*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 802
  • จำนวนผู้ชม : 2391639
  • จำนวนผู้โหวต : 682
  • ส่ง msg :
  • โหวต 682 คน
<< กุมภาพันธ์ 2014 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28  

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันจันทร์ ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 2908 , 22:59:29 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน ni_gul , มะอึก และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

             

 ฮาลอง 

                         (ต่อจากตอนที่แล้ว) รุ่งเช้าวันที่ 26 มกราคม 2557 เราตื่นมาลิ้มรสกาแฟรสกลมกล่อมกลิ่นหอมกรุ่น เป็นเอกลักษณ์ของเวียดนาม สมชื่อประเทศที่ส่งออกกาแฟอันดับหนึ่ง ที่สามารถแซงหน้าบาซิลเจ้าเก่าไปเรียบร้อย ทำนองเดียวกับข้าวที่เวียดนามสามารถแซงพี่ไทยอย่างราบคาบ เพราะค่าแรงที่ถูก ประกอบกับนโยบายจัดสรรที่ดินคนละ 380 ตร.ม. หากไม่ทำประโยชน์ จะถูกรัฐยึดคืน อีกทั้งนโยบายผิดพลาดของรัฐบาลไทย และความเปลี่ยนแปลงของตลาดโลก เขาจึงสามารถแย่งชิงแชมป์เก่าอย่างไทยด้วยความภาคภูมิ

 

 

ทหารผ่านศึก ขาขาด ที่รอจังหวะแลกเงินย่อย

                   ระหว่างที่เราจะออกเดินทาง มวลแม่ค้าเร่ ก็มาระดมขายพวกสร้อยมุก ของประดับแบบประชิด หนักไปทางตื้อเช่นเคย เล่นตั้งราคาซะสูง พอรถจะออก ปล่อยของมาแค่ร้อยละ 30 ของราคาตั้ง แถมด้วยชายกลางคน เป็นทหารผ่านศึก ขาขาด ที่รอจังหวะแลกเงินย่อย ด้วยแบงค์ยี่สิบไทยขณะรถออก ซึ่งไก้ด์ก็กระซิบบอกว่าระวัง แลกไป 100 บาท จะได้แค่ แบงค์ 20 บาทเพียง 4 ใบ!!

 

สถานี หรือท่าเรือ รัฐวิสาหกิจเวียดนาม

แต่ละคน..

เวียดนามดำ 55

                   เราไปถึงท่าเรือ ที่ดูแล้วน่าจะเป็นของรัฐ เพราะเจ้าหน้าที่ต่างแต่งตัวในเครื่องแบบ อากัปกิริยาเหมือนข้าราชการไทยในอดีต ที่ไม่ยอมยิ้มให้ประชาชน เพราะกลัวเสียลักษณ์ข้าหลวงไทย ทั้งที่เราเป็นนักท่องเที่ยว ขนเงินมาให้ แต่ไฉนจึงมองเหมือนเราไปขอรับบริจาค นี่แหละหนาที่ใครๆในโลก ต่างก็ยอมรับว่า ยิ้มสยามน่าประทับใจไม่รู้ลืม

 

เรือมากกว่า 600 ลำ แสดงว่านัดท่องเที่ยว เคยนิยมมาก

เรือพื้นบ้าน

                         

แม่ค้าบนเรือ

 เสริฟชาเลิศรส ชุมคอ

 

เรือขายผลไม้ น่ารักมาก

 

  

 

 

               

                        แต่ทว่าท่าเรือของเขานั้น เต็มไปด้วยเรือนำเที่ยว ขนาดบรรทุก 40-80 คน จำนวนกว่า 600 ลำ เนื่องจากเป็นปลายเดือนมกราคม หรือช่วงปลายฤดูหนาว จึงยังมองไม่เห็นแสงตะวันตลอดเวลาที่ล่องเรือ จึงทำให้บรรยากาศทะเลจีนใต้สีสันไม่สดใสดั่งที่คิด และก็ได้บรรยาศลมหนาวเย็นยะเยือกโชยมาแทน

                        เมื่อขึ้นไปบนเรือจึงพบว่า เขาจัดเรือไว้เหมือนร้านอาหาร ที่แบ่งซ้ายขวาเป็นโต๊ะๆ ไว้นั่งสำหรับคนจำนวน 8 คน เพราะที่นี่เขาบริการอาหารเที่ยง ซีฟู้ดบนด้วยด้วยนั่นเอง
                        ซึ่งหลังจากนั่งกันครบคณะฯ ไก้ด์ก็แนะนำประวัติความเป็นมาของอ่าวฮาลองทันที

 

 


                        ฮาลอง เบย์ เป็นอ่าวหนึ่งในพื้นที่ของอ่าวตังเกี๋ย อยู่ทางตอนเหนือของสาธารณรัฐ สังคมนิยมเวียดนาม ใกล้ชายแดนสาะรณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน ชื่อในภาษาเวียดนาม หมายถึง "อ่าวแห่งมังกรผู้ดำดิ่ง"
โดยตำนานกล่าวไว้ว่า ในอดีตนานมาแล้ว ระหว่างที่ชาวเวียดนามกำลังต่อสู้กับกองทัพชาวจีนที่มารุกราน เทพเจ้าได้ส่งกองกำลังมังกรเข้ามาช่วยปกป้องเวียดนาม มังกรเหล่านี้ได้ดำดิ่งลงสู่ท้องทะเล บริเวณที่เป็นอ่าวฮาลองในปัจจุบัน และมีอัญมณีและหยกพุ่งกระเด็นออกมากลายเป็นเกาะน้อยใหญ่ กระจายอยู่ทั่วอ่าวเป็นเกราะป้องกันจีนผู้รุกราน ทำให้ชาวเวียดนามปกป้องแผ่นดินได้สำเร็จ และก่อตั้งประเทศ ซึ่งต่อมาคือเวียดนามในปัจจุบัน บางตำนานก็กล่าวไว้ว่า มีสัตว์ในตำนานที่ชื่อว่า Tarasque อาศัยอยู่ที่ก้นอ่าว

 


                       เขาพาเราไปแวะชมการเลี้ยงปลาบนแพกระชัง ซึ่งมี กุ้ง หอย ปูปลา ตัวเป็นๆให้เราเลือกซื้อ เพื่อเป็นเมนูพิเศษสำหรับมื้อเที่ยงบนเรือ ผู้เขียนแอบสอบถามราคา เขาก็บอกไม่แพงแค่กิโลกรัมละ 700 ตัวละ 7,000 บาท เท่านั้นเอง! คงไม่ต้องถามว่าคนที่จะกินปลาตัวละ 7,000 บาท ราคาเท่ากับตู้เย็น 6-7 คิว คงไม่ใช่นักท่องเที่ยว ศึกษาดูงานแบบเราๆแน่ๆ

 


                        สักพักเราไปไปเทียบที่ท่าเรือแห่งหนึ่งเพื่อเข้าไปชมถ้ำสวรรค์ เรียกชื่อเวียดนามยากมาก ซึ่งเป็นถ้ำบนเกาะที่มีอ่าววิวสวยมาก เขาทำทางเดินเท้าเทียมธรรมชาติแข็งแรง มีเจ้าหน้าที่แต่งตัวเหมือนกะลาสีเต็มยศ ยืนเตะท่าเช่นเคย บางคนเข้าไปขอถ่ายรูปถูกตะคอกกลับมา ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า เอาทหารไร้วิญญาณบริการมาทำหน้าที่แบบนี้ได้อย่างไร

 

ประธานสภาฯอัตลักษณ์เหนียวแน่นจริงๆ

 

 

                        ความพิเศษของกายภาพของอ่าวฮาลอง คือ มีเกาะหินปูนจำนวน 1,969 เกาะ โผล่ขึ้นมาจากผิวทะเล บนยอดของแต่ละเกาะมีต้นไม้อยู่หนาแน่น หลายเกาะมีถ้ำขนาดใหญ่อยู่ภายใน ถ้านึกไม่ออกก็ลองเทียบกับบริเวณอ่าวพังงาในประเทศไทยนั่นเอง

 

  

 

                        แต่บริเวณโดยรอบ เขาทำทางเท้ารวมถึงบันไดที่แข็งแรง มีคุณภาพ เมื่อเข้าไปภายในถ้ำก็จะพบเป็นห้องโถงที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม ดูหลากหลายแปลกตา มีการใช้ไฟหลากสี เพิ่มบรรยากาศ มีตำนานนางฟ้าทั้งเจ็ดที่กำลังเปลือยกายอาบน้ำ มีหินหัวช้างที่มองดูน่าฉงน มีตำนานเจ้าฟ้าเทวดาที่แปลงกายเป็นสิงห์ และก็หินย้อยที่มองดูคล้ายชายขอผู้หญิงแต่งงาน เพราะด้วยมีคณะทัวร์อื่นๆมาพร้อมกัน ประกอบกับแย่งกันถ่ายรูป ประวัติต่างๆจึงได้ฟังกันบ้าง แบบขาดๆหายๆ เพียง 30 นาที เราก็ออกมาชมวิว ตกจุดร้านขายของที่ระลึกที่มีเป็นจุดๆ ที่น่าสนใจคือ เขาก็ขายของเหมือนกัน ตั้งแต่แพงสุด จนถูกที่สุดตรงทางออก มันเป็นกลยุทธ์ที่น่าเจ็บใจสำหรับนักท่องเที่ยวจริงๆ เพราะบางคนซื้อหมวกที่ตั้งราคาถึงใบละ 150 บาท ต่อได้เหลือใบละ 60 บาท แต่ก็มาเจอ 6 ใบร้อยบนเรือที่เขาเอามาขายตอนขากลับนั่นเอง

 


 


                       เมื่อขึ้นมาบนเรือ ไก้ด์ก็แนะนำอีว่า ยังมีถ้ำที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณอ่าวฮาลอง คือ ถ้ำเสาไม้ ทีมีชื่อเดิมว่า "กร็อตเดแมร์แวย์" ซึ่งตั้งชื่อโดยนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสที่มาเยี่ยมชมอ่าวเมื่อปลาย ค.ศ. 19 ภายในถ้ำประกอบไปด้วยโพรงกว้าง 3 โพรง มีหินงอกและหินย้อยขนาดใหญ่อยู่จำนวนมาก เช่นกัน
                       ส่วนเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในบริเวณอ่าวมี 2 เกาะ คือ เกาะกั๊ตบ่าและเกาะต่วนเจิว ทั้งสองเกาะนี้มีคนตั้งถิ่นฐานอยู่อย่างถาวร มีโรงแรมและชายหาดจำนวนมากคอยให้บริการนักท่องเที่ยว บางเกาะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง และบางเกาะยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าหลายชนิด และเกาะเหล่านี้มักจะได้รับการตั้งชื่อจากรูปร่างลักษณะที่แปลกตา เช่น เกาะช้าง เกาะไก่ชน เกาะหลังคา เป็นต้น


                      เมื่อถึงเวลาเที่ยง อาหารเมนูซีฟู้ดสุดอร่อยก็ถูกยกมาเสริฟ หอยตลับ กุ้งเผา ปอเป็ยกุ้ง ต้มเด้าหูสาหร่ายทะเลและไข่ม้วน ยกเว้นปลา เพราะเราไม่ได้สั่งซื้อจากแพปลามหาโหดนั่นเอง

มิตรภาพงดงามเสมอ

 


                       ผู้เขียนชอบที่จะขึ้นไปบนดาดฟ้าของเรือ เพราะอากาศดีมาก ไม่มีแดด มีแต่หมอกปกคลุมไปทั่ว ลมเย็นๆโชยมาไม่แสบผิวเหมือนทะเลบ้านเรา ส่วนคนทีชอบเก็บภาพ ก็กดชั้ตเตอร์กันไม่ยั้ง เสียดายที่ไม่มีการกางใบเรืออย่างที่หวัง และเกาะไก่ชนคือจุดที่เขาภูมิใจที่สุด และแนะนำให้เราถ่ายรูปเพื่อยืนยันว่า มาถึงฮาลองเบย์จริงๆ
ก่อนลงจากเรือ แม่ค้าบนเรือที่ขายของที่ระลึก ก็แวะไปเอาของอีกลำเรือ เพราะสินค้าที่ขายบนเรือลำนี้ ไม่ว่าจะสร้อยมุข ตลับกระจก หมวก เสื้อยืด และสมุนไพร สมาชิกเราเหมาไปฝากคนที่บ้านกันเรียบ

 

 

 

                       ก่อนถึงท่าเรือเราก็เห็นเรือลำหนึ่ง กำลังถูกไฟไหม้ ห่างไปประมาณ 1,000 เมตร ดูแล้วเหมือนโชว์ตบท้าย ที่เศร้าจริงๆ เจ้าของคงหมดตัวเลยทีเดียว
                      เมื่อเรามาถึงฝั่ง ทุกคนต่างจ่ายเงินเพื่อรับรูปที่ตากล้องประจำเรือ ได้ตามไปถ่ายในราคารูปละ 20 บาท ซึ่งเขาถ่ายได้สวยหล่อเกินจริง จนยากที่จะทิ้ง *0*  แล้วเราก็ออกเดินทางไปกับรถบัส เพื่อมุ่งหน้าไปยังกรุงฮานอย ศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรม และยังเป็นศูนย์ราชการของเวียดนาม..(โปรดติดตามตอนต่อไป)

ศณีรา รายงาน

 

 

1.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ ฮานอย

  

2.บันทึกการเดินทางปี 2014 จากเบตง สู่ฮานอย 2(ตลาดน้ำ)

 

3.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ ฮานอย3 (ศูนย์หัตกรรมของคนพิการ)

 

4.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตงสู่ฮานอย4 (เกือบจะเข้าถึงเวียดนาม)

 

6.บันทึกการเดินทาง ปี 2014 จากเบตง สู่ ฮานอย6 (โดนต้ม ยังสนุก) 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ศณีรา วันที่ : 21/02/2014 เวลา : 12.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 4 เรียบง่ายและควบคุมได้จริงๆครับพี่ชาลี

ความคิดเห็นที่ 4 ศณีรา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 20/02/2014 เวลา : 08.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

บรรยากาศดีนะครับ
รูปแบบบริหารจัดการท่องเที่ยว ดูเรียบง่ายมากๆ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ศณีรา วันที่ : 19/02/2014 เวลา : 21.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 2 เขามีแม่น้ำกว่า 2000 สาย ปากน้ำเยอะมาก คลื่นก็แรง น้ำจึงขุ่นครับคุณ wansuk สู้ทะเลบ้านเราไม่ได้จริงๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
wansuk วันที่ : 19/02/2014 เวลา : 17.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

มีเพื่อที่ office เพิ่งกลับมาจากเวียดนาม
บ่นว่าทะเลไม่สวย น้ำทะเลขุ่นมาก
ไม่สวยใสเหมือนบ้านเราค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศณีรา วันที่ : 18/02/2014 เวลา : 00.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน