*/
  • LonelyHenry
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-08
  • จำนวนเรื่อง : 186
  • จำนวนผู้ชม : 286595
  • จำนวนผู้โหวต : 40
  • ส่ง msg :
  • โหวต 40 คน
<< มกราคม 2013 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 6 มกราคม 2556
Posted by LonelyHenry , ผู้อ่าน : 1837 , 13:14:53 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน BlueHill โหวตเรื่องนี้

29 ธันวาคม 55 - 1 มกราคม 56 -- ทริป copycat ลอกสูตรเที่ยว กัมพูชา

เนื่องจากได้แรงบันดาลใจ จากหลาย ๆ ท่าน ทั้ง คุณ IamYenta จากห้อง blue

คุณ YozachY จาก trekking thai ทำให้ผมลอกลายแทง อย่างไม่ต้องคิดอะไรมาก

ก็ต้องขอขอบคุณทั้ง 2 ท่านเป็นอย่างมาก และท่านอื่น ๆ ที่ได้มีโอกาสอ่านข้อมูลเพิ่มเติม

(ภาพทั้งหมดสำหรับการ review ในครั้งนี้ ผมใช้ iphone5 ในการถ่ายภาพทั้งหมดครับ)

การเดินทางของเราในทริปนี้ เรานั่งรถบ่อนปอยเปต ซึ่งให้บริการรับส่งตามจุดต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ

อย่างที่เห็นในภาพ จากใจกลางกรุง (ไปถึงชานเมือง) ออกไปที่ด่านปอยเปต ตั้งแต่เช้ามืด

ค่าบริการเพียง 200-300 บาท แล้วแต่สาย อย่าลืมเอา passport ให้กับคนเดินตั๋วบนรถด้วยนะครับ

ซึ่งเมื่อถึงบ่อนที่ปอยเปตแล้ว ให้เราไปรับ chip คืน ถ้าจ่าย 200 บาท ก็รับ chip คืน 100 บาท

แต่ถ้าจ่ายไป 300 บาท ก็รับ chip คืน 200 บาท แต่ถ้าไม่อยากได้ chip ก็เอา chip ไปแลกเป็นเงินสดคืนได้

แต่ถ้าอยากจะเสี่ยงโชค ก็แล้วแต่ ก็เท่ากับ เสียค่ารถไปแค่เพียง 100 บาท และที่สำคัญ ได้รับคูปองอาหารฟรี

เป็นบุฟเฟต์ ฟรี อย่างไม่มีเงื่อนไขใดใด ด้วยอีก 1 ใบ (ก่อนไป 1 วัน อย่าลืม โทร confirm ที่นั่งรถด้วยนะครับ)

เพราะช่วงเทศกาล รถเต็มถึงกับอดไป ถ้าไม่ได้สำรองที่นั่งล่วงหน้ากันเลย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ครับ

ที่: http://bit.ly/WndiSl

โดยปกติ รถรับส่งที่ว่านี้ ถ้าเราไปกลับในวันเดียว (ซึ่งไปถึง เราจะได้รับคูปองกลับในวันนั้นเลย)

เราก็จะเสียแค่เพียง 100 บาท ไปกลับ แต่ถ้ากลับคนละวัน ก็อย่าลืมโทรนัดสถานที่จอดรถ และวันกลับด้วยนะครับ

วันกลับ ก็เสียเพิ่มอีกแค่เพียง 100 บาท รถก็จะส่งเราไปถึงจุดที่เราขึ้นรถมาจากกรุงเทพฯ กันเลยครับ

โปรแกรมของเราคร่าว ๆ 4 วัน 3 คืน ก็จะประมาณเนี้ย ลอกลายแทงมาเกือบจะเป๊ะเลยครับ

นอกจากนี้ ตลอดทริปทั้ง 3 วัน ผมก็ใช้บริการของ Mr. Gok (มิสเตอร์ จ๊อก) ผู้ให้บริการตุ๊ก ๆ

อย่างที่คุณ IamYenta จากห้อง blue ทิ้งเบอร์โทรและ email ไว้ ผมก็แกะรอยตามไปทันที

สำหรับท่านที่อยากใช้บริการ ต้องบอกเลยว่า Mr. Gok บริการดีมาก ๆ ใส่ใจรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ

และมีน้ำดื่มเย็น ๆ บริการฟรี ไม่อั้น ตลอดทริป และใส่ใจพวกเราอย่างดีเยี่ยมเลย ค่าบริการตุ๊ก ๆ Mr. Gok

คิดวันละ 15 เหรียญ 3 วัน ก็คือ 45 เหรียญ แต่เราก็ให้ทิปไป อีกพอสมควร เพราะพึงพอใจสุด ๆ

ติดต่อได้นะครับ ที่ 097 367 3038 หรือถ้าข้ามประเทศ ก็ 0085 97 367 3038

ส่วนอีเมล์ก็ moksomnom@yahoo.com ลองคุยดูก่อนได้ ซึ่ง Mr. Gok พูดไทยได้นิดหน่อย

แต่ภาษาอังกฤษนี่ ใช้ได้เลย Mr. Gok เคยทำงานเมืองไทย แถวชลบุรี ได้สัก 2 เดือน

แต่ตอนนี้ ไปให้บริการตุ๊ก ๆ (ซึ่ง ตุ๊ก ๆ ก็เป็น ตุ๊ก ๆ เช่ามาอีกที บางวันอาจได้คันใหญ่

บางวัน ก็คันย่อม ๆ ก็แล้วแต่ที่จะเช่ามาได้) แต่บริการอะไรต่าง ๆ นี่ถือว่าสุด ๆ ครับ ลองใช้บริการดู

เมื่อทุกอย่างพร้อม ก็เตรียมตัวเช็คสภาพอากาศตลอดสัปดาห์ คือเช็คจากเสียมราฐ แล้วหาไม่เจอ

เท่าที่ดูจากพนมเพญ เมืองหลวงแล้ว ก็น่าจะใกล้เคียง อุณหภูมิจะประมาณนี้ ไม่ค่อยร้อนมาก

และไม่ค่อยจะหนาวมาก แต่พอเอาเข้าจริง ช่วงเช้า ๆ เย็น ๆ อากาศหนาวใช้ได้เลย

อากาศเย็นกว่าบ้านเราเยอะ สบาย ๆ ชิล ๆ ทั้งวัน โดยเฉพาะ ตอนนั่งตุ๊ก ๆ นี่ ยิ่งเย็นเลยครับ

เสาร์ 29 ธันวาคม 2555

สักประมาณ 8 โมงครึ่ง ก็ถึงด่านชายแดน ช่วงวันหยุดยาว รถเยอะ คนเดินทางกันเยอะครับ

โปรแกรมของเราวันนี้ สบาย ๆ ประมาณนี้

0245 ตื่น

0345 รอรถบ่อน

0400 ล้อหมุน

0830 พรมแดน

0930 อาหารเช้าบ่อน

1100 ตรวจคนเข้าเมือง

1200 taxi

1400 เสียมราฐ

1430 new bequest angkor hotel

1600 โตนเลสาบ (ไม่ได้ลง)

1700 ซื้อบัตรชมปราสาท

1715 หน้านครวัด

1830 อาหารเย็น

1900 กลับโรงแรม

2000 อ้วก

2200 นอน

พร้อมแล้ว ก็ลุยเลย

ด้านหน้า ด่านชายแดน

อีกสักหน่อย

เมื่อเดินข้ามมาแล้ว ต่อไปนี้ ก็เป็นอาหารเช้าที่บ่อน ซึ่งมีให้บริการทั้งอาหารบัฟเฟต์

หรืออาหารตามสั่ง ผมเลือก บัฟเฟต์ และเริ่มต้นด้วย อาหารเช้า ซีเรียล

กับน้ำเขียว

และนี่ ก็เป็นอาหารเช้า เต็มสูตร

จากนั้น ก็ต่อด้วย ไข่กระทะ อร่อยสุด ๆ เลยครับ

แล้วก็ตามด้วย โอวัลตินเย็น

พอจบจากโอวัลตินเย็น ไข่กระทะแล้ว ก็จบอาหารเช้า ทางบ่อน ก็เก็บอาหารเช้าหมด

แล้วก็เริ่มเสิรฟ์อาหารกลางวัน ซึ่งเราก็ต่อเนื่องกันอย่างเนียน ๆ ด้วย

สปาเก็ตตี้ แฮม ครีมซอส จานนี้ เป็นอันดับแรก

ตามด้วยน้ำใบเตย แบบไม่ใส่น้ำแข็ง

อันนี้เป็นแกงเทโพ (ผักบุ้ง หมู 3 ชั้น) อร่อยมาก ๆ

กินกับข้าวสวย

แล้วก็ตามด้วย น้ำตะไคร้ (ไม่ใส่น้ำแข็ง อีกแล้ว)

จากนั้น ก็เป็นกฎแห่งการแทนที่ เนื่องจากอาหารใหม่ ไปไล่อาหารเก่า

ที่เขมรนี่ รถขับพวงมาลัยซ้ายแล้ว ในห้องน้ำ ทิชชู่ ก็ยังวางด้านซ้ายด้วยเลยครับ

กล้อง 3 ตัดภาพกลับมาอีกที เป็นข้าวผัดน้ำพริกลงเรือครับ

ข้าง ๆ เป็นไข่ทอดชะอม ไว้กินกับน้ำพริก

ความจริง เค้ามีน้ำพริกกะปิไว้ให้กินคู่กับไข่ทอดชะอม แต่ยังเช้าอยู่

ผมไม่ค่อยกล้าเปิดเกมเสิร์ฟแรงเท่าไหร่ ก็ได้แค่เสิร์ฟ ๆ ด้วย อันนี้

เป็นน้ำพริกมะขาม อร่อยครับ อร่อยเลยแหละครับ

ได้เวลาปิดท้ายเสียที สำหรับอาหารบัฟเฟต์ฟรี ผมเลือกปิดท้ายด้วย

ข้าวเหนียวดำเปียก ซึ่งข้าวเหนียวดำเปียกของที่นี่ แลดูเป็นเรื่องเป็นราวมาก ๆ

เพราะนอกจากจะมีข้าวเหนียวดำ ไม่มากแล้ว ยังผสมข้าวเหนียวขาวลงไป

และที่สำคัญ เพิ่มรสสัมผัสด้วยลูกบัวเต็มเมล็ดลงไปอีกด้วย

ราดกระทิหน่อย ๆ เค็ม ๆ หอม ๆ มัน ๆ สุดยอดเลยครับ

อีกสักนิดก็แล้วกันครับ อาหารหวาน ปิดท้าย มันอดไม่ได้จริง ๆ

หลังจากนั้น ก็ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง คิวยาวครับ ยืนรอกันประมาณชั่วโมงนึง ถึงจะผ่านด่านได้

แต่ถ้าไม่อยากรอคิวนาน มี short-cut ทางเลือกให้ไม่ต้องรอคิวนานได้เหมือนกัน คือจ่าย 200

จากนั้น ก็มีคนเอา passport เราไปจัดการให้เรียบร้อยเลย (พูดแล้วเหยียบเลยนะครับ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า)

เมื่อผ่านด่านออกมา ทั้งร้อน และเป็นการรอคอยที่แสนยาวนาน คือประมาณ 1 ชั่วโมงเต็ม ๆ

เราก็ต้องพยายามฝ่าด่าน บรรดาผู้คนที่จะเข้ามารุมล้อมเราให้ได้

เราก็ลุยดุ่ย ๆ ออกมา จนขึ้น taxi camry นี่แหละครับ มีเสียค่าทิปนิดหน่อย ไป 20 บาท

เหมือนจะเป็นคนเก็บหัวคิวอะไรสักอย่างนี่แหละ จ่าย ๆ ไปก่อนขึ้น taxi แบบเสียไม่ได้

ค่า taxi จากด่านปอยเปต เข้าถึงที่พัก 1200 บาท (ขากลับ คุยกับโชเฟอร์เลยให้เรียบร้อย

ว่าจะกลับวันไหน กี่โมง ปกติ ขาไปจะประมาณนี้ คือ ไม่เกิน 1200 บาท ส่วนขากลับ

ก็ประมาณ 1000 บาท) ต้องออกตัวล้อฟรีกันก่อนเลยว่า ทริปนี้ ไม่ใช่ทริปที่ถูกที่สุดนะครับ

เพราะผมไม่ได้ต่อรองราคาอะไรเลย ผมดูจากลายแทงท่านอื่น ๆ แล้ว ราคาประมาณนี้ ก็ซัดเลย

นี่ครับ ยืนยันชัด ๆ ว่าเป็น taxi camry จริง ๆ ฟังดูหรูนะครับ แต่อย่าดูว่า camry ปีไหน

จากด่านปอยเปต เราใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง หรือ 2 ชั่วโมงครึ่ง ไม่เกินนี้

ก็จะถึงที่พักแล้ว (เรามัวไปหลงทาง เพราะโชเฟอร์ คิดว่า เราพักอีกโรงแรมหนึ่ง

เลยเสียเวลาสอบถามเส้นทางกันนิดหน่อย)

กล้อง 3 ตัดภาพเข้าที่พักกันเลยครับ

3 คืน จากนี้ เราพักกันที่โรงแรม นิว บีเควส์ อังกอร์ (ตามรอยคุณ IamYenta จากห้อง blue)

ลองดูรายละเอียดได้ครับ http://bit.ly/X5NoVe ผมว่าห้องพักสะอาดสะอ้าน ใช้ได้เลย

ตอนนี้ ก็ดูสภาพรวม ๆ ของห้องพัก ภายในโรงแรมกันก่อน

วันที่ไป เผอิญว่าไฟดับ ก็เลยไม่ได้ถ่ายมาให้ดูว่าห้องน้ำห้องท่า เป็นยังไง

ไปดูเพิ่มเติมจากลิงค์ ที่ให้ไว้ ก็ได้ โดยรวม ๆ ห้องน้ำ ก็สะอาดสะอ้าน มีน้ำอุ่นให้อาบ

น้ำก็แรงดี มีสายชำระ โดยรวม ๆ ก็ถือว่าสอบผ่าน นะครับ

มีข้อแนะนำนิดนึงคือ แม่บ้าน ที่โรงแรม จะค่อนข้างเถรตรงนิดนึง

ช่วงที่เราออกไปเที่ยว ก็อย่าลืมแขวนป้ายทำความสะอาดห้อง ไว้ที่ประตูก็จะดี

ก็มั่นใจได้ว่า ห้องจะสะอาดสะอ้าน มีน้ำดื่มวันละ 2 ขวดมาเปลี่ยนให้แน่นอน

แต่ปกติ แม่บ้าน ก็จะทำความสะอาดอยู่แล้ว แต่อาจจะช่วงที่ไป ห้องพักเต็มหมด

เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลพอดี ก็เลยเกิดเหตุฉุกละหุกนิดหน่อย

แต่เดินไปขอน้ำดื่ม กับผ้าเช็ดตัวได้ นะครับ

มีทีวีเล็ก ๆ ให้ดู รายการก็หลากหลาย โดยมากเป็นรายการซื้อมาจากต่างประเทศ

แล้วมาพากย์เสียงเป็นภาษาเขมร หรือไม่ ก็มีช่องลิงค์สัญญานจากต่างประเทศเลย

จากไทยก็มีรายการจาก ทรูวิชั่น ให้ดูเป็นเสียงภาษาไทยด้วยเหมือนกัน

หลากหลายดีครับ

สภาพรวม ๆ ของห้อง อีกสักที

ตรงนี้ เป็นบริเวณนั่งเล่น เป็นพื้นที่ส่วนกลางนะครับ

ความจริงเล่นเน็ตในห้องก็ได้ สัญญานไปถึง

หรือจะมานั่งเล่นเน็ตชิล ๆ บริเวณนี้ ก็ได้อีกอารมณ์นึง

แต่ยุงเยอะไปหน่อย

กล้อง 3 ตัดภาพอีกที เราก็ออกมาเดินเล่น รอบ ๆ โรงแรมที่พักของเรา

ที่เห็นนั่นเป็นน้ำมันเติมรถมอเตอร์ไซต์ ผมเห็นคนจอดเสร็จ จ่ายตัง

แล้วเติมน้ำมันลงไป 1 ขวด หรือ 2 ขวด ก็แล้วแต่

กลิ่นมันไม่ได้คล้าย ๆ เบนซินบ้านเราเลยนะครับ คือไม่มีกลิ่นน้ำมันเบนซินเลย

สีก็แลดูแปลก ๆ ก็เลยไม่แน่ใจว่าเป็นน้ำมันผสม หรืออะไร

กล้อง 3 ตัดภาพไปอีกที ก็ถึง โตนเลสาป แล้ว

เราไปถึง โตนเลสาป แต่ว่า อยู่แค่บริเวณท่าเรือ เพราะที่ทราบคือ เสียค่าล่องเรือ

ไม่แน่ใจ 10 เหรียญ หรือ 15 เหรียญ และใช้เวลาล่องเรือ ดูพระอาทิตย์ตก นานอยู่

ก็เลยตัดสินใจ ไม่ลงเรือ และก็เลยถ่ายรูปเล่นกันอยู่ตรงท่าเรือนั่นแหละครับ

ถ่ายนู่นนี่นั่นกันสักพัก พวกเราก็เริ่มเล่น "แรงเงา" กันแล้วนะครับ

พระอาทิตย์ กำลังจะตกดิน ที่โตนเลสาป

แรงเงาก็เล่นไปแล้ว ก็มาเล่นแรงเงา อีกแบบ ฝรั่งมองกัน แล้วก็งง ๆ กันใหญ่ว่า

พวกนี้ เล่นอะไรกัน

เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ไปซื้อบัตรเข้าชมโบราณสถาน

บัตรชมโบราณสถาน มี 3 ราคา แบบเข้าชมวันเดียว 20 เหรียญ

ถ้าเข้าชม 3 วัน (อย่างที่พวกเราซื้อ) ราคาก็จะ 40 เหรียญ

ส่วนบัตรเข้าชม 7 วัน จะอยู่ที่ 60 เหรียญ เมื่อซื้อบัตรแล้ว เราก็จะสามารถเข้าชม

ทุกโบราณสถานฟรี ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายใด ๆ อีกแล้ว บนบัตร ก็จะมีรูปถ่ายของเราติดอยู่ด้วย

ถ่ายกันหน้าช่องจำหน่ายบัตรกันนั่นเลย ที่มีรูปติด ก็ด้วยกลัวว่าจะมีพวกทุจริตเข้าฟรี

แต่ถ้าปลอมบัตร หรือเอารูปอื่นไปแปะ ก็มีโทษด้วยนะครับ มีความผิดตามกฏหมาย

ระบุเอาไว้ชัดเจน หลังบัตร ว่าง ๆ ก็พลิกอ่านดูได้นะครับ

ก่อนที่เราจะไปกันต่อ ขออธิบายถึงมาตรา และการใช้เงินตราในกัมพูชากันก่อนนะครับ

เงินกัมพูชานั้น จะใช้ US$ กันเป็นหลัก เงินบาทก็รับ

แต่ถ้าของ 1 US$ ใช้เงินบาทซื้อ ก็จะขายกันที่ 40 บาท

แต่จ่ายเป็น US$ ก็ได้ ก็จ่ายไป 1 เหรียญนี่แหละ

ถ้าของอะไรที่มีเศษสตางค์ ก็จะทอนมาเป็นเงินเรียล โดย 1 US$ จะมีค่าเท่ากับ 4000 เรียล

สมมติซื้อน้ำเปล่า ขวดละ 75 เซ็นต์ ให้ไป 1 US$ ไป ก็จะทอนมา 1000 เรียล

หรืออย่าง บางร้าน ถ้าน้ำเปล่า 0.65 เหรีญ ให้ไป 1 เหรียญ บางร้านก็ทอนมา 1800 เรียล

บางร้าน อย่างผมซื้อของ 1.10 US$ เค้าก็คิดผม 1 เหรียญ กับ 500 เรียล

แต่ถ้ามี 400 เรียล ก็จ่ายไป 400 เรียลน่าจะได้

แต่ถ้าต้องทอน 100 เรียล หรือ 75 สตางค์ เค้าคงไม่ทอนนะครับ

เพราะค่าเงินมันเป็นเศษสตางค์เล็กน้อยมาก ๆ เลยครับ

ที่เห็นอยู่นั้น คือ บริเวณหน้า นครวัด พระอาทิตย์กำลังจะตก

แสงสวยมาก ๆ เลยครับ พอยก iphone5 ขึ้นจะถ่ายรูป แสงสุดท้ายของวันก็หมดพอดี

เซ็งและเศร้ามาก ๆ ผมก็เลยเก็บภาพบรรยากาศที่เหลือมาให้ชมกัน

พระอาทิตย์ที่เขมร ตกเร็วครับ อาจจะด้วยเป็นฤดูหนาว กลางวันสั้น กลางคืนยาว

หรือเป็นเขตที่พระอาทิตย์ตกก่อนเมืองไทย สัก 5 โมงครึ่ง อาทิตย์ก็กลับบ้านกันแล้วครับ

ตอนนี้ ก็ชมบรรยกาศรวม ๆ ไปก่อน

นี่คือภาพนครวัด ถ่ายจากด้านหน้า พรุ่งนี้ เราจะไปถ่ายพระอาทิตย์ขึ้น กันจากด้านในกันนะครับ1

ฟ้าก็ค่อย ๆ เริ่มมืดลง ทีละน้อย

ตอนนี้ ก็ชมภาพไปพลาง ๆ ก่อน

บรรยายกันไม่ค่อยจะถูกกันเท่าไหร่

อีกสักภาพก็แล้วกัน

กล้อง 3 ตัดภาพมายังมื้อค่ำของเราครับ

วันนี้ เรากินมื้อค่ำกันใกล้ที่พักของเรา เป็นร้านอาหารพื้นเมืองเขมร

คุณพี่เจ้าของร้าน พูดไทยได้ชัดเจนเลย ท่าจะเป็นคนไทย เหมือนจะเคยไปอยู่เกาะกง

แล้วตอนนี้ ย้ายมาอยู่เสียมราฐ แล้วก็เปิดร้านอาหาร อาหารอร่อยครับ

เริ่มต้นจาก น้ำผลไม้ปั่นกันก่อนเลย

จานนี้ เป็นยำหัวปลี ในสไตล์เขมร อร่อยครับ อร่อยใช้ได้เลย

แต่ที่อร่อยสุด ๆ เห็นจะเป็นจานนี้ครับ เป็นมะเขือยาว

เค้าก็จะเอาไปเผา ก่อนที่จะนำมาผัดกับหมูสับ รสชาดเข้มข้น อร่อยมาก ๆ

จานนี้ ถือเป็นพระเอกของมื้อนี้กันเลยครับ

ส่วนอันนี้ เป็นแกงแบบเขมร รสชาดเดิม ๆ เลย

ผมว่ารสจะคล้าย ๆ แกงเลียงบ้านเรา มีกลิ่นกะปิ แต่ไม่เผ็ดร้อนเท่า

และที่สำคัญใส่กะทิด้วยนะครับ แปลกดี เป็นเหมือนแกงเสียงใส่กะทิ

ส่วนเมนูนี้ เป็นแกงสัปปะรด รสชาดเป็นยังไง ผมจำไม่ค่อยได้แล้ว

เพราะเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่า หลังจากที่รับประทานมื้อเย็นไปได้สักพักนึง ก็เกิดเรื่องตื่นเต้นที่สุดในชีวิตผม

อันนี้ เค้าเรียกว่า amok หรือว่า ห่อหมก รสชาดคล้าย ๆ ห่อหมกบ้านเรา

แต่ไม่ได้ใส่ในกระทง มีผักเยอะ ๆ มีกะทิ หอม ๆ อร่อยเหมือนกัน

ห่อหมก จะต้องกินกับผักบุ้งครับ

หลังจากหมดภาพผักบุ้งแล้ว ภาพในกล้อง iphone5 ของผมก็หมดแต่เพียงเท่านี้

ที่ภาพในกล้องมือถือของผม หมดแต่เพียงเท่านี้ ก็เพราะ

อยู่ ๆ ก็เกิดเรื่องตื่นเต้นขึ้น ระหว่างรับประทานอาหารมื้อเย็น

ผมก็รู้สึกเหมือน โดนตัวอะไรต่อยที่ท้ายทอย มันปวด ๆ คัน ๆ จากนั้น ก็เห่อ บวมแดงขึ้น

อาการตามมาคือ ปากบวม ลิ้นชา เสียงแหบ คันลำคอ หายใจลำบาก หูแดง ร้อน บวม คันในฝ่ามือ

ชา ๆ ปลายมือ เหมือนจะงอไม่ได้ ชาปลายขา และตาแดง เดินตัวโหวง ๆ เดินลำบากมาก

ผมรีบกลับที่พัก พอถึงที่พัก ถอดเสื้อออก จะเห็นว่าใต้รักแร้เป็นผื่น เป็นปื้น ๆ มาจนถึงชายโครง

ตอนแรกก็เป็นที่รักแร้ซ้ายก่อน จากนั้นผมก็อาบน้ำ พยายามล้างผื่นพิษแมลงกัด

และพยายามอาเจียนออกมาให้มากที่สุด โดยการดื่มน้ำมาก ๆ จากนั้น ก็ล้วงคอ ให้อาเจียนออกมา

แล้วก็ดื่มน้ำเข้าไปใหม่ และล้วงคออีก เพราะผมไม่รู้ว้า แพ้แมลง หรือแพ้อาหาร

อาการมันคล้าย ๆ คนแพ้อาหาร แพ้ผงชูรส หรือแพ้ยาฆ่าแมลง ที่อาจจะมากับผัก

แต่ผมก็ไม่อาจแน่ใจ เพราะรอยแมลงกัด มันก็บวมขึ้น บวมขึ้น แล้วตอนนี้ ผื่นก็ไปเต็มตัวไปหมดแล้ว

หลังจากผมอาเจียนไปจนหมดไส้หมดพุงแล้ว อาการชาต่าง ๆ ก็ลดลง

จากนั้น กินยาแก้แพ้ อาการก็ดีขึ้น 80% แล้ว เหลือผื่นแดงตามตัวเป็นจุด ๆ กับชาฝ่ามือ นิด ๆ

แต่งอมือได้แล้ว แต่พอวันรุ่งขึ้น ผื่นแดง ๆ ตามตัว ก็หายไปหมด ไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลย

วันต่อมา อาการต่าง ๆ ก็ไม่เหลือร่องรอยอะไรเลย เหลือแค่ท้องเสีย ถ่ายเป็นน้ำ แค่ 2 รอบ

หลังจากกลับจากตระเวณเที่ยว 4 ปราสาท ปีนป่ายกันมันสุด ๆ

วันนี้ ก็ต้องขอจบตอนแรก ด้วยความตื่นเต้น เท่าเพียงเท่านี้

ก่อนจากกัน...

สรุปค่าใช้จ่ายวันนี้ กันก่อน (เป็นราคา ที่ผมคิดให้ต่อคน จาก 4 คน หาร 4)

฿760 ค่าที่พักต่อคน 3 คืน

฿100 ค่ารถบัส

฿5 ทิปแบบไม่ได้ตั้งใจ

฿300 taxi ไปโรงแรม

$1 น้ำเปล่า ทอน R1500

$40 ค่าเข้าชมปราสาท 3 วัน

$4.5 อาหารเย็นหรู

$1 น้ำเปล่า ทอน R1800

วันพรุ่งนี้ เราจะตื่นตี 5 ไปดูพระอาทิตย์ ขึ้นกันที่ นครวัด นะครับ.



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลุงวอ วันที่ : 07/01/2013 เวลา : 11.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

อาหารมีให้เลือกเยอะ และรสชาดอร่อย ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
Ae^ วันที่ : 07/01/2013 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

อาหารเขาน่ากินทุกอย่างเลย

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 06/01/2013 เวลา : 19.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

อาหารคล้ายกับไทยเรานะครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน