• ลุงแจ่ม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : loongjame@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-01-31
  • จำนวนเรื่อง : 5755
  • จำนวนผู้ชม : 4676165
  • ส่ง msg :
  • โหวต 347 คน
อยากจะพูดคุยหรือมีปัญหาคับใจ ปรึกษา"ลุงแจ่ม" ที่หมวดหมู่ : ร้องทุกข์..กับลุงแจ่ม หรือ คุยกับลุงแจ่มสดๆทาง MSN ที่นี่ loongjame@hotmail.com
เวทีของชาวบ้านธรรมดา แลกเปลี่ยนทุกข์สุข แสดงความคิดเห็นความเป็นไปในชุมชนเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี ปกป้องสิทธิและผู้บริโภค
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/loongjame
วันพฤหัสบดี ที่ 19 กรกฎาคม 2555
Posted by ลุงแจ่ม , ผู้อ่าน : 64937 , 12:12:04 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ทุกวันนี้ใครได้ยินคำว่า ติด “เครดิตบูโร” ถึงกับหนาว แทบจะหมดสิ้นเครดิต กู้สินเชื่อใครไม่ได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะจากฝ่ายสินเชื่อของธนาคารรวมถึงธุรกิจ ธุรกรรมอื่นๆ ก็ไม่อาจทำได้

 จริงๆ แล้ว เครดิตบูโรทำหน้าที่เป็นเพียงตัวกลางในการรับและจัดเก็บข้อมูลเครดิตให้กับสถาบันการเงินสมาชิกที่เป็นสถาบันการเงินที่ต้องการใช้ข้อมูลเครดิตจะต้องสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกของเครดิตบูโร และต้องนำส่งข้อมูลสินเชื่อของลูกค้าที่มีอยู่ของตนเองให้กับเครดิตบูโรทุกเดือน

 “ประชาชนส่วนใหญ่ยังเข้าใจผิดว่าถ้าค้างชำระหนี้เกิน 3 ปี แล้วข้อมูลเครดิตจะถูกลบ หรือถ้าแบงก์ไม่ติดตามทวงถามหนี้เกินอายุความแล้ว ข้อมูลเครดิตจะถูกลบ หรือออกจากระบวนการล้มละลายแล้วข้อมูลเครดิตจะถูกลบความเข้าใจทั้งหมด ที่กล่าวมานั้นไม่เป็นความจริง ข้อมูลเครดิตจะยังคงอยู่หากยังมีหนี้ค้างชำระอยู่ ซึ่งจะปรากฏตามข้อเท็จจริง มีความถูกต้อง แต่บางครั้งจะไม่ถูกใจ” เช่น นาย ก มีการค้างชำระบัตรเครดิต 20,000 บาทในเดือนสิงหาคม 2554 ต่อมาชำระในเดือนธันวาคม 2554 รายงานก็จะระบุว่า เดือนสิงหาคมมียอดค้างชำระ 20,000 บาท 

 ข้อมูลในเดือนธันวาคมก็จะมียอดค้างเท่ากับ 0 และปรากฏข้อมูลว่าไม่มีการค้างชำระ สถานะบัญชีปกติ “ข้อมูลเครดิตจะมีการส่งเข้ามาทุกเดือน เช่น เริ่มมีบัญชีสินเชื่อบัตรเครดิตเดือนที่ 1 พอครบสิบเดือนก็จะมีการส่งข้อมูลเข้ามาตามข้อเท็จจริง พอเดือนที่ 2 ก็ส่งเข้ามาเรื่อยๆ จนครบ 36 เดือน หรือข้อมูลมี 36 บรรทัด ข้อมูลเดือนที่ 1 จะไม่ไปทับข้อมูลเดือนที่ 2 นะครับ แต่เมื่อมีข้อมูลเดือนที่ 37 เข้ามาใหม่ ข้อมูลเดือนที่ 1 ซึ่งอยู่กับเครดิตบูโรมาแล้ว 36 เดือนหรือ 3 ปี ก็จะถูกลบออกไป 

 ตามตัวอย่างหากเดือนที่ 1 ไม่จ่ายแล้วลากยาวมาถึงเดือนที่ 36 และเดือนที่ 37 ก็ยังไม่จ่ายหนี้ ข้อมูลตังแต่เดือนที่ 2 จนถึงเดือนที่ 37 ก็จะแสดงว่าค้างชำระคิดเป็น 36 บรรทัด ขณะที่เดือนที่ 1 ก็จะถูกลบออกไป นี่คือสิ่งที่เข้าใจกันผิดมากที่สุด”

 “การไม่ต้องการให้ใคร สถาบันการเงินไหนเห็นประวัติที่เราอาจไม่ชอบ แล้วขอให้เครดิตบูโรย้อนไปลบข้อมูลในเดือนนั้นๆ ไม่สามารถทำได้ เพราะประวัติของคนเรา ของบริษัทจะขาดหายไปไม่ได้ เช่นเดียวกันกับสมุดพกการเรียน การศึกษา สอบได้อย่างไร คะแนนอย่างไร ในเทอมไหนก็จะรายงานออกมาอย่างนั้น” 

 นายสุรพล โอภาสเถียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตรแห่งชาติ จำกัด ยืนยันว่า เครดิตบูโรไม่มีและไม่เคยมี Blacklist “ที่พูดๆ กันนั้น ผมเคยถามว่า คำนิยามของ Blacklist คืออะไร บางทีคนพูดยังบอกไม่ได้ ซํ้าร้ายยังไม่เคยเห็นรายงานข้อมูลเครดิตหรือรายงานเครดิตบูโรด้วย เป็นการพูดตามๆ กันมา ซึ่งปัญหานี้เครดิตบูโรทั่วโลกล้วนถูกท้าทาย ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน เป็นภารกิจของทุกคนในองค์กรและทุกภาคส่วนของระบบสถาบันการเงินที่ต้องช่วยกันสื่อสาร”

 คนไทยยุคใหม่ต้องมีวินัยทางการเงิน ใช้ครบ ใช้ตรง ตามเงื่อนไข “เป็นหนี้ต้องใช้หนี้ สัญญาต้องเป็นสัญญา”

 ข้อมูลที่สถาบันการเงินส่งมาให้กับเครดิตบูโรนั้น จะเป็นข้อมูลสินเชื่อลูกค้าของสถาบันการเงินนั้นๆ ที่ได้รับการเข้ารหัสข้อมูลขั้นสูง ขณะเดียวกันสถาบันการเงินก็ต้องแจ้งให้ลูกค้าทราบว่า ได้นำส่งข้อมูลเครดิตให้กับเครดิตบูโรภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้นำส่งข้อมูลครั้งแรก ภาษาชาวบ้านคือ หลังเปิดบัญชีสินเชื่อ หลังการเปิดบัตรเครดิตวันใด หลังจากนั้นไม่เกิน 30 วันต้องมีหนังสือถึงคนคนนั้น ว่าเนื่องจากสถาบันการเงินดังกล่าวเป็นสมาชิกเครดิตบูโรจึงต้องส่งข้อมูลของคนที่ได้รับอนุมัติและเปิดบัญชีสินเชื่อนั้นๆ ให้กับเครดิตบูโรตามที่กฎหมายกำหนด ข้อมูลเครดิตที่ถูกส่งมาก็จะถูกเก็บรักษาเป็นความลับไว้เป็นอย่างดี กระทั่งมีหนังสือให้ความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล และสถาบันการเงินสมาชิกขอเรียกดูข้อมูลเครดิตของคนที่ยืนยันขอสินเชื่อรายนั้น เครดิตบูโรจึงจะเปิดเผยข้อมูลเครดิตของผู้ขอสินเชื่อรายนั้นให้สถาบันการเงินดูได้ หากใครดำเนินการต่างไปจากนี้มีโทษในทางอาญา อาจถึงขั้นติดคุกติดตะราง ไม่รวมถึงการที่จะถูกปรับเป็นเงินจำนวนมาก เป็นต้น

 ข้อมูลที่จัดเก็บได้แก่ บัญชีสินเชื่อ บัญชีบัตรเครดิต บัญชีสินเชื่อบ้าน บัญชีสินเชื่อรถยนต์ และบัญชีสินเชื่อบุคคล โดยในรายละเอียดของแต่ละบัญชีนั้นจะมีข้อมูล ประเภทบัญชี ประวัติการชำระเงิน ยอดเงินคงค้าง และประวัติการผิดนัดชำระ (ถ้ามี) โดยกำหนดระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลเครดิต

 ย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี หรือ 5 ปี แล้วแต่ประเภทของสินเชื่อ กล่าวคือถ้าเป็นสินเชื่อบุคคล สินเชื่อบัตรเครดิตจะเก็บไม่เกิน 3 ปี หรือ 36 เดือนย้อนหลัง ซึ่งระยะเวลาการจัดเก็บดังกล่าวเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและในระบบสากลระยะเวลามาตรฐานขั้นต่ำก็กำหนดให้เก็บไม่เกิน 3 ปี

ชม ลุงแจ่มออนแอร์ ตอน "เครดิตบูโร" http://www.rawangpai.com/home/program/lung-jam/20120712/3784/ลุงแจ่มออนแอร์-11-กค-55-ช่วง1/





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Hiriotappa วันที่ : 21/07/2012 เวลา : 11.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

แต่อย่าลืมว่าหากชื่อไม่ค่อยดีไม่ว่าเหตุใดก็ตาม จะหวังว่ามันจะเหมือนการให้กู้คนอื่นแบบปกติที่ชื่อไม่ค่อยเสียหายนั้น พึงคิดไว้ก่อนไว้ดีกว่าครับว่า หากไม่ใช่ญาติ ไม่เคยรู้จักกันดีมาก่อน ทุกอย่างอันตรายทั้งนั้น เพราะนั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เราชื่อเสียงแย่ลงกว่าเดิม นอกจากนั้น หากเรามีศัตรู อยู่ แล้วอาจมีชื่อเหมือนหรือมีบางอย่างคล้ายกับคนดีๆที่เรารู้จัก คนที่เอาเรื่องปกติของเรามาถัวย่อมไม่ใช่คนที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขาแน่นอน แต่เขาจะตามไปรู้ว่าเรามีหนทางทางไหน แล้วเอาตัวเองเข้าไปแทรกเพื่อบอกว่าเขาคือหนทางที่เรากำลังสนใจนั่นแหละครับ
หมายความว่าคนเดียวบอกว่าไม่ คนอื่นก็ต้องไม่ ตามไปด้วยทั้งๆที่ไม่รู้เรื่องอะไรด้วยไงครับ.....ทางที่ดีหาข้อแตกต่างระหว่างสองสิ่งนี้ให้ดีแล้วเปิดเผยได้ก็จะดีมาก เพราะเครดิตพวกนี้ไม่ใช่จะมีแต่หน่วยงานที่ทำเรื่องนี้อย่างเดียว แต่ใครก็ตามที่คิดไม่ดีกับเราก็ตาม เขาต้องใช้เรื่องนี้หาเรื่องเราแน่นอนถ้าเขาทราบ คิดกันดีๆก่อนแล้วกันครับว่าสาเหตุที่ต้องติดเครดิตบูโรนั้นมาจากใคร และสาเหตุใด เพระานั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้หนทางของชีวิตแคบลงเหมือนถูกบีบลงเรื่อยๆก็เป็นได้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

สุสานช้างไทย

บ้านหลังสุดท้ายของช้างไทยที่ได้รับบาดเจ็บและพิการอยู่กลางป่า อ.งาว จ.ลำปาง

View All
<< กรกฎาคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]