*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 803
  • จำนวนผู้ชม : 2516007
  • จำนวนผู้โหวต : 689
  • ส่ง msg :
  • โหวต 689 คน
<< ธันวาคม 2017 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม 2560
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 1238 , 13:18:46 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน ชบาตานี , Chaoying โหวตเรื่องนี้

บาลา-ฮาลา

 

ป้ายฝั่งอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส

             “ป่าฮาลา-บาลา” กับ “ป่าบาลา-ฮาลา” แตกต่างกันอย่างไร ที่ไหนคือ “ป่าฮาลา-บาลา” ที่ไหนคือ“ป่าบาลา-ฮาลา” สับสนทั้งคนเขียนและคนอ่าน ความเคยชิน กับ กฎหมายเราควรจะยึดอะไร ที่สำคัญ ไม่ควรให้เข้าใจคงเพียงพอ
              

ป้ายฝั่งนราธิวาส ขอบคุณภาพจาก บล็อกเกอร์อังศณา

                ที่ผ่านมา ผู้เขียนเคยเรียกและเขียนป่าบาลา-ฮาลา ฝั่งเบตงว่า ป่าบาลา-ฮาลา มาตลอด เพราะมีป้ายป่านามาภิไท ที่ 2 บาลา-ฮาลา สร้างตั้งแต่ ปี 2535 อยู่หน้ามัสยิดสามัคคีธรรมบ้าน กม.32 ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาฯตำบลอัยเยอร์เวง ปี 2546 จึงเรียกป่าแห่งนี้ว่า "ป่าบาล-ฮาล" และในช่วงอบรม หลักสูตรบริหาร อปท.รุ่น 2 พ.ศ.2546-2547 ของสถาบันพระปกเกล้า (ศูนย์สงขลา) ก็เรียกเช่นนี้ แต่ได้คำว่า “อเมซอนแห่งอาเซียน” จากการรายงานในวิชาการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ฯในวิชาของ ดร.ไพบูลย์ โพธิสุวรรณ ซึ่ง ดร.อรทัย ก๊กผล สะดุดคำนี้และแนะนำว่า ควรเป้นวิสัยทัศน์ของตำบลอัยเยอร์เวง 
                ต่อมา ได้มีโอกาสเข้าร่วมทริปกับชมรมโอเคเนเจอร์ และสำนักห้วใจเดียวกัน เพื่อเข้าศึกษาธรรมชาติป่าฮาลา-บาลาฝั่งแว้ง ก็ไปพบป้ายที่ทำการฝั่งอำเภอเเว้ง จังหวัดนราธิวาส เขียนไว้ว่า “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา “ จึงเก็บความสงสัย และสับสน ระหว่างคำว่า "บาลา-ฮาลา กับ "ฮาลา-บาลา” กลับมายังตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

 

ขอคุณภาพ จาก Bg ปราณชลี

                  ต่อมามีคณะนายก อบต. จากฝั่งนราธิวาสมาดูงานที่อำเภอเบตง จังหวัดยะลา โดยในวงสนทนาก็มีนายก อบต.แห่งหนึ่งในอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ยืนยันว่าฝั่งโน้นคือ ป่าฮาลา-บาลา แน่นอน เพราะป้ายที่นั่น ผมมีส้วนในการก่อสร้างด้วย...เป็นอันว่า ค่ายเยาวชนอนุรักษ์ป่าฯของอบต.อัยเยอร์เวง ในเดือน เมษายน 2555 เราจึงใช้คำว่า “ป่าบาลา-ฮาลา”อย่างมั่นใจ

 

พ.ต.อ.พิทักษ์ เอียดแก้ว ปฏิบัติภารกิจรักษาป่าสิริกิต ถวายองค์สมเด็จพระมหาราชินีฯด้วยชีวิต

พ.ต.ท. เชษฐวิทย์ นีระฮิง

ผู้ร่วมบุกเบิกป่า ตั้งแต่บรรจุครั้งแรก

คนนี้ BG ปราณชลี นายชุมศักดิ์ นรารัตน์วงศ์

นักเขียนอิสระ นักกิจกรรมภาถประชาสังคมสังคม ผู้ชำนาญพื้นที่ในพื้นที่ 3 จชต.


                  เมื่อย้อนกลับไปอ่านงานของตนที่เขียนเล่าความไว้เมื่อปีก่อนๆเพื่อจะเปลี่ยนจาก”ป่าฮาลา-บาลา” เป็น “ป่าบาลา-ฮาลา” ให้ถูกต้องตามที่สรุปความได้ โดยได้สอบถาม ดาบโชค ตชด.ที่ 445 คนที่อยู่กับป่าฮาลามาตั้งแต่ปี 2535 , พ.ต.ท. เชษฐวิทย์ นีระฮิง (ปัจจุบัน ผกก.ตชด.ที่ 44) ซึ่งบรรจุแรกเริ่มที่นี่ตั้งแต่ร้อยตรี บุกเบิกป่าฮาลา และ พ.ต.อ.พิทักษ์ เอียดแก้ว (เกษียนราชการปี 2554 ในตำแหน่ง ผกก.สันติบาล 5 กองบัญชาการตำรวจสันติบาล) ผู้กองพิทักษ์ซึ่งใครๆก็รู้ว่า ผู้กองพิทักษ์กับป่าฮาลา เกิดและสร้างชื่อพร้อมกัน สุดท้ายก็คือ พี่ย่อง บล็อกเกอร์ปราณชลี หรือคุณชุมศักดิ์ นรารัตนวงศ์ นักเขียน นักเดินทาง เจ้าของสำนักหัวใจเดียวกัน ซึ่งทะลุปุโปร่งในเรื่องประวัติศาสตร์ท้องถิ่นฝั่งนราธิวาสเพราะเป็นบ้านเกิดนั่นเอง

ป้ายฝั่งตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตงที่ค่าย ตชด.ที่ปากคลองฮาลา ฐาน 1(ปัจจุบันชำรุดสูญหาย)


                    ซึ่งคำตอบออกมา แทบไม่ต่างกัน ป่าฝั่งอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ชาวบ้านเขาจะเรียกว่า “ป่าฮาลา” และ ป่าฝั่งอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส คือ “ป่าบาลา” ทั้งนี้คำว่า “บาลา”มาจากคำว่า “บาละห์” แปลว่าหลุดหรือปล่อย อันมาจากช้างหลุดเข้าป่าที่ป่าฝั่งอำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส และ “ฮาลา” ก็คือ ทางผ่าน ทางอพยพ คนอพยพ คือ คน ที่อพยพมาจากการแตกของเมืองปัตตานีในสมัยอดีต มาตั้งหลักทำกินเป็นหมู่บ้าน ชุมชนกลางป่าดงดิบแห่งนี้นั่นเอง
                    ทั้งนี้เมื่อนำมาบวกกับแนวความคิดผู้คนในชุมชนพื้นที่ตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งผู้เขียนก็สัมผัสมากว่า 20 ปี เขาก็เรียกป่าใหญ่แห่งนี้ว่า “ป่าฮาลา” และในชุมชนฝั่งอำเภอแว้ง ตามคำบอกเล่าของ ชุมศักดิ์ นรารัตนวงศ์ ว่าปราชญ์ชาวบ้านฝั่งอำเภอแว้ง เขาพอใจที่จะเรียกป่าของเขาว่า “ป่าบาลา” ทั้งสิ้น เพราะมันเป็นป่าคนละผืน มีชุมชนกั้นกลาง
                      ซึ่งเมื่อไปดูสื่อมวลชนต่างๆที่สื่อออกไปในสังคม ยิ่งสับสน ความเคยชินของชาวบ้าน และตามที่ราชการกำหนดไว้ ผู้เขียนเห็นว่า นี่คือบทเรียนอย่างหนึ่งที่ชุมชนและหน่วยงานของรัฐ จะต้องรับรู้ ว่า การจะดำเนินการ หรือกำหนดอะไรไปในพื้นที่นั้น ควรให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากเป็นดีที่สุด เพราะแม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่อาจจะเป็นสิ่งที่กระทบกับวิถีชีวิตของผู้คนบริเวณกว้างเลยทีเดียว แม้ตามประกาศพระราชกฤษฎีกา เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา จะรวมป่าทั้งสองผืนเป็นชื่อเดียว เป็นความตั้งใจให้รู้สึกว่าเป็นแห่งเดียว ตามเนื้อหาสาระ แต่เมื่อสังคมโซเชี่ยล ยุคสมาร์ทโฟนสามารถออนไลน์ถึงครั้วเรือน ถึงมือประชาชน นักท่องเที่ยวและนักเดินทาง ความสับสนก็จะยิ่งชัดในสังคม การดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง หรือทำให้ปรากฎชัด แจ่มยิ่งขึ้น จึงเป็นเรื่องที่ควรกระทำโดยเฉพาะในยุคที่รัฐบาลมีความเป็นเอกภาพ อย่างรัฐบาล คสช.ครับ ศณีรา..ทบทวน..รายงานอีกที.

หมายเหตุ ปรับใหม่อีกครั้ง เผื่อได้รับการแก้ไขครับ.

 



พระราชกฤษฎีกาเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา


                   ในการประกาศพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ เนื่องจากป่าฮาลา- บาลาตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และป่าบาลา-ฮาลาในท้องที่ตำบลจะแนะ ตำบลแว้ง ตำบลแม่ดง ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง ตำบลมาโมง ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส เนื้อที่ประมาณ 270,725 ไร่
เมื่อวันที่ 13 กันยายน พ.ศ.2539 พระราชกฤษฎีกานี้กำหนดที่ดินป่าฮาลาและบาลา ในท้องที่ตำบลจะแนะ ตำบลแว้ง ตำบลแม่ดง ตำบลโละจูด อำเภอแว้ง ตำบลมาโมง ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส และตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า พ.ศ.2539


ภูมิประเทศ 
                   เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ความสูงจากระดับน้ำทะเลต่ำสุด 100 เมตร สูงสุด 1466 เมตร ป่าฮาลา – บาลา เป็นป่าดงดิบชื้น หรือป่าฝนเขตร้อน มีความชื้นสูงตลอดปี ตั้งอยู่บริเวณตอนใต้สุดของประเทศไทย มีแนวป่าต่อเนื่องกับป่าเบลุ่มทางตอนเหนือของประเทศมาเลเซีย เมื่อรวมพื้นที่เข้าด้วยกัน จัดได้ว่าเป็นป่าฝนเขตร้อนที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดบนคาบสมุทรมาลายา พื้นที่มีฝนตกชุก ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยมากกว่า 2,000 มิลลิเมตรต่อปี
ภูมิอากาศ
                   ลักษณะภูมิอากาศค่อนข้างคงที่และมีความชื้นพอเหมาะที่สิ่งมีชีวิตจะอาศัยดำรงชีวิตอย่างต่อเนื่องมาได้เป็นเวลานาน ประชากรที่อาศัยอยู่รอบพื้นที่ป่าฮาลา-บาลา ในท้องที่จังหวัดยะลาและจังหวัดนราธิวาสได้รับผลกระทบจากความแห้งแล้งน้อยมาก ป่าผืนนี้สามารถควบคุมลักษณะ ภูมิอากาศไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
สัตว์ป่า 
                   ป่าผืนนี้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า สัตว์ป่าที่สำคัญที่พบมีสัตว์ป่าที่จัดเป็นสัตว์ป่าหายากอาศัยอยู่หลายชนิด ได้แก่ กระซู่ สมเสร็จ กระทิง เสือโคร่ง เลียงผาและช้างป่า เป็นต้น สัตว์ป่าประเภทนกมี 217 ชนิด 114 สกุล 38 วงศ์ สัตว์จำพวกเลี้ยงลูกด้วยนม มี 144 ชนิด 84 สกุล 38 วงศ์ สัตว์จำพวกเลื้อยคลานมี 30 ชนิด 24 สกุล 9 วงศ์ สัตว์จำพวกสะเทินน้ำสะเทินบก มี 23 ชนิด 15 สกุล 9 วงศ์
ป่าและพันธุ์ไม้ 
                   ในผืนป่าแห่งนี้ พบว่ามีพรรณไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น ไม้ยืนต้นมักมีเรือนยอดชิดกันและมักเป็นพืชในวงศ์ยาง เช่น ยางวาด กระบาก สยาแดง สยาขาว สยาเหลือง ไข่เขียว ตะเคียน ชันตาแมว เป็นต้น ไม้ขนาดใหญ่ในวงศ์อื่นได้แก่ หยี ทองบึ้ง หลุมพอ กะบก กุหลิมหรือกระเทียมต้น ยวนและกฤษณา นอกจากนี้ยังมีพืชในวงศ์หมากและหวาย ขึ้นกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปเช่นหลาวชะโอน หมากพน จากเขา บังสูรญ์ กะพ้อสี่สิบหรือตาลเดียว หมากข้าวตอก และหวายชนิดต่าง ๆ ไม้พื้นล่างหรือพืชคลุมดินส่วนใหญ่เป็นพวกพืชตระกูลขิงข่า สกุลที่สำคัญได้แก่ ข่าป่า กระวาน กระชายป่า ปุดและกาหลา ซึ่งมีหลายชนิดทั้งชนิดดอกสีขาว สีแดงและสีชมพู พืชพวกเฟิร์นสกุลต่างๆ จำนวนมาก เช่นเฟิร์นต้น ว่านกีบแรดและสามร้อยยอดหรือโชน เป็นต้น บริเวณเขาหินปูน เช่นผากล้วย ผานาคราช และเขาหัวนาค พรรณไม้เด่นได้แก่ สนสามพันปี แดงประดับผา นกนอนและสนทราย พืชอื่น ๆ เช่น หม้อข้าวหม้อแกงลิง ว่านนาคราช และกล้วยไม้ชนิดต่าง ๆ


การเดินทาง 
                   ระยะทางจากจังหวัดนราธิวาส ถึงอำเภอ แว้ง 70 กิโลเมตร ระยะทางจากอำเภอแว้งถึงสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา – บาลา 17 กิโลเมตร 
ที่อยู่ / สถานที่ติดต่อ 
ที่อยู่ : เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา – บาลา ตู้ ปณ. 3 อำเภอแว้ง จ.ยะลา
รหัสไปรษณีย์ : 96160


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ศณีรา วันที่ : 17/12/2017 เวลา : 16.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 3 ชบาตานี 555 สบายดีครับ เห็นไปที่อื่นไกลกว่าแยะ ^_^

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ศณีรา วันที่ : 17/12/2017 เวลา : 16.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ความคิดเห็นที่ 2 Chaoying ต้องมาครับ

ความคิดเห็นที่ 3 ศณีรา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชบาตานี วันที่ : 17/12/2017 เวลา : 06.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ตั้งใจว่าจะไปให้เห็น และสัมผัสป่าแห่งนี้สักครั้ง
แต่จนบัดนี้ก็ไม่เคยได้ไปเยือนป่าแห่งนี้เลยสักที

สบายดีน่ะคะปลัด?

ความคิดเห็นที่ 2 ศณีรา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Chaoying วันที่ : 16/12/2017 เวลา : 17.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

อยากไปอยู่เหมือนกัน ได้ยินชื่อมานาน เพื่อนๆ โอเคก็ไปหลายคนแล้ว
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวและข้อมูลนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศณีรา วันที่ : 16/12/2017 เวลา : 14.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน