาล

                - สภาเมือง

                - คณะเมือง

               - คณะเขตชนบท

               - สภาท้องถิ่น

           จากการมาตรา 171 มีผลทำให้มีเพียงสองหน่วยการปกครองท้องถิ่นคือ สภาเทศบาล และสภาเขต และจากกฎหมายการปกครองท้องถิ่นปี 1976 หน่วยงานปกครองท้องถิ่นมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

            - หน้าที่วางแผนท้องถิ่น

            - หน้าที่ในการออกใบอนุญาต

            - อำนาจในการเก็บภาษีบางชนิด

            - อนุญาตในการสร้างบ้านที่อยู่อาศัยหรือพวกห้างร้านต่างๆ

            - อำนาจในการวางแผนเมืองและหน้าที่ด้านการจัดการ

            - การจัดการจราจรและการควบคุมระบบขนส่งมวลชน

            - อำนาจในการวางแผนและการสนับสนุนสิ่งสาธารณะต่างๆ

             หน้าที่หลักๆของหน่วยงานท้องถิ่นสามารถแบ่งออกเป็นด้านต่างๆได้ดังนี้ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านงานสาธารณะ ด้านสังคม และด้านการพัฒนา ซึ่งในอดีตเริ่มแรก ก็มีการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่น แต่เมื่อมีการพิจารณาถึงความมั่นคงของรัฐและเพื่อป้องกันความแตกแยก ซึ่งในยุคที่ลัทธิคอมมิวนิสต์กำลังเฟื่องฟู ประกอบกับการรวมรวมของฝ่ายต่อต้านรัฐ โดยเฉพาะชาวจีนมาเลย์และชาวอินเดีย รัฐบาลจึงได้ยกเลิกราวปี พ.ศ. 2513 ช่วงเวลาใกล้เคียงกับการยกเลิก อบต. กลับมาใช้สภาตำบลในประเทศไทยในสมัยจอมพลประพาส จารุเสถียร ซึ่งบ่งบอกถึงความเชื่อมโยงของการเมืองในยุคสงครามเย็นกับการเมืองปกครองในภูมิภาคอาเซียน

            หลังจากนั้นเป็นต้นมา เทศมนตรีหรือผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงมีที่มาจากการแต่งตั้งของ Menteri Besar โดยตรง และชื่อที่ถูกเสนอขึ้นไป ก็จะมาจากการเสนอของพรรคการเมืองที่ได้รับชัยชนะในการเลือตั้งตั้งของรัฐนั้นๆ ซึ่งเทศมนตรีหรือผู้นำในระดับท้องถิ่นเหล่านี้จะไม่มีอิสระในการบริหารเท่าที่ควร เพราะต้องขึ้นตรงต่อ Menteri Besar ผู้ที่แต่งตั้งเขามานั่นเอง

ขอบคุณข้อมูล คุณสนต้นที่เก้า


รัฐเกดะห์ สหพันธรัฐมาเลเซีย

                  เกดะห์ หรือ ไทรบุรี (ภาษามลายู: Kedah; อักษรยาวี: قدح) มีชื่อเฉลิมเมืองเป็นภาษาอาหรับว่า ดารุลอะมาน ("ถิ่นที่อยู่แห่งสันติภาพ") เป็นรัฐหนึ่งในประเทศมาเลเซีย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของคาบสมุทรมาเลเซีย ครอบคลุมขนาดเนื้อที่ 9,425 ตารางกิโลเมตร และประกอบด้วยพื้นที่ราบสำหรับปลูกข้าว รวมทั้งเกาะลังกาวี
เมืองหลวงของรัฐและเมืองของเจ้าผู้ครองคือ อลอร์สตาร์ เมืองหลักๆ เมืองอื่นได้แก่ สุไหงปัตตานี (Sungai Petani) และกูลิม (Kulim) บนแผ่นดินใหญ่ รวมทั้งกูวะห์ (Kuah) บนเกาะลังกาวี

ประวัติศาสตร์
                 เกดะห์เป็นนครรัฐที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน จากหลักฐานที่ยังหลงเหลืออยู่บริเวณหุบเขาบูจัง ซึ่งเป็นร่องรอยการตั้งอยู่ของอาณาจักรฮินดู-พุทธ ในสมัยศตวรรษที่ 4 อาณาจักรแห่งนี้ถือว่าเป็นอารยธรรมที่เก่ามากบนพื้นแผ่นดินมาเลเชีย และมีการสืบเชื้อสายปกครองดินแดนในแถบนี้เรื่อยมาจนถึงสมัยของ กษัตริย์ชื่อ มะโรง มหาวงศ์ ซึ่งพระองค์นับถือศาสนาฮินดู โดยราชวงศ์ของพระองค์ ปกครองเกดะห์เรื่อยมาจนถึงกษัตริย์องค์ที่ 9 พระองค์มหาวงศ์ เกดะห์มีการติดต่อค้าขายกับอาหรับจนรับเอาอารยธรรมและศาสนาของชาวอาหรับเข้ามายึดถือ พระองค์มหาวงศ์ หันมานับถือศาสนาอิสลาม และเปลี่ยนชื่อเป็น สุลต่าน มุสซาฟา ชาห์ ในปี พ.ศ. 1679 (ค.ศ. 1136)
ในศตวรรษที่ 7-8 เกดะห์ถูกปกครองโดยอาณาจักรศรีวิชัย ต่อจากนั้นเกดะห์ก็ตกอยู่ในอำนาจของสยาม จนกระทั่งมีการเกิดของอาณาจักรมะละกา ทางตอนใต้ เกดะห์จึงตกอยู่กับมะละกา จนกระทั่งศตวรรษที่ 17 อาเจะห์ก็เข้าเข้าโจมตีเกดะห์ หลังจากศตวรรษที่ 18 เกดะห์ก็อยู่ภายใต้อำนาจของสยามมาตลอด ด้วยความหวังที่ให้อังกฤษปกป้องเกดะห์จากสยาม เกดะห์จึงยกปีนังให้กับอังกฤษแต่อังกฤษสนใจเฉพาะการค้าเท่านั้นไม่มีนโยบายยุ่งเกี่ยวกับเรื่องภายในของสยาม เกดะห์จึงอยู่ในการปกครองของสยามต่อไป จนกระทั่งสยามส่งมอบเกดะห์ให้กับอังกฤษตามสนธิสัญญาอังกฤษ-สยาม พ.ศ. 2452

การแบ่งเขตการปกครอง
รัฐเกดะห์แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 11 เขต ได้แก่
        1. เขตบาลิง (Baling)
        2. เขตบันดาร์บาฮารู (Bandar Baharu)
        3. เขตโกตาสตาร์ (Kota Setar)
        4. เขตกัวลามุดา (Kuala Muda)
        5. เขตกุบังปาซู หรือกูบังปาสู (Kubang Pasu)
        6. เขตกูลิม (Kulim)
        7. เขตลังกาวี (Langkawi)
        8. เขตปาดังเตอรัป (Padang Terap)
        9. เขตเปินดัง (Pendang)
       10. เขตเซะก์ (Sik)
       11. เขตยัน (Yan)


ประชากร
       ประชากรในรัฐเกดะห์ตามกลุ่มชาติพันธุ์ในปี พ.ศ. 2546 ได้แก่ ชาวมาเลย์ (1,336,352 คน) ชาวจีน (252,987 คน) ชาวอินเดีย (122,911 คน) ไร้สัญชาติ (35,293 คน) และอื่นๆ (27,532 คน) ในจำนวนนี้มีกลุ่มชาวไทยไทรบุรี ซึ่งเป็นชาวไทยพลัดถิ่นที่ตกค้างในประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่การทำสนธิสัญญากับประเทศอังกฤษ

เรียบเรียง จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี


แสงดาวแห่งศรัทธา

อรวี สัจจานนท์


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 11/09/2011 เวลา : 18.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

เหมือนอยู่ในบ้านเมืองเราเลยน่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ศณีรา วันที่ : 11/09/2011 เวลา : 18.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 19
ดีครับ คุณ ForestHang สายสัมพันธ์สำคัญเสมอ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ศณีรา วันที่ : 11/09/2011 เวลา : 18.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 18
ยินดีต้อนรับครับ คุณรักแฟนเพลง

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ForestHang วันที่ : 11/09/2011 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/foresthang
จุดหมายปลายทางของใครหลายคน อาจเป็นจุดเริ่มต้นของใครบางคน

ผมเคยปั่นจักยานไปครั้งหนึ่ง... แต่เพียงแค่ผ่านไป กัวลาลัมเปอร์ แต่จากการไปครั้งนั้นทำให้ผมต้องกลับมานั่งหาข้อมูลเพื่อจะกลับไปใหม่...แต่จะไม่เพียงแค่ผ่านไป..ผมจะไปเยี่ยมพี่น้อง(สายเลือด)ไทย ในเคดาห์(ไทรบุรี)

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
รักแฟนเพลง วันที่ : 20/07/2011 เวลา : 22.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairural

http://www.oknation.net/blog/thairural/2011/07/19/entry-2

ฝากหน่อยนะค่ะเพิ่งหัดเขียนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ศณีรา วันที่ : 14/07/2011 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 15
ใกล้แค่นี้เอง พี่ป๋อง โอกาสยังมีครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ศณีรา วันที่ : 14/07/2011 เวลา : 23.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 14
สุวรรณภูมิ-ปีนัง ชม.กว่าๆเองพี่ชาลี

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
พี่ป๋อง วันที่ : 14/07/2011 เวลา : 15.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/teetatfarm
อาชีพอิสระ.. ทุกคนสามารถทำได้        

ขอบคุณครับท่านปลัด ที่นำมาบรรยากาศต่างๆ ของประเทศเพื่อนบ้านแบ่งปัน ผมยังไม่เคยไปครับ





----------------------------------------------------------------------------
การติดตั้งแถบป้ายข้อมูลส่วนตัว เพื่อลิ้งค์ Facebook บน OK Nation Blog
http://www.oknation.net/blog/teetatfarm/2011/07/12/entry-1

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
BlueHill วันที่ : 14/07/2011 เวลา : 09.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ผมยังไม่มีโอกาสไปเลยครับท่านปลัด

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ศณีรา วันที่ : 13/07/2011 เวลา : 20.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 11
เล่นปิดเม้นท์ตาหลอด ใครจะเม้นท์ได้ ก้อนหินรำพัน

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ศณีรา วันที่ : 13/07/2011 เวลา : 20.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 10
ตกที่นั่งเดียวกันทั้งสองฝั่ง นี่แหละ การแบ่งรัฐชาติ คุณชบาตานี

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 13/07/2011 เวลา : 20.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO

โอ๊ะโอ... พี่ปลัด พี่วิน ก็ว่าไป หิมะตกทำให้แมวจำศีลได้เวลาออกจากรวงรังรึไง จริงๆ ผมก็อัพบล๊อกบ่อยนะ แต่ไม่มีใครไปเมนต์เลย

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ชบาตานี วันที่ : 13/07/2011 เวลา : 18.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

คนปัตตานีหลายครอบครัวที่มีญาติอยู่ที่นี่ค่ะ เดิมคนเหล่านี้คือคนไทย หลังจากตกเป็นเมืองของมาเลเซีย พวกเขาก็ยังคงไปมาหาสุ่กันอยู่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ศณีรา วันที่ : 13/07/2011 เวลา : 11.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 8
ยินดีครับ พี่ลูกเสือหมายเลข 9

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 13/07/2011 เวลา : 10.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เป็นเมืองที่สวยและน่าเที่ยวเมืองหนึ่งครับ
ขอบคุณท่านปลัดฯที่นำภาพและเรื่องมาให้ชม

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ศณีรา วันที่ : 13/07/2011 เวลา : 07.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 5
อันนี้เป็นวินัยส่วนตัวครับพี่วิน

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ศณีรา วันที่ : 13/07/2011 เวลา : 07.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 4
ต้นฉบับไม่เวอร์จร้าป๋าโซ อิๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
หนุมานชาญสมร วันที่ : 13/07/2011 เวลา : 07.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wintawan
บนเส้นทางการเดินทาง มีเรื่องให้ค้นห มีความงามให้จดจำ มีมิตรภาพที่ล่องลอยอยู่รายทาง

สงสัยจะเข้าพรรษา ก้อนหินเลยมาเมนท์

น่าจะมอบรางวัลให้ปลัด ในฐานะขยันอัพบล็อก

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 13/07/2011 เวลา : 07.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

ทำไมแต่ละภาพ แสงเว่อร์ขาวจังอ่ะ...
โหยยย ภาพสาวจีนมาเลย์เลยไม่แจ่มเล้ยยยยยย....

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ศณีรา วันที่ : 13/07/2011 เวลา : 07.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 2
สงสัยวันนี้หิมะจะตกในเมืองไทย ก้อนหินรำพันแวะมาทักทาย สบายดีครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ก้อนหินรำพัน วันที่ : 13/07/2011 เวลา : 07.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LOSTGEO

ช่วงที่ผมเคยตระเวนเคาะหินแถบนี้กับทีมงานมาเลเซีย ได้ผ่านพบหลายวัดนะครับ และพบเจอคนไทยดั้งเดิมมากมาย.... ผมถึงไม่เคยเชื่อในเส้น "พรมแดนสมมติ" แม้ว่าในมือจะถือแผนที่ที่มีเส้นขอบเขตการปกครองลากแบ่งเต็มไปหมด

สบายดียามเช้า... ใกล้วันเข้าพรรษาครับพี่ปลัด

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศณีรา วันที่ : 13/07/2011 เวลา : 07.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน