*/
  • LonelyHenry
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-03-08
  • จำนวนเรื่อง : 186
  • จำนวนผู้ชม : 286610
  • จำนวนผู้โหวต : 40
  • ส่ง msg :
  • โหวต 40 คน
<< มีนาคม 2014 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 8 มีนาคม 2557
Posted by LonelyHenry , ผู้อ่าน : 1107 , 08:34:27 น.  
หมวด : วิทยาศาสตร์/ไอที

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ในตอนที่แล้ว เรา download สิ่งจำเป็นทั้งหมดทั้งมวล

ที่เราจะใช้ในการพัฒนา app บน android มาแล้ว

เข้าที่ eclipse เลยครับ เมื่อเข้ามาแล้ว หน้าตา จะเป็นแบบนี้

แถบด้านบน คลิกตรง Android Virtual Device Manage เลย

คลิกเสร็จปุ๊บ ก็จะเข้ามาที่หน้า dialogue box หน้าตาคล้าย ๆ แบบนี้

สิ่งที่ต้องทำในตอนนี้คือ

1. เลือกคลิกตรง New

2. กรอกข้อมูลทั้งหลายทั้งมวล

แล้วคลิกตรง ok ก็เป็นอันเสร็จพิธี

ทีนี้ ตอนกรอกข้อมูล ก็ให้กรอกข้อมูลประมาณนี้ คือ

ADV Name ให้ใส่ว่า myAndroid

Device ก็เลือกเอาเลย ตามชอบ มันก็จะมีให้เลือกหลากหลายมาก ตามสไตล์ Android

ก็เลือกเอาสักอัน ตั้งแต่ Nexus 4.7 นิ้ว ไปถึง 10 นิ้ว

หรือถ้าไม่ชอบ Nexus ก็เลือกเอาจอ ธรรมดาทั่วไป ก็ได้

ผมเลือกหน้าจอ 5.4 นิ้ว

จากนั้น ตรง Target เลือกไม่ได้ ไม่ต้องเลือก

เพราะโดนบังคับ ให้ใช้ Andriod 4.4 ตัวล่าสุด ที่ชื่อขนมหวาน Kit Kat

Keyboard กับ Skin ปล่อยมัน check ถูกไว้ เหมือนเดิม

Back Camera นี่ก็แล้วแต่เลย เผื่อว่าใครอยากทำ app ที่ต้องใช้กล้องหลังถ่ายภาพ

ก็เลือกเอาจากตรงนี้ แต่ผมไม่ได้พัฒนา app ถ่ายภาพ ผมก็ปล่อยมัน None ไว้

Memory Options ก็ปล่อยมันไว้ แบบเดิม ๆ คือ RAM 512 กับ VM Heap 16

Internal Storage ปล่อยมันไว้ 200 เหมือนเดิม

SD Card เลือกเป็น 16 ตรงจุดนี้ ยิ่งเหลือเยอะ ก็จะยิ่งเปลืองหน่วยความจำ

Emulation Options ปล่อย Snapshot ว่างไว้ตามเดิม

แต่เลือก check ถูกตรง Use Host GPU

จากนั้น คลิก ok

พอคลิก ok แล้ว ตัว myAndroid ก็โผล่มาเป็นอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งของเรา

ต่อไปเราจะใช้ myAndroid ตัวนี้แหละ ทดสอบ app ของเรา

ก็เลื่อนแถบไปชี้ตรง myAndroid เสร็จแล้ว ก็คลิก Start

พอมีหน้า dialogue box ชื่อ Launch Options เปิดมา

ก็เลือกกดตรง Launch เลย

จากนั้น ก็ร้องเพลงรอไป อาจจะรอนานหน่อย

เสร็จแล้วครับ ก็จะมีหน้าจอนี้ขึ้นมา ก็คลิก ok ครับ

เหมือนมือถือ android มั้ยละครับ

ตอนนี้ เราก็มีเครื่อง android เอาไว้สำหรับทดสอบ app ของเราแล้ว

ด้านขวามือ ก็จะเป็นปุ่ม ใช้แทนการสัมผัสหน้าจอ

เพราะเราสัมผัสหน้าจอ ไม่ได้แบบมือถือ android จอสัมผัส

พอเราจะเริ่มกดปุ่ม นู้น นี้ นั้น ถ้ามีข้อความแบบนี้ ขึ้นมาก

ก็คลิก ok ไป ซ่ะ

อ่ะ หน้าจอนี้ ไม่ต้องใช้แล้ว คลิก x ปิดไป

แต่หน้าจอ android ของเรา ปิดไม่ได้นะครับ

start กันใหม่ นานเลย

หน้าจอ android ของเราไม่ได้ใช้ตอนนี้ ก็ minimize ไปครับ

กล้อง 3 ตัดภาพกลับมาที่ eclipse ของเรา

เราจะเริ่มต้นลองเขียน app แรกบน android ในชีวิตของเรากันครับ

ไปที่ File > New > Android Application Project

ก็จะมี dialogue box ที่ชื่อ New Android Application โผล่มา

กรอกข้อมูลตามไปเลยครับ

Application Name ตรงนี้ใส่ myapp1 ลงไปก็ได้

จากนั้นในช่อง Project Name มันจะขึ้นมาเองว่า myapp1 เหมือนกัน

ไม่ต้องแก้อะไร

มาดูช่อง Package Name ตรงนี้สำคัญ เพราะถ้า ต่างคนต่างใช้ชื่อเดิมของมัน

ตอนเราจะเอา app ของเราไปใส่ในเครื่องจริง ตรงนี้ จะเกิดปัญหาแน่นอนเลย

เพราะฉะนั้น เพื่อให้เครื่องมันแยกออกว่า app ที่เอามาใส่ ถึงจะชื่อ myapp1 เหมือนกัน

แต่เป็นคนละตัวกัน ตรงนี้ ผมก็เลยชอบที่จะใส่ ชื่อของผม ใส่จุด (.)

เสร็จแล้วก็ตามด้วยชื่อ Project Name ตามเดิม

เพราะฉะนั้นแล้ว Package Name ของผม ก็จะเป็น

kasem.k.myapp1 อย่างที่เห็นในรูป (คือเปลี่ยน com.example. ไปซ่ะ)

จากนั้น ในช่อง Mininum Required SDK

คือ ให้เลือกระบบปฏิบัติการ ตัวต่ำสุด ที่ app ของเราจะ run ได้

ผมเลือกเป็น android 4.0 หรือ ice cream sandwich

ซึ่งถ้าเครื่องใคร ใช้ android ต่ำกว่า 4.0 อดใช้ app ผมแน่นอน

ในช่อง Target SDK ผมก็เลือกตามเดิมไว้เป็น API 18

ส่วนช่อง Compile With ผมก็เลือกให้มัน compile ด้วย

android 4.4 ตัวล่าสุด ที่ชื่อขนมหวาน Kit Kat ในช่วงที่เขียน blog หรือ note อันนี้

ส่วน Theme ผมก็เลือก Halo Light with Dark Action Bar

ซึ่งเป็นลูกเล่นปุ่ม เวอร์ชั่นใหม่ มีให้เลือกใช้ ดีกว่าปุ่ม plain plain พื้น ๆ เบ ๆ บ้าน ๆ แบบเดิม

ซึ่งมีอันใหม่ให้เลือก ก็เลือกอันใหม่ไป เป็นลูกเล่นใหม่ ขำขำ

กรอกเสร็จหมดเรียบร้อยแล้ว ก็คลิก Next ต่อไปได้เลย

ส่วนเรื่องของ API หรือเรื่องของ android รุ่นไหน ยังไง

คงต้องหาอ่านเอา โดยใช้ อากู๋ ให้เป็นประโยชน์กันแล้วนะครับ

ผมจะไม่ลงในรายละเอียด ตรงจุดนี้

อ่ะ หน้าจอต่อมา ก็ยังคงคลิก Next อยู่

Next เลยครับ

Next อีก

เจอ Finish แล้ว ก็คลิก Finish เลย

จบแล้ว

โอเค ตอนนี้ เราก็จะได้ app บน android ตัวแรก ในชีวิตของเราแล้ว

ลองเลื่อนไปดูแถบ (ด้านบน) ที่ชื่อ activity_main.xml

พอเข้าหน้าต่าง code ของ activity_main.xml แล้ว ด้านล่างก็จะมีอีก 2 แถบ

คือ activity_main.xml กับ Graphical Layout ลองคลิกดู

ก็จะเห็นหน้าตาของ app บน android ตัวแรกในชีวิตของเราแล้ว

ทีนี้ ถ้าหากว่าเราอยากจะลอง run ตัว app นี้บนมือถือดู

เราต้องกลับมาที่แถบ MainActivity.java เข้าจากแถบด้านบน

การ run ตัว app ของเรา เราจะต้องมา คลิก run จากหน้านี้เสมอ

เมื่อเข้ามาแล้ว ในหน้านี้ ทำ 3 อย่าง

1. คลิกตรง run ที่อยู่ด้านบน ปุ่ม run นี่เราคลิกจากด้านบน

หรือถ้าขี้เกียจ อย่างผม ผมจะชอบคลิก Ctrl+F11 จาก keyboard ก็ได้

จากนั้น ในหน้า dialogue box ที่ชื่อ run as ให้เรา

2. เลือก Android Application แล้ว

3. คลิก ok

มีหน้าต่างข้อความ อะไรสักอย่างขึ้นมา

ตรงจุดนี้ คลิก ok ต่อเลยครับ

จากนั้น ในหน้า emulator ของเรา ตอนนี้ ก็จะมี app android ตัวแรกในชีวิตของเรา ขึ้นมาแล้ว

หน้าต่าง android emulator ของเรา ที่เมื่อสักครู่ minimize เอาไว้ ตอนนี้ เราก็ขยายมันขึ้นได้แล้ว

ดูเสร็จ ก็ minimize มันลง อย่าไปปิดมันนะครับ ไม่งั้น ต้องรอ start กันนานเลย

ก็เป็นอันว่า ตอนนี้ เราก็ได้ app android ตัวแรก ในชีวิต ที่เราเขียนเองขึ้นมา เรียบร้อยแล้ว

ในตอนต่อ ๆ ไป เราจะมาดูรายละเอียด และเริ่มต้นลงมือเขียน app android ที่มันยากขึ้นเรื่อย ๆ

หรือใครที่อดใจไว้ไม่ไหว จะหาอ่าน โดยเปิดดูจาก อากู๋ ก็จะดีไปใหญ่เลย

เพราะในตอนต่อไป ผมเองก็ยังไม่ทราบว่าจะว่างเขียนเมื่อไหร่

แต่ถึงตอนนี้แล้ว ผมเชื่อแน่เลยว่า ท่านใดที่ได้ลองทำตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่ได้บอกไป

จนถึงตอนนี้ ก็น่าจะเริ่มคุ้นเคยกับการเขียน app บน android กันบ้างแล้ว

ไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก หรือน่ากลัวอะไรเลย ติดตามกันต่อนะครับ.



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน