*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 802
  • จำนวนผู้ชม : 2401135
  • จำนวนผู้โหวต : 684
  • ส่ง msg :
  • โหวต 684 คน
<< กรกฎาคม 2011 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันอังคาร ที่ 19 กรกฎาคม 2554
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 17760 , 12:40:25 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน khox , BlueHill และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 

 

 

 

วัตถุโบราณมนุษย์ยุคหิน ที่ ปิยะมิตร ๓

 

 

 

 

 

 

                  วันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ที่ผ่านมา นายหว่างหลิน แซ่หลาย อดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาเลเซีย หมู่บ้านปิยะมิตร ๓ หมุ่ที่ ๗ บ้านดอน อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ได้มาพบผู้เขียนผู้เขียนและเล่าความว่า นางหยุ่นได้ขุดค้นพบวัตถุโบราณเครื่องใช้ทำด้วยหิน คาดว่าน่าจะเป็นของคนโบราณ โดยขณะกำลังทำแปลงเกษตร พบบริเวณหนึ่ง ที่มีก้อนหินใหญ่ฝังในดิน เป็นบริเวณที่ปลูกต้นไม่ไม่ค่อยขึ้น เมื่อขุดลงไปปรากฎกว่า พบของใช้ที่เป็นหิน เหมือนของคนโบราณ จึงลงมือ ขุดอีก และพบทั้งหมด 12 ชิ้น  ซึ่งนางหยุ่น ปัจจุบัน อาศัยอยู่ที่หมู่บ้านปิยะมิตร ๓ ซึ่งอยู่ทางตะวันตกของตำบลอัยเยอร์เวง ติดชายแดนมาเลเซีย รัฐเคดาห์ ซึ่งมีแนวสันปันน้ำบนเทิอกเขาสันกะลาคีรีเป็นเขตแดน

                  ดังนั้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จนท.วิเคราะห์นโยบายอบต.อัยเยอร์เวง จึงลงไปดูและถ่ายภาพ ปรากฏว่า วัตถุโบราณดังกล่าว เป็นหินทั้งหมด โดยแยกเป็นเครื่องใช้ ประเภทเครื่องเกษตรกรสำหรับขุดดินทำการเกษตร มีดแบบปังตอ มีดพร้าและ มิดสั้น อีกทั้งยังพบ ปลายหอกแหลมที่ทำจากหิน เช่นกัน จึงได้บันทึกภาพเป็นหลักฐาน และลงทะเบียนวัตถุไว้ ทั้งนี้ เนื่องจากเราไม่มีบุคลากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน จึงจำเป็นต้องประสานงานไปยังสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดยะลา กรมศิลปากรและสถาบันที่เกี่ยวข้อง เหมือนทำการศึกษา เพื่อพิสูจน์วัตถุดังกล่าวต่อไป

                  สำหรับนายหวางหลาย แซ่หลิน ราษฎรผู้นำกลุ่มบ้านปิยะมิตร ๓ ได้ กล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า "อยากจะให้ทางการทำพิพิธภัณฑ์เล็กๆสำหรับไว้ผู้ที่สนใจมากศึกษา วิจัย เพราะเชื่อว่า คงมีประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งแน่นอน"

                  ทั้งนี้กลุ่มบ้านปิยะมิตร ๓ หมู่บ้านดอน ยังเป็นแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงดีเด่นระดับจังหวัด หมู่บ้านบริหารจัดการน้ำตามแนวพระราชดำริ รองแชมป์ระดับประเทศ ซึ่งคาดว่าในอนาคต หากสถานการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้ลดความรุนแรงลง หมุ่บ้านนี้คงสามารถพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้การเกษตรพอเพียง และแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์มนุษย์ยุคโบราณที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

                  สำหรับผู้เขียนต้องยอมรับว่า งานนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เกินบรรยายจริงๆใหม่มากๆ แม้แต่สื่อหลักยังไม่รู้ ในอนาคตก็อยากให้มีการศึกษาและวิจัย เพื่อเป็นประโยชน์ในการศึกษามนุษย์วิทยา การเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์ยุคโบราณในคาบสมุทร ตลอดจน ในภูมิภาค หากใครที่มีความรู้ หรือมีข้อคิดเห็น แนะนำได้ ใน ๐๗๓-๒๘๕๑๑๑ ต่อ ๕ ติดต่อ คุณนุ้ย วิเคราะห์นโยบาย หรือ ปลัดอบต.อัยเยอร์เวง ในเวลาราชการ หรือจะสะดวก ที่ areebe@hotmail.com เพื่อเราจะได้ดำเนินการได้ถูกหลักวิชาการ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อส่วนรวมต่อไป.. ศณีรา รายงาน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ข้างบนคืดอ เครื่องทำการเกษตร ทำด้วยหิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปลายหอก ยาว 6 "

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

มีดปังตอหรือมีดอีโต้ ทำจากหิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เหมือนปลายหอก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เหมือนค้อนสะเดาะหิน,ทุบเนื้อ

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

เพิ่มเติม

เหมือนมีดพร้า

 

 

นายหวางหลาย แซ่หลิน (คนมาแจ้ง)

นางหยุ่น ผู้ค้นพบโดยบังเอิญ

ขวานหิน เปรียบเทียบกับขวานเหล็ก

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

ข้อมูลหมู่บ้านปิยะมิตร 3

 


                 ในปี พ.ศ. ๒๕๓๐ อดีตสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์มาเลเซีย ได้มอบตัวต่อรัฐบาลไทย เพื่อเข้าร่วมเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย โดยกองทัพภาคที่ ๔ ได้จัดตั้งหมู่บ้านปิยะมิตร ๑-๔ โดย ปิยะมิตร๔ ตั้งอยู่ที่บ้านถ้ำทะลุ อำเภอบันนังสตา หมู่บ้านปิยะมิตร ๑ ตั้งอยู่บ้านเขาน้ำค้าง อำเภอนาทวี ปิยะมิตร ๒ ตั้งอยู่ตำบลตาเนาะแมเราะ และปิยะมิตร ๓ ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

น้ำตกสอยดาว เหนือฝาย สูงสง่า..งาม

ลำธารใสปิ๊ง

 


                  หมู่บ้านปิยะมิตร ๓ ตั้งอยู่ทางตะวันตกของตำบลอัยเยอร์เวง โดยสามารถเข้าทางแยก กม. ๒๗ ของถนนทางหลวงเส้น ๔๑๐ ยะลา-เบตง เข้าไปตามถนนลาดยางเส้นทางโยธา – ปิยะมิตร๓เป็นระยะทาง ๘,๐๐๐ เมตร โดยตัวหมู่บ้านห่างจากชายแดนไทยมาเลย์ด้านรัฐเคดาห?เพียง ๒,๐๐๐ เมตร โดยมีสมาชิกหมู่บ้านรวมทั้งสิ้น ๘๒ คน เป็นชาย ๒๘ คน และเป็นหญิง ๓๔ คน ครัวเรือน ทั้งสิ้น ๓๖ ครอบครัว เป็นสัญชาติไทย ๑๕ คน สัญชาติมาเลเซีย ๔๗ คน, เชื้อชาติจีน ๖๒ คน มีพื้นที่ทั้งสิ้น ๑๑๐๐ ไร่ โดยในแผนพัฒนาของตำบลอัยเยอร์เวง หมู่บ้านแห่งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อก้าวเป็น “แหล่งศึกษาเรียนรู้การเกษตรแบบพึ่งตนเอง ที่สามารถรองรับความต้องการอบรมศึกษาของเกษตรกรในพื้นที่สูง ของสามจังหวัดชายแดนใต้”

แปลงปลูกผักน้ำอันลือชื่อ

ไก่เบตงของแท้

แปลงมะระหวาน

มะละกอส่งออกใต้หวัน

ลองกอง

ทุเรียน ราชาผลไม้ไทย


               โดยหมู่บ้านแห่งนี้เป็นแหล่งผลิต ผลิตภัณฑ์ของดีเมืองเบตง ทั้ง ผักน้ำ ปลาจีน มะระหวานและไก่เบตงอันเลื่องชื่อ แต่ด้วยการจัดลำดับการนำเสนอการประชาสัมพันธ์ ตามวิสัยทัศน์ “อาเมซอนแห่งอาเซียน” ของตำบลการนำเสนอจึงมีกำหนดไว้ลำดับที่ ๓ ต่อหลังจาก ป่าฮาลา และหมู่บ้านจุฬาภรณ์พัฒนา ๑๐ ซึ่งหลังจากที่มีการค้นพบ วัตถุโบราณยุคหินนี้ อาจมีผลต่อแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาของตำบลก็เป็นได้ : ศณีรา..รายงาน

แปลงผักชีวภาพ

หญ้าแฝกยึดตลิ่ง

จักรยางมอเตอร์

กากมะพร้าวเลี้ยงไก่

ฟาร์มไก่เบตง

แผ่นยางพาราย๊าวยาว กับระบบบำบัดก่อนปล่อยลงลำธาร

บ่อบำบัด

ระบบเกษตรก้าวหน้า

บ่อน้ำบนยอดเขา สำหรับประปาภูเขา

 

 

 

 

 

มะเฟือง

 

 

 

 

 

 

 


 

 

ความรู้เกี่ยวกับ

วัตถุโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์

 

 

 

 

 

 

 

ชื่อวัตถุ เครื่องมือหินกะเทาะ

 

                  ประโยชน์ใช้สอย เครื่องมือหินกะเทาะของมนุษย์ในยุคหินเก่าทำจากหินกรวดแม่น้าหินเหล่านี้มักจะกลมมนเนื่องจากถูกกระแสน้าพัดพาและเกิดการขัดเสียดสีมนุษย์จะนาเอาหินกรวดแม่น้าเหล่านี้มากะเทาะเป็นเครื่องมือรูปร่างต่างๆแล้วนำมาใช้งานเทคนิคการกะเทาะเป็นแบบกะเทาะโดยตรงระหว่างตัวเครื่องมือกับทั่ง หรือก้อนหินกับตัวเครื่องมือ กะเทาะเครื่องมือให้มีรูปร่างต่างๆ กัน เช่น เครื่องมือหินกรวดขนาดใหญ่กะเทาะหน้าเดียว (Unifacial tools) หรือเครื่องมือสับตัด (Choppers) ขวานถากรูปกำปั่น (Hand-adzes) เครื่องมือหินกรวดกะเทาะสองหน้า (Bifacial tools) เครื่องมือขุดตัด (Chopping tools) ฯลฯ เครื่องมือเหล่านี้เมื่อพิจารณาจากลักษณะรูปร่างโดยการเอาไปเปรียบเทียบกับแหล่งอื่น สามารถสันนิษฐานลักษณะการใช้งานได้ คือ การตัดการโค่นต้นไม้ การปอกเปลือกไม้ผ่าไม้ การกะเทาะหรือทุบเปลือกหอยลูกไม้เปลือกแข็งหรือกระดูกสัตว์ อาวุธในการล่าสัตว์ การแล่หนังสัตว์ การหั่นและตัดเนื้อสัตว์ นอกจากนี้อาจใช้เครื่องมือหินในการทาไม้เป็นอาวุธหรือเครื่องมือสาหรับล่าสัตว์ เครื่องมือเครื่องใช้แบบนี้เป็นลักษณะเครื่องมือที่พบแพร่หลายในยุคหินเก่า ระหว่าง ๕๐๐,๐๐๐๑๐,๐๐๐ ปีมาแล้ว มนุษย์ในยุคนี้ดารงชีวิตด้วยการล่าสัตว์และเก็บอาหารที่หาได้ตามธรรมชาติเช่นพืชและผลไม้ป่าเป็นอาหาร ลักษณะสังคมเป็นแบบสังคมนายพรานหรือล่าสัตว์ เร่ร่อนไปตามฝูงสัตว์ ไม่มีถิ่นฐานแน่นอน มักพบหลักฐานว่าอยู่อาศัยตาม ถ้า เพิงผา และที่ราบริมแม่น้า ส่วนสัตว์ที่ล่าเป็นสัตว์ยุคเก่าซึ่งหลายชนิดได้สูญพันธุ์ไปแล้ว

 

 

 

 

 

 

ชื่อวัตถุ ขวานหิน

 

                ประโยชน์ใช้สอย ขวานหิน (วิวัฒนาการมาจากหินกะเทาะ) ในยุคกลางมีอายุประมาณ ๑๐,๐๐๐ ปี ถึง ๗,๐๐๐ ปี มีความต่างจากยุคเก่า คือ กะเทาะอย่างประณีตกว่ายุคหินเก่าขนาดเล็กลง ไม่หยาบ ใหญ่และหนักเช่นยุคแรกมีหลายรูปแบบ เป็นเครื่องมือสำคัญในสังคมเกษตรกรรมสาหรับสับตัด ซึ่งพัฒนามาจากยุคหินเก่าเครื่องมือหินนี้จัดอยู่ในวัฒนธรรมโฮบิเนียน ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในสมัยนี้อาศัยอยู่ตามถ้า เพิงผาใกล้ห้วยลาธาร ไม่ไกลจากแม่น้าที่มีหินกรวด คนพวกนี้ล่าสัตว์ เก็บผลไม้หาปลา จากการพบกระดูกสัตว์ที่ปนอยู่กับเครื่องมือหินพบว่าคนสมัยนั้นกินหมู กวาง หมี ลิง หอย ปลา ปู เต่าเป็นอาหารและรู้จักการก่อไฟหุงอาหารในสมัยยุคหินกลาง มนุษย์รู้จักการเลี้ยงสัตว์และเริ่มมีการเพาะปลูกพืช

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พัฒนาการของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์

 

                ประวัติศาสตร์ หมายถึง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต อดีตของประวัติศาสตร์จะกินเวลานานเพียงใด ยังหาคำตอบที่แน่นอนไม่ได้ บางท่านกล่าวว่าประวัติศาสตร์เริ่มเมื่อมนุษย์รู้จักบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรและเรียกสมัยก่อนที่มนุษย์จะรู้จักบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ว่ายุคก่อนประวัติศาสตร์ หรือบางทีก็เรียกว่า ยุคโบราณคดี เพราะหลักฐานที่ใช้ศึกษาเรื่องต่างๆ ในยุคนี้ เป็นหลักฐานทางด้านโบราณคดี เช่น เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องประดับ โครงกระดูกมนุษย์ โครงกระดูกสัตว์ ซากเมล็ดพืช ดิน หิน แร่ ภาพเขียนสีตามผนังถ้ำ ฯลฯ

 

 

 

                   การใช้การรู้หนังสือของมนุษย์เป็นเกณฑ์ในการแบ่งยุคสมัย เป็นการแบ่งอย่างกว้างๆ เท่านั้น ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ ดังนั้นจึงต้องอาศัยเกณฑ์อย่างอื่นมาประกอบ ได้แก่ พัฒนาการที่สำคัญของพฤติกรรมของมนุษย์ที่ก่อให้เกิดผลต่อสังคมโดยรวม หรืออารยธรรมของมนุษย์ในแต่ละช่วงเวลา

 

กล่าวโดยสรุป เกณฑ์ในการแบ่งยุคสมัยทางประวัติศาสตร์ที่เป็นสากล ได้แก่

 

         1) การรู้จักประดิษฐ์อักษรขึ้นใช้ในการบันทึกเรื่องราว

 

         2) พัฒนาการที่สำคัญของพฤติกรรมของมนุษย์ในแต่ละช่วงเวลา

 

        3) การแบ่งยุคสมัยโดยใช้เกณฑ์การรู้หนังสือของมนุษย์ แบ่งได้ ดังนี้ คือ

 

           - ยุคก่อนประวัติศาสตร์ (Preliterate Period) เริ่มเมื่อประมาณ 1,750,000 ปี - 5,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช

 

           - ยุคประวัติศาสตร์ (Literate Period) เริ่มเมื่อประมาณ 5,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช เป็นต้นมา

 

          4) การแบ่งยุคสมัยโดยใช้พัฒนาการที่สำคัญของพฤติกรรมของมนุษย์เป็นเกณฑ์

 

 

 

 

 

ยุคก่อนประวัติศาสตร์

 

            ยุคก่อนประวัติศาสตร์แบ่งย่อยออกเป็น 3 ช่วงเวลา ตามพัฒนาการของเครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องประดับที่มนุษย์สร้างขึ้นในแต่ละช่วงสมัย ดังนี้

 

            1. ยุคหินเก่า (Paleolithic Age) ประมาณ 1,750,000 ปี ถึง 10,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ยุคนี้มนุษย์รู้จักสร้างเครื่องมือ เครื่องใช้ และเครื่องประดับจากหิน กระดูกสัตว์ เปลือกหอย ตอนปลายยุครู้จักใช้ไฟ

 

           2. ยุคหินใหม่ (Neolithic Age) ประมาณ 10,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ถึงประมาณ 5,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ยุคนี้มนุษย์ รู้จักทำเครื่องมือ เครื่องใช้ที่มีประสิทธิภาพ และเครื่องประดับ รู้จักสร้างที่อยู่อาศัย เปลี่ยนพฤติกรรมจากการเป็นผู้แสวงหาจากธรรมชาติมาเป็นผู้ผลิต รู้จักการเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และตั้งถิ่นฐานเป็นหลักแหล่งสร้างสรรค์อารยธรรม

 

           3. ยุคโลหะ (Metal Age) เริ่มประมาณ 5,000 ปี ก่อนคริสต์ศักราช เป็นต้นมา มนุษย์รู้จักนำโลหะมาทำเป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ อาวุธ เครื่องประดับ เริ่มพัฒนาเป็นบ้านเป็นเมือง ก้าวเข้าสู่ยุคประวัติศาสตร์

 

 

 

สภาพสังคมสมัยก่อนประวัติศาสตร์

 

             ในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อมนุษย์ยังไม่รู้จักใช้ตัวอักษรเพื่อบันทึกเรื่องราวของชุมชนตนนั้น มนุษย์ในภูมิภาคต่างๆ ของโลกได้ใช้เวลายาวนานมากนับเป็นล้านปี (ตั้งแต่มนุษย์สมัยหินเก่าเมื่อ 2 ล้านปีมาแล้วจนถึง 3,500 ปีก่อนคริสต์ศักราช) มนุษย์จึงสามารถสร้างสมความเจริญพัฒนาขึ้น เริ่มตั้งแต่สมัยหินใหม่ มนุษย์ได้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ค้นพบวิธีกสิกรรม รู้จักเอาชนะธรรมชาติและเติบโตขึ้นเป็นชุมชนขนาดใหญ่ในระดับหมู่บ้านหรือเมืองขึ้นได้ อารยธรรมสำคัญของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ คือ การค้นพบวิธีนำโลหะมาทำเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ ซึ่งทนทานแข็งแกร่งและใช้งานได้ดีมีประสิทธิภาพมากกว่าหิน โดยเริ่มต้นจากมนุษย์ค้นพบทองแดงจากธรรมชาติด้วยความบังเอิญ เราเรียกช่วงเวลาที่มนุษย์ใช้ทองแดงว่า ยุค Chalcolithic Age ในยุคนี้มนุษย์ยังคงใช้เครื่องมือหินขัดควบคู่กันไปด้วย หลังจากนั้นไม่นานมนุษย์ก็สามารถเรียนรู้วิธีถลุงแร่โลหะและนำแร่ธาตุสองชนิดมาหลอมรวมกัน คือ ทองแดงกับดีบุก เรียกว่า สำริด ซึ่งมีความแข็งกว่าทองแดงเราเรียกช่วงเวลาที่มนุษย์ใช้สำริดว่า Bronze Age หรือยุคสำริด ต่อมามนุษย์ก็ค้นพบแร่ธาตุที่สาม คือ ตะกั่ว เมื่อหลอมรวมเข้าไปกับทองแดงและดีบุกแล้ว จะทำให้โลหะหลอมได้ง่ายทำให้การผสมโลหะมีคุณภาพดีขึ้น ในช่วงเวลานี้มนุษย์ได้คิดค้นการประดิษฐ์เครื่องมือเครื่องใช้ จากสำริด เริ่มจากการค้นหาแหล่งแร่ทองแดง ดีบุก ตะกั่ว การถลุงแร่ การหลอมแร่ในเบ้าหลอม การทำแม่พิมพ์ซึ่งพบหลักฐานทั้งแม่พิมพ์คู่ที่ทำจากหินทรายแบบสองชิ้นมาประกบกัน ใช้ในการหล่อขวาน หัวลูกศร และการหล่อในแม่พิมพ์ดินเผาซึ่งใช้ในการหล่อเครื่องประดับ เช่น กำไล เรียกได้ว่ามนุษย์ได้ใช้สติปัญญาพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องมือเครื่องใช้อย่างจริงจัง หลักฐานความเจริญของมนุษย์สมัยสำริดที่ยังคงเหลือในปัจจุบัน เช่น หัวลูกศร ใบหอก และขวานสำริดซึ่งเป็นอาวุธของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงสมัยประวัติศาสตร์ เบ็ดตกปลาสำริด ตุ้มหู และกำไลสำริด และต่อมาก็ได้พัฒนาความรู้ในการผลิตเครื่องมือเครื่องใช้ได้มีประสิทธิภาพ และสวยงามยิ่งขึ้น เช่น ไหใส่เหล้าที่พบที่จีน กลองมโหระทึกสำริดที่พบทั่วไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ซึ่งความเจริญในการหล่อสำริดขนาดใหญ่เกิดขึ้นในสมัยยุคเหล็กในเวลาต่อมา)

 

                 ความเป็นอยู่ของมนุษย์ในสมัยสำริดได้เปลี่ยนแปลงจากมนุษย์ในยุคหินอย่างมาก เริ่มต้นตั้งแต่ยุคหินใหม่เกิดชุมชนเกษตรกรรม ซึ่งได้ขยายตัวกลายเป็นชุมชนเมือง มีการจัดแบ่งกลุ่มคนตามความสามารถ รู้จักใช้แรงงานสัตว์ในการไถนาและชักลาก รู้จักประดิษฐ์พาหนะสำหรับการเดินทาง เช่น เรือใบ การประดิษฐ์ล้อโดยใช้สัตว์ ลากจูง การทำแป้นหมุนใช้ปั้นเครื่องปั้นดินเผา การติดต่อระหว่างชุมชนมีมากขึ้นเพราะนอกจากการแลกเปลี่ยนสินค้าแล้ว ยังเป็นการหาแหล่งแร่ที่ขาดแคลนในชุมชนของตน เพราะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการสร้างสรรค์เครื่องมือ เครื่องใช้ และอาวุธ ที่สำคัญยิ่งคือการรู้จักควบคุมแหล่งน้ำด้วยระบบชลประทาน การทำฝายกั้นน้ำ การขุดคูคลอง เพื่อบังคับทางเดินของน้ำ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญทำให้เกิดอารยธรรมลุ่มน้ำขึ้น

 

               ในสมัยสำริด มนุษย์ในบางพื้นที่สามารถประดิษฐ์สิ่งสำคัญที่สุด คือ ตัวอักษร ซึ่งใช้ถ่ายทอดภาษาพูดที่ชุมชนสามารถสร้างสรรค์สัญลักษณ์ขึ้นได้ก่อนนานแล้ว เมื่อมนุษย์มีตัวอักษรบันทึกความรู้ต่างๆ การเผยแพร่ความเจริญจึงได้พัฒนาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น สมัยประวัติศาสตร์จึงได้เริ่มต้นในชุมชนนั้น แหล่งอารยธรรมที่สำคัญๆ ของโลกล้วนมีพัฒนาการทางสังคมมาจากช่วงเวลาสมัยสำริด เช่น แหล่งอารยธรรมเมโสโปเตเมียในภูมิภาคเอเชียตะวันตก แหล่งอารยธรรมลุ่มน้ำไนล์ในอียิปต์ (ทางเหนือของทวีปแอฟริกา) แหล่งอารยธรรมลุ่มน้ำสินธุในอินเดีย และแหล่งอารยธรรมลุ่มน้ำหวางเหอ (ฮวงโห : Huang He) ในจีน แหล่งอารยธรรมของโลกดังกล่าวนี้เจริญขึ้นในราว 3,500 ปีก่อนคริสต์ศักราช

 

 

 

 

ข้อมูลจาก http://www.maceducation.com/e-knowledge/2503107100/01.htm


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
ศณีรา วันที่ : 23/07/2011 เวลา : 12.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 36
ขอบคุรครับคุณ veerasak28 ผมคิดว่าศิลปากรน่าจะช่วยเหลือด้านวิชาการ ที่ปรึกษา ส่วนเรื่องการบริหารจัดการ ให้ชางบ้านเขามีส่วนร่วมจะดีที่สุดครับ เพราะเขาคือผู้ที่มีผลกระทบมากที่สุดครับ จริงๆผมว่าน่าจะมีอีกเยอะ ที่เราพบกัน แต่เรามัวทำงานเชิงรับซะมากกว่า มันถึงไม่ไปไหน สำหรับระบบราชการไทยครับ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
veerasak28 วันที่ : 23/07/2011 เวลา : 02.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerasakt1

ผมสันนิษฐานว่าเป็นเครื่องมือหินที่มีการขัดฝน อายุไม่น่าจะเกิน ๕๐๐๐ ปีนะครับ ส่วนเรื่องการเก็บรักษาควรที่จะติดต่อสำนักศิลปากรซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลด้านนี้โดยตรงครับ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
ศณีรา วันที่ : 21/07/2011 เวลา : 20.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 34
ขอบคุณครับคุณ Groovy_Sannie

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
Groovy_Sannie วันที่ : 21/07/2011 เวลา : 13.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SANN

สวัสดีครับ

ผมชื่อพงสัญญ์(เป็นนักศึกษา ป.โท คณะโบราณคดี ศิลปากร) ได้ส่งลิงก์นี้ไปให้อาจารย์ท่านหนึ่งที่เชี่ยวชาญโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์ เผื่อมีคำแนะนำประการใด

อาจารย์ท่านแนะนำในเบื้องต้นให้ติดต่อไปที่ สำนักศิลปากรที่ จ.สงขลา เพื่อตรวจสอบครับ เพราะดูจากรูปยังไม่ชัดเจนนัก(เนื่องจากอาจารย์ท่านก็มีภาระกิจไม่ได้อยู่ที่คณะ ผมได้คุยกับอาจารย์ทางอีเมลอีกที ผมเข้าใจว่าคงมีผู้เชี่ยวชาญอยู่ที่นั่น)

สำนักศิลปากร 13 จ.สงขลา
หมู่ที่ 6 ตำบลวัดขนุน อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา 90330 โทรศัพท์ (074) 483460-1 , โทรสาร (074) – 483460

http://thaiculture.net/songkhla/detailcontent.php?sub_id=56#

เมลติดต่อผมครับ pongsanh@hotmail.com

คงได้อัพเดทกันเผื่อจะช่วยประสานงานได้บ้าง

ขอแสดงความนับถือ
พงสัญญ์

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
ศณีรา วันที่ : 21/07/2011 เวลา : 03.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 30
คนปิยะมิตร 3 เขาเป้นอดีตพรรคคอมมิวนิสต์มาเลเซีย จึงมีวินัยและขยันเป็นที่ยอมรับครับ พอมีโครงการราชดำริลงมา เขาเลยทำเกิดผลจริงๆครับ ท่าน พล.ท.นันทเดช ถ้าคนไทยเรามีวินัยแบบเขา ป่านนี้คงไม่ต้องออกมาประท้วงตามถนนแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
ศณีรา วันที่ : 21/07/2011 เวลา : 03.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 29
555 ไว้เปรียบเทียบสัดส่วน ขนาดละครับ คุณเจริญขวัญ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
ศณีรา วันที่ : 21/07/2011 เวลา : 03.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 28
ขอบคุณครับย่าดา

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
พล.ท.นันทเดช วันที่ : 21/07/2011 เวลา : 02.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nunrimfar
พลโทนันทเดช เมฆสวัสดิ์

น่าศึกษาถึงเรื่องความเป็นอยู่มากครับ เพราะเป็นตัวอย่างในเรื่องความพอเพียงได้เป็นอย่างดีครับ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 20/07/2011 เวลา : 23.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

มาอ่านหนนึงแล้ว เมื่อวานนี้

ว่าจะแซวว่า ไอ้ขวดเขียวๆ ในภาพแรกน่ะ ถือเป็นวัตถุโบราณด้วยรึเปล่า

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
ย่าดา วันที่ : 20/07/2011 เวลา : 22.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

ข้อมูลแน่นปึ๊กเลย ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
ศณีรา วันที่ : 20/07/2011 เวลา : 17.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 26
ยินดีครับคุณ Bunjerds

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
Bunjerds วันที่ : 20/07/2011 เวลา : 08.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bunjerds

ขอบคุณ บทความดีๆ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ศณีรา วันที่ : 20/07/2011 เวลา : 06.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 24
ครับผม คุณลุงคนช่างเล่า

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 20/07/2011 เวลา : 04.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

นักประวัติศาสตร์ อาจารย์ ความเห็นที่ 18 เป็นบทวิเคราะห์ ที่ดีครับ
ควรจัดเป็นที่สำคัญอีกแหล่ง เพื่อสงเสริมการท่องเที่ยว เชิงอนุรักษ์

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ศณีรา วันที่ : 20/07/2011 เวลา : 01.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 22
เพราะมันเป็นธรรมชาติติดป่าสงวนบนเทือกเขาสันกะลาคีรีครับ คุณ Anonym

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
Anonym วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 21.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anonym

ผมเห็นธรรมชาติเต็มไปหมดเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
ศณีรา วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 20.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 19
น่าเสียดายที่กายภาพสมบูรณ์แต่ยังต้ัองการความมั่นคงปลอดภัยที่สูงกว่านี้ครับ Toitoi

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ศณีรา วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 20.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 18
ขอบคุณ อ.ศุภศรุตมากครับ จะน้อมรับเพื่อเป็นแนวทางอันมีค่าครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
Toitoi วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 20.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Toitoi

ดูวิถีการดำเนินชีวิต แล้วอิจฉาความสมบูรณ์ของพื้นที่ จริงๆ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ศุภศรุต วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 19.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

สภาพของหิน ดูจะเป้นตระกูลหินตะกอนประเภทหินปูน
- รูปแบบอิสระ ไม่มีแบบแผน
- ไม่มีหลักฐานของการฝังศพ อาจจะเป็น กลุ่มพรานเร่ร่อน ในตระกูล นิกริโต (ซาไก) ผ่านมาตั้งค่ายพักชั่วคราวในพื้นที่
- รูปแบบหลายชิ้น ดูเป็นเคียว สำหรับตัดพืชประเภทหญ้า
- เครื่องมือทุบ เนื้อ
- อายุประมาณ 6000 - 15000 ปี ร่วมสมัยกับกลุ่มกระบี่
- หรืออาจจะมีอายุประมาณ 1500 - 2000 หากกลุ่มชนนั้น เป็นกลุ่มชนที่มีความล้า - ทางวัฒนธรรม - เทคโนโลยี (Culture Lag)
- เห็นด้วยกับการจัดนิทรรศการทางวัฒนธรรม ในรูปแบบพิพิธภัณฑ์ชุมชน ไม่ใช่การใช้งบประมาณมหาศาลมาสร้างอาคารและ Display
- ควรใช้พื้นที่ในเขตของ อบจ. จัดสร้างห้องวัฒนธรรม ท่งอเที่ยว เช่นเดียวกับรูปแบบของพิพิธภัณฑืท้องถิ่นที่ หนองราชวัตร สุพรรณบุรี ที่มีการพบสุสานยุคหินผสมขนาดใหญ่ 4500 ปี - 5000 ปี พบหลักฐานมากมาย เป็นแบบอย่าง
- ทั้งหมดเป็นความคิดเห็นของผู้ศึกษาเรื่องโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์คนหนึ่ง ไม่ใช่ข้อสรุปครับ

หุหุ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ศณีรา วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 16.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 14
ขอบคุณครับ คุณ NN1234

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ศณีรา วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 16.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 11
ยินดีครับคุณ khox

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ศณีรา วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 16.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 9
พิพธภันฑ์ที่ว่า จะทำจากบ้านดินเหนียวดัวยครับพี่ซาลี

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
NN1234 วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 16.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nn1234

เป็นเอนทรี่ที่ดีมากครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
BlueHill วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 15.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

สนับสนุนความคิดของคุณหวางหลาย เรื่องต้่องการให้ทางการทำพิพิธภัณฑ์เล็กๆสำหรับไว้ผู้ที่สนใจมากศึกษาและวิจัย ครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
khox วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 15.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khox
เค-ฮ๊อคซ์ : "เช่น นั้น เอง"

ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
khox วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 15.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khox
เค-ฮ๊อคซ์ : "เช่น นั้น เอง"

ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
BlueHill วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 15.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

สนับสนุนความคิดของคุณหวางหลาย เรื่องต้่องการให้ทางการทำพิพิธภัณฑ์เล็กๆสำหรับไว้ผู้ที่สนใจมากศึกษาและวิจัย ครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
BlueHill วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 15.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

สนับสนุนความคิดของคุณหวางหลาย เรื่องต้่องการให้ทางการทำพิพิธภัณฑ์เล็กๆสำหรับไว้ผู้ที่สนใจมากศึกษาและวิจัย ครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ศณีรา วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 14.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 6
ยินดีครับ คุณ musachiza

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ศณีรา วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 14.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 4
คนเบตงทุกคน พร้อมต้อนรับ ครับ คุณ pierra

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
musachiza วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 14.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ขอบคุณกับข้อมูลครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ศณีรา วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 14.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 3
ยินดีครับ คุณ arexy13

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
pierra วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 13.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pierra
สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ...ธรรมทาน ย่อมชนะทานทั้งปวง

มีเวลาจะไปเที่ยวและกินไก่เบตงครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
arexy13 วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 13.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/myarexy13

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆครับ ทำให้นึกถึงสมัยเรียนชอบวิชาประวัติศิลปะพื้นบ้าน บางอย่างได้เห็นเป็นภาพวาด แต่ตอนนี้ได้เห็นภาพที่โพสต์ไว้แบบชัดๆดีครับบบ

สวัสดียามบ่ายครับบบบ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ศณีรา วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 12.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ยินดีครับพี่ลูกเสือ..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 19/07/2011 เวลา : 12.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน