*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 802
  • จำนวนผู้ชม : 2390352
  • จำนวนผู้โหวต : 681
  • ส่ง msg :
  • โหวต 681 คน
<< ธันวาคม 2017 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันพุธ ที่ 20 ธันวาคม 2560
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 882 , 10:25:55 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

ภาพจากอินเตอร์เน็ต

         

          ปัญหาที่แก้ไขได้ในวันนี้ จะไม่ใช่ปัญหาในวันพรุ่งนี้ ปัญหาที่ไม่ได้แก้ไขหรือแก้ไขไม่ได้วันนี้ อาจจะสามารถแก้ไขได้ในวันพรุ่งนี้ หรือไม่..ก็กลายเป็นปัญหาเรื้อรังรุนแรงหนักหนากว่าวันนี้..

 

         แม้ในปัจจุบันยังอยู่ในยุค คสช.หรือ รัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร แต่ยังไรเสีย เราก็ต้องกลับไปสู่การเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย ตามวิถีสากลโลก การที่ประชาชนคนไทยจำนวนไม่น้อย ยังไม่เข้าใจในการใช้สิทธิและหน้าที่ของประชาชนตามหลักพื้นฐานของการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย จึงทำให้ประชาชนบางส่วนกลายเป็นตัวเบี้ยของผู้นำ ยอมให้เขาชักจูง บงการโดยเบ็ดเสร็จ ซึ่งถ้าเป็นเรื่องดี ผูนำมีคุณธรรมก็เป็นบุญกุศลของบ้านเมือง แต่ถ้าหากเป็นเรื่องที่เลวร้าย ผู้นำฉ้อฉล ก็ยิ่งทำให้ชาติเสียหาย บอบช้ำอีกรอบ            

         ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา คงปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแสสังคมไทย แบ่งขั้วใหญ่ๆได้ 3 กลุ่ม อันได้แก่ กลุ่มที่เป็นพื้นฐานจากนิยม กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ต่อมาพัฒนาเป็นกลุ่ม กปปส. " คณะกรรมการประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข " เรียกสั้นๆคือ กลุ่มเสื้อเหลือง ต่อต้านรัฐบาลที่มาจากฝ่ายของทักษิณ ชินวัตร ที่มีมวลชน นชป. หรือ “แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ” เรียกกันสั้นๆว่า กลุ่มเสื้อแดง ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็คิดเห็นว่า อีกฝ่ายไม่มีความชอบธรรมในการบริหารจัดการประเทศ 


ภาพจากอินเตอร์เน็ต

         และอีกกลุ่มสุดท้ายที่แม้จะไม่แสดงออกว่าจะชอบ หรือฝักไฝ่ฝ่ายใด หมายความว่า ชอบทั้งสองกลุ่ม หรือไม่ก็ ไม่เอาทั้งสองกลุ่ม เพราะไม่เห็นว่ากลุ่มใดจะดีกว่ากัน เพราะเมื่อฝ่ายใดได้มาเป็นรัฐบาล ก็ล้วนมีข่าวคราวถึงความไม่โปร่งใส ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของประชาชน โดยมักเรื่องผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง จึงเป็นที่มาของความชอบธรรมของรัฐบาล คสช. หรือ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่จะเข้ามาจัดการบ้านเมือง โดยวิธีรัฐประหาร  ในวันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

        ทั้งนี้ ถ้าตั้งสติดีๆจะเห็นได้ว่า ปัญหาความขัดแย้งล้วนมีที่มาที่ไป มีสาเหตุแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่เริ่มต้นระหว่างผู้นำกับผู้นำ ทำให้เกิดความขัดแย้งตามมาระหว่างผู้ตามกับผู้ตาม หรือ ประชาชนระดับรากหญ้าขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ซึ่งหากสามารถค้นหาสาเหตุแล้ว ก็จะสามารถกำหนดแนวทางในการแก้ปัญหา และดำเนินกิจกรรมแก้ปัญหาตามแนวทางที่กำหนดไว้ได้ โดยสาเหตุที่เกิดความขัดแย้ง (Types  of  Conflict) สามารถแจกแจงได้ 5 ประเภท คือ  
             1. ความขัดแย้งด้านข้อมูล คือ ข้อมูลน้อยไป ข้อมูลบิดเบือน ข่าวลือ ข่าวลวง ก็ทำให้เกิดความขัดแย้งได้ โดยเฉพาะผู้เสพข้อมูล ขาดทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล ที่รอบด้าน ขาดแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ ทำให้ตัดสินใจผิดพลาด เกิดความเสียหายได้ อันนี้ ผู้นำ ผู้ประสงค์บิดเบือน หรือ ปกปิดข้อมูล เป็นสาเหตุหลัก และผู้ตามที่ไม่สามารถวิเคราะห์ข้อมูล หรือกลั่นกรองข้อมูลเป็นสาเหตุรอง 
             2. ความขัดแย้งด้านความสัมพันธ์ เป็นความขัดแย้งที่สำคัญ และมากที่สุดก็ได้  ถ้าความสัมพันธ์ระหว่างกันดี ความขัดแย้งก็จะไม่เกิดขึ้น  หรือถ้าเกิดขึ้น เราก็สามารถจะสมานฉันท์ได้รวดเร็ว แต่ถ้าความสัมพันธ์ไม่ดี มีอคติ ระหว่างกัน ก็จะยากที่แก้ไขเยียวยา อันนี้ถ้าความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำกับผู้นำ คือ สาเหตุหลัก ดังคำว่า หัวไม่กระดิก หางก็ไม่ส่าย
             3.  ความขัดแย้งด้านผลประโยชน์ ผลประโยชน์ลงตัวก็ไม่ขัดแย้ง ผลประโยชน์ไม่ลงตัวก็เกิดความขัดแย้ง ซึ่งผลประโยชน์ไม่ได้หมายความเฉพาะผลประโยชน์ที่เป็นตัวเงินเท่านั้น แต่หมายถึงกระบวนการหรือวิธีการที่เราไปปฏิสัมพันธ์กับเขา การดูแลเอาใจใส่ รวมไปถึง อารมณ์  และจิตใจ ศักดิ์ศรี หน้าตา ซึ่งประเด็นผลประโยชน์ด้านการเงินมักจะเป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง แม้แต่ในครอบครัวเดียวกัน ยังแตกหักกันได้เพราะเงิน อันนี้ปฎิเสธไม่ได้ว่า ทั้งผู้นำและผู้ตาม ล้วนเป็นสาเหตุของความขัดแย้ง แต่ศักยภาพของผู้นำ ทำให้ผู้ตาม ต้องขัดแย้งตามด้วยดุษฎี
             4.  ความขัดแย้งด้านค่านิยม หรือ ความเชื่อ ไม่ใช่ใครนึกจะไปเปลี่ยนค่านิยม หรือ ความเชื่อ ของใครได้ ความเชื่อไม่ใช่เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะไปท้าทายกัน โดยเฉพาะประเด็นศาสนา ประเพณีวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และชาติพันธุ์ ที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน หากเกิดข้อขัดแย้งก็อยากที่จะแก้ไข  การเกิดอคติระหว่างชาติพันธุ์และศาสนา เกิดที่ไหนก็วุ่นวายที่นั้น อันนี้เป็นปัญหาของผู้ตาม แต่ส่วนใหญ่ผู้นำจะอาศัยความขัดแย้งข้อนี้ ไปขยายเพื่อประโยชน์ของผู้นำ

             5. ความขัดแย้งด้านโครงสร้าง เป็นเรื่องของอำนาจ เรื่องของระเบียบกฎกติกา เมื่อเกิดความขัดแย้งในองค์กร กฎหมายระเบียบต่างๆ บางครั้งก็ไม่สมบูรณ์ในทางปฏิบัติ ไม่สามารถป้องกันแก้ไขปัญหาได้เบ็ดเสร็จ ระเบียบกฎหมายที่ไม่ทันสมัย ในขณะที่ปัญหาเกิดขึ้นเป็นเรื่องใหม่ๆเกิดขึ้นอยู่เสมอ จึงควรมีช่องทางปรับปรุงแก้ไขระเบียบกฎหมายให้เท่าทันกับปัญหา และยุคสมัย อันนี้สาเหตุจากผู้นำแน่นอน เพราะผู้มีอำนาจออกหรือแก้ไขกฏระเบียบตามความรู้ ประสบการณ์หรือทัศนคติของตน ทำให้ผู้ตาม ผู้ปฏิบัติเกิดความขัดแย้งนั่นเอง

ภาพจากอินเตอร์เน็ต


            ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ส่วนราชการต่างๆ ทุกกระทรวง ทบวง กรม ที่ถือว่าเป็นทั้งผู้นำและผู้ตามในสังคม ต้องเป็นกลไกหลัก ในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง อย่าตกเป็นส่วนหนึ่งของกลไกในการสร้างเงื่อนไข จุดประเด็นความขัดแย้ง ด้วยวิธีขึ้นภูดูเสือกัดกัน กลยุทธ์ผู้นำแบบเดิมๆ ที่มองว่าชุมชนที่แตกความสามมัคคี ชุมชนที่อ่อนแอปกครองง่าย การปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย โดยคำนึงถึงคุณธรรม คุณภาพงานและคุณประโยชน์ส่วนรวม เหนือผลประโยชน์ของพวกพ้อง เพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชนอย่างยุติธรรม จึงเป็นสิ่งแรกเริ่มที่เหล่าผู้นำ อย่างข้าราชการพึงกระทำ
           ทั้งนี้หากมองมุมกลับปรับทัศคติจาก ผู้นำเป็นผู้ตาม ผู้ตามเป็นผู้นำ จาก นายเป็นบ่าว บ่าวเป็นนาย  จาก“ข้าราชการ คือ นายของประชาชน” เป็น “ประชาชน คือ นายของข้าราชการ” เพราะ ข้าราชการการเมือง ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ข้าราชการส่วนภูมิภาค รวมไปถึงพนักงาน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ล้วนมีเงินเดือนจากภาษีประชาชน เท่ากับมีประชาชนเป็น เจ้านาย ถ้าทุกฝ่ายหันมาร่วมมือกัน สร้างความปรองดอง สร้างความสามัคคี ช่วยกันป้องกันและแก้ไขความขัดแย้งต่างๆในสังคม เหมือนปฏิบัติหน้าที่รับใช้เจ้านาย เริ่มจากตัวเราไปถึงองค์กร จากองค์กรไปสู่สังคม เพื่อเตรียมความพร้อมของสังคม ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย เตรียมพร้อมก่อนที่จะมีรัฐบาลใหม่ เตรียมพร้อมที่จะมีรัฐบาลจากประชาชน จากประชาชนที่ไม่มีความขัดแย้งรุนแรง ชนิดปฏิเสธฝ่ายตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง   

           ยังไม่สายเกินไป หากเราเชื่อมั่น ทำกันจริงๆจังๆ เชื่อว่าไทยเราคงกลับมาเดินหน้าพัฒนาประเทศ สามารถสู้กับกระแสการพัฒนาของสังคมโลก ที่ก้าวไปไกลหนีประเทศไทยทุกวินาที และที่น่ากังวล จากสถานการณ์ปัญหาความขัดแย้งทุกครั้งที่เกิดขึ้น มักจะทวีรุนแรง และยาวนานยิ่งขึ้น เสียหายมากขึ้น ณ วันนี้ เรากำลังจะมีการเลือกตั้ง เรามีมาตรการที่สามารถป้องกันแก้ไขปัญหาเดิมๆกันหรือยัง ถ้ามี คิดว่าจะแก้ไขกันยังไง ช่วยบอกที...ศณีรา รายงาน.   

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศณีรา วันที่ : 20/12/2017 เวลา : 11.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน