*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 802
  • จำนวนผู้ชม : 2391641
  • จำนวนผู้โหวต : 682
  • ส่ง msg :
  • โหวต 682 คน
<< กันยายน 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันอังคาร ที่ 27 กันยายน 2554
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 4425 , 09:14:23 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ศณีรา , BlueHill โหวตเรื่องนี้

บทสรุปการศึกษาดูงานมาเลเซีย 2011

 

  

 

  

                    หลังจากเสร็จสิ้นโครงการทัศนศึกษาดูงานต่างประเทศฯของนิสิตหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น ประจำปีการศึกษา 2553 ซึ่งดำเนินการตั้งแต่วันที่ 21 – 24 มิถุนายน 2554 คณะทำงานในโครงการฯ ได้ร่วมกันสรุปประเด็นสำคัญๆที่ได้รับในการศึกษาดูงาน และประเมินผลการการศึกษาดูงาน จากผู้เข้าร่วมโครงการ โดยสามารถแยกแยะสรุปโดยย่อในประเด็นองค์ความรู้และประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษาดูงานแต่ละสถานที่ดังนี้ 

 

 

 

 

  

1.ศึกษาดูงานวัดนิโครธาราม รัฐอลอสตาร์ กำหนดศึกษาดูงาน ในวันที่ 21 มิถุนายน 2554

 

  สรุปได้ว่า

         -      นักศึกษาได้ทราบถึงวิถีชีวิตคนไทยที่ตกค้างและที่อพยพมาในสหพันธรัฐมาเลเซียว่า มีคนไทยจำนวนมากที่ยังคงรักษาวิถีไทย วิถีพุทธ คุณภาพชีวิตมีความเป็นอยู่สะดวกสบายพอสมควร แม้จะตกในภาวะชนกลุ่มน้อย โดยมีชาวจีนมาเลย์เป็นกัลยาณมิตรที่ส่งเสริมสนับสนุนบำรุงศาสนาเป็นอย่างดี ซึ่งนโยบายชนของรัฐต่อกลุ่มน้อยในมาเลเซีย แม้จะแตกต่างในระดับความเท่าเทียมจากกฎหมายภูมิบุตรา แต่ก็ยังคงมีมาตรฐานในการดำรงชีพ มิได้ยากลำบากอย่างที่คาดไว้ แต่ที่เป็นประเด็นน่าสนใจ คือ ในมาเลเซียเขาห้ามการเดินบิณฑบาต ซึ่งเป็นกิจของสงฆ์ แต่ก็สามารถปรับได้ตามสมควรและห้ามคนเผยแพร่ศาสนาอิสลามแบบดะวะห์นอนในมัสยิดเช่นกัน ซึ่งก็เป็นกฎหมายความมั่นคงที่ควบคุมเสรีภาพในการปฏิบัติตามหลักศาสนาที่แปลก และเด็ดขาด

 

                -      นักศึกษาได้เห็นระบบนารวม ในรูปแบบสหกรณ์ของรัฐ ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรเช่าในราคาถูก         สามารถช่วยเหลือรักษาอาชีพเกษตรกร และถือรักษาพื้นที่ทำนาได้มีประสิทธิภาพ   ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรัฐทางเหนือขอสหพันธรัฐมาเลเซีย อันได้แก่เปอร์ลิส เคดาห์ ที่ติดกับประเทศไทย  

 

 

                                  

 

 2. ศึกษาดูงาน ณ สำนักงานกงสุลใหญ่ประจำรัฐปีนัง สรุปไดว่า

              ตรงนี้มีนักศึกษาชุดประสานงานได้สรุปไว้ ว่ากงสุลใหญ่ไทยประจำ รัฐปีนังมีบทบาทอย่างมากในการช่วยเหลือคนไทยโดยเฉพาะเรื่องแรงงานที่มีปัญหาในพื้นที่ ประกอบกับความสัมพันธ์ที่ดีทำให้ คนไทยได้สิทธิพิเศษหลายประการเมื่อเทียบกับชนชาติ ซึ่งสามารถเป็นพื้นฐานในการรวมเป้นหนึ่งเดียวของประชาคมอาเซียนในปี 2558 ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

3. ศึกษาดูงานงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเมืองปีนัง กำหนดศึกษาดูงาน ในวันที่ 21 มิถุนายน 2554 เวลา 13.00 น. ซึ่งในการศึกษาดูงานสามารถสรุปสาระพอสังเขปดังนี้

 

นโยบายการจัดการสาธารณะของรัฐปีนัง 

                     รัฐบาลท้องถิ่นรัฐปีนังท้องถิ่นรับนโยบายจากรัฐบาลกลางโดยมี Chife Minister เป็นผู้บริหารภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลกลาง จึงเป็นลักษณะระบบนโยบายจากระดับบนสู่ระดับล่าง Top – Down System มีการกำหนดนโยบายเป็นพิมพ์เขียวของแต่ละรัฐ ซึ่งเปรียบได้ดังแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดของประเทศไทย เพียงแต่ที่นี่ ส่วนกลางจะเป็นผู้กำหนดชัดเจน สำหรับงบประมาณด้านการบริหารจัดการสาธารณะ รัฐบาลกลางจะเป็นผู้จัดสรร เหมือนเงินอุดหนุนของระบบราชการไทย และแยกเป็นคนละส่วนกับรายได้จากภาษีที่ท้องถิ่น ซึ่งการบริหารจัดการสาธารณะ รัฐปีนังมีการพัฒนาทางด้านคมนาคม ส่งเสริมพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็คโทรนิคส์ การท่องเที่ยว และการลงทุน 

                    รัฐปีนังกำลังพัฒนาให้เป็น The Greater Penang ซึ่งเป็นนโยบายของท้องถิ่นปีนังที่ไม่สอดคล้องกับรัฐบาลกลางนัก โดยที่รัฐบาลท้องถิ่นต้องการพัฒนารัฐปีนังให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยเน้นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนปีนังเชื้อสายต่างๆให้ได้รับสิทธิเท่าเทียมกับคนมาเลเซียเชื้อสายจีน
                   ซึ่งนโยบายสาธารณะของรัฐปีนังที่จัดทำโดยรัฐบาลกลาง หรือ Penang Blueprint เป็นเพียง Nation Program ไม่สามารถตอบสนองต่อประชาชนในรัฐปีนัง และไม่สามารถนำนโยบายไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์ได้อย่างแท้จริง

 

นโยบายสาธารณะด้านการคมนาคม
                         อย่างไรก็ตาม รัฐปีนังได้รับการพัฒนาทางด้านการคมนาคมเป็นอย่างมาก โดยการสร้างสะพานจากเมืองบัตเตอร์เวอร์ธ เข้าสู่เมือง George town ใช้งบประมาณอย่างมหาศาล เพื่อพัฒนา Penang ให้เป็น Face of South Eeast Asia ในปี 2020 รัฐบาลกลางมาเลเซียเล็งเห็นว่า Penang สามารถเป็น Port of Asia ได้ในอนาคต
                        ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ของคนในรัฐปีนังเป็นปัญหามายาวนาน ซึ่งรัฐบาลท้องถิ่นปีนัง ยังไม่สามารถแก้ไขได้ เนื่องจากรัฐบาลกลางเน้นการจัดการด้านคมนาคม อุตสาหกรรม ความเสียเปรียบของประชากรรัฐปีนังจึงกลายเป็นข้อเรียกร้องต่างๆ เช่น
                      คนมาเลย์เชื้อสายอินเดียขอสิทธิการเป็นบุคคลภูมิบุตรา
                      คนมาเลย์เชื้อสาย มลายู-พม่า ขอสวัสดิการด้านการศึกษา
                      สวัสดิการ การถือครองที่ดินโดยไม่ใช้บัตรเกษตรกร
                      การไม่ระบุ เชื้อชาติชาติพันธุ์ในบัตรประจำตัวประชาชน
                      การเรียกร้องให้วัฒนธรรมไทยให้เป็นส่วนหนึ่งของชาติ
                      สวัสดิการต่างๆหากไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคอัมโน
                      การขอสวัสดิการ การขึ้นทะเบียนเป็น Perminance Residance
                        : นางธนันท์นพร ปราบชนะ 21/6/2554 ผู้เรียบเรียง

 

                   สรุปผลการดูงานในครั้งนี้ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า ในเรื่องสวัสดิการชุมชน สังคม รัฐปีนังยังต้องบริการจัดการให้เป็นระบบและกระจายอำนาจสู่ชุมชนดั้งเดิม เพื่อลดความขัดแย้งของชาติพันธุ์ในรัฐ
                 นโยบาย Commenity Service ที่จะให้ประชาชนในรัฐปีนังทุกคนมีบ้าน เป็นเสมือนนโยบายที่เป็นเพียงนามธรรม ซึ่งความต้องการของประชาชนรัฐปีนังที่ต้องการให้มี Urbon Service และ อนุรักษ์มรดกโลก วัฒนธรรมเก่า เพื่อการท่องเที่ยว นโยบายสาธารณะต่างๆที่รัฐบาลกลางจัดสรรให้รัฐปีนังจึงไม่สอดคล้องกัน
                     ความไม่สอดคล้องของความต้องการของประชาชนต่อนโยบายสาธารณะอาจจะนำมาซึ่งข้อเรียกร้องต่างๆที่นำไปสู่ความขัดแย้งในอนาคต
                     ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และการกำจัดสิทธิบางประการในการมีสิทธิเป็นภูมิปุตราเป็นปัญหามายาวนาน รัฐบาลท้องถิ่นต้องให้ความสนใจในปัญหาอย่างมาก
                     การพัฒนาทางวัตถุ เน้นทางอุตสาหกรรมตรงกันข้ามกับลักษณะภูมิประเทศที่เป็นเกาะ ปัญหาสิ่งแวดล้อมจะเป็นปัญหาในอนาคตของปีนัง

 

 

 

 

4.ศึกษาดูงานสำนักงานความมั่นคงของรัฐบาลกลาง ประจำรัฐมะละกา กำหนดศึกษาดูงาน ในวันที่ 22 มิถุนายน 2554 สรุปได้ว่า 

             รัฐมะละกาเป็นรัฐที่น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ เนื่องจากเคยถูกครอบครองจากประเทศทางตะวันตกหลายร้อยปี จึงทำให้รัฐมะละกามีอัตลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว เพราะเป็นพื้นที่ ที่พรั่งพร้อมไปด้วยอารยธรรม วัตถุโบราณ และโบราณสถาน ประชาชนที่มีเชื้อสายจากชาวตะวันตกอาศัยอยู่มาก มีผลให้นโยบายของรัฐมะละกาจึงแตกต่างจากรัฐอื่นๆในมาเลเซีย 

             ซึ่ง นโยบายสาธารณะของรัฐมะละกา จะมุ่งเน้นทางด้านความรับผิดชอบต่อความมั่นคงทางชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนในรัฐ รวมทั้งการดูแลสิ่งแวดล้อม และแก้ไขวิกฤติจากภัยธรรมชาติต่างๆ 

             ในส่วนความรับผิดชอบของสำนักงานความมั่นจากรัฐบาลกลางประจำรัฐมะละกา จะ เน้นหนักในเรื่องการอยูร่วมกันของประชาชนที่แตกต่างทางวัฒนธรรมและเชื้อชาติ โดยอาศัยความผสมผสาน ร่วมมือของทุกคนในรัฐมะละกาให้เชื่อมั่นในความปลอดภัยของชีวิต เป็นพันธกิจหลัก และเป็นหน้าที่ที่ของประชาชนทุกคนที่ต้องช่วยรัฐบาลสอดส่องดูแลความปลอดภัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมาย การเคารพสิทธิของแต่ละบุคคล การรักษาความสะอาด การระวังภัยจากการก่อการร้าย การบำรุงรักษาสิ่งแวดล้อม ทุกเรื่องเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทุกคนในรัฐมะละกา 

              รัฐบาลกลางมาเลเซียให้ความสำคัญในการบำรุงรักษามรดกโลกที่รัฐมะละกา และได้กำหนดนโยบายให้รัฐมะละกา ให้เป็นรัฐที่น่าอยู่ และปลอดภัยภายใต้ แนวคิดวิถีชีวิตวัฒนธรรมที่หลากหลายและกลมกลืนที่เน้น ความสงบ สันติ และปลอดภัย
              รัฐมะละกามีกฎหมายที่เรียกว่า Local Authority ที่เป็น นโยบายสาธารณะใหม่ ของรัฐที่ทุกคนรวมถึงนักท่องเที่ยว และทุกคนที่เดินทางเข้ามาในรัฐมะละกาต้องปฏิบัติ คือ เป็นรัฐปลอดบุหรี่ และเป็นพื้นที่ เทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม
 

               จุดเด่นนโยบายสาธารณะของรัฐมะละกา คือ การเชิญชวนให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการช่วยกันดูแลทรัพย์สินของชาติ รวมไปถึงการช่วยกันรักษาความปลอดภัยของรัฐ โดยเป็นนโยบายสร้างจิตสำนึกสาธารณะ ในการรักชาติไม่ได้ใช้มาตรการทางกฎหมายเพื่อลงโทษขั้นรุนแรง
               สิ่งหนึ่งที่รัฐมะละกาสามารถบริหารนโยบายสาธารณะได้อย่างดีและครอบคลุม คือ การสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของคนแต่ละคนที่ไม่จำกัดเชื้อชาติ แต่ให้สำนึกความ เป็นพลเมืองมะละกา และรักที่จะอยู่ในเมืองในความสงบและปลอดภัย : ธนันท์พร ปราบชนะ ผู้จดบันทึกและแปล

  

 

 

 

 

5. ศึกษาดูงาน เมืองใหม่ปุตราจายา  กำหนดศึกษาดูงาน ในวันที่ 23 มิถุนายน 2554 สรุปได้ว่า

  

                  ภารกิจหลักของ Economic Planning Unit Prime Minister’s Department PUTRAJAYA (EPU)
               EPU คือ กรมการวางแผนเศรษฐกิจ สำนักนายกรัฐมนตรี เปรียบเสมือนหัวใจของมาเลเซียที่ต้องการพัฒนาประเทศให้เป็นหนึ่งเดี่ยว และเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชียภายใน 2020

 

1.Formulate Policice & Strategies for socioecomomic development – long mediumterm plans

 

               กรม EPU นำนโยบายเกี่ยวกับเศรษฐกิจจากรัฐบาลกลาง มาแปลงเป็นการปฏิบัติโดยกำหนดยุทธศาสตร์ทางด้านเศรษฐกิจ ในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อกลุ่มคนยากจน ดังนี้

 

               ควบคุมการขยายของกลุ่มคนยากจน โดยให้เงินทุนและที่อยู่อาศัยลักษณะให้เช่าที่อยู่และเงินทุนเพื่ออาชีพจำกัดพื้นที่ให้อยู่ มีการพัฒนาอาชีพ
              ควบคุมการลงทุนของกลุ่มคนยากจน รัฐบาลให้พัฒนาคุณภาพชีวิตไปพร้อมๆกับให้อาชีพ มีสวัสดิการชุมชนเฉพาะกลุ่มคนยากจน
              ในการปฏิบัตินโยบายคุณภาพชีวิตระยะสั้น 10 ปีแรก เน้น 4 ด้านของปัจจัยยังชีพ บ้าน งาน สุขภาพ และการศึกษา
               ในระยะ 10 ปี ระยะที่สอง พัฒนาเศรษฐกิจด้านอุตสาหกรรม
               ในระยะยาว 20 ปี นโยบายเศรษฐกิจ เพื่อกลุ่มคนจน สามารถทำให้ลดจำนวนคนจนจาก 49.3% ลดลงเหลือ 8.5%

 

2.Evalate & recommenddevelopmentprogrammes& projects

 

               ขั้นตอนก่อนการปฏิบัตินโยบาย กรม EPU นำนโยบายมาพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบและพิจารณากลุ่มเป้าหมายภายใต้โปรแกรม โครงการที่มุ้งเน้นการพัฒนาด้วยบุคคล กลุ่มคนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนเริ่มจากมาตรฐานที่ต่ำสู่มาตรฐานสูง เน้นความมั่นคงยั่งยืน มั่นคงระยะยาว

 

3.Undertake economic research & advise Government on economic isseue

 

                   การพัฒนาเศรษฐกิจในภาพรวมของมาเลเซีย ได้รับการวางแผนและออกแบบจากรัฐบาลกลาง โดยการทำวิจัย การเก็บข้อมูลในระยะยาว ในประเด็นที่เกิดปัญหาในอดีตและเพื่อการวางแผนในอนาคต
                   มาเลเซียมีเป้าหมายที่เด่นชัดในการพัฒนาประชากรไปพร้อมๆกับการพัฒนาเศรษฐกิจ เป้าหมายที่ชัดเจนทำให้นโยบายที่ปรากฎในรูปแบบนำไปปฏิบัติได้มีกรอบระยะเวลามีขั้นตอนการนำนโยบายไปปฏิบัติที่ไม่ซับซ้อน โดยใช้หลัก 3 P

 

                  P1 = Plan Public Policy
                  P2 = Plan Public People
                  P3 = Plan Private Enterprise

 

                   ขั้นตอนต่างๆจะมีการวางแผนควบคุม ให้คำแนะนำโดยรัฐบาลกลาง เปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมดำเนินกิจกรรม และให้เอกชนร่วมลงทุนในรัฐวิสาหกิจด้วยทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการชี้นำของรัฐบาลกลางทั้งสิ้น

 

4.Planning for regioral & Corridor development

 

                   วิธีการดำเนินนโยบายและนำนโยบายไปปฏิบัติของมาเลเซียแตกต่างจากประเทศอื่นๆมาเลเซียบริหารนโยบายจากบนลงล่าง High level -à Low level -àGround
                   การเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างๆสู่เป้าหมายการพัฒนาเพื่อความสำเร็จ เริ่มจากการนำนโยบายเข้ากระบวนการ 10

 

 

 

 

10 mp

 

  

Policy Direction & Recommendations
Sector Specifie Policy Measures(ทางที่ดีที่สุดของนโยบาย)

 

vvvv

  

Industries Legistation(ภายใต้กรอบกฎหมาย)

vvv

  

Products Procedures(เลือกทางเลือกที่ดีที่สุด)

vv

  

Copes Practces(ปฏิบัติ)

v

 
Implementing Agencies

  

5. Secretariat to the Economic Council

 

                   กรม EPU เปรียบเสมือนเลขานุการของกระทรวงพานิชย์ที่ดำเนินการ Rolling Planของประเทศมาเลเซีย เริ่มต้นจากการรับนโยบายไปแปลงเป็น Agenda ต่างๆ ควบคุม ดูแล กำกับ สั่งการ และปฏิบัติ ติดตามผลตลอดกระบวนการ

 

                 ในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการมี Moping ไว้เทียบเคียงเสมอๆเพื่อการตรวจสอบผลการปฏิบัติของโครงการต่างๆ
                 • Key Fectors for Success. เป็นที่น่าสนใจเพราะผลของการปฏิบัติตามโครงการต่างๆจะพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนในระยะยาว เนื่องจากการเริ่มต้นนั้น เริ่มต้นจากการกลั่นกรองที่ถูกต้องที่สุดของผู้บริหารระดับสูง
                 ผลลัพท์ของแต่ละนโยบายอาจไม่ถูกต้อง ได้ผลเสมอไป แต่ผลลัพท์ของนโยบายที่แตกต่างออกไปอาจปรับใช้ได้กับเวลาที่ต่างกันในอนาคต
                 รัฐบาลจะดำเนินการนโยบายต่างๆในบทบาทของการตัดสินใจเลือกนโยบายในโครงการสร้างส่วนบนที่เป็นบทบาทเฉพาะผู้นำ ส่วนปฏิบัติงานต่างๆในระบบการเงิน ระบบเศรษฐกิจ เป็นตามผลผลิตโดยรวมของชาติ ฉะนั้น ประชากรในประเทศจะคำนึงถึงการเก็บรักษาเงินทุนของชาติไปด้วย ประชากรจึงมีส่วนทำให้มาเลเซียเจริญขึ้นได้ด้วยเศรษฐกิจจากระดับล่าง
                 ผลลัพท์จากบทบาทการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวม เป็นประเด็นสำคัญต่อกระบวนการพัฒนาทั้งหมดของผู้มีส่วนได้เสียของทั้งประเทศไม่ว่าจะเป็นการลงทุน การเงิน ที่อยู่อาศัย สิ่งเหล่านี้ส่งกลับไปที่คนของมาเลเซีย เพราะคนมาเลเซียเป็นส่วนหนึ่งของชาติมาเลเซียที่กำลังเจริญและก้าวสู่การเป็น 1 Malaysia ในปี ค.ศ. 2020 : ธนันท์นพร ปราบชนะ ผู้บันทึก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

6. ศึกษาดูงาน เก็นติ้งไฮแลนด์ City of Entertainment กำหนดศึกษาดูงาน ในวันที่ 23 มิถุนายน 2554  สรุปได้ว่า     

 

               " เก็นติ้ง " เป็นแหล่งบันเทิงหรือ เป็น City of Entertainment ระดับโลก บนความสูงระดับเมฆ 1800 เมตร มีโรงแรมอยู่ถึง 6 แห่ง จากแหล่งกาสิโน เก็นติ้งไฮแลนด์ก้าวไปสู่ศูนย์รวมความสนุกสนานของครอบครัว สร้างรายได้ให้รัฐบาลมาเลเซียจากค่าเช่า และภาษีจำนวนมหาศาล เป็นการพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ ภายใต้ข้อจำกัด ซึ่งผู้เข้าศึกษาดูงานได้ประโยชน์จากการศึกษาดูงานดังนี้

 

           ในด้านบวก

               -      ได้เห็นเทคโนโลยี ความทันสมัยของอาคารสถานที่ ครุภัณฑ์ และวัสดุอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบและจัดวางได้เหมาะและลงตัวกับข้อจำกัด

               -      ได้เห็นถึงความพยายามของมนุษย์ในการเอาชนะธรรมชาติ โดยสามารถวางแผนการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน ทำให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ คือ สามารถนำรายได้เข้าประเทศอย่างมหาศาล สร้างงาน สร้างความมั่งคั่งให้ประเทศ

               -      ได้เห็นถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสมัยใหม่ ที่ใช้เทคโนโลยี ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ สามารถบริหารจัดการอย่างมืออาชีพ โดยเฉพาะระบบสาธารณูประโภค น้ำ ไฟฟ้า โทรคมนาคมการสื่อสาร การลำเลียง ระบบกำจัดขยะมูลฝอย การบำบัดน้ำ รวมไปถึงระบบรักษาความปลอดภัยที่สามารถขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องและเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน

               -      ได้ทราบถึงแนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวแบบบันเทิงควบคู่ธรรมชาติ โดยสามารถรักษาและคำนึงถึงความสมบูรณ์ของธรรมชาติให้มากที่สุด

               -      ได้เห็นการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นให้มีมูลค่า โดยมีภาคเอกชนและรัฐร่วมมือกัน เกิดการพัฒนาและต่อยอด ทำให้เกิดรายได้เข้าสู่ชุมชน

 

             ในด้านลบ    

 

              -      ได้เห็นถึงผิดภัยของอบายมุข ที่ทำให้เกิดปัญหาสังคม ผู้คนลุ่มหลง เป็นกิจกรรมไม่เกิดผลผลิตที่อย่างแท้จริง เป็นธุรกิจที่อันตรายหากไม่มีมาตรการควบคุมที่ดีพอ

              -      ได้เห็นถึงความไม่เท่าเทียมจากนโยบายของรัฐ ที่ปกป้องประชาชนไม่เท่าเทียมกัน ดูแลอีกชาติพันธุ์หนึ่ง และปล่อยปละละเลยอีกชาติพันธุ์หนึ่ง โดยเฉพาะชนมาเลย์เชื้อสายจีน ติดพนันจำวนมาก เกิดปัญหาตามมา ไม่สามารถประมาณค่าได้ 

 

 

 

 

 

 

  

 7. ผลสรุปจากการประเมินโดยการสอบถาม สัมภาษณ์ และกรอกแบบประเมินทำให้ทราบว่า ผู้เข้าร่วมการศึกษาดูงานโครงการศึกษาดูงานต่างประเทศในครั้งนี้ ได้ประโยชน์ในด้านวิชาการดังนี้

 

 

 *ประโยชน์ในด้านวิชาการที่ผู้เข้าร่วมโครงการฯสามารถนำมาใช้อธิบายหรือประยุกต์ใช้ในการศึกษาวิชาด้านรัฐประศาสนศาสตร์

 

-      ผู้เข้าร่วมโครงการฯทุกคนมีความเข้าใจในระบบการบริหารจัดการและโครงสร้างการบริหารภาครัฐของสหพันธรัฐมาเลเซีย  

-      ผู้เข้าร่วมโครงการฯทุกคนมีความเข้าในนโยบายวันมาเลเซีย 

-      ผู้เข้าร่วมโครงการฯบรมทุกคนเข้าใจนโยบายภูมิบุตราของสหพันธรัฐมาเลเซีย 

-      ผู้เข้าร่วมโครงการฯทุกคนมีความเข้าในในยุทธศาสตร์การพัฒนาเศรษฐกิจมาเลเซีย 

-      ผู้เข้าร่วมโครงการฯทุกคนมีความเข้าใจถึงประวัติศาสตร์ร่วมระหว่าง ไทย-มาเลเซีย 

-      ผู้เข้าร่วมโครงการฯทุกคนเข้าใจในโครงการสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ (Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle : IMT-GT) 

-      ผู้เข้าร่วมโครงการฯทุกคนเข้าใจในนโยบายประชาคมอาเซียน 

-      ผู้เข้าร่วมโครงการฯทุกคนเข้าใจในวิถีชีวิตคนไทยในมาเลเซีย  

-      ผู้เข้าร่วมโครงการฯเข้าใจในความเหมือนและแตกต่าง ระหว่างการบริหารการปกครองท้องถิ่นระหว่างไทยและมาเลเซีย

 

                   ทั้งนี้นอกจากนิสิตหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต ปีการศึกษา 2553 ของมหาวิทยาลัยเวสเทิร์น จะได้รับองค์ความรู้และประสบการณ์จากการศึกษาดูงานแล้ว สิ่งที่สำคัญ นอกจากที่กล่าวมา นิสิตฯผู้เข้าร่วมโครงฯได้รับ คือ การรู้จักนิสัยใจคอ การสร้างความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน การได้เรียนรู้ร่วมกันภายใต้ข้อแตกต่างทางพื้นฐานประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างกัน การร่วมแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยกัน การทำงานเป็นทีม การบริหารจัดการความขัดแย้ง ตลอดจนการแลกเปลี่ยนทัศนะ แลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์ ทำให้โครงการศึกษาดุงานต่างประเทศ ณ สหพันธรัฐมาเลเซีย ในครั้งนี้ สมบูรณ์แบบและเกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งแก่ตนเอง หมู่คณะและสถาบันฯ โดยนิสิตฯทุกคนหวังว่า การศึกษาดูงานในครั้งนี้จะเป็นการจุดประกายในการพัฒนาทักษะและประสบการณ์ ในการเป็นกำลังสำคัญในการช่วยกันพัฒนาประเทศต่อไป

 

  

เอ็นทรี่ที่เกี่ยวข้อง

 

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2011/05/26/entry-2

จากใจบล็อกเกอร์ตัวเล็กๆ ดูงานช้างที่มาเลย์ เกินคำบรรยาย..จริงๆ

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2011/06/25/entry-2

บันทึกการเดินทาง ลึกแต่ไม่ลับ มาเลเซีย 2011 (ปีนัง)

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2011/07/12/entry-4

บันทึกการเดินทาง ลึกแต่ไม่ลับ วัดไทยมาเลเซีย 2011 (อลอสตาร์)

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2011/07/13/entry-1

บันทึกการเดินทาง ลึกแต่ไม่ลับ ภูมิปุตรา และรัฐบาลท้องถิ่นปันัง มาเลเซีย 2011

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2011/07/21/entry-1

บันทึกการเดินทาง ลึกแต่ไม่ลับ ปุตราจายาเมืองใหม่ มาเลเซีย 2011

http://www.oknation.net/blog/localbetong/2011/08/11/entry-1

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ Malay Song จาก YouToub

 

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ศณีรา วันที่ : 27/09/2011 เวลา : 16.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 6
ยินดีครับคุณเสี่ยวไทบ้าน เดี่ยวไปเลย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ศณีรา วันที่ : 27/09/2011 เวลา : 16.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 5
มองอีกมุม เขาอาจรู้จักคนของเขาดีบ้างครับ อย่างมัสยิดก็ห้ามกลุ่มดะวะห์ไปนอน ไปเดินเผยแพร่ เหมือนนนบ้านเรา เป้นการจำกัดเสรีภาพทางการปฏิบัติกิจทางศาสนา เพื่อความมั่นคงของรัฐ ซึ่งคงไม่มีประเทศชาธิปไตยซักกี่แห่งเขาทำกันครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ศณีรา วันที่ : 27/09/2011 เวลา : 16.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 4
ขอบคุณปรมาจารย์ด้านการท่องเที่ยว พี่ tengpong มากครับ ผมเชื่อว่า สิ่งที่พี่เสนอ มีคนฟังแยน่นอนครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ไทบ้าน วันที่ : 27/09/2011 เวลา : 15.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaibaan
อีสานมั่นคง เมืองไทยมั่นคง OKnature 

ตามมาดูงานด้วยครับ
แล้วอย่าลืมแวะไปเบิ่งการดูงานสิ่งแวดล้อมจากบล็อกเสี่ยวๆเด้อครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 27/09/2011 เวลา : 14.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ในมาเลเซียเขาห้ามพระเดินบิณฑบาต ซึ่งเป็นกิจของสงฆ์
นั่นแสดงว่า สังคมมาเลเซียเกิดความขัดแย้งด้านเชื้อชาติหรือศาสนาหรือเปล่าครับ

ประเทศอย่างอินเดีย แม้มีหลายความสลับซับซ้อนเรื่องชาติวรรณะ ศาสนา และวัฒนธรรม แต่ทุกอย่างยังเดินไปตามครรลองของมัน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
tengpong วันที่ : 27/09/2011 เวลา : 14.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

ข้าราชการที่ไปดูงานต่างประเทศ ผมอยากเห็นข้อมูลจากการไปดูงานแบบนี้บ้าง
ซึ่งก็ไ่ม่รู้ว่าทำกันหรือเปล่า ทั้งๆที่บางครั้งผมก็เป็นผู้ที่พาพวกเขาเหล่านั้นไปดูงาน
เพราะการดูงานแต่ละครั้งใช้งบประมาณมากพอสมควร แต่ผลจากการไปดูงานนั้นส่งผลดีต่อการปรับปรุงรูปแบบในการพัฒนาประเทศ นั่นย่อมแสดงผลอันคุ้มค่า
แต่ ส่วนใหญ่ที่พบไม่ค่อยได้เจอ การนำข้อมูลสรุปเหล่านี้มาให้เห็นหรือบอกกล่าวใดใดเลย

.
.
ส่วนเรื่องมุมมองของมาเลเซีย ผมเชื่อว่าเขาก็พยายามแล้วทั้งๆที่ศักยภาพบางอย่างสู้เราไม่ได้ แต่ดูเขาขยันกว่า เช่นการโปรโมทการท่องเที่ยว ตอนนี้เขาก็ยอมรับว่า คนไปเี่ทยวบ้านเขาน้อยลง จนถึงขนาดว่าต้องลดภาษาีเป็นศูนย์เพื่อดึงนักท่องเีที่ยว แต่บางอย่างเขาก็ยังขาดขาดเกินๆ เช่นนโยบายของการท่องเที่ยวมาเลเซีย ที่พยายามโปรโมทว่าเป็น Truly Asia แต่การไม่ยอมรับเอาวัฒนธรรมที่มีอยู่จริง(ถึงแม้จะเป็นของประเทศอื่นเช่นไทย) ที่ฝังรกรากอยู่ในประเทศมาเลเซียมาช้านานแล้ว ซึ่งดูจากการดูงานที่มีข้อเรียกร้องที่ปีนัง ว่าขอให้วัฒนธรรมไทยเป็นส่วนหนึ่งของชาติ และอื่นๆ หากรัฐบาลยอมรับ การท่องเที่ยวก็สามารถโปรโมทคำว่า Truly Asia ได้อย่างไม่ตะขิดตะขวง

แต่หากจะเปรียบเทียบไป บ้านเราก็มีแต่แนวคิดเน้นจัด Road Show ที่ต่างประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ไม่ได้รักษารากเง้าทางวัฒนธรรมให้แข็งแรง อันเป็นต้นทุน ทุกอย่างในภาพรวมของประเทศเลย...เศร้า

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ศณีรา วันที่ : 27/09/2011 เวลา : 10.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 3
จริงๆถ้าได้ไปซักที่ละ 2 วัน ละ มันละพี่ลูกเสือหมายเลข 9 เสียดายๆเวลาน้อยไปนิด

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ศณีรา วันที่ : 27/09/2011 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

หนักไปนิด เพราะเป็นงานสารคดีกึ่งวิชาการ...ดิบๆ สำหรับผู้ที่สนใจมาเลเซียและประชาคมอาเซียน โดยเฉพาะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 27/09/2011 เวลา : 10.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

กรณีศึกษาของปีนังกับมะละกา ..น่าสนใจมากครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน