*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 802
  • จำนวนผู้ชม : 2402513
  • จำนวนผู้โหวต : 685
  • ส่ง msg :
  • โหวต 685 คน
<< พฤษภาคม 2014 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันศุกร์ ที่ 2 พฤษภาคม 2557
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 3679 , 00:46:22 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 7 คน nonglucky , Wildwatcher และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

               คลิปที่ 1 บันทึกตามรอยหมู่บ้านฮาลา หมู่บ้านที่สาปสูญ


                  บันทึก ฮาลา ที่สาปสูญ ตอนทีหนึ่ง โดย sanira ok nation บรรยาโดย ซุลกริบฟรี บุงา ถอดความโดย Ismail sareh  "เริ่มต้น ผู้อาวุโสให้สลาม เเละได้กล่าว การเดินทางที่ผ่านมา ว่าได้ผ่านมาเเล้ว สองด่าน พร้อมกำชับว่า การจะเข้าหมู่บ้าน ฮาลา ไม่ไชเรื่องง่าย มิอุปสรรคมากมาย เข้าทำนองเข้าป่า เจอสัตวืป่า ออกทะเลเจอคลื่น เเละตัวเอง ไม่เคยคิดว่าสักวันจะได้มาเห็นด้วยตาตนเอง
                   หลังจากนั้นผู้บรรยายหนุ่มออกมาบรรยายว่า หลังจากเดินทางมา สามวัน ก็ถึง cok mangae bedak ,มีลักษณะเป็นเกาะ มีลำนำ้ สอง สาย ไหลขนาบข้าง เล็กสายหนึ่ง เเละ ลำน้ำใหญ่สายหนึ่ง
                  สถานที่หนึ่งชื่อ halonga เมื่อคน ฮาลามีจำนวนมากขึ้น ก็มีการขยาย พื้นที่ ชายชื่อ samedeen ได้ย้ายมาอยู่ที่ตรงน้ี ทำไร่ ทำสวนยาง ผลไม้ ทำนา ( ทุเรียนกำลังออกดอก มีเสียงเเทรก) ติดกันมีผลไม้เช่นกัน ทุเรียน มังคุด เจ้าของ pak su air ถูก พลพรรค คอมมูนิสต์ มาลาย จับตัวไป หายสาปสูญ
                   ก่อนที่คน ฮาลา จะอพยพออกไป อยู่ที่ กม 38 ต.อัยเยอร์เวง ก็มารวมกันที่นี่ สถานที่อีกเเห่งหนึ่งชื่อ lubok gedong จากที่นี่เดินทางอีก 3 ชั่งโมงก็จะถึง บ้าน ฮาลา ระยะทางประมาณ 15 กม.เเต่มีทางลัดทางรอยทางเดินของช้าง
                   สถานที่แห่งนี้ เมื่อก่อนเป็นที่เลี้ยงสัตว ของชาว ฮาลา เมื่อถูกทิ้งร้างมานาน ก็มีไม้ใหญ่ขึ้นเต็มไปหมด จะเลี้ยงใกล้บ้านไม่ได้มีการปลูกข้าว ออ้ย เเละ ผักจำนวนมาก 
                   เเละในที่สุดก็เดินทางมาถึง บ้าน ฮาลา ที่ทุกคนอยากเห็น ผู้คนที่เห็น ในภาพ ทั้งหมดเป็นลูกหลานชาว ฮาลา เเละมี จนท ของ จังหวัดยะลา ที่ร่วมคณะด้วย เพือจะได้เห็นด้วยตาตนเองว่า ที่ ฮาลา เคยเป็นที่อยูอาศัยของคนจริง.."

 


 

บันทึกตำนานฮาลา หมู่บ้านที่สาปสูญ

                เป็นเวลากว่าร้อยปี ตั้งแต่พุทธศักราช 2447 ที่บรรพบุรุษรุ่นบุกเบิก ของตำบลฮาลาได้อพยพมาสมัยราชกาลที่ 5 จาก มณฑล รัฐปัตตานี มาตั้งรกรากอยู่ใจกลางฮาลา ป่าดิบชื้นอันกว้างใหญ่ โดยห่างไกลจากโลกภายนอก
                บ้างก็ว่า จริงๆมีชุมชนเดิมอยู่แล้ว ก่อนที่จะมีการอพยพ เพราะหมู่บ้านนี้ เป็นเส้นทางติดต่อกับแหลมมาลายู เป็นเส้นการค้าระหว่างเมืองปัตตานี กับเมืองเคดาห์หรือไทรบุรีที่สำคัญ โดยในอดีตกองคาราวานที่จะต้องเดินทางผ่านโดยการข้ามแม่น้ำปัตตานี ด้วยแพ ตรงสะพานยีราปันในปัจจุบัน

 

 

สะพานเหล็ก ยีลาปัน

 

 

 

แผนที่ 'อเมซอนแห่งอาเซียน'


                ในยุคของคนบ้านฮาลา หมู่บ้านที่สาปสูญ คนฮาลาจะตัดไม้ไผ่จากหมู่บ้านกลางป่าลึก ร่องลงมาตามสายน้ำจนกระทั่งแพไม้ผ่ามาถึงตรงจุดสะพานยีราปัน ก็จะเก็บกล้วย ผลไม้ ไม้ไผ่ และของป่า เอาไปแลกกับเกลือ และกะปิที่ท่าเรือเมืองปัตตานี เพื่อเอากับมาให้สมาชิกชาวตำบลฮาลาใช้บริโภคประกอบอาหารกัน ทั้ง 3 หมู่บ้าน นี่คือวิถีชีวิตของคนฮาลา ผู้เขียนยังประทับใจ ครั้งเมื่อได้ไปเข้าค่ายเยาวชนอนุรักษ์ฯ และได้มีโอกาสนั่งคุยกับผู้เฒ่าฮาลาในปี 2552

แผนที่แสดงการเคลื่อนไหว เคลื่อนที่ของขบวนการฯ

นิทรรศการสะท้อนความโหดร้ายของสงคราม ภายใต้ฝีมือเจ้าอาณานิคมในอดีต

 

                 จนกระทั้ง ในปีพุทธศักราช 2493 เมื่อพรรคโจรคอมมิวนิสต์มาลายา ปัญหากับรัฐบาลมาลายา ได้หลบหนีการไล่ล่าของกองทัพมาลายา ข้ามมาอาศัยผืนแผ่นดินไทย เป็นฐานซ่องสุ่มกำลังเพื่อ ต่อสู้ทางอุดมการณ์กับทางการมาลายาภายใต้การปกครองของอังกฤษในขณะนั้น ได้เข้ามาและมีปัญหากับชุมชนชาวตำบลฮาลา
เพื่อมิให้ชาวบ้านเดือดร้อน และป้องกันการแพร่ขยายของลัทธิคอมมิวนิสต์ ทางการในขณะนั้น จึงได้อพยพ ชาวฮาลามาตั้งถิ่นฐานใหม่ ณ บริเวณที่ราบ ริมตลิ่ง แม่น้ำปัตตานี โดย เผาบ้าน เผายุ้งฉาง เพื่อให้ให้พรรคคอมมิวนิสต์มาลายาเอาไปใช้ประโยชน์ได้

ภาพโดย ปราณชลี


                ซึ่งวิธีการอพยพของทางการนั้น คนชรา ผู้หญิงและเด็กจะอพยพทางเฮลิคอปเตอร์ ส่วนชายหนุ่ม ที่แข็งแรงก็จะอพยพด้วยทางเท้า เป็นเรื่องราวที่เล่าขาน จากปากสู่ปาก กันมานานตลอดระยะเวลา 60 ปี ที่ผ่านมา เพราะยังมีผู้เฒ่า คนฮาลาตัวจริง ที่อยู่ในเหตุการณ์หลายคนยังมีชีวิตอยู่

                และเมื่อมาอยู่ที่ราบริมตลิ่งแม่น้ำปัตตานี ก็ได้มีการได้เปลี่ยนชื่อตำบล จากตำบลฮาลา มาเป็น ตำบล “อัยเยอร์เวง” ที่มาก็คือ เพราะบริเวณดังกล่าว เป็นบริเวณคุ้งแม่น้ำปัตตานี มีบ้านพักสำหรับผู้เดินทางระหว่างยะลา-เบตง และงานแรงทำเหมืองแร่ในขณะนั้น เป็นของชาวจีนอยู่เพียง 1 หลัง และชาวจีนผู้นั้น มีชื่อว่า “เวง” และ “อัยเยอร์” ในภาษายาวี แปลว่าสายน้ำ นั่นคือที่มาของชื่อ “ อัยเยอร์เวง ”

ละหมาดในป่า ฮาลา


                ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน ลูกหลานชาวฮาลาก็มีความหวัง ว่าจะได้กลับไปอยู่ในบ้านเกิดในป่าบาลา-ฮาลา เมื่อขบวนการโจรคอมมิวนิสต์มาลายาหมดสิ้นไป ตามสัญญาที่ทางการในขณะนั้นให้ไว้
เมื่อออกมาอยู่ริมน้ำปัตตานี ราวปี พ.ศ. 2497 ก็มีการเลือกตั้งกำนันตำบลอัยเยอร์เวง เป็นครั้งแรก และในปี พ.ศ.2499 ได้มีการสำรวจสำมะโนประชากร มีการแบ่งหมู่บ้านออกเป็น 3 หมู่บ้าน ช่วงระหว่างนั้น ราษฎรในพื้นที่ได้มีการต่อสู้กับขบวนการพรรคคอมมิวนิสต์มาลายามาตลอด ราษฎรและผู้นำบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก จนกระทั่ง พ.ศ. 2530 จากนโยบายรัฐบาล 66/23 ทำให้ขบวนการพรรคคอมมิวนิสต์มาลายาออกมาเข้ากระบวนการพัฒนาชาติไทยในที่สุด....(ต่อตอน 2)
                  


ทีมลูกหลานชาวฮาลา ที่ร่วมตามรอยฮาลาชุดที่ 1

าลา 

ลงเรือบ้านสันติ

มุ่งสู่ปากคลองฮาลา

เตรียมเดินเท้าเข้าป่า

 

ที่พัก คืนแรก

เดินตามสายน้ำ

พักระหว่างทาง

ศรัทธา คือ สิ่งยึดเหนี่ยว

 

เดินทางรอยช้าง

มีระเบียบ หมู่คณะ

 

หาปลา ในลำธาร

 

ปลาจับง่ายมาก เพราะไม่รู้จักคน

กืบแบบชาวบ้านป่า

รมควันไว้เป็นเสบียงเดินทาง

ยามค่ำ ผู้เฒ่า ก็เล่าความหลังให้ชนรุ่นต่อไป

โปรดติดตามเรื่องและภาพในตอนต่อไป

ศณีรา...รายงาน


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20 ศณีรา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ศุภศรุต วันที่ : 08/05/2014 เวลา : 20.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/voranai
เรื่องราวหลากหลายในมุมมองของนักวิชากวน

ตามหากันจริง ๆ


หุหุ


ความคิดเห็นที่ 19 ศณีรา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พันธกานท์ วันที่ : 08/05/2014 เวลา : 09.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panthakant
สวนอักษร : ธารคำท่ามกลางยุคสมัยฯ  "พันธกานท์ ตฤณราษฎร์" 

โอ้ว เยี่ยมยอดเลยท่าน

ความคิดเห็นที่ 18 ศณีรา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ขอทานรามอินทรา วันที่ : 05/05/2014 เวลา : 01.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jincai

น่าติดตามมากครับ สิ่งแห่งที่ทำให้โลกนี้สวยงาม คือ วัฒนธรรม

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ศณีรา วันที่ : 04/05/2014 เวลา : 17.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 16 คงไม่ขนาดนั้น คุณ Chaoying

ความคิดเห็นที่ 16 ศณีรา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 04/05/2014 เวลา : 14.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

การเดินทางข้ามน้ำข้ามห้วย น่าสนุก จับปลามาทำอาหาร..แน่หละสิ..ปลาเหล่านั้นไม่รู้จักภัยจากมนุษย์ ในลำธารบางแห่งมีฝูงปลามากมาย..
ทุกที่ ทุกแห่ง ล้วนมีที่มา ทับถมเรื่องราวหลายยุคหลายสมัย..ทั้งที่ยังคงอยู่และดับสูญไป..ขออย่าให้เมืองไทยเป็นเช่นนั้นเลย..

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ศณีรา วันที่ : 03/05/2014 เวลา : 17.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 14 ขอบคุณครับ คุณ Wildwatcher

ความคิดเห็นที่ 14 ศณีรา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Wildwatcher วันที่ : 03/05/2014 เวลา : 16.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wildwatching

เป็นความรู้ดีจังครับ พี่ศณีรา
ผมเคยไปเที่ยวดูนก ทางป่าฝั่งที่เรียกว่าฮาลาบาลา ที่อยู่ในเขตอำเภอสุคีริน ครับ


ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ศณีรา วันที่ : 03/05/2014 เวลา : 13.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 11 wansuk สุดๆครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ศณีรา วันที่ : 03/05/2014 เวลา : 13.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 10 แท้ๆครับ คุณสิงห์นอกระบบ

ความคิดเห็นที่ 11 ศณีรา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wansuk วันที่ : 02/05/2014 เวลา : 22.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

ผืนป่า สายน้ำ เป็นธรรมชาติมากๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 ศณีรา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 02/05/2014 เวลา : 22.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ธรรมชาติแท้แท้เลยนะครับ คุณปลัดฯ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ศณีรา วันที่ : 02/05/2014 เวลา : 19.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 7 อ.ไชยแสง ที่นี่บ้านนกเงือกเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ศณีรา วันที่ : 02/05/2014 เวลา : 19.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 6 ขอบคุณพี่ชาลี ที่ชอบครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
อ.ไชยแสง วันที่ : 02/05/2014 เวลา : 19.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaisang
บ้านหวั่งหลี ซัวเถา

ยังคิดถึง นกเงือก ที่นี่ชุกชุมมาก แต่ชีวิตนี้
คงไม่มีโอกาสไปอีกแล้ว เพราะน้องๆโต๊ะภูมิภาค
ไม่ยอมให้เข้าไป กลัวหน้าขาวๆอย่างผมจะไม่ได้กลับ
มีเวลาเลยไปเที่ยว สุไหงปัตตานี เมืองที่มีคนไทยหลง
ตั้งแต่สมัย ร.5 หลงเหลืออยู่เยอะ

ความคิดเห็นที่ 6 ศณีรา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
BlueHill วันที่ : 02/05/2014 เวลา : 18.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

อ่านสนุก น่าติดตามจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ศณีรา วันที่ : 02/05/2014 เวลา : 13.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 4 รับอาเซียนครับ บัณฑิตอีสาน

ความคิดเห็นที่ 4 ศณีรา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
บัณฑิตอีสาน วันที่ : 02/05/2014 เวลา : 12.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanantachai

ผืนป่าที่งดงาม และประวัติศาสตร์ของเผ่าพันธุ์ที่หลบเร้นอยู่ น่าสนใจมากๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ศณีรา วันที่ : 02/05/2014 เวลา : 09.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 2 วินเชนโซ

ความคิดเห็นที่ 2 ศณีรา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
วินเชนโซ วันที่ : 02/05/2014 เวลา : 08.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/atsawin
ลมบก

อยากจับปลาง่ายๆบ้างคับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศณีรา วันที่ : 02/05/2014 เวลา : 02.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน