*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 802
  • จำนวนผู้ชม : 2390256
  • จำนวนผู้โหวต : 681
  • ส่ง msg :
  • โหวต 681 คน
<< เมษายน 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันจันทร์ ที่ 23 เมษายน 2555
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 2605 , 09:32:29 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน วัติธนวิทย์ , ชบาตานี และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

ขอบคุณ เพลง "ดอกไม้ให้คุณ" และเพลง "กำลังใจ" ของศิลปิน คาราวาน

 

 
            เช้ามืดของวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๕๕ ผู้เขียนอาการงัวเงีย ขณะลุกจากที่นอน คงเพราะความเพลียจากการนอนดึก อันเนื่องวงเสวนาในมื้อที่ร้านอาหารรวงข้าวร่วมกับมิตรจากแดนไกล พี่ย่อง ชุมศักดิ์นรารัตนวงศ์ กับ พี่เกริ่น เขียนชื่น ช่างภาพฝีมือระดับรางวัลพระราชทานรวมไปถึงอาจารย์สุกรี ประเสริฐดำ อาจารย์ศิลปะ โรงเรียนเบตง วีระราษฎร์ประสาน ๓ วิทยากรรับเชิญ โครงการอบรมเยาวชนเพื่อสร้างนักเขียนและสร้างจิตสำนึกในการรักษ์ป่า ประจำปี ๒๕๕๕ ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลอัยเยอร์เวง จัดทำโครงการในลักษณะนี้ทุกปี ณ ปากคลองฮาลา อันเป็นที่ตั้งของหน่วยป้องกันและรักษาป่าพระนามาภิไธย หน่วยที่ ๑ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๓ โดยมีผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๔๔๕ ทุกยุคทุกสมัย รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ทุกนายสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง ซึ่งครั้งนี้ ร.ต.อ. สุเทพ ชูแก้ว ผบ.กองร้อยตชด.คนใหม่ เพิ่งย้ายมารับตำแหน่งแค่ 5 วัน ก็สนับสนุนโครงการฯเต็มที่ ถึงกับเข้ามาพักแรมกับกลุ่มเยาวชนด้วย
              เมื่อถึงเวลา ๙.๐๐ น. หลังจากที่เยาวชนทั้งชายหญิงจากทุกหมู่บ้านตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา กว่า ๔๐ คน ได้ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว ทุกคนจึงเข้าในห้องประชุมฯ เริ่มพิธีเปิดโดยปลัดอวุโส ที่มาแทนนายอำเภอเบตง (ว่างมาเกือบ ๒ เดือน) หลังจากนั้นผู้เขียนก็แนะนำโครงการฯและระเบียบวิธีปฏิบัติตนเมื่อเข้าโครงการฯ ตามด้วยการแนะนำวิทยากร และพี่เลี้ยง ซึ่งปีนี้มีอาจารย์และนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎยะลาเข้าร่วมกว่า ๑๐ ท่าน คั่นด้วยการละลายพฤติกรรมจากวิทยากรจากเทศบาลเมืองเบตง จบด้วยการเล่าประวัติตำบลและป่าฮาลาโดย นายมนเทียร แตปูซู กำนัน ๖ แหนบทอง ผู้ซึ่งรับช่วงตำแหน่งจากนายมูเซ็ง แตปูซู กำนัน ซึ่งถือเป็นผู๔บุกเบิกตำบลอัยเยอร์เวงตั้งแต่ ปี ๒๕๙๖ ตามด้วยการอบรม วิธีการเขียนหนังสือประเภทต่างๆ เทคนิคการถ่ายภาพ และการนำวัสดุธรรมชาติมาสร้างสรรค์งานศิลปะ ซึ่งถือเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเยาวชน รวมถึงเจ้าหน้าที่โครงการฯ ต่อด้วยกิจกรรมสันทนาการจน ๓ ทุ่มครึ่ง เด็กๆจึงแยกย้ายไปพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางสำหรับวันรุ่งขึ้น
 
 
บรรยากาศห้องอบรม ที่กองร้อย ตฃด.445 สถานที่เปิดโครงการฯ

เสาธงชาติที่สูงที่สุดในประเทศ

 
แขกผู้มีเกียรติ
 
              วันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๕๕ สอง หลังจากรับประทานเช้า เวลา ๗.๐๐น. คณะฯก็ออกเดินทางไปขึ้นเรือที่ท่าเรือตาพะเยาว์ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลแม่หวาด อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเบตงไปทางเหนือ บนเส้นทางหลวง ๔๑๐ กว่า ๕๐ กิโลเมตร โดย ครั้งนี้มีสื่อมวลชนจากค่ายไทยทีบีเอส คุณก้อย เรื่องเล่าจากปลายด้ามขวาน มารออยู่ก่อนแล้ว น้ารูณจากเครือเนชั่น และทีมงานของทีวีช่อง ๓ ร่วมเดินทางไปด้วย
               เวลา ๙.๓๐ น. เรือหางยาว ขนาด ๔๐ ที่นั่ง ๒ ลำ พร้อมด้วยเรือหางยาวขนาดเล็กอีก ๒ ลำสำหรับขนสัมภาระ ก็ออกเดินทาง ด้วยระยะทางผ่านทะเลสาบบางลางประมาณ ๓๖ กิโลเมตร ประกอบกับบรรยากาศรอบๆทะเลสาบ น้ำเขียวใส เกาะแก่ง ภูเขาและป่าไม้ที่สมบูรณ์ ๒ ชั่วโมง บนเรือแม้จะร้อนแดดที่แสบผิว ก็ไม่ทำให้เราลดความตื่น กระหาย อยากสัมผัสป่าฮาลา
               กระทั้งเวลา ๑๒.๓๐ น. คณะเราก็ถึงหน่วยป้องกันและรักษาป่าพระนามาภิไธยที่ ๑ ทุกคนทยอยลงจากเรือเป็นขบวนแถว ข้าวกล่องที่ถูกจัดเตรียมมาก็แจกจ่ายจนหมด พร้อมด้วยการจัดแจงที่พักกันแบบง่าย มุ้งและ เสื่อน้ำมันที่เตรียมมา ก็ถูกจัดแบ่งไปตามอัตภาพ บ้างที่เตรียมเต้นท์มาก็กลางกันเป็นสัดส่วน เพราะนี่คือ “ป่า” ไม่ใช่รีสอร์ทประการใด
 

วิทยากรวันแรกจาก เทศบาลเมืองเบตง

 
 
ออกเดินทางไปท่าเรือตาพะเยาว์ในวันที่ 19 เม.ย.55

คนนี้ สนุกตลอด...BG.ปราณชลี

 
 
ชาวน้ำบนภูเขา

เรียบง่ายแต่ ลุ่มลึก

 
               หลังจากอิ่มเอมกับรสอาหาร ช่วงบ่าย มีกิจกรรมของเด็กๆในการเรียนรู้การเขียน การฝึกวินัยผู้นำจากวิทยากร ตชด. โดยมีบางส่วนไปย่องเรือ ไปส่องกล้องฝูงกระทิง ที่มาเล็มหญ้า ห่างที่พักไปซัก ๒๐๐ – ๓๐๐ เมตร แต่ผู้เขียนเผลองีบหลับ ยาวจนเย็นย่ำ ตื่นมาก็ได้เพียงแต่คำเล่าตื่นเต้นว่า ทีวีช่อง ๓ เก็บภาพกระทิงไปเต็มๆ เพื่อเตรียมเดินป่าในวันรุ่งขึ้น วิทยากรก็แจ้งเด็กๆนอนแต่หัวค่ำ แต่ทว่า คืนนั้น ผู้เขียนกลับสดขื่น เพราะได้งีบนอน จึงนั่งเสวนากับบรรดาเจ้าหน้าที่ อบต. ๔-๕ คน ถึงประสบการณ์เสี่ยงชีวิตในแง่มุมต่างๆในสามจังหวัดฯจนปาเข้าไปตี ๑ เรียกว่า เป็นหนังยาวเลยทีเดียว
               วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๕ หลังจากอาหารเช้า เราก็แต่งตัว เพื่อเตรียมลุยเส้นทางเดินป่า ที่มากไปด้วย “ทาก” อันเป็นรู้กันว่า ใน ป่าบาล-อาลา มี “ทุกตารางเมตร”เพราะเป็นป่าฝนดิบชื้นที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค
ขณะที่วิทยากรแบ่งเด็กเยาวชนออกเป็น ๒ ชุด และหมวดเป็ดกำลังบรรยายถึงรายละเอียดของป่าฮาลานั้น เจ้าหน้าที่ ตชด.อีกชุดหนึ่งก็นำอัสลี ๓ คน มาแนะนำให้พวกเรารู้จักอีกแล้ว ครั้งนี้ “ ดิง” เปลี่ยนไปไว้ทรงโรนัลโด้ และ ”ใบไผ่” ไม่มาด้วย มี “ลานะ” และอีกคนที่ผู้เขียนไม่รู้จัก สื่อมวลชนตื่นตากันมาก รวมไปถึงครอบครัวชาวเยอรมัน ที่เดินทางข้ามโลกมาทำวิจัยเรื่องชนเผ่าอัสลีในภูมิภาคนี้ อัสลีไม่ชอบให้เรียกเขาว่า “ซาไก” แต่ชอบให้เรียกเขาว่า “อัสลี” ซึ่งแปลว่าชนพื้นเมือง ผู้ยังจำได้ว่า เมื่อสองปีที่แล้ว ผู้เขียนเคยมอบลิสแบรนด์สีเหลือง ให้ “ใบไผ่” เพราะเห็นว่า “ดิง” มีลิสแบรนด์สีเหลืองสวมอยู่ก่อนแล้วนั้นเอง
 
 
 
 
บรรยากาศ..สุดสดชื่น

อ.เกริ่น เขียนชื่น วิทยากร เทคนิคการถ่ายภาพ

 
 
ถึงค่าย..ซะที

บรรยากาศ...ค่ายกิจกรรม

 
 
คุณก้อย จากไทยพีบีเอส ในรายการ เรื่องเล่า จากปลายด้ามขวานก็มา
 
               ทีมวิทยากรแนะนำข้อมูลเกี่ยวกับป่าฮาลาประมาณ ๑๕ นาที เวลา ๙.๐๐ น. ก็นำคณะเยาวชนและพี่เลี้ยงเข้าทัศนศึกษาป่า โดยวิธีแบ่งเป็น ๒ ชุด ชุดหนึ่งประมาณ ๓๐ คน เดินเป็นแถวตอนเรียงหนึ่ง เราผ่านต้นไม้สูงใหญ่หลากชนิด ต้นหวาย เถาวัลย์ยักษ์ ต้นปุด รอยขุดของหมู่ป่า รอยเท้ากวาง เก้ง กระทิง และเสือที่ยังคงมีชุกชุมในบริเวณนี้ กลิ่นสาปสัตว์เหล่านี้ยังคงสัมผัสได้ทั่วบริเวณ เราพบกองอึกระทิงขนาดมหึมาเป็นระยะๆ เราไปรวมพลที่ต้นสมพง ไม้เนื้ออ่อนที่มีรากใหญ่กว้างขวางมาก วัดได้กว่า ๒๐ คนโอบ เราพบไม้ตะเคียน ไม้หลุมพอ และสมุนไพรหลายชนิดจนบันทึกไม่ทัน ซึ่งเส้นทางศึกษาป่า เป็นแค่การเดินเลาะป่าริมคลองฮาลาเพียง ๔-๖ กิโลเมตร แต่ทุกคนก็ต้องปีนป่าย ลอด ข้าม ขึ้นลงสายน้ำ ชมโป่งสัตว์ ร้อนจนเหงื่อท่วมตัว แต่เพลิดเพลินตามวัยของเยาวชน จนกระทั่งขากลับปกติลงลุยตามกระแสน้ำ แต่เนื่องจากน้ำที่หนุนจากเขื่อน ทำให้ปีนี้น้ำลึกมาก เจ้าหน้าที่กลัวไม่ปลอดภัย เราจึงย้อยไปทางเดิม ไปล่อ ทาก เจ้าที่อีกรอบหนึ่ง ซึ่งรวมไปกลับก็ประมาณ ๓ ชั่วโมง เรียกเหงื่อได้เป็นอย่างดีและเมื่อกลับมายังที่พัก เด็กเยาวชนก็สวมชูชีพเล่นน้ำหน้าที่พักเหมือนทุกปี งานนี้มีหรือผู้เขียนจะพลาด เพราะโอกาสแบบนี้มีได้ปีละแค่ครั้งเดียวนั่นเอง
               ยามบ่าย อาจารย์สุกรี ประเสริฐดำ วิทยากรก็รวมกลุ่มเยาวชน นำวัสดุธรรมชาติ มาประดิษฐ์ ตามจินตนาการ พร้อมๆกับการเขียนบรรยายเพื่อนำมานำเสนอเพื่อเล่าประสบการณ์จากการเดินป่า และคุณค่าของป่า ในกิจกรรมภาคค่ำที่จัดเตรียมเพื่อเด็กๆโดยเฉพาะ
               จนกระทั้ง ๔ โมงเย็น ผู้เขียนและบรรดาวิทยากร ก็ล่องเรือไปส่องกระทิงและสัตว์ริมคลองอีกครั้ง ซึ่งแม้ต้องผิดหวัง เพราะกระทิงคงจะตื่นคนที่ไปส่องตั้งแต่เมื่อวาน แต่ก็ทำให้เราได้สดชื่น ที่เห็น ลิง ค้าง นก แปลกๆที่คอยส่งสัญญาณ ให้กันและกัน เมื่อเห็นบรรดามนุษย์ผู้รุกราน เข้ามาในถิ่นฐานของพวกตน
              ประมาณหนึ่งทุ่ม เด็กเยาวชนก็พร้อมกันตรงอาคารเอนกประสงค์ ยังไม่ทันที่จะรับประทานอาหาร ฝนฟ้าก็กระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง ทำเอาเราต้องตัดสินใจยกเลิกกิจกรรมไปภาคเช้า พร้อมกับต้องย้ายที่นอนของเด็กๆและวิทยากรกันสนุก แต่ก็สามารถผ่านไปด้วยดี โดยคืนนั้นจึงได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าหน้าที่หลายนาย ทำให้ทราบถึงความยากลำบากในการปฏิบัติหน้าที่ เรือก็ไม่มี น้ำมันก็ต้องเติมเอง กำลังเจ้าหน้าที่ก็น้อย แถมเล่าให้ใครฟังก็อาจถูกตำหนิทำโทษเอา งานนี้ผู้เขียนรู้สึกสลดใจกับ เจ้าหน้าที่ตัวเล็กๆกับภารกิจยิ่งใหญ่ แต่ขาดการสร้างขวัญกำลังใจจากเบื้องบนจริงๆ
              เช้าวันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นวันสุดท้าย เวลาประมาณ ๗.๐๐น. ฝูงแมลงคล้ายยุงแต่ขนาดใหญ่กว่า จำนวนเป็นแสนเป็นล้านตัว ก็ยังคงบินทวนสายน้ำตามร่องน้ำคลองฮาลา เหมือนในปีก่อนๆ มันยังคงทำตามสัญชาตญาณ ผู้เขียนเฝ้ามองดูกว่า ๓๐ นาที แมลงมันบินไม่ขาดสาย ยาวเป็นเทือก แล้วก็ตกลอยมาตามผิวน้ำเหมือนเดิม
               เวลา ๘.๓๐ น.กิจกรรมที่ถูกยกเลิกในตอนภาคค่ำก็ถูกนำมาเสนอในตอนเช้า การบรรยายและแสดงผลงานจากทุกกลุ่ม ดำเนินไปอย่างสนุก การเลือกประธานรุ่น ขวัญใจ และการประกวดผลงาน จนกระทั่งปิดโครงการฯ มอบวุฒิบัตร ล้อมวงร้องเพลงคำมั่นสัญญา จบด้วยถ่ายภาพหมู่ เป็นอันเสร็จพิธี
               เวลา ๑๐.๐๐ น. ทุกคนทยอยกันขึ้นเรือ สายตาเจ้าหน้าที่ ตชด.ที่มองเยาวชนด้วยความเอ็นดู ความเหงาคงกลับปกคลุมค่ายนี้อีกครั้ง แววตาที่ปรากฏในวันนั้น ผู้เขียนคงลืมไม่ลง
               เหมือนหนังละครเรื่องเก่าปัดฝุ่นมาทำใหม่ ภาพเรือค่อยๆแล่นออกจากท่า เสียงตะโกนกล่าวคำลาจากดังโหวกเหวกจนแผ่วลงและเงียบสนิท ภาพเด็กๆที่โบกมือลาวิทยากร ตชด.
                เรือเลาะเลี้ยวตามโค้งเว้าของสายคลองฮาลา ต่างคนต่างกลบเกลื่อนความรู้สึก ด้วยการบันทึก ถ่ายภาพทิวทัศน์ เสียงเครื่องยนต์เรือยังคงก้องสองหู เกลียวคลื่นจากใบพัดเรือแตกเป็นริ้วยาวดูสุดลูกหูลูกตา เป็นอีกครั้งที่ผู้เขียนพยายามบันทึกทุกสรรพสิ่งของป่าฮาลาแห่งนี้ ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะผู้เขียนไม่รู้ว่า ปีหน้า หรือปีไหน จะมีโอกาสได้กลับมาสัมผัสเธออย่างใกล้ชิดอีกครั้ง.......ป่าฮาลา อเมซอนแห่งอาเซียน.. ศณีรา รายงาน.
 

ที่นี่เสาธงไม่ใหญ่แต่สมบูรณ์..

 

 
 
พ่อหลวง อยู่ทุกหนทุกแห่ง ในผืนดินไทย

ศณีรากับทีมงานไทยพีบีเอส

 
 
นักวิจัยเยอรมันมาเพื่อ ศึกษา ชนเผ่าอัสลี ทั่วภูมิภาคอาเซียน

วันที่ 20 เม.ย.55 เยาวชนตั้งขบวนก่อนเข้าเดินศึกษาป่า

 
 
ป่าฮาลา ก็ หัวใจเดียวกัน

ปราณชลี นำร่อง เบิกฝูงทาก

 
รักกันจริงๆ

ใหญ่ๆแบบนี้มีที่เดียว

 
เจอ มิตรเก่า ใน ป่าฮาลา

อึกระทิงสดๆ มีรอบบริเวณ

 
ดอกปุดยังคงอยู่

นศ.ราชภัฎยะลา มาเป็นพี่เลี้ยงอย่างดี

 
อ.เกริ่น ไม่ปล่อยให้เสียเวลา

สมานฉันท์...ตลอดกาล

 
สภาพ..โหดสุดๆ

โดนไป 7 ตัว อิ่มๆเลย

 

 

 
 
เสียเลือ
เสียเลือดอีกครั้ง หลังพยายามที่สุดแล้ว(ทั้งทาและพ่น)

เด็กๆได้รางวัลชีวิต

 
 
ผู้ใหญ่ก็ไม่เว้น

มิตรภาพระหว่างพักกิจกรรม

 
 
เต็มท้องน้ำ

ป๋าย่อง พี่โชค และน้ารูณ รุ่นใหญ่หัวใจเดียวกัน

 
 
อ.สุกรี กับความตั้งใจ ถ่ายทอดศิลปะ

อัสมี ช่างภาพ จาก มรย.ยะลา เก็บทุกการเคลื่อนไหว

เด็กก็คือ เด็ก อยู่ที่ผู้ใหญ่จะเสริมส่ง

 

 
 
ลิงกัง..สอดแนม

น้ำนิ่ง ไหลลึก

ฝูกนกเงือกเจ้าถิ่น

 
ย่ำค่ำ ตั้งวง

ฟ้าไม่เป็นใจ ในค่ำคืน สำคัญ

แต่เด็กๆก็ใจสู้ ตามผู้ใหญ่

 
 
ในป่า เรามีแค่นี้ ก็สุขแล้ว

ยามเช้า เราผ่อนคลาย

 
 
ผลงานเด็กๆในช่วงเวลาสั้นๆ

กิจกรรมสำคัญๆแบบ ญาติมิตร

 
 
คำมั่นสัญญาระหว่างเรา ไม่มีวันลืม

หมวดเป็ด ผู้ใหญ่ใจดี ของค่ายเรา ตลอดมา

 
 
เราคือ อนาคตของชาติ

ทะสาปที่ถูกลิม...บางลาง

 
 
ฟ้า สดใสในวันกลับ

ทิวเขาเป็นพยานถึงภารกิจในภายภาคหน้า

 
 
พวกเราจะยืนหยัดทำดี เพื่อแผ่นดินเกิด...
 
 
 

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ศณีรา วันที่ : 25/04/2012 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 14
พี่วัติธนวิทย์ ต้องมาเป้นวิทยากรน๊ะ..

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
วัติธนวิทย์ วันที่ : 25/04/2012 เวลา : 07.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/songer

ขอชืนชมทุกท่าน..เยี่ยมยอดเลยครับ วันหน้า จัดอบรมแต่งเพลงบ้านนะท่าน... เพลงบาลา ฮาลาที่รัก แหะ ๆ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ศณีรา วันที่ : 24/04/2012 เวลา : 07.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 12
ปีหน้ายังมีครับคุณชบาตานี

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ชบาตานี วันที่ : 24/04/2012 เวลา : 06.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

กิจกรรมดีๆอย่างงี้น่าจะชวนชบาตานีบ้างนิ
ชื่นชมกิจกรรมยอดเยี่ยมเช่นนี้ค่ะ นับว่า ต้นกล้าเหล่านี้ช่างโชคดีเหลือเกินค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ศณีรา วันที่ : 23/04/2012 เวลา : 21.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 10
ขอบคุณครับ นักเดินทางตัวเขื่อง

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
นักเดินทางตัวเขื่อง วันที่ : 23/04/2012 เวลา : 20.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navigaty

เมื่อเร็วๆ นี้บังเอิญได้ดูข่าวไทยพีบีเอส ..เห็นกระทิงพอดี..ยังคิดเลยว่า เนี่ยป่าที่ไหนเนี่ย..ได้เห็นกระทิงอย่างนี้ด้วยหรือ..
นักข่าว..เขาสัมภาษณ์เด็กๆ ถามว่า..เคยไปเที่ยวสวนสัตว์มั๊ย..เด็กๆ ตอบว่า "ไม่เคยไป" ที่นี้..เลยตั้งใจดูเลยค่ะ..
ชอบอ่ะ ..ป่าดูสมบรณ์มาก ยังมีสัตว์ป่าให้เห็นมากมาย ..แต่รู้สึกว่า..ตอนนั่งเรือกลับ เด็กๆ ยังคงได้เห็น ..การตัดไม้ทำลายป่าอยู่ดี..เหอะ.ก้อยังเศร้าอยู่ดีนะคะ :A17
เด็กๆ โชคดีนะคะ ..ได้มีโครงการดี..ดี แบบนี้ ได้เรียนรู้จากประบการณ์จริงกันเลย..ได้ปลูกฝังกันไว้ซะ..ผู้ใหญ่อย่างเราๆ ก้ออยากไปมั้งจัง!!!
..และก้อเพิ่งรู้นะคะ ที่บาลา ฮาลา..มีค่ายให้เรียนรู้..หากไม่ได้เข้ามาอ่านเต็มๆ วันนี้ อดรู้เลย..ได้ชมภาพสวยจากสถานที่สวยๆ ด้วยค่ะ...รักษ์ป่าค่ะ
ขอบคุณและสวัสดีนะคะ..คุณศณีรา

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ศณีรา วันที่ : 23/04/2012 เวลา : 14.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 8
เราจึงต้องฝากความหวังกับคนรุ่นใหม่ๆไงครับ พี่ชาลี

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
BlueHill วันที่ : 23/04/2012 เวลา : 13.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

นักอนุรักษ์ที่ทำงานในพื้นที่นับวันจะหายากหาเย็นกันมากขึ้น
ส่วนใหญ่จะกลายเป็นนักอนุรักษ์หน้าจอกันไปหมดแล้ว

น่าเสียดายนะครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ศณีรา วันที่ : 23/04/2012 เวลา : 11.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 4
เป็นกำลังใจมากครับ พี่ลูกเสือฯ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ศณีรา วันที่ : 23/04/2012 เวลา : 11.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 2
อ่านมั่งดิ ป๋าโซ .....

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ศณีรา วันที่ : 23/04/2012 เวลา : 11.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 1
ชอบคุณครับ คุณ winai.d

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 23/04/2012 เวลา : 10.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

น่าภาคภุมิใจ ..

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 23/04/2012 เวลา : 10.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

ลบออกด้วยนะท่านปลัด เม้นท์เกินมา 1 อัน แหะแหะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 23/04/2012 เวลา : 09.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

บอกแร๊ะ ...ท่านพี่ย่องไปเมื่อไหร่ หล๊บเช้าแต่ว่า ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
winai.d วันที่ : 23/04/2012 เวลา : 09.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/winaibangpoosociety
มิตรภาพ คือ การเริ่มต้ การเริ่มต้น ด้วยการให้ และการรับ กับสิ่งดีดี ที่เป็นประโยชน์ซึ่งกันและกันครับ

เยี่ยมมากครับพี่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน