*/
  • LonelyHenry
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-08
  • จำนวนเรื่อง : 186
  • จำนวนผู้ชม : 286671
  • จำนวนผู้โหวต : 40
  • ส่ง msg :
  • โหวต 40 คน
<< พฤศจิกายน 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 15 พฤศจิกายน 2555
Posted by LonelyHenry , ผู้อ่าน : 1261 , 23:21:13 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BlueHill โหวตเรื่องนี้

ความเดิมตอนที่แล้ว 

4-8 ตุลาคม 2555 ทริปฟิลิปปินส์ของเรา

ดำเนินมาจนถึงตอนเกือบจะสุดท้ายแล้ว

ตั้งแต่วันแรกวันแรก ที่เครื่องลายเสือ บินมาส่งเราที่คล้าก

เช้านี้ เราก็ตื่นขึ้นมา ใน tuneHotels.com ใกล้สนามบินมาก ๆ

นี่คือ ภาพถ่ายจากห้องพักใน tuneHotels.com

เช้าวันที่ 8 ตุลาคม

นี่คือมุมประจำ เปรียบเสมือนไฟท์บังคับของผม

ใครที่ติดตาม review ของผมมาแต่ไหนแต่ไร มักจะเห็นมุมนี้ของผมบ่อย ๆ เ

ค้าเรียก มุขหมาแก่ (ตอนไปพม่า อยู่มัณฑะเลย์

ใน review ที่พัก และอาหาร ที่มัณฑะเลย์ จะเจอ scene นี้ แน่ ๆ

แต่อันนั้นใช้ nikon d80 ส่วนอันนี้เป็น iphone4s)

ผมพยายามจะลองถ่ายมุมใหม่ ๆ ดูบ้าง

ลองสัดส่วน ที่มันผิดเพื้อนไปจากมุมเดิม ๆ

หรือ สัดส่วนเดิม ๆ ที่ชอบใช้เป็นประจำ

กล้อง 3 ตัดภาพไปที่อาหารฟิลิปปินส์มื้อเช้า วันสุดท้ายของเรา วันนี้

นี่คือ ผลส้ม kalamansi เอามาใช้แบบมะนาว

เปรี้ยวนะ ผมไม่กินเปรี้ยว จะรู้สึกว่ามัน เปรี้ยวจี้ด มาก ๆ

แต่มะนาวบ้านเรา เปรี้ยวแหลมกว่า ผลส้มอันนี้ ออกเปรี้ยวทู่ ๆ นะ

มาดูอาหารต่าง ๆ ที่อยู่ในถาดกันดีกว่า

เห็นครั้งแรก ผมไม่แน่ใจว่า คืออะไร

เจ๊เจ้าของร้านบอกเป็น jackfruit (ขนุน) ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเป็นส่วนไหนของขนุน

ผมเข้าใจไปเองว่า น่าจะเป็นแกนขนุน เจ๊ก็จะเอาไปคลุกเกลือ หรือล้างน้ำเกลือ

แล้วมาผัด ก็อร่อยดี เค็ม ๆ มัน ๆ

ส่วนอันนี้ เป็น ไก่อบซอส (ซอสที่ทำเป็น ketchup กล้วย

หรือซอสมะเขือเทศ ที่ทำมาจากกล้วย และผสมกับ ซอสมะเขือเทศ ที่เป็น tomato sauce)

อาหารของคนฟิลิปปินส์ ส่วนใหญ่จะใส่ซอสมะเขือเทศครับ ไม่เข้าใจเหมือนกัน

อ่ะ ดูหน้า บัก jackfruit ของเจ๊แกให้ชัด ๆ อีกที

พูดถึงเจ๊เจ้าของร้านอาหารแล้ว ก็ขอเม้าท์ให้ฟังกัน หน่อยนึง ก็แล้วกัน

คือเจ๊เจ้าของร้านขายข้าว แกดูเป็นแม่ค๊า แม่ค้า มาก ๆ

การศึกษาก็เหมือนจะไม่ได้สูงอะไรมากมาย ก็คือแม้ค้าธรรมดา ๆ คนหนึ่ง

แต่อัธยาศัยเจ๊แก friendly มาก ๆ

และที่สำคัญ ภาษาอังกฤษเจ๊แกอย่างเมพเลย

ผมว่า เจ๊แกมาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษบ้านเราได้สบาย ๆ

เจ๊แกบอก แกรักการท่องเที่ยว จำไม่ได้ ไม่แน่ใจ แกมาเมืองไทยหรือยัง

(ช่วงอยู่นั่น ผมก็เจ๊าะแจะไปทั่ว พอกลับมา เขียน review ไม่ทัน ดองเอาไว้นาน

พอจะมาเขียน อะไรบางอย่างก็หล่นหายไปในกาลเวลาแล้ว

ด้วยความที่อายุก็ไม่ใช่เบา ๆ ผ่านมาก็หลายรัฐบาล)

ส่วนอันนี้ เป็น มะระครับ มะระผัดไข่ มะระฟิลิปปินส์ไม่ขมมาก

สีเขียวเข้ม รสสัมผัสกรุบกรอบ อร่อยมากครับ

ผิดกับมะระจีนบ้านเรา สีอ่อน และรสสัมผัสนิ่ม ๆ แถมขมกว่าตั้งเยอะ

หลังจากที่โชว์หนังตัวอย่าง เป็นน้ำจิ้ม เรียกน้ำย่อยกันไปพอสมควร

เรียกว่าเป็นการเผาหลอก คราวนี้ มาถึงหนังฉายจริง หรือเผาจริงกันเลย

เราสั่งเป็น กับข้าว ตักมาเป็นจาน ๆ จานแรกของเรา เป็นแกงไก่

ที่ไก่มาเป็นต่อน เต็มปากเต็มคำ ไม่ใช่แกงเศษไก่ หรือแกงวิญญานไก่ อย่างบ้านเรา

แกงของฟิลิปปินส์ รสจะออกแบบแกงฮังเล แต่เผ็ดร้อน

ผมเข้าใจว่า เครื่องแกง เค้าน่าจะโขลกเม็ดพริกไทยลงไปด้วย

มันถึงออกเผ็ดร้อน แต่ไม่มาก อร่อยใช้ได้เลยครับ

จานต่อมา เป็น ไก่อบซอส ที่ที่ใส่ทั้ง ketchup และ tomato sauce อย่างที่ได้เกริ่นไป

ซึ่ง ketchup ทำจากกล้วย ผมก็เพิ่งเข้าใจ เพราะบางที ผมอยู่บ้านเรา

ผมก็เรียกซอสมะเขือเทศว่า ketchup อยู่เหมือนกัน

นี่ครับ ketchup ที่ทำจากกล้วย (เค้าเรียก banana catsup)

รสไม่ได้กล้วยมากขนาดนั้น ออกหวาน ๆ เจ๊แก เทให้ชิมด้วยแน่ะ

ที่ฟิลิปปินส์ กล้วยเยอะครับ อร่อยดีด้วย อย่างที่ผมเคยเขียนไปตอนก่อน ๆ นั้นแล้วว่า

กล้วยของฟิลิปปินส์นี่แหละ ส่งออกไปเกาหลี ไปทำนมกล้วยเกาหลี ที่อร่อย ๆ ขายดี ๆ นั่นแหละ

ส่วนอันนี้ คือ ซอสมะเขือเทศ แตกต่าง ชัดเจน

จานนี้ เป็น มะระฟิลิปปินส์ กรอบ ๆ ไม่ขม อย่างที่เกริ่นไปในตอนต้น ก็เอามาผัดไข่

มาถึงจานนี้ เป็น ขนุนผัด อย่างที่ผมเข้าใจว่า มันน่าจะเป็นแกนขนุน

ที่เค้าเลาะเอาเนื้อขนุน สีเหลือง ๆ กลิ่นแรง ๆ ออกไปกิน

หรือเอาออกไปทำขนมแล้ว เหลือแกน ก็เอาไปคลุกเกลือ หรือล้างน้ำเกลือ

มันก็จะออกรสเค็ม ๆ มัน ๆ

ปิดท้ายกันด้วยเปาะเปี้ยะทอดสไตล์ฟิลิปปินส์

ห่อหน้าตาแปลก ๆ แต่รสชาดเค็มมาก ๆ เลยครับขอบอก

ทอดขึ้นมาร้อน ๆ ตรงหน้าเราเลย

ตอนแรกคิดว่าเจ๊แกจะแถม เห็นคุยด้วยออกรส

ที่ไหนได้ 3 อัน 50 เปโซ (กับข้าวทุกอย่าง คิดจานละ 50 เปโซ ประมาณ 38 บาท

ปอเปี้ยะทอดจานนี้ อันนึงตก 13 บาทได้)

ทั้งหมดทั้งมวลนี่ ก็เป็นอันจบอาหารเช้า สไตล์ปินอย มื้อสุดท้ายของเรา

อย่างที่บอก กับข้าว จานละ 50 เปโซ ก็ตกประมาณ 38 บาท

รวมทั้งหมด 4 จาน ก็ 200 เปโซ บวกปอเปี้ยะ อีก 50 เปโซ เป็น 250 เปโซ

ข้าวเปล่า เจ๊แกคิด จานนึง 15 เปโซ กินกับเพื่อนอีกคน รวมเป็น 2 จาน ก็ 30 เปโซ

มื้อนี้ เท่ากับค่าเสียหายอยู่ที่ 280 เปโซ (ประมาณ 212 บาท) เฉลี่ยต่อคน ตก 106 บาท

อร่อย... คุ้ม!!!

ส่วนอันนี้ เป็น พริกสีแดงสด จริง ๆ แต่รสชาด จะเผ็ดอย่างสีที่เห็นหรือไม่นั้น ไม่แน่ใจ

เพราะแค่เห็นสี ความกล้าของผม ก็หดหายไปแล้วครึ่งหนึ่ง

ที่ฟิลิปปินส์ ฉลองคริสมาสกันไว

ประมาณกันยายน ก็เริ่มตกแต่งประดับประดาบ้านช่องห้องหอต่าง ๆ กัน

เป็นบรรยากาศคริสมาสกันแล้ว ผมก็สงสัยว่า จะเตรียมตัวกันเร็วไปหรือป่าว

ซึ่งคำตอบคือ ไม่ใช่เตรียมตัว แต่เอาจริงเลย ซ้อมใหญ่ ไม่ต้อง

เล่นจริง เจ็บจริง สลิงไม่ต้อง

เทศกาลคริสมาส ที่ฟิลิปปินส์ เริ่มต้นเอา แถว ๆ กันยายน

แล้วก็จะไปจบเอาแถว ๆ กุมภาพันธ์นั่นแหละ

บรรยากาศก็และดูคริสมาส ซานต้า ล่วงหน้าตั้งหลายเดือน ก็รู้สึกดีเหมือนกัน

ที่เห็นนั่น เป็นร้านขาย ชาวาร์มา "อาร์.....ร์หรับ" ครับ ผมชอบมุขนี้มาก

ชาวาร์มา ก็คือ ที่บ้านเราเรียก กะบับ หรือ เกบับ หรือ เคบับ ที่เป็นเนื้อ หรือไก่ หมุน ๆ

เอามาห่อใส่ผัก ใส่แป้ง คล้าย ๆ ปอเปี้ยะสดแขก นั่นแหละ

แต่มุข "อาร์...ร์หรับ" นี่ ผมชอบมาก ๆ เลยครับ

น้ำจากผลส้ม kalamansi ที่ผมเล่าให้ฟังมาตั้งหลายตอนแล้ว

บรรจุความหวานชื่นจากเซบู มาใส่กระป๋อง

แล้วก็มาถึง taste of thailand เจอแบบนี้ ผมอึ้งไปประมาณ 10 วินาที

พอรู้สึกตัว เรียกสติกลับคืนมาได้ เห็น sweet & spicy แล้ว

รู้สึกแซ่บเว่อร์ ขึ้นมาทันที

เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ตั๋วก็ได้ครบแล้ว เราก็เตรียมตัวกลับบ้าน ปิ้กบ้านเฮาเต๋อะ

ได้ที่นั่ง 25F ริมหน้าต่าง ฝั่งขวา ไม่โดนแดด แถมหลังหลังให้พระอาทิตย์

ถ่ายภาพจากบนเครื่อง ไม่ย้อนแสง

ระหว่างที่เดินเล่น ในร้านค้าปลอดภาษี ภายในสนามบินนั่นเอง

ผมก็ไปเจอเข้ากับ เจ้าสิ่งนี้ครับ มันคือ เม็ดกาแฟ ที่เค้าเอาไปเลี้ยงให้ตัวชะมดกิน

พอเม็ดกาแฟ ผ่านกระบวนการย่อย ในตัวชะมด มันก็จะดูดซึมเอ็นไซม์ต่าง ๆ แล้ว

พอมันถ่ายออกมา คนก็ไปเก็บเม็ดกาแฟ มาตากแห้ง (แบบนั้นเลย เค้าบอกขี้มันไม่สกปรก

เพราะมันไม่ได้กินอะไรอื่น นอกจากเม็ดกาแฟ) จากนั้น ก็เอาไปคั่ว แล้วมาบรรจุถุง

เห็นแบบเนี้ยะ บางคนบอกยี้ แต่คุณผู้ชมทราบไหมครับ ถุงเล็ก ๆ 100 กรัมนี่

ขายกัน 1100 เปโซ ประมาณ 831 บาทเลยนะ โลนึงตก 8310 บาทเชียว

เอามาชงเป็นกาแฟ แก้วนึง หลายอัฐิอยู่นะ ทำเป็นเล่นไป

(1 ถุง ชงได้ 10 แก้ว 1 แก้ว ให้ใส่เม็ดกาแฟ 10 กรัมพอ

ก็มีทั้งแบบบด กับไม่บด ก็เอากลับมาบดให้เข้ากับเครื่องชงกาแฟได้

ว่าจะบดหยาบ บดละเอียด เลือกเอาตามความเหมาะสม)

เมื่อกี้ เป็นแบบถุง refill พกพาขึ้นเครื่องสะดวก

แต่ถ้าอยากได้แบบขวด เลือกเอาเป็นของฝากของขวัญ ก็ได้เหมือนกัน

แต่จะแบกกลับลำบากนิดนึง

นี่ครับ หน้าตา เจ้าตัวชะมด จากภูเขาอะโป ที่ว่า

หน้าที่ของมันคือ วัน ๆ กินแต่เม็ดกาแฟเข้าไป

ไม่ต้องหลับ ไม่ต้องนอนกัน เสร็จแล้วก็ขี้ออกมา

ให้คนเก็บเอาไปชงเป็นกาแฟกินต่อ อีกที

เรายังคงอยู่ที่ร้านค้าปลอดภาษี ในสนามบินคล้าก

ซึ่งจะว่าไปแล้ว คนฟิลิปปินส์ หรือคนไหน ๆ ก็ลามกกันได้

ภาพนี้ ต้องทำเบลอ เซ็นเซอร์กันไหมครับเนี่ย

ถ้าต้อง คงไม่ทันแล้ว

ของผู้หญิงก็มีนะ เดี๋ยวจะหาว่าไม่เท่าเทียมกัน กดขี่ทางเพศ

อันนี้เป็นกระเป๋าตัง ที่ทำมาจากตัวกบ หรือเขียด จริง ๆ เลย

คนเราก็ช่างคิดกันได้นะ ตัวมันจะมีหนังซ่ะขนาดไหนเชียว

ก็ยังลอกหนังมันออกมาทำกระเป๋าหนังกบ ชนิดเต็มตัว

มีขาครบ ตรงท้องมีซิป สำหรับใส่เงินลงไป ได้อีก

อ่ะ ดูหน้าตามันชัด ๆ หน่อย เห็นกันจะ ๆ แบบมุมประชิด

รู้สึกจะเป็นครั้งแรกในชีวิตผมเลยนะครับ ที่กล้าจับอะไรแบบนี้

เพราะปกติถ้ามันมีชีวิต ตัวเป็น ๆ ให้ผมสัมผัสอะไรใกล้ชิด แบบนี้

ถ้าเลือกได้ เลือกที่จะไม่ไปสัมผัสอะไรมันตัวเป็น ๆ ดีกว่า

ถ้าไม่ชอบแบบเต็มตัว อยากได้แบบครึ่งท่อน ก็มีเหมือนกัน

ไม่แน่ใจว่า ที่มาแค่ครึ่งท่อนนี่ จะเป็นเพราะส่วนที่เหลือ โดนรถทับ

แบนแต๋ดแต๋ จนเอามาประติดประต่อ เป็นแบบเต็มตัวไม่ได้ หรือไง

มาถึงมื้อกลางวัน แล้วครับ เป็นกะหรี่ปั้บ รอยัล แคริเบียน

กลิ่นมันหอมยั่วยวน เสียเหลือเกิน

ผมว่ากลิ่นมันหอมน่ากิน เตะจมูกมาแต่ไกล ๆ แล้ว

ส่วนเรื่องรสชาด กลับกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ประมาณหนังฉายผิดม้วนกันเลย

รสชาดยังต้องปรับปรุง อีกนิดหนึ่ง

กะหรี่ปั้บไปแล้ว หาน้ำส้ม ซดให้ชื่นใจกันหน่อย

น้ำส้มอัดลมของเค้า บอกว่า ทำจากส้มแท้ ๆ

ไม่ใช่เป็นน้ำรสส้ม แต่งกลิ่นสังเคราะห์เลียนแบบส้ม อย่างบ้านเรา

ผมว่า ตัวการ์ตูนคล้าย ๆ ของบ้านเราเลยนะครับ

แต่ชื่อ "รอยัล" ทำให้ผมนึกไปถึง "รอยัล สไป้ร์ท" มากกว่า จะนึกถึง "แฟนต้า" น้ำส้ม

ทั้งหมด ทั้งมวลนั้น ก็คือ สิ่งที่เกิดขึ้นในร้านค้าปลอดภาษี และ

ร้านอาหารเล็ก ๆ ในสนามบินเล็ก ๆ ที่คล้าก 

นี่เป็นเครื่องหมายของร้านอาหารเล็ก ๆ ที่ว่า

ในตอนหน้า เราจะขึ้นเครื่องลายเสือ กลับบ้านกันแล้วนะครับ

โปรดติดตาม ตอนจบ บทสรุปของทริปมะนิลา 5 วัน 4 คืนของผมกันนะครับ

ทิ้งท้ายกันอีกสักรูป



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน