*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 802
  • จำนวนผู้ชม : 2391641
  • จำนวนผู้โหวต : 682
  • ส่ง msg :
  • โหวต 682 คน
<< มกราคม 2018 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 4 มกราคม 2561
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 2099 , 18:21:55 น.  
หมวด : อาหาร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน แม่หมี , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

แปลงผักน้ำบ้านปิยมิตร  ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

                       ผักน้ำ มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศฝรั่งเศส แล้วนำมาปลูกในประเทศจีน เข้าสู่สู่ประเทศมาเลเซีย และประเทศไทยในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ในอดีตนั้น ผักน้ำเบตงนิยมบริโภคกันเฉพาะหมู่คนไทยเชื้อสายจีนในอำเภอเบตง จังหวัดยะลาเท่านั้น ยังไม่เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป แต่ระยะ 20 ปี ให้หลัง การประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว ทำให้ทราบว่า เป็นเมนูอาหารและสรรพคุณแก้ร้อนใน จึงกลายเป็นเมนูเด่นของอำเภอเบตง จังหวัดยะลาตั้งแต่นั้นมา

                      ผักน้ำเบตง ตั้งแต่อดีต ชาวบ้านปลูกเพื่อใช้ประกอบอาหารในบ้านกินกันเอง เพราะยังพอมีผืนนาตามหุบเขา มีน้ำใสไหลเย็นตลอดปี แต่ภายหลังสภาพแวดล้อมของเมืองเข้ามาจึงทำให้ ผักน้ำเบตงไม่สามารถปลูกได้อีก เหลือไว้เพียงหุบเขาในพื้นที่สูงที่มีลำธารน้ำสะอาดเย็นๆไหลตลอดปี บ้านปิยมิตร 1-3 ในำตบลตาเนาะแมเราะ และตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา

                     ต่อมามีปัญหาเรื่องหนอนใยผักน้ำ จึงมีการใช้สารเคมีฉีด แต่ก็ไม่สามารถกำจัดได้ ทำให้มีการระบาดของหนอนใยผักไปทั่ว ซึ่ง หนอนใยผักตอนกลางวันจะหลบลงไปอยู่ในน้ำทำให้ไม่สัมผัสกับสารเคมีที่ฉีด พอตอนกลางคืนหนอนใยผักก็ขึ้นมากินยอดและใบ ไม่สามารถกำจัดได้หมดได้ เกษตรกรจึงเปลี่ยนจากการฉีดยาตอนเช้าเป็นฉีดตอนเย็น ทำให้หนอนใยผักแทบสูญพันธุ์ไปจากเบตง แต่ก็อันตรายกับผู้บริโภค

 

                     ปัจจุบันเกษตรกรใช้เชื้อบีที ในการกำจัดหนอนแทนสารเคมีและใช้น้ำหมักชีวภาพฉีดไล่แมลงซึ่งมีผลดีต่อสุขภาพของทั้งคนปลูกและคนกิน คุณจกล๊ก แซ่ลี่ เกษตรกรผู้ปลูกผักน้ำเบตง อยู่บ้านเลขที่ 239 หมู่ที่ 2 (บ้านปิยะมิตร 2) ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ผู้ปลูกผักน้ำเบตงมาประมาณ 17 ปี เล่าว่า การปลูกผักน้ำเบตงให้มีการเจริญเติบโตที่ดีจะต้องมีปัจจัย 3 อย่าง คือ ปัจจัยที่หนึ่ง น้ำจะต้องเป็นน้ำสะอาด เย็น และเป็นน้ำที่ไหลอยู่ตลอดเวลา ซึ่งน้ำที่ปลูกในปัจจุบันเป็นน้ำเย็นที่ไหลลงมาจากเขา ปัจจัยที่สอง คืออุณหภูมิน้ำจะต้องไม่เกิน 30 องศาเซลเซียส ซึ่งน้ำที่เบตงอุณหภูมิที่ปลูกอยู่ระหว่าง 22-25 องศาเซลเซียส ซึ่งเหมาะกับการเจริญเติบโตของผักน้ำเบตง  ปัจจัยที่สาม คือสภาพแวดล้อมทั่วไปทั้งหมด ไม่ว่าแสงหรือความชื้น ซึ่งเรื่องปัจจัยเหล่านี้ คุณสมชาย ทองพูล เจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญงานของจังหวัดยะลาบอกว่า

                 "แสงที่จ้าเกินไป ไม่เหมาะกับผักน้ำเบตง และการปลูกในสภาพที่ไม่เหมาะสม ผักน้ำเบตงจะเจริญเติบโตไม่ดี ผักจะเหนียวและมีรสขม ไม่เหมาะกับการบริโภค ช่วงที่ผักน้ำเบตงให้ผลผลิตมากที่สุดคือ ในช่วงหน้าหนาวตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ และยืนยันว่าปัจจุบันผักน้ำเบตงเป็นผักปลอดสารพิษ 100 เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้ในปัจจุบันยังไม่มีการรับรองจากหน่วยงานราชการ”  การเตรียมพื้นที่ปลูกที่เหมาะสมคือการทำแปลงแบบขั้นบันไดลดหลั่นลงมาเป็นช่วงๆเพื่อให้น้ำไหลผ่านทุกๆแปลง การกั้นเป็นคันขึ้นมา ถ้าปั้นจากดินเหมือนคันนาปกติ เมื่อฤดูน้ำหลากคันจะชำรุดได้ง่าย" 


 

               ในแปลงปลูกผักน้ำ เกษตรกรมักนำก้อนหินขนาดย่อมๆ มาเสริมให้แข็งแรงเพื่อรับแรงน้ำหลากในฤดูฝนแทน สภาพดินที่เหมาะสมคือเหมือนกับดินท้องนา แต่ถ้าปลูกไปนานๆ ควรจะใส่อินทรียวัตถุเพื่อปรับสภาพให้ดินดีขึ้น ส่วนต้นกล้าที่ใช้คือใช้ได้ทั้งต้นที่ตัดมาแล้วติดราก กับเฉพาะโคนต้นที่มีรากติด ปักดำลงไปเป็นแนวห่างกันประมาณ 1 คืบ เพื่อให้เจริญเติบโตได้เต็มที่ เมื่อครบ 20 วัน จะฉีดน้ำหมักชีวภาพเพื่อไล่แมลงและเร่งการเจริญเติบโต และจะฉีดน้ำหมักชีวภาพอีกทุกๆ 10 วัน จนกระทั่งเก็บเกี่ยว หลังจากปลูกจะใช้เวลาประมาณ 45-60 วัน จึงจะเก็บเกี่ยวได้ และทุกๆ 1 ปี ควรรื้อแปลงผักน้ำเบตงทั้งหมดเพื่อปลูกใหม่ ถ้าปลูกในสถานที่ที่เหมาะสมจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ถึง 5-6 รุ่น ต่อปี

                  ผักน้ำเบตง จะตัดต้นจำหน่ายประมาณ 45-60 วัน วิธีตัดจะใช้มีดคมๆ ตัดส่วนยอดที่ความยาวประมาณ 30-40 เซนติเมตร ล้างน้ำทำความสะอาด โดยใช้หนังสือพิมพ์ห่อเพื่อรักษาความชื้น มัดละ 1 กิโลกรัม แล้วนำใส่ลังโฟมที่มีน้ำแข็งโรยอยู่ด้านล่างเพื่อรักษาอุณหภูมิ จะสามารถรักษาผักน้ำไว้ได้นานถึง 7 วัน หรือจนกว่าน้ำแข็งจะละลายหมด ราคาจำหน่ายอยู่ประมาณ 35-60 บาท ต่อกิโลกรัม ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดหรือช่วงฤดูกาล

                   และเนื่องจากการผลิตผักน้ำเบตงต้องอาศัยปัจจัยของธรรมชาติมาก จึงทำให้สถานที่ที่เหมาะกับการปลูกผักชนิดนี้ลดน้อยลง  ผลผลิตจึงน้อยลงตามไปด้วย ไม่เพียงพอกับความต้องการบริโภคในอำเภอเบตง หากไปจ่ายตลาดช่วงสายๆ ก็จะไม่สามารถหาซื้อผักน้ำเบตงได้  

                

                  ผักน้ำเบตงเป็นผักอวบน้ำ เหมาะสำหรับเอามาผัดน้ำมันหอย ใส่กุ้งแห้งกับกระเทียมดอง หรือ หมูสับ ซึ่งเป็นเมนูเด็ดของอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ส่วนการนำมาแกงจืดกับหมู ไก่ เนื้อสับ หรือเครื่องในก็เหมาะ บางท่านนิยมนำมาเป็นผักใส่สุกี้ เนื่องจากผักน้ำเบตงมีรสชาติหวานหอม สรรพคุณทางยาของผักน้ำเบตงจะมีสรรพคุณแก้ร้อนใน และช่วยในการขับถ่าย

                สนใจข้อมูลเรื่อง ผักน้ำเบตง สามารถติดต่อได้ที่ คุณสมชาย ทองพูล เจ้าพนักงานการเกษตรชำนาญงาน เบอร์โทรศัพท์ (081) 609-5825

ข้อมูล : นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน www.technologychaoban.com

ภาพ : ผศ.ดร.ไชยรัตน์ จุสปาโล,ไกรกร แซ่ลก

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศณีรา วันที่ : 04/01/2018 เวลา : 18.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน