*/
  • ศณีรา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : areebe@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-10-17
  • จำนวนเรื่อง : 794
  • จำนวนผู้ชม : 2288948
  • จำนวนผู้โหวต : 675
  • ส่ง msg :
  • โหวต 675 คน
<< มิถุนายน 2018 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


ในประเทศไทย อาชีพใด น่าเชื่อถือมากที่สุด..
นักการเมือง
9 คน
นักการทหาร
159 คน
นักปกครอง
2 คน
นักวิชาการ
18 คน
นักธุรกิจ
7 คน
นักการศาสนา
16 คน
สื่อมวลชน
1 คน
ข้าราชการ
6 คน

  โหวต 218 คน
วันจันทร์ ที่ 11 มิถุนายน 2561
Posted by ศณีรา , ผู้อ่าน : 749 , 13:45:18 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน อดุลย์ , สิงห์นอกระบบ โหวตเรื่องนี้

Lenggong Archaeological Museum


                  บทความนี้ เขียนขึ้นเพื่อแนะนำนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวไทย ที่มาเที่ยวไกลถึงเบตงใต้สุดแดนสนาม กว่า 1,300 กิโลเมตร ซึ่งบางที่ก้ต้องเดินทางผ่านทางมาเลเซีย ตรงด่านสะเดา จังหวัดสงขลา แล้วมาเข้าฝั่งไทยตรงด่านพรมแดนไทยมาเลเซียตรงกิ่งอำเภอโกร๊ะ ฮลูเปรัค รัฐเปรัค เพื่อเข้าเมืองเบตง ซึ่งน่าเสียดาย หากไม่ได้ไปเที่ยวชม หรือศึกษาดูงานที่ Lenggong Archaeological Museum พิพิธภัณพ์ที่ทำให้เราทราบถึง ที่มาที่ไปของชนเผ่าอัสลี มันนิ หรือ เงาะป่าซาไก ที่เราชอบเรียกขานกัน
Lenggong Archaeological Museum ตั้งอยู่ระหว่างเมืองกริ๊ก หรือ ฮูลูเปรัค กับเมืองอิโปร์ รัฐเปรัค ฝั่งประเทศมาเลเซีย ถ้าเรานับจากจุดเริ่มต้นที่หอนาฬิกา เทศบาลเมือง เราต้องเดินทางไปตามเส้นทาง เบตง-พรมแดนมาเลเซียซึ่งมีระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร หากเราขับรถแบบสบายๆไม่เร่งรีบ ประมาณ 10 นาที เราจะถึงด่านพรมแดน ไทย-มาเลเซีย ฝั่งเบตง ผ่านกระบวนการของ ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทั้งสองฝั่ง (ไทยและมาเลเซีย)

 


                 เมื่อออกจากด่านตำรวจตรวจคนเข้าเมืองของมาเลเซีย เราก็ต้องมามาตามเส้นทางที่มุ่งเข้าสู่ กิ่งอำเภอโกร๊ะ ฮูลูเปรัค รัฐเปรัค จากด่านประมาณ 1 กิโลเมตร จะมีทางแยก ต้องเลี้ยวซ้ายไปตามป้ายที่เขียนบอกไว้ข้างทาง ว่า กริ๊ก 44 กิโลเมตร เราจะพบว่าตามเส้นทางสองข้างเป็นสวนยางพาราและสวนปาล์มสลับกัน ซึ่งเส้นทางที่สะดวกสบายไม่คดเคี้ยวเหมือนเส้นทางหลวง 410 เบตง-ยะลา ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ก็จะถึง เมืองกริ๊ก หรือฮูลูเปรัค เป็นอำเภอคุ่ขนานกับอำเภอเบตง ในรัฐเปรัค ฝั่งมาเลเซีย


                  จากนั้น ก็ให้เดินทางต่อไปตามเส้นทางมุ่งสู่เมืองอิโปร์ ผ่านกำปงซาวา สถานที่ละสังขารหลวงปู่ทวด สามารถแวะไปนมัสการได้เป็นอีกจุดที่น่าสนใจ ไปเรื่อยๆจนกระทั่งตรงกิโลเมตรที่ 59 นับจากตัวอำเภอกริ๊ก จะมีสามแยกให้เลี้ยวซ้ายให้เลี้ยวซ้าย ขับตรงไปตรงเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งจะผ่านสวนปาล์มที่กว้างใหญ่ เราก็จะเห็นป้ายที่สร้างเลียนแบบก้อนหิน มีตัวอักษรที่สลักเป็นภาษารูมีว่า Lenggong Archaeological Museum อยู่ด้านขวา ให้เราเลี้ยวขวาเข้าไปประมาณ 700-1,000 เมตร ก็จะเห็นอาคารพิพิธภัณฑ์สองอาคารสร้างเป็นตัววี (ตามพื้นที่) สร้างไว้โดดๆกลางสวนปาล์มดังกล่าว

 


               โดยลักษณะอาคาร Lenggong Archaeological Museum นั้นประตูด้านจะสร้างเลียนแบบถ้ำหินโบราณ ด้านขวาจะมีเคาเตอร์เจ้าหน้าที่ รปภ. เมื่อเดินเข้าไป ด้านซ้าย ส่วนแรกจะเป็นวีดีทัศน์ภาษามาเลย์ ที่เปิดบรรยายอัตโนมัติ เป็นแท่นอธิบายข้อมูล ระบบสัมผัส ทัชสกรันตั้งไว้เป็นจุดๆ ส่วนที่สองจะเป็นมีการแสดงประวัติการค้นพบ ประวัติทีมวิจัย ภาพเหตุการณ์การค้นพบซากโครงกระดูก จากหน้าถ้ำ โดยทีมงานนักวิชาการชาวอังกฤษ และมีชาวมาเลย์เป็นลูกมือ จุดนี้จะมีข้อมูลต่างๆที่แสดงถึงการอพยพของมนุษย์จากแอฟริกาเมื่อ 100,000 ปีที่แล้ว ผ่านเอเชียกลางไต่ลงมาเข้าสุวรรณภูมิ และแหลมมาลายูในยุค 30,000-40,000 ปี จนกระทั่งไปสุดที่ทวีปออสเตรเลีย


               ส่วนที่สามก็จะเป็นการแสดงวัตถุโบราณที่ค้นพบ เป็นเครื่องไม้เครื่องมือที่ทำจากหิน หุ่นจำลองแสดงวิถีชีวิต แบบจำลองชั้นดินที่แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของธรณีบนโลกเป็นยุคๆ กว่าล้านปี พื้นดินทวีปในอดีต ที่กลายเป็นทะเลในปัจจุบัน และปรับเปลี่ยนเป็นยุคๆคงไม่สามารถนำมาเสนอได้ในบทความอันสั้นนี้ได้

 


               ส่วนที่สี่จะเป็นการจำลองถ้ำขึ้นในใจกลางอาคาร มีโครงกระดูมนุษย์โบราณในพื้นที่ดินจริงๆที่ตั้งใจอนุรักษ์ไว้เพื่อเป็นจุดเด่นของอาคารพิพิธภัณฑ์โดยเฉพาะ ซึ่งก็ทำได้ดี น่าสนใจมาก ส่วนที่ห้าเป็นการแสดงข้าวของเครื่องใช้หินเทียบเป็นยุคตั้งแต่ 100,000 – 20,000 ปี การแสดงข้อมูลแผนที่การอพยพ โดยส่วนที่ห้าจะเป็นยุคหอย ยุคเครื่องปั้นดินเผา 3,000- 4,000 ปี ยุคเดียวกับบ้านเชียงในประเทศไทย มีการแสดงโครงกระดูก จนกระทั้งส่วนที่หก เป็นการแสดงของยุค 2,000 ปีลงมา


              ถึงจุดนี้ ก็จะต้องเดินไปชั้นสอง ที่เป็นส่วนป้ายคลิปบอร์ด ที่แสดงถึงพิพิธภัณฑ์สำคัญๆต่างๆ ในประเทศมาเลเซีย กว่า 25 แห่ง บ่งบอกว่าเขาให้ความสำคัญกับการศึกษาประวัติศาสตร์ของผู้คนในประเทศ เป็นการสร้างรากฐานองค์ความรู้ให้กับเยาวชน นักเรียน นักศึกษาตลอดจนคนทุกวงการอย่างดีเยี่ยม “รู้อดีต เข้าใจปัจจุบัน ก้าวทันอนาคต “ เป็นปรัชญาหนึ่งที่มาเลเซียเขาให้ความสำคัญ


              นอกจากนี้ยังอีกพิพิธภัณฑ์อีกหลัง ที่มีการรวบรวมแสดงเครื่องดนตรี พื้นบ้านทุกชนิด เท่าที่มีอยู่ในประเทศมาเลเซีย ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมการดนตรีที่รุ่งเรืองมายาวนาน ที่หลากหลายทั้งชนิด และวิธีการใช้บรรเลง ครบเครื่องทั้งดี สี ตี เป่า ทำให้สามารถจินตนาการไปถึงสุ่มเสียง ทำนอง ประกอบกับการแต่งกายของบรรดาศิลปิน นักดนตรี นางรำ ขณะบรรเลงเครื่องดนตรีสดๆต่อหน้าสาธารณชน เป็นเครื่องมือขัดเกลาจิตวิญญาณผู้คนแถบนี้ให้อ่อนโยน มีชีวิตชีวาจนถึงกาลปัจจุบัน


               ซึ่งถ้ายังไม่จุใจก็สามารถมุ่งหน้าต่อไปเที่ยวต่อยังเมืองอิโปร์ เมืองใหญ่ ซึ่งในอดีตเป็นแหล่งผลิตดีบุกส่งออกที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นชุมชนที่มีคนมาเลย์เชื้อสายจีนอยู่มากที่สุดเมืองหนึ่ง หรือจะเลยไปเที่ยวคาเมร่อน ไปเก็นติ้ง ก็ไม่ไกลเท่าไหร่ นี่แหละของแถม เมื่อคุณมาเที่ยวเมืองเบตง.

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศณีรา วันที่ : 11/06/2018 เวลา : 15.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน