• หนองแหวน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : infantry21@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-02-02
  • จำนวนเรื่อง : 14
  • จำนวนผู้ชม : 85517
  • ส่ง msg :
  • โหวต 18 คน
เพื่อท้องถิ่นเราในวันพรุ่งนี้
++หนึ่งคน หนึ่งใจ หนึ่งแรง หนึ่งกำลังนี้มั่นคง จะยืน จะยง จะคง มุ่งทำงาน เพื่อบ้านเมือง เหนื่อยแรง เหนื่อยใจ ไม่กลัว สุดตัวไม่เคยจะท้อ จะอดทน ทุ่มเท ด้วยความตั้งใจ เพื่อเรา ในวันพรุ่งนี้+++
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/localmaesai
วันพุธ ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2551
Posted by หนองแหวน , ผู้อ่าน : 1822 , 01:40:39 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

+++เนื้อหาในหนังสือ "หน้าที่ของคน"+++

          ตั้งแต่ตอนเป็นเด็ก มีหนังสือฉบับหนึ่ง เคยอ่านตั้งแต่ปกหน้าถึงปกหลัง....คำว่า "คน" ก็สงสัยว่า เริ่มเรียกครั้งแรกเมื่อไร  แล้วคนละมีหน้าที่อย่างไร? พอได้อ่านก็กระจ่างบ้าง ไม่ค่อยเข้าใจบ้าง  จวบจนปัจจุบัน หยิบขึ้นมาครั้งใด  ก็ยังน่าอ่าน...ก็คงขออนุญาตคัดลอกบางตอน มาให้พรรคพวก พี่น้อง โดยเฉพาะที่ทำงานได้อ่านบ้าง  ก็คาดหวังว่า คงจะพอเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของแต่ละบุคคล
          ลืมบอกไปว่า  หนังสือฉบับนั้น ชื่อ "หน้าที่ของคน" โดย พระครูสถาพรพุทธมนต์ (หลวงพ่อสำเนียง อยู่สถาพร) เจ้าอาวาสวัดเวฬุวนาราม ต.ลาพญา อ.บางเลน จ.นครปฐม   เขมกะ ผู้เรียบเรียง  พิมพ์ที่ ร.พ.อักษรสัมพันธ์ ๑๑๗-๑๑๙/๒ หน้าวัดราชบพิธ ถนนเฟื่องนคร พระนคร โทร.๒๙๗๓๒ นายประยูร พิศนาคะ ผู้พิมพ์โฆษณา ๒๕๑๒  +++โปรดสังเกต เป็นหนังสือที่เก่าแก่พอสมควร   
          ขอคัดลอกเพียงบางส่วน  โดยมีวัตถุประสงค์เป็นไปตามเจตนาของผู้จัดพิมพ์ ที่ว่า "เพื่อเป็นธรรมทานแด่ผู้อุปถัมภ์ในการเผยแพร่ธรรมะ"


หน้า ๒๑๙

หน้าที่ของผู้ใหญ่ หรือผู้บังคับบัญชา

          ผู้ใหญ่ในที่นี้  ไม่ได้หมายถึงผู้มีอายุตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไป ซึ่งเรียกว่าคนแก่นั้นอย่างเดียว  แต่หมายถึง ผู้มีอำนาจปกครองบังคับบัญชาคนหมู่หนึ่งหรือคณะหนึ่งตลอดจนประเทศหนึ่งหรือหลายประเทศรวมกัน แม้อย่างน้อยที่สุดปกครองตั้งแต่สองคนขึ้นไป และไม่จำกัดอายุว่ามากน้อยเท่าไรเรียกว่าผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชา  และบุคคลนั้นจะได้เป็นผู้ใหญ่โดยได้รับการแต่งตั้งจากผู้มีอำนาจสูงขึ้นไป หรือผู้น้อยได้ยกย่องขึ้นเป็นหัวหน้าหมู่ก็ตาม  เรียกว่าผู้ใหญ่ทั้งสิ้น

          ผู้ใหญ่ในที่ทั่ว ๆ ไป ท่านจำแนกออกเป็น ๓ ประเภท คือ ผู้ใหญ่โดยชาติกำเนิด คือเกิดมาในตระกูลพระมหากษัตริย์ เจ้าพระยา หรือมหาเศรษฐี เรียกว่า ชาติวุฒิประเภทหนึ่ง, ผู้ใหญ่โดยวัย ได้แก่ผู้ที่มีอายุมากตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไป หรือมีอายุมากกว่าผู้น้อย เรียกว่าวัยวุฒิประเภทหนึ่ง,ผู้ใหญ่โดยคุณ หมายถึงผู้ที่มีคุณงามความดี มีความรู้ ความสามารถในวิชาการต่าง ๆ เรียกว่าคุณวุฒิประเภทหนึ่ง,แต่ผู้ใหญ่ที่จะกล่าวถึงนี้หมายเอาผู้ปกครองคนหรือผู้บังคับบัญชานั่นเอง โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ กำเนิด ไม่จำกัดอายุว่ามากหรือน้อย และมิได้จำกัดความรู้ใด ๆ สุดแท้แต่ผู้ใดเป็นผู้ปกครองคน ผู้นั้นเราเรียกว่าผู้ใหญ่ โดยเหตุที่ผู้ใหญ่เป็นผู้มีอำนาจบันดาลประสิทธิ์ประสาทความดี ความชั่ว ความเจริญ ความเสื่อม ตลอดจนความสุขความทุกข์ให้แก่คนเป็นจำนวนมาก ผู้น้อยประพฤติเสียหายสักร้อยคนยังไม่เท่าผู้ใหญ่ประพฤติเสียเพียงคนเดียว เพราะในจำนวนร้อยคนที่ประพฤติเสียนั้น ย่อมเป็นความเสื่อมเสียเฉพาะตัวโดยมาก และผู้ใหญ่ก็ยังเรียกมาตักเตือนว่ากล่าว สั่งสอนและลงโทษให้กลับตัวกลับใจให้ทำดีเสียใหม่ได้ เรื่องก็จะสงบแต่ผู้ใหญ่ประพฤติไม่ดี ไม่งามเสียเองแล้ว ย่อมเป็นความเสื่อมเสียชื่อเสียงหมดสิ้นทั้งคณะหรือหมู่นั้นทำความเดือดร้อนให้แก่ผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาโดยทั่วกัน และใคร ๆ ก็ไม่กล้าจะตักเตือนหรือแนะนำลงโทษอย่างใดด้วย เป็นเหตุให้ผู้ใหญ่ที่ทำผิดแล้วมักไม่ค่อยรู้สึกตัว เนื่องจากเห็นว่าไม่มีว่ากล่าว ถึงแม้เขาจะพูดติฉินนินทา เขาก็พูดลับหลังไม่กล้าพูดต่อหน้า มักจะทำผิดมากขึ้นทุกที ๆ อาศัยหลักนี้ผู้ใหญ่จึงควรมีหลักไว้สำหรับเตือนใจตนเองให้ปฏิบัติหน้าที่ของตนเอง เพื่อเป็นความเจริญแก่ตนเอง
และหมู่คณะของตน ดังต่อไปนี้

๑. ต้องอ่านผู้น้อยของตนออก หมายความว่า ผู้ใหญ่มีผู้น้อยที่อยู่ใต้บังคับบัญชาของตนกี่คน จะต้องพยายามค้นคว้าศึกษา สืบสวนให้ทราบถึงอัธยาศัยใจคอ ความประพฤติ ความรู้พิเศษว่า คนไหนเป็นอย่างไร ตลอดจนภาวะความเป็นอยู่ทางบ้าน ทางครอบครัวเป็นปรกติสุขดีหรือเดือดร้อนประการใด เพื่อจะพูดจาใช้สอยให้เหมาะแก่ความรู้และอัธยาศัย และเมื่อมีใครถูกฟ้องหรือมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นก็จะมีทางพิจารณาวินิจฉัยได้ถูกต้องหรือใกล้เคียงกับความเป็นจริง ไม่หลงฟังแต่ผู้ที่รายงานฟ้องอย่างเดียว

๒. มีจิตใจเอื้อเฟื้อต่อผู้น้อย ผู้ใหญ่ที่ดีย่อมนึกอยู่เสมอว่าธรรมดาผู้น้อยย่อมมีอะไรน้อยกว่าตนเป็นส่วนมาก เช่น อายุน้อยกว่า ความรู้น้อยกว่า แม้อายุที่เกิดมาจะมากกว่าก็จริง แต่อายุในการทำงานมักจะน้อยกว่า เงินเดือนก็น้อยกว่า ฐานะความเป็นอยู่ก็ต่ำกว่าเป็นต้น  จึงควรตั้งใจโอบอ้อมอารีเอื้อเฟื้อต่อผู้น้อย เอาใจใส่ช่วยเหลือทั้งในด้านความรู้ และความเป็นอยู่ตามสมควรแก่กรณี พร้อมที่จะให้อภัยความผิดพลาดของผู้น้อยที่ทำโดยไม่มีเจตนาทุจริตเสมอ

๓. ใช้ธรรมะเป็นอำนาจ คือ การที่ผู้ใหญ่จะให้ผู้น้อยเคารพนับถือกลัวเกรงตนนั้นจะต้องมีธรรมะ คือ ยึดเหตุผลเป็นหลัก แต่ถ้าผู้ใหญ่ถือตัวว่ามียศมีอำนาจทุกอย่างเหนือกว่าผู้น้อย เวลาจะพูดก็พูดด้วยคำขู่ คำดุ จะพูดผิดถูกอย่างไร ใครจะขัดขืนหรือโต้เถียงอะไรไม่ได้ทั้งสิ้น เพราะถือว่าตัวมีอำนาจ เวลาจะทำอะไรก็ตามมักจะทำตามอำเภอใจ หรือทำตามชอบใจของตน ไม่คำนึงว่าการกระทำนั้นจะผิดถูกหรือเกิดความเดือดร้อนแก่ใคร แม้จะมีผู้ทักท้วงห้ามปรามก็ไม่ยอมฟัง เพราะถือว่าไม่มีใครจะใหญ่กว่าหรือไม่มีใครดีกว่า ผู้น้อยย่อมหมดความเคารพนับถือและเกรงใจ ซ้ำยังติเตือนนินทาต่าง ๆ เรียกว่า ผู้น้อยมีแต่กลัวเกลียดไม่ใช่กลัวเกรง ฉะนั้นผู้ใหญ่จะทำอะไรจะพูดอะไร ก็ต้องทำและพูดโดยมีเหตุผล ถือเอาควรทำและไม่ควรทำเป็นเกณฑ์ ถึงคราวจะร้อนก็ร้อนเท่าแสงอาทิตย์ ถึงคราวจะเย็นก็เย็น
เท่าแสงจันทร์ คือ ไม่ให้ร้อนถึงไหม้ และไม่ให้เย็นถึงหนาว ทำตนให้เป็นหลัก เรียกว่า ใช้ธรรมะเป็นอำนาจ ย่อมเป็นที่พึ่งของผู้น้อยได้  และเกิดความรักใคร่ เคารพ ยำเกรง นับถือของผู้น้อย

๔. ถึงความขู่ก็ขู่ ถึงคราวประคองก็ประคอง  ในการปกครองนั้น ผู้น้อยย่อมมีนิสัยต่าง ๆ กัน บางคนก็เป็นคนดื้อด้าน ชอบรั้นและโต้เถียงผู้ใหญ่ บางคนก็เป็นคนอ่อนโยนเรียบร้อยว่านอนสอนง่าย บางคนก็ชอบยอ บางคนก็ชอบให้ดุว่าเสียก่อน จึงจะทำดีได้ ฉะนั้นผู้ใหญ่ซึ่งมีหน้าที่ปกครอง จำเป็นต้องใช้วิธีปกครองหลายอย่าง เพื่อให้เหมาะกับนิสัยผู้น้อย เช่นปลอบบ้าง ปราบบ้าง ยอบ้าง ดุบ้าง ลงโทษบ้าง ตำหนิติเตียนบ้าง ตามสมควรแก่บุคคล และเรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้น ๆ สุดแต่วิธีไหนจะเหมาะและได้ผล คือให้ผู้น้อยกลับตนเป็นคนดีได้ วิธีการปกครองเหล่านั้นแม้จะมีหลายอย่าง แต่เมื่อประมวลแล้ว ก็มี ๒ อย่างเท่านั้น คือ ขู่ กับประคอง   ขู่หมายถึงบังคับปราบปรามดุหรือลงโทษ อย่างใดอย่างหนึ่งแก่ผู้ทำผิด เพื่อให้เข็ดหลาบ ผู้น้อยจะได้สำนึกตัว และไม่ทำผิดอีก ประคองหมายถึง บัญชา สั่งสอน ปลอบโยน ยกย่อง ชมเชย ให้รางวัลแก่ผู้ที่ทำดี ,เพื่อให้ผู้น้อยมีกำลังใจในการปฏิบัติงานให้ดียิ่งขึ้น รวมความว่า ขู่ กับประคองนี้เหมือดพระเดช กับพระคุณ หรือบังคับ กับบัญชา ทั้งสองอย่างนี้ ผู้ใหญ่จะใช้อย่างใดอย่างหนึ่งเฉพาะขู่ หรือประคองอย่างเดียวไม่ได้ ขู่ก็เหมือนความร้อน ย่อมมีประโยชน์ ทำของที่ยังไม่สุกให้สุก ของที่ยังไม่แห้งให้แห้งใช้ได้ตามที่ต้องการ ส่วนประคองก็เหมือนความเย็น สิ่งใดร้อนเกินไป ก็ทำให้เย็นลง ทั้งความร้อนและความเย็น ย่อมสามารถใช้ทำของให้ดีขึ้น และรักษาของที่จะเสียไม่ให้เสียได้ ให้คงสภาพดี เช่น ของสุกแล้วทิ้งไว้เย็นนานจะบูด ก็อุ่นให้ร้อนหรือใส่ภาชนะที่เก็บความร้อนไว้ ก็ทำไม่ให้เสียได้ ผลไม้ที่สุกแล้ว อากาศร้อนทำให้งอมจัดและเน่าเสียไว เอาแช่น้ำแข็งหรือใส่ตู้เย็นไว้ก็รักษาผลไม้ไว้ได้นาน ฉะนั้นผู้ใหญ่ที่ดี เมื่อถึงคราวควรขู่ก็ขู่ เมื่อถึงคราวควรประคองก็ประคอง มีจิตใจหวังดีสม่ำเสมอ ใคร่ครวญรอบคอบแล้วจึงขู่หรือประคอง ไม่กดจนฝ่อและไม่ยอจนเหลิงไป ข้อสำคัญ ต้องอ่านผู้น้อยออกดังกล่าวแล้วในข้อหนึ่งนั้น

๕. ให้ผู้น้อยทำงานที่เหมาะแก่ความรู้ ความสามารถของเขา คือ ผู้น้อยมีความรู้ความชำนาญแผนกใด ก็ให้เขาทำงานแผนกนั้น งานย่อมสำเร็จเรียบร้อย ไม่ควรจะใช้ส่ง ๆ ไป โดยไม่ทราบว่า ผู้น้อยมีความรู้และความสามารถหรือเปล่า ถ้าเขายังไม่รู้ต้องฝึกให้รู้ให้เข้าใจดีเสียก่อน แล้วจึงมอบงานนั้นให้ทำ อีกอย่างหนึ่งต้องรู้ว่างานนั้นเขาชอบทำหรือไม่ ถ้าเป็นงานที่เขาไม่ชอบ มันก็ขัดกับอัธยาศัย งานมักไม่สำเร็จหรือสำเร็จแต่ไม่เรียบร้อย ทำให้งานตกไป ไม่เจริญขึ้น พยายามเลือกงานที่เขาชอบ มิฉะนั้นต้องอธิบายชี้แจงเหตุผลดีและเสียของงานนั้นให้ทราบ ปลูกจิตใจให้เขามีฉันทะ ความพอใจในงานนั้นเสียก่อน จึงให้ลงมือทำงานนั้น

๖. ต้องพูดจาให้เป็นหลัก เมื่อพูดจากับผู้น้อย ถ้าเป็นเวลางานต้องพยายามพูดให้เป็นเรื่องจริงจัง พูดแล้วไม่กลับกลอกโลเล หรือโอนเอนไปมา พูดให้ผู้น้อยเชื่อถือไว้วางใจได้ ถ้าเป็นเวลาเล่นสนุกสนานก็พูดให้สนุกครื้นเครงพอสมควรแก่กาละเทศะ จะพูดเวลาใดก็ตามควรเว้นจากการพูดคำเท็จ คำส่อเสียด เพ้อเจ้อ พูดแต่ความจริง คำอ่อนหวาน คำสมานไมตรี และคำที่มีประโยชน์ คำพูดเป็นสิ่งสำคัญของผู้ใหญ่ เพราะผู้ใหญ่ส่วนมากทำงานด้วยปากไม่ใช่ด้วยมือ เพราะมือมีเพียงสองมือ แต่งานที่ต้องทำในความรับผิดชอบมีหลายอย่าง ถ้าผู้ใหญ่มัวทำด้วยมือเองทุกอย่าง งานก็คั่งค้างมาก ผู้ใหญ่จึงต้องใช้ปากเป็นอาวุธ เป็นเครื่องอันสำคัญสำหรับทำงาน จะลงมือทำเองก็ทำเพียงเพื่อเป็นตัวอย่างให้ผู้น้อยดูและจำไปเท่านั้น งานมากมายใหญ่โตคำพูดที่ดีเพียงสองสามคำ หยอดลงไปในเครื่องเล็กน้อยเท่านั้น ย่อมเป็นเครื่องหล่อลื่นให้เครื่องจักที่ใหญ่โตหมุนจี๋ ทำงานให้โดยเรียบร้อยตลอดวัน ผู้ใหญ่ที่พูดเป็น พูดไพเราะ ถูกใจผู้น้อยแล้ว ผู้น้อยก็ทำงานได้อย่างสบายโดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยและสำเร็จลงด้วยดี จึงมีภาษิตว่า "อาวุธใดในพิภพไม่ลบปาก งานน้อยมากฟันฟาดขาดเป็นสิน" ผู้ใหญ่จึงต้องพยายามพูดให้จริงให้มีประโยชน์ และไพเราะน่าฟัง อย่าให้เขาตำหนิได้ว่า " เป็นผู้ใหญ่ไม่มีหลัก พูดเหมือนไม่ปักขี้ควาย"

๗. ไม่ตั้งอยู่ในอคติ ๔ ประการ เมื่อมีเหตุการณ์อะไร เช่น จะรับคนเข้าทำงานก็ดี จะไล่คนออกจากงานก็ดี จะเลื่อนเงินเดือนก็ดี หรือจะลงโทษก็ดี ต้องทำด้วยสติปัญญาไตร่ตรองใคร่ครวญให้ละเอียดถี่ถ้วน ระวังไม่ให้จิตใจประกอบไปด้วยอคติ ๔ ประการ คือ ลำเอียงเพราะความชอบพอรักใคร่ เช่น เห็นว่าคนนี้เป็นพี่น้อง เพื่อนฝูง จึงรับเข้าทำงานหนึ่ง ลำเอียงเพราะชัง เช่น เกลียดคนนี้จึงไล่ออกจากงานหนึ่ง,ลำเอียงเพราะกลัว เช่น กลัวพ่อแม่ของคนนี้เพราะเป็นผู้มีศักดิ์อำนาจเหนือตนจะโกรธ จึงไม่กล้าลงโทษลูกของเขา แม้จะทำความผิดเสียหายหนึ่ง,และลำเอียงเพราะหลง เช่น เลื่อนเงินเดือนให้เท่ากัน แต่ความจริงบางคนขี้เกียจทำงานไม่เท่าคนอื่น มักหลบเลี่ยงงานหนึ่ง และตั้งอยู่ในความยุติธรรม ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ใครถูกก็ว่าไปตามถูก ย่อมเป็นที่เคารพยำเกรงของผู้น้อย จัดว่าตั้งอยู่ในมัชฌิมาปฏิปทา คือ เดินสายกลาง

๘. มีพรหมวิหาร เป็นหลักใจ ได้แก่ผู้ใหญ่ที่ดีย่อมดำรงตนมั่นคงอยู่ในพรหมวิหารสี่ประการเป็นประจำในผู้น้อยเป็นนิจ คือมีเมตตารักใคร่ปรารถนาให้ผู้น้อยได้รับความร่มเย็นเป็นสุขโดยทั่วกัน ๑ กรุณาสงสารช่วยเหลือผู้น้อยที่ทุกข์ยากจนเต็มความสามารถ ๑ มุทิตา พลอยยินดีต่อผู้น้อยที่มีความเจริญขึ้น แม้จะได้รับยกย่องดีกว่าตนก็ไม่คิดริษยา ๑ และอุเบกขา วางตนเฉย ๆ ในเวลาที่เห็นผู้น้อยต้องได้รับโทษ หรือรับความวิบัติ
ที่ตนไม่สามารถจะช่วยได้ หรือตนช่วยแล้วแต่ไม่สำเร็จ ๑

๙. ประพฤติตามสังคหวัตถุ ๔ คือ ๑.ให้สิ่งของต่าง ๆ มีเสื้อผ้า และอาหารเป็นต้น เพื่อสงเคราะห์ผู้น้อยผู้ยากจน หรือเพื่อเป็นรางวัลในการที่เขาทำงานดี เรียกว่าทาน ๒.เจรจาถ้อยคำที่ไพเราะอ่อนหวาน เป็นคำที่มีประโยชน์ต่อผู้น้อยจะได้เอาไปคิดหรือทำให้เกิดกำลังใจ เรียกว่า ปิยวาจา ๓.หาโอกาสทำการช่วยเหลือผู้น้อยในกรณีต่าง ๆ เสมอ ๆ เรียกว่า อัตถจริยา ๔.วางตนสม่ำเสมอต่อผู้น้อย ไม่ถือตัวว่าเป็นนายมีอำนาจเหนืออย่างเดียว เห็นว่าผู้น้อยก็รักสุขเกลียดทุกข์เหมือนตน และไม่แสดงตัวให้เห็นว่าอ่อนแอ หรือโง่จนเป็นเหตุให้ผู้น้อยดูถูกได้ ประพฤติให้เหมาะสมต้องด้วยความประสงค์ของผู้น้อยทั้งหลาย โดยแสดงตนให้เป็นเหมือนพ่อ ,เพื่อน,พี่,ตามกาละเทศะอันควร เรียกว่า สมานัตตตา

๑๐. ตรงต่อเวลา เรื่องเวลานี้เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ต้องพยามยามรักษาให้เที่ยงตรงอยู่เสมอ มิฉะนั้น จะทำให้ผู้น้อยดูถูก และเอาอย่างที่ไม่ดีไปใช้ เช่น ผู้ใหญ่มาทำงานช้ากว่าปรกติ ผู้น้อยก็ย่อมมาช้าบ้าง หนักเข้าใครมาช้า-สาย ก็ไม่กล้าว่ากันได้ เพราะผู้ใหญ่ก็เป็นเสียเอง ยิ่งกว่านั้น งานบางอย่างก็พอจะเสร็จเร็วก็กลับช้ายิ่งขึ้น เพราะรอผู้ใหญ่มาเซ็นเท่านั้น ราษฎรที่มาติดต่อบางทีต้องเสียงานทั้งวัน ต้องกลับถึงบ้านค่ำ เพราะเรื่องที่มาติดต่อนั้น ผู้น้อยทำเสร็จแล้วติดขัดที่ต้องรอผู้ใหญ่ไม่ได้เซ็น บางครั้งผู้ใหญ่นัดประชุมไว้ ๙.๐๐ น.ผู้น้อยมารออยู่แล้วจนกระทั่งจวนเที่ยงผู้ใหญ่จึงมา การประชุมต้องรีบร้อนเพราะต้องให้เสร็จก่อนเที่ยง ทำให้ไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร ถ้ายิ่งนัดประชุมราษฎร ผู้ที่ต้องเดินมาจากที่ไกลด้วยแล้ว ย่อมเสียเวลาทำมาหากิจของเขาอย่างมาก หากผู้ใหญ่ผิดเวลาในการนัดประชุมบ่อย ๆ คราวหลังการประชุมก็ไม่ค่อยมีความหมายผู้น้อยอาจจะมาบ้างไม่มาบ้าง หรือมาช้าเกินเวลาประชุมตามผู้ใหญ่เช่นเดียวกัน เมื่อผู้ใหญ่ไม่ค่อยตรงเวลาเสียแล้ว งานต่าง ๆ มักจะเคลื่อนคลาดไปหมด คำสั่งต่าง ๆ หมดความศักดิ์สิทธิ์ ผู้ใหญ่จึงจำเป็นต้องทำตัวให้เป็นคนตรงต่อเวลา ทั้งในยามปกติและราชการ เพื่อเป็นแบบอย่างอันดีของผู้น้อย

๑๑. วิธีทำงานที่ดี ผู้ใหญ่ต้องมีความรู้ละเอียดในการงานที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบ และมีเทคนิคในการทำงานนั้น สามารถจะทำให้เสร็จโดยเร็วและเรียบร้อยกว่าธรรมดา ทั้งอาจสั่งสอนชี้แจงให้ผู้น้อยเกิดความรู้พิเศษจากที่เขาได้เรียนมา และทำให้ดูได้ด้วย ไม่ใช่รู้เพียงพูดเท่านั้น รวมความว่า มีความรู้ความเข้าใจตั้งแต่งานต่ำที่สุดจนถึงสูงที่สุด เช่น เป็นแม่ทัพ-ก็มีความรู้แจ่มแจ้งตั้งแต่ชั้นพลทหารขึ้นไป หรือเป็นกัปตันเรือ
ก็มีความรู้ตั้งแต่หน้าที่กลาสีเรือขึ้นไปทีเดียว และทำได้ตามความรู้นั้นด้วย เพราะงานบางอย่าง ถ้าทำไม่ถูกวิธีแล้วทำให้งานนั้นต้องใช้คนมาก และเสร็จลงด้วยความยากลำบากเช่นการยกไม้ซุงขึ้นม้าสำหรับเลื่อย ถ้าจะใช้คนสัก ๑๐ คน ก็ยกไม่ขึ้น แต่คนเลื่อยไม้เพียง ๒ คนรู้จักวิธี ค่อย ๆ ดีดไม้ซุงขึ้นทีละน้อย ๆ เขาก็เอาไม้ขึ้นมาเลื่อนได้ เป็นต้น.





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Supawan วันที่ : 06/02/2008 เวลา : 05.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

สวัสดีวันพุธค่ะ ...สุขสันต์วันตรุษจีน

ขอให้วันนี้เป็นวันที่สดใส มีความสุขในทุกอย่างที่ทำนะคะ..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เพียงสายสร้อย วันที่ : 06/02/2008 เวลา : 01.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lawery
LOOKJEAB

ทำงานในหมู่คนมากก็ต้องมีความอดกลั้นสูง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กุมภาพันธ์ 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29  



[ Add to my favorite ] [ X ]