*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 802
  • จำนวนผู้ชม : 2389839
  • จำนวนผู้โหวต : 681
  • ส่ง msg :
  • โหวต 681 คน
<< กุมภาพันธ์ 2014 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28  

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันศุกร์ ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 2964 , 22:17:33 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน Chaoying , wansuk และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้


รูปสลักหินฝีมือคนพิการ

                 (ต่อจากตอนที่แล้ว) เย็นวันที่ 24 ม.ค. 2557 จำได้ว่าวันนั้น ที่ กทม.หนาวมาก ลดถึง 14-15 องศา เลยทีเดียว ทำให้ชาวคณะฯพากันออกไปช้อปเสื้อ หมวกไหมพรม ถุงมือไว้กันหนาวกัน แทบทุกคน เพราะเรากลัวว่าฮานอยจะหนาวกว่า กทม.จะพากันป่วยเอา



                 8 โมงเช้า ของวันที่ 25 ม.ค.57 หลังจากเก็บกระเป๋า ทานเช้ากันเรียบร้อย เราก็ออกจาก มสธ.เดินทางโดยรถบัสไปสุวรรณภูมิ ประมาณ 1 ช.ม. ระหว่างทางเราได้รู้จักคุณกิ่งกาญณ์ เจ้าของกิ่งกาญจน์ทาเวล คุณตูน จนท.ศ.วิจัย มสธ.และเครื่องบินไก้ด์ทริปเวียดนามนี้ พวกเราเช็คอินเรียบร้อย สมาชิกคณะฯหลายคนพึ่งมาสนามบินแห่งนี้เป็นครั้งแรก ก็เดินสำรวจหาห้องสุบุหรี่กันเมื่อย บ้างก็ลองนกาแฟแก้วละ 180 บาท ไปหลายคน ในที่สุดเราก็ออกจากสุวรรณภูมิในเวลา 12.30 น. เลยเวลาตามกำหนดการไป 25 นาที

ระหว่างรอเช็คอินสนามบินสุวรรณภูมิ

เจอ กทม.หนาวระบม


                 เมื่อขึ้นไปยังเครื่อง ซึ่งเป็นของเวียดนามแอร์ไลน์ บททดสอบแรก ของคณะก็คือ ภาษาอังกฤษ เวลาแอร์ฯถามโน้นนี่ ทำเอาสมาชิกฯขำกิ๊กกั๊กตลอด เพราะมัวจะจับผิดว่าใครจะปล่อยไก่ ผู้เขียนโชคดีที่คนที่นั่งข้างๆเป็นเวียดนาม ตอนแรกเอนึกว่า ผู้เขียนเป็นคนเวียดนาม เธอซัดมาเป็นชุดๆ ผมก็เลยบอกว่า ไทยแลนด์ๆ เธอทำหน้าเขินแล้ว พูดไทยได้คล่องแคล่วมาก เพราะมีครอบครัวเป็นคนไทย พักอาศัยแถวสวนหลวง เธอสอนภาษาเวียดนามหลายคำ เช่น “น้ำเปล่า ก็นึกจั๊ก” ขอบคุณ ก็ “ก่ามเอิน” “สวัสดี ก็ ซิจ่าว” กาแฟก็ทับศัพท์ไปเลย


เวียดนามแอร์ไลน์ เครื่องลำที่เราโดยสาร สีแปลกตา


เครื่องบิน ชื่อไก้ด์ มีที่มาพิศดาร

คุณกิ่งกาญจน์ เจ้าของ บ.กิ่งกาญจน์ทราเวล

สนามบินโนยไบ


                 ระหว่างนั่ง เธอก็บอกชื่อ แต่เรียกยาก ไม่แน่กลัวเป็นคำหยาบครับ แต่จากการพูดคุยก็ทำให้ทราบว่า เธอเป็นคนฮานอย เธอชอบประเทศไทย ชอบคนไทย คนไทยใจดี คนไทยไม่ใช่ศัตรู เธอจะกลับบ้านปีละครั้งในช่วง “ตรุษเตด” หรือ ช่วงเทศกาล “ตรุษจีน” แต่เธอว่า เธอไม่ใช่คนจีน เธอคือ “เวียดนาม”???

แขกบ้านแขกเมือง 555

นายก อบต.นำทีม

รถบัสเขาเล็ก และพวงมาลัย คนละข้าง


                  ระหว่างนั่งเครื่องพอเข้าเขตเวียดนาม จะเห็นเทือกเขาอันนัม สวยมาก เหมือนจิตนาการ ภูเขาสูงทะลุเมฆ ดูเหมือนสรวงสวรรค์เลย แม้แต่คนเวียดนามเธอเองก็บอกว่า”สวย” ส่วนแอร์ฯกับสจ๊วต ดูเหมือนหน้าไม่ค่อยรับแขกเหมือน แอร์สจ๊วต ของสายการบินต่างๆในประเทศไทยเลย ทั้งๆที่คณะเราแขกสยามแท้ๆร้อยละ 80 ^_^ เมื่อถึงสนามบินโนยไบฮานอย เครื่องจอดสนิท เธอลุกขึ้นเอาสัมภาระ แล้วเธอสอนภาษาเวียดนามอีกหนึ่งคำ คือ “ไมยหมัน” แปลว่า “โชคดี”

 

 

สภาพอากาศหนาวแห้ง ฝุ่นเยอะ


                  เราผ่านระบบตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินโนยไบแล้วไก๊ด์ก็แจ้งให้เราไปรอกระเป๋า ซึ่งระบบเขาแปลกมาก ให้รอกระเป๋าพร้อมกัน 3 สายการบ้าน บนสายพายเล็กๆสั้น คนเยอะเหมือนม๊อบย่อยๆ แต่สายพานเล็กนิดเดียว ที่สำคัญ เรารอนานกว่า 2 ชม. นานกว่าเวลานั่งเครื่องจาก สุวรรณภูมิมาโนยไบอีก ดีที่มีไก๊ด์ทัวร์ฝรั่งเศส กับไก๊ด์เราไปโวยวายกับ พนง.สนามบิน เราจึงได้กระเป๋าครบกันทุกคน เป็นเรื่องยังคาใจจนวันนี้ ว่า มันเกิดอะไรขึ้น!! ทำให้เราเสียเวลาไปตั้ง 2 ชั่วโมง

 

 


                  ระหว่างที่เราออกจากประตูด้านใน สู่จุดที่คนมารอรับ ทุกคนตกใจมาก มีผู้คนทุกวัย แต่งตัวดีๆมารอเบียดเสียดกันเต็มไปหมด แทบจะแหลือแค่ช่องแคบๆผ่านได้แบบแถวตอนเรียงหนึ่ง ลักษณะเหมือนยามที่คนไทยรอวีรบุรุษเหรียญทองโอลิมปิกกับบ้าน ประมาณนั้น เล่นเอาเราขนลุกทั้งคณะ!! ซึ่งเมื่อเดินผ่านออกมาได้ สิงห์อมควันก็บรรเลงเป็นหมู่คณะฯ เสียงแว่วๆจากไก้ด์ทำให้ทราบว่า “ไม่มีอะไร ไม่ได้มีศิลปินคนดังอะไรมาหรอก วันนี้พวกเขามารอรับญาติพี่น้อง ที่ออกไปทำงานต่างประเทศ เดินทางกลับในเทศกาลตรุษจีน”นั่นเอง *..* 

เวียดนามถูกจีนปกครองกว่าพันปี วัฒนธรรมจึงใกล้เคียงกัน

ทัวร์ฝรั่งเศส ชะตากรรมเดียวกับเรา


                   เราเดินตามไก้ด์ไปเป็นแถว เราสนใจแปลกตา ในคนเวียดนาม ที่หน้าตา การแต่งกาย ทุกลักษณะ พอๆกะที่คนเวียดนามมองเรา เพราะมีสมาชิกบางคนใส่หมวกกกปิเยาะ หลายคนไว้เครา ตามอัตลักษณ์มุสลิม ซึ่ง “ฮานอย มีประชากรมุสลิมเพียง ร้อยกว่าคน จากประชากรทั้งหมดรวม 10 ล้าน” 

เวียดนาม มีพื้นที่น้อยกว่าเรา 3 เท่า แต่ประชากรมากกว่าเรา 1 ใน สาม

ตะวันออกติดทะเลยาวกว่า 3,000 กิโลเมตร


                      ระหว่าง เดินเท้าไปขึ้นรถ เราก็รู้สึกว่า อากาศบ้านเขาสลัวๆ ลมเย็นโชยยะเยือก ผู้คนใส่เสื้อกันหนาวสีดำ ทึบๆเหมือนภาพอดีตของจีนแผ่นดินใหญ่ สนามบินนานาชาติเขาสู้ดอนเมืองเรายังไม่ได้เลย จะดีกว่าเราได้อย่างไร และแล้ว อ.ชชัย ชูกลิ่น กับ ดร.กานต์ บุญศิริ ก็ชี้ให้ดูว่า “ที่กำลังก่อสร้างโน้น คือ สนามบินแห่งใหม่ ที่เขาจะสร้างให้ยิ่งใหญ่ กว่าสุวรรณภูมิของไทยเรา” ทำเอาเราเงียบ แสดงว่า แม้วันนี้เขายังไม่พัฒนาเท่าเรา แต่ “เป้าหมายอนาคตอันใกล้ เขามองข้ามเรา” เขาคิดใหญ่กว่าเรานั่นเอง

สนามบินแห่งใหม่ จะใหญ่กว่สุวรรณภูมิ


                      เมื่อเราขึ้นไปรถบัสขนาด 40 ที่นั่ง แต่เล็กกว่าบ้านเรา สิ่งที่เห็น คือ พวงมาลัยอยู่ข้างซ้ายรูสึกแปลกๆ ยิ่งรถออกวิ่งยิ่งหวาดเสียว นี่มันคนละข้างกับบ้านเรา วิ่งบนถนนก็คนละเลน รถกับมอเตอร์ไซค์บีบแตรกันดังลั่น ตามจุดแยกถนนไฟแดงไฟเขียวมีน้อยมาก เพราะผู้เขียนนั่งด้านขวา จึงเห็นมอเตอร์ไซค์ก็วิ่งแซงขวากันหวาดเสียว ดูแล้วตื่นเต้นเร้าใจ เหมือนเด็กแว๊นเต็มบ้านเต็มเมือง 
                       เราออกมาจากสนามบินก็ 4 โมงครึ่งแล้ว เป้าหมายข้างหน้าอีก 170 กิโลเมตร ทางตะวันนออก คือ อ่าวฮาลองเบย์ มรดกโลก เป็นความภูมิใจของคนเวียดนาม เพราะถูกจัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอันดับ 2 ของโลก 


อากาศแห้ง หนาว ต้นไม้ใบหญ้าไม่สดชื่น

 

แม่น้ำแดง 

ในเวียดนามมีแม่น้ำกว่า 2,000 สาย มีระบบชลประทานดี แต่มีอุปสรรคเรื่องใต้ฝุ่นเข้าฝั่ง

 

คนที่เกิดก่อน 1992 จะได้รับสิทธิ ที่ดินทำกิน 380 ตร.ม. หากไม่ทำประโยชน์จะถูกรัฐยึดคืน

และถ้าขายนายทุน นายทุนก็มีสิทธิถือครองเพียง 20 ปี

การสัญจร มอเตอร์ไซค์ คือ หัวใจสำคัญ บีบแตร กันให้ลั่นทั่วพื้นที่

รัฐวิสาหกิจ คือ ตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของรัฐ


                      รถวิ่งอืดมาก ไม่เกิน 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทางก็แคบ มีแค่ 2 เลน ร่องคูระบายก็ไม่มี อากาศก็หม่นๆสลัวๆ มองไม่ออกว่าหมอกหรือควัน ไม่เห็นแสงแดด ผู้เขียนชักจะหวั่นใจ ว่า ทริปอัยเยอร์เวงหนนี้ น่าจะเหมือน ทริปเมดานสยองเกล้าเมื่อ 5 ปีก่อนแน่ๆ 

 


บริษัท ต่างชาติ ที่มาลงทุน 

 

คุณภาพสิ่งแวดล้อมไม่ค่อยดีนัก ไม่มีระบบจัดเก็บและกำจัดขยะที่ดี คูระบายก็ไม่ค่อยมี

การใช้มอเตอร์ไซค์ แซงทางขวา ในการขับเลนขวา

ที่นี่ไม่มีรถปิคอัฟ มีแต่มอเตอร์ไซค์ใช้บรรทุก

สะพานรถไฟ


                      ไก๊ด์หญิงชาวเวียดนาม อายุน่าจะ 50 กว่าๆบนรถ ได้แนะนำตัว เธอชื่อ “เรียน” เป็นไก้ด์ในทริปนี้ เธอแถลงไขว่า ที่รถวิ่งช้า”เพราะ กฎหมายจราจรที่นี่เข้มงวดเรื่องความเร็ว รถทุกคันจะถูกตั้งไว้ห้ามวิ่งเกิน 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่ขั้นสัญญาณจะดัง ทำให้พวกเราถึงบางอ้อ!!


คุณเรียน.. ไก้ด์ผู้เคยเป็นกองกำลังเยาวชนต่อต้านอเมริกัน


ที่นี่นิยมทำสุสานในที่ดินทำกินของตนเอง เหมือนอินโดนีเซีย 


                      แล้วเมื่อเข้าทางด่วน มันก็เหมือนถนนธรรมดาๆ 2 เลน วิ่งไม่ด่วนอย่างชื่อ เพราะจำกัดความเร็วอย่างที่บอก ดีอย่างเดียว ไม่มีมอเอร์ไซค์มาแว๊นให้หวาดเสียว ระหว่างนั้น เราทุกคนส่วนใหญ่ท้องร้องเพราะหิว เนื่องจาก อาหารบนเครื่อง ที่ไม่คุ้น แกงคล้ายๆมัสหมั่นเวียดนามกับผักเมี่ยงเพียงหยิบมือ มันไปใช่อาหาร 1 มื้อหลักสำหรับคนไทย


                      เมื่อแสงตะวันหมดไป เราถึงจุดพักเข้าห้องน้ำระหว่างทางแห่งแรก คือ ศูนย์หัตกรรมของคนพิการ โดยพิการจากการโดนฝนเหลืองในสมัยสงคราม ที่กองทัพสหรัฐใช้ทิ้งปูพรมสมัยสงครามเวียดนาม 


                     ในช่วงระหว่างปี 2505 – 2514 กองทัพสหรัฐใช้ฝนเหลือง หรือ สารไดออกซิน ฉีดพ่นโดยเครื่องบินทำลายใบไม้และพืชต่างๆ ในพื้นที่ป่าทึบ ที่สงสัยว่าจะเป็นที่หลบซ่อนของนักรบเวียดกง ประมาณ 60 ล้านแกลลอน และสารเคมีนี้ยังคงตกค้างอยู่ในดินและแม่น้ำลำคลองในบริเวณกว้าง ทำให้ผู้คนเป็นมะเร็งตายจำนวนมาก และยังมีผลกระทบไปถึงลูกรุ่นหลาน ที่เกิดมาพิการแต่กำเนิด อกแฟบ ตาไม่มี ตาโปน อาการชักกระตุกของระบบประสาท กว่า 1 ล้านคน 

 


 

 

เนื่องจากคนพิการกลับหมดและเขาไม่ให้ถ่ายรูป จึงนำภาพจากอินเตอร์เน็ตมาลงครับ


                     หลังจากทำร้ายผู้อื่นคนอื่นจนสาหัส ตะวันตก จึงได้ให้ทุนเพื่อเพื่อเป็นการไถ่บาป หนึ่งในนั้นก็คือ ศูนย์หัตกรรมของคนพิการ โดยการฝึกอาชีพ งานฝีมือปักภาพศิลปะ งานแกะสลักหินอ่อน แกะสลักไม้ งานเจียระไนอัญมณีเครื่องประดับ สวยงามมาก เสียดายที่เราเสียเวลาในการรับกระเป๋านานไปหน่อย คนพิการจึงกลับบ้านไปหมดแล้ว ส่วนราคานั้น คงเหมาะกับการช่วยเหลือแบบไถ่บาป จึงสูงลิ่ว ซึ่งประเทศออสเตรเลีย แคนนาดา อเมริกา และอังกฤษ คือ ลูกค้าส่งออกที่สำคัญนั่นเอง


น่าสงสารมาก

 

 


                    ถ้าจำไม่ผิด คณะเราคงไม่มีใครช้อปในศูนย์แห่งนี้แน่นอน คงมีแต่แวะไปเข้าห้องน้ำ ที่ทำไว้รองรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ เพราะดูสะอาดตาเหมือนโรงแรมบ้านเรา ไม่เหมือนที่ได้ฟังกันมาว่า...โหดสุดๆ เพราะมีเพียงกระดานเรียบๆ 2 แผ่น แบบว่าคนไทย นั่งแล้วหน้าขมำ หรือไม่ก็หงายเก๋งคาส้วมเลยทีเดียว
                    เวลาในขณะนั้น ก็ 1 ทุ่มพอดิบพอดี เราก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไป ฮาลองเบย์โดยทันที(ต่อตอนหน้าฮาลองเบย์สิ่งมหัศจรรย์ของโลก)..ศณีรา รายงาน.

 

 

ฝีมือแกะสลักหิน เขาใช้ได้ทีเดียว

 

ปรดติดตามตอนต่อไป ฮาร์ลองเบย์...มรดกโลก สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอันดับ 2 ของโลก 

 

เอ็นทรี่แนะนำ

 

 

1.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ ฮานอย

 

2.บันทึกการเดินทางปี 2014 จากเบตง สู่ฮานอย 2(ตลาดน้ำ)

  

3.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ ฮานอย3 (ศูนย์หัตกรรมของคนพิการ)
 

4.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตงสู่ฮานอย4 (เกือบจะเข้าถึงเวียดนาม)

  

5.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ฮานอย 5 (ฮาลองเบย์,ถ้ำสวรรค์)

 

 6.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ ฮานอย6 (โดนต้ม ยังสนุก) 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ศณีรา วันที่ : 09/02/2014 เวลา : 20.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 4บ้านเราใช่จะหลุดพ้น อเมริกันอันตราย Chaoyin

ความคิดเห็นที่ 4 ศณีรา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 09/02/2014 เวลา : 19.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

สงครามอเมริกันวอร์..โหดร้ายมาก ฝังลึกในจิตใจชาวเวียดจนทุกวันนี้ ฝนเหลืองร้ายแรงมาก คุยกับอาจารย์ชาวเวียดนามแล้ว..จริงชาวเวียดรักกัน แต่เพราะอเมริกาที่ทำให้เขาต้องรบกัน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ศณีรา วันที่ : 08/02/2014 เวลา : 12.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 2 คนอเมริกันส่วนใหญ่ คงไม่ทราบเหมือนที่เราไม่ทราบครับ คุณ Wildwatcher

ความคิดเห็นที่ 2 ศณีรา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Wildwatcher วันที่ : 08/02/2014 เวลา : 12.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wildwatching

คิดแล้วให้สะท้อน ความโหดร้ายของสงครามเวียดนามนะครับ
กับพวกประเทศที่เรียกตัวเองว่ายิ่งใหญ่เป็นที่นับหน้าถือตาของชาวโลก
ตำรวจโลกที่คอยไปยุ่งกับประเทศนั้นประเทศนี้ และบอกว่า อยากให้ทำแบบนั้นแบบนี้
อยากให้เอารูปคนพิการพวกนี้ ที่มีผลกระทบจากฝนเหลืองไปให้ คนอเมริกันดูจังว่า เขาคิดอย่างไร หากเกิดแบบนี้กับคนและครอบครัวของพวกเขาบ้าง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศณีรา วันที่ : 07/02/2014 เวลา : 22.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน