*/
  • ลุงหนานปั๋น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : morakot.alfalfa@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 6
  • จำนวนผู้ชม : 17880
  • จำนวนผู้โหวต : 7
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
วันจันทร์ ที่ 26 กรกฎาคม 2553
Posted by ลุงหนานปั๋น , ผู้อ่าน : 1156 , 10:12:36 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 อาสาฬหะบูชา วันประกาศพระธัมมจักรกัปปวัตนสูตร

 

  อาสาฬหะบูชา (โปรดอ่านว่า อา-สาน-หะ-บู-ชา) วันเพ็ญพระจันทร์ขึ้น 15 ค่ำ

 เดือน 8 เป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงพระธรรมจักรกัปปวัตนสูตรแก่

               ปัญจจัควัคคีย์ทั้ง 5 ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวันชานเมืองพาราณสี ครั้งนั้นโกณฑัญญะ  

               ปัญจัควัคคีย์พี่ใหญ่ได้มีดวงตาเห็นธรรม พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเปล่งอุทานว่า

 โกณฑัญญะรู้ แล้วหนอ โกณฑัญญะรู้แล้วหนอ พระโกญฑัญญะได้ขอบวชเป็น

               พระภิกษุองค์แรกในพระพุทธศาสนา  ด้วยวิธี เอหิภิกขุอุปสัมปทา คือ การที่พระ

               สัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงเปล่งวาจารับเข้ามาเป็นพระภิกษุด้วยพระองค์เอง วันนี้จึงมี

               ความสำคัญยิ่งวันหนึ่งในพระพุทธศาสนา ด้วยว่า มีพระรัตนตรัย ครบองค์ 3 คือ

               พระพุทธ (พระสัมมาสัมพุทธจ้า) พระธรรม (ธัมมจักรกัปปวัตนสูตร) และพระสงฆ์

               (พระอัญญาโกณฑัญญะ)

 

  อย่ากระนั้นเลย ชาวพุทธทั้งหลาย เรามาอ่านพระธัมมจักรกัปปวัตนสูตรในฉบับ

 แปลไทย เพื่อเสริมเพิ่มปัญญาบารมี เข้าใจในเนื้อหารายละเอียดของพระธรรมนั้น ให้

 มีความรู้ในพระธรรม เพื่อแนวทางปฏิบัติ ตามพระธรรมคำสอนนั้น ให้ชื่อได้ว่า เป็น

 พุทธมามกะ อย่างแท้จริง...

   

  บทเริ่มพระธัมมจักกัปปวัตนสูตร

 

  พระตถาคตเจ้าได้ตรัสรู้ซึ่งพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว เมื่อจะทรงประกาศ

 พระธรรมที่ใครๆ ยังไม่ได้เห็นให้เป็นไปแล้วในโลก ให้เป็นไปโดยชอบแท้ จึงทรง

 ระลึกว่าจะแสดงพระอนุตตรธรรมจักรก่อน คือในธรรมจักรใด ซึ่งพระองค์ตรัสรู้ถึง

 ที่สุด ๒ ประการ และข้อปฏิบัติที่เป็นกลาง และปัญญาอันรู้เห็นอันหมดจดแล้วใน

 อริยสัจทั้ง ๔

 

  เราทั้งหลายจักได้สาธยายพระธัมมจักรนั้น ที่พระองค์ผู้พระธรรมราชาทรงแสดง

 แล้ว ปรากฏ โดย ชื่อว่า ธัมมจักกัปวัตตนสูตร เป็นสูตรประกาศพระสัมมาสัมโพธิ

 ญาณ อันพระสังคีติกาจารย์ร้อยกรองไว้โดยเวยยากรณปาฐะเทอญฯ.

 

  คำแปลพระธัมมจักกัปปะวัตตะนะสูตร

 

  อันข้าพเจ้า (พระอานนทเถระ) ได้สดับมาแล้วอย่างนี้ว่า สมัยที่พระผู้มีพระภาค

 เจ้าเสด็จประทับอยู่ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันใกล้าเมืองพาราณสี ในกาลนั้นแล พระ

 ผู้มีพระภาคเจ้าตรัสเตือนปัญจวัคคีย์ ว่า

 

  ดูก่อน ปัญจัควัคคีย์ ที่สุดสองอย่างนี้ อันบรรพชิตไม่ควรเสพ คือ การประกอบตน

 ให้พัวพันด้วยกามสุข ในกามทั้งหลายนี้ได้เป็นธรรมอันเลว เป็นเหตุให้ตั้งบ้านเรือน

 เป็นของคนมีกิเลสหนาไม่ใช่ไปจากข้าศึกคือกิเลส ไม่ประกอบด้วยประโยชน์อย่าง

 หนึ่ง คือการประกอบความเหน็ดเหนื่อยด้วยตนเหล่านี้ใดให้เกิดทุกข์แก่ผู้ประกอบ

 ไม่ใช่ไปจากข้าศึกคือกิเลสไม่ประกอบด้วยประโยชน์อย่างหนึ่ง ดูก่อนปัญจัควัคคีย์

 ข้อปฏิบัติอันเป็นกลาง ไม่เข้าไปใกล้ที่สุดสองอย่างนั่นนั้น อันตถาคตได้ตรัสรู้แล้ว

 ด้วยปัญญาอันยิ่ง ทำดวงตา ทำญาณเคื่องรู้ ย่อมเป็นไปเพื่อความเข้าไปสงบระงับ เพื่อ

 ความรู้ยิ่ง เพื่อความรู้ดี เพื่อความดับ

 

  ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ ข้อปฏิบัติซึ่งเป็นกลางนั้นเป็นไฉน ที่ตถาคตได้ตรัสรู้แล้ว ด้วย

 ปัญญาอันยิ่งทำดวงตา ทำญาณเครื่องรู้ ย่อมเป็นไปเพื่อความเข้าไปสงบระงับ เพื่อความ

 รู้ยิ่ง เพื่อความรู้ดี เพื่อความดับ ทางมีองค์ ๘ เครื่องไปจากข้าศึกคือกิเลสนี้เอง กล่าวคือ

 ปัญญาอันเห็นชอบ ความดำริชอบ วาจาชอบ การงานชอบ ความเลี้ยงชีวิตชอบ ความ

 เพียรชอบ ความระลึกชอบ ความตั้งจิตชอบ

 

  ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ อันนี้แลข้อปฏิบัติซึ่งเป็นกลางนั้น ที่ตถาคตได้ตรัสรู้แล้วด้วย

 ปัญญาอันยิ่ง ทำดวงตา ทำญาณเครื่องรู้ ย่อมเป็นไปเพื่อความเข้าไปสงบระงับเพื่อความ

 รู้ยิ่ง เพื่อความรู้ดี เพื่อความดับ

 

  ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ ก็นี้แล เป็นทุกข์อย่างแท้จริง คือ ความเกิดเป็นทุกข์ ความแก่ก็

 เป็นทุกข์ ความตายก็เป็นทุกข์ ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความไม่สบายกาย ความไม่

 สบายใจ ความคับแค้นใจก็เป็นทุกข์ ความประสบกับสิ่งไม่เป็นที่รักที่พอใจทั้งหลายก็

 เป็นทุกข์ ความพลัดพรากจากสิ่งที่รักที่พอใจทั้งหลายก็เป็นทุกข์ โดยย่อแล้ว อุปาทาน

 ขันธ์ 5 เป็นตัวทุกข์ (คือ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ-ลุงหนานฯ)

 

  ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ ก็นี้แล เป็นเหตุให้ทุกข์เกิดขึ้นได้อย่างจริงแท้ คือความทะยาน

 อยากนี้ทำให้มีภพอีกเป็นไปกับความกำหนัดด้วยอำนาจความเพลิดเพลินในอารมณ์นั้น

  กล่าวคือ ความทะยานอยากในอารมณ์ที่ใคร่ คือความทะยานอยากในความมีความ

 เป็น คือความทะยานอยากในความไม่มีไม่เป็น

 

  ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ ก็นี้แล เป็นความดับทุกข์อย่างจริงแท้ คือความดับโดยสิ้นกำหนด

 โดยไม่เหลือแห่งตัณหานั้นนั่นเทียวอันใด ความสละตัณหานั้น ความวางตัณหานั้น ความ

 ปล่อยตัณหานั้น ความไม่พัวพันแห่งตัณหานั้น

 

  ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ ก็นี้แล เป็นข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์อย่างจริงแท้คือ ทางมี

 องค์ ๘ เครื่องไปจากข้าศึกคือกิเลสนี้แล กล่าวคือปัญญาอันเห็นชอบ ทำดวงตา ทำญาณ

 ให้รู้ ย่อมเป็นไปเพื่อความเข้าไปสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความรู้ดีความตั้งจิตชอบ

 

  ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ ดวงตาได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว

 วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้ว แก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยได้ฟัง

 ฟังแล้วในกาลก่อนว่า นี้เป็น ทุกขอริยสัจ

 

  ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ ดวงตาได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว

 วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้ว แก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยได้ฟัง

 แล้วในกาลก่อนว่า ก็ทุกขอริยสัจนี้นั้นแล ควรกำหนดรู้

 

  ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ ดวงตาได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว

 วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้ว แก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยได้ฟัง

 แล้วในกาลก่อนว่า ก็ทุขอริยสัจนี้นั้นแล อันเราได้กำหนดรู้แล้ว

 

  ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ ดวงตาได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว

 วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้ว แก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยได้ฟัง

 แล้วในกาลก่อนว่า นี้ทุกขสมุทัยอริยสัจ

 

  ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ ดวงตาได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว

 วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้ว แก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยได้ฟัง

 แล้วในกาลก่อนว่า ก็ทุกขสมุยทัยอริยสัจนี้นั้นแล ควรละเสีย

 

  ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ ดวงตาได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว

 วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้ว แก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยได้ฟัง

 แล้วในกาลก่อนว่า ก็ทุกขสมุทัยอริยสัจนี้นั้นแล อันเราได้ละแล้ว

 

  ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ ดวงตาได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว

 วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้ว แก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยได้ฟัง

 แล้วในกาลก่อนว่า นี้ทุกขนิโรธอริยสัจ

 

  ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ ดวงตาได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว

 วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้ว แก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยได้ฟัง

 แล้วในกาลก่อนว่า ก็ทุกขสมุทัยอริยสัจนี้นั้นแล ควรทำให้แจ้ง

 

  ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ ดวงตาได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว

 วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้ว แก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยได้ฟัง

 แล้วในกาลก่อนว่า ก็ทุกขสมุยทัยอริยสัจนี้นั้นแล อันเราได้แจ้งแล้ว

 

  ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ ดวงตาได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว

 วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้ว แก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยได้ฟัง

 แล้วในกาลก่อนว่า นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจ

 

  ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ ดวงตาได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว

 วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้ว แก่เราในธรรมทั้งหลายที่เราไม่เคยได้ฟัง

 แล้วในกาลก่อนว่า ก็ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจนี้นั้นแล ควรให้เจริญ

 

  ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ ดวงตาได้เกิดขึ้นแล้ว ญาณได้เกิดขึ้นแล้ว ปัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว

 วิทยาได้เกิดขึ้นแล้ว แสงสว่างได้เกิดขึ้นแล้ว แก่ธรรมในเราทั้งหลายที่เราไม่เคยได้ฟัง

 แล้วในกาลก่อนว่า ก็ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทาอริยสัจนี้นั้นแล อันเราเจริญแล้ว

 

  ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ ปัญญาอันรู้เห็นตามเป็นจริงแล้วอย่างไรในอริยสัจ ๔ เหล่านี้

 ของเราซึ่งมีรอบ ๓ มีอาการ ๑๒ อย่างนี้ยังไม่หมดจดเพียงใดแล้ว ดูก่อนปัญจัควัคคีย์

 ทั้งหลาย เราได้ยืนยันตนว่า เป็นผู้ตรัสรู้พร้อมเฉพาะซึ่งปัญญาเครื่องตรัสรู้ชอบไม่มี

 ความตรัสรู้อื่นจะยิ่งกว่าในโลกเป็นไปกับด้วยเทพดามารพรหมในหมู่สัตว์ทั้งสมณ

 พราหมณ์เทพดามนุษย์ไม่ได้เพียงนั้น

 

  ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ ก็เมื่อใดแล ปัญญาอันรู้เห็นตามเป็นจริงอย่างไรในอริยสัจ ๔

 เหล่านี้ของเราซึ่งมีรอบ ๓ มีอาการ ๑๒ อย่างนี้หมดจดดีแล้ว เมื่อนั้นเราจึงได้ยืนยัน

 ตนว่า เป็นผู้ตรัสรู้พร้อมเฉพาะซึ่งปัญญาเครื่องตรัสรู้ชอบ ไม่มีความตรัสรู้อื่นยิ่งกว่า

 ในโลกเป็นไปกับด้วยเทพดามารพรหมในหมู่สัตว์ทั้งสมณพราหมณ์เทพดามนุษย์

 

  ดังนี้แล ปัญญาอันรู้เห็นได้เกิดขึ้นแก่เรา ว่าความพ้นพิเศษของเรา ไม่กลับกำเริบ

 ชาตินี้เป็นที่สุดแล้ว บัดนี้ไม่มีภพอีก (หมายถึงนิพพาน-ลุงหนานฯ) พระผู้มีพระภาค

 เจ้าได้ตรัสธรรมปริยายนี้แล้ว ปัญจัควัคคีย์ก็มีใจยินดี เพลินภาษิตของพระผู้มีพระภาค

 เจ้า ก็แลเมื่อเวยยากรณ์นี้ อันพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสอยู่ จักษุในธรรมอันปราศจากธุลี

 ปราศจากมลทิน ได้เกิดขึ้นแล้ว แก่พระผู้มีอายุโกณฑัญญะ ว่า สิ่งใดสิ่งหนึ่ง มีอันเกิด

 ขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งทั้งปวงนั้น มีอันดับไปเป็นธรรมดา

 

  ก็ครั้งเมื่อธรรมจักร อันพระผู้มีพระภาคเจ้าให้เป็นไปแล้ว เหล่าภุมมเทพดาก็ยัง

 เสียงให้บันลือลั่น (เหล่าทวยเทพสรรเสริญปีติยินดีส่งต่อขึ้นไปเป็นทอดๆ ยังสวรรค์

 ตั้งแต่ชั้นจาตุมหาราชิกาซึ่งเป็นชั้นแรกจนถึงชั้นสูงสุดคือ พรหม-ลุงหนานฯ) ว่านั่น

 จักร คือธรรม ไม่มีจักรอื่นสู้ได้ อันพระผู้มีพระภาคเจ้าให้เป็นไปแล้ว ที่ป่าอิสิปตนะ

 มฤคทายวันใกล้เมืองพาราณสี อันสมณพราหมณ์ เทพดา มาร พรหม และใครๆ ใน

 โลกยังให้เป็นไปไม่ได้ ดังนี้

 

  เทพเจ้าเหล่าชั้นจาตุมหาราช (ที่มีท้าวเวสสุวรรณเป็นหัวหน้า-ลุงหนานฯ)ได้ฟังเสียง

 ของเทพเจ้าเหล่าภุมมเทพดา(พระภูมิเจ้าที่-แม่ธรณี-แม่คงคา ฯลฯ ที่อยู่ในโลกมนุษย์-

  ลุงหนานฯ) แล้วก็ยังเสียงให้บันลือลั่น เทพเจ้าเหล่าชั้นดาวดึงส์ (ที่มีพระอินทร์เป็น

 หัวหน้า-ลุงหนานฯ) ได้ฟังเสียงของเทพเจ้าเหล่าชั้นจาตุมหาราชแล้ว ก็ยังเสียงให้บันลือ

 ลั่น เทพเจ้าเหล่าชั้นยามา ได้ฟังเสียงของเทพเจ้าเหล่าชั้นดาวดึงส์แล้ว ก็ยังเสียงให้บัน

 ลือลั่น เทพเจ้าเหล่าชั้นดุสิต ได้ฟังเสียงของเทพเจ้าเหล่าชั้นยามาแล้ว ก็ยังเสียงให้บัน

 ลือลั่น เทพเจ้าเหล่าชั้นนิมมานรดี ได้ฟังเสียงของเทพเจ้าเหล่าชั้นดุสิตแล้ว ก็ยังเสียง

 ให้บันลือลั่น เทพเจ้าเหล่าชั้นปรนิมมิตวสวัดดีได้ฟังเสียงของเทพเจ้าเหล่าชั้น

 นิมมานรดีแล้ว ก็ยังเสียงให้บันลือลั่น เทพเจ้าเหล่าที่เกิดในหมู่พรหม ได้ฟังเสียงของ

 เทพเจ้าเหล่าชั้นปรนิมมิตวสวัดดีแล้ว ก็ยังเสียงให้บันลือลั่น ว่านั่นจักร คือธรรม ไม่

 มีจักรอื่นสู้ได้ อันพระผู้มีพระภาคเจ้าให้เป็นไปแล้วที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้

 เมืองพาราณสี อันสมณพราหมณ์ เทพดา มาร พรหม และใครๆ ในโลกยังให้เป็นไป

 ไม่ได้ ดังนี้ (หมายถึงว่ายังไม่มีใครๆ ในโลกมนุษย์และสวรรค์มองเห็นธรรมของพระ

 สัมมาสัมพุทธเจ้า-ลุงหนานฯ)

 

  โดยขณะครู่เดียวนั้น เสียงก็ขึ้นไปถึงพรหมโลก ด้วยประการฉะนี้ ทั้งหมื่นโลก

 ธาตุได้หวั่นไหวสะเทือนสะท้านลั่นไป ทั้งแสงสว่างอันยิ่งไม่มีประมาณได้ปรากฏ

 แล้วในโลก ล่วงเทวานุภาพของเทพดาทั้งหลายเสียหมด ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระ

 ภาคเจ้าได้ทรงเปล่งอุทานว่า โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ ผู้เจริญ โกญฑัญญะได้รู้

 แล้วหนอ ผู้เจริญ เพราะเหตุนั้น นามว่า อัญญาโกณฑัญญะนี้ นั่นเทียว ได้มีแล้วแก่

 พระผู้มีอายุโกณฑัญญะ ด้วยประการฉะนี้แล.

 

  (โกณฑัญญะผู้มีอายุหมายถึงผู้อาวุโสที่สุดในปัญจัควัคคีย์ทั้ง ๕ ซึ่งได้เกิดดวงตา

 เห็นธรรมบรรลุเป็นอริยบุคคลขั้นอรหันต์ และได้เป็นพระภิกษุองค์แรกในพระพุทธ

 ศาสนาและเป็นพระอริยบุคคลคือพระอรหันต์ด้วย-ลุงหนานฯ)

 

  เป็นอย่างไรบ้างครับสมาชิกโอเคเนชั่นทุกท่าน ลุงหนานปั๋นหวังเป็นอย่างยิ่งว่า

 ท่านที่มีความสงสัยว่า องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อริยสัจ ๔ ประกอบด้วย

 อะไรบ้าง พระธรรมปฐมเทศนาพระธรรมจักรกัปปวัตนสูตรมีเนื้อหาใจความเป็น

 อย่างไร ตอนนี้ก็ได้รู้แล้วนะครับว่า ธรรมจักรกัปปวัตนสูตรที่ทรงแสดงให้ปัญจัค

 วัคคีที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวันนั้น ประกอบไปด้วย ธรรมที่เกิดทุกข์ คือ ขันท์ ๕ ประ

 กอบด้วย รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ซึ่งไม่ใช่ตัวตนของเรา ไม่ใช่ตัวไม่ใช่

 ตน อริยสัจ ๔ คือ ทุกข์ (ที่เกิดจากขันฑ์ ๕) สมุทัย นิโรธ และ มรรค คือทางแห่งการ

 ดับทุกข์ มีองค์ ๘ หรือหนทาง ๘ ประการ ซึ่งเป็นทางนำไปสู่ นิพพาน

 

  บทคำแปลเนื้อหาของพระธรรมจักรกัปปวัตนสูตร นี้ เป็นบทที่แปลจากพระคาถา

 ที่พระสังฆบูรพาจารย์ได้ร้อยกรองขึ้นเป็นภาษาบาลีสำหรับพระภิกษุสงฆ์หรือฆรา-

 วาสใช้สวดเพื่อเจริญสติ และเป็นการสาธยายพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านิยม

 สวดกันในวันพระ สวดได้ทั้งพระภิกษุสงฆ์และฆราวาส บทคำแปลข้างต้นจึงถูกร้อย

 กรองให้เป็นไปตามต้นฉบับในภาษาบาลีที่เราใช้สวดกันอยู่ในปัจจุบันนี้ พี่น้องเพื่อน

 พ้องน้องพี่ ท่านใดสนใจใคร่มี พระคาถาพระธัมมจักรกัปปวัตนสูตร อาจจะไปซื้อได้

 ที่ร้านสังฆภัณฑ์ ร้านหนังสือธรรมมะ หรือหลาย ๆ วัดมักจะมีการพิมพ์แจกเป็นธรรม-

 ทาน ขอให้หมั่นสวดทุกคืนวันในวันพระธรรมสวนะ จักได้ก่อให้เกิดปัญญาญานมีสติ

 มีสมาธิ ได้โดยตรง ส่วนโดยอ้อมนั้นก็จักได้รับผลานิสงส์แห่งการสวดมนต์คือ

 เหล่าเทพเทวดาอารักษ์ พระภูมิ เจ้าที่ แม่ธรณี ผีบ้านผีเรือน เหล่าสัมภเวสีทั้งหลาย

 จักได้มีความยินดี ทำให้เราเป็นที่รักของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เมื่อเราได้สวด

 แล้วเจริญสติ แผ่เมตตา กรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้ เทวดา เจ้ากรรมนาย

 เวร ผู้มีพระคุณ วิญญาณบรรพบุรุษ พระกษัตริยาธิราชเจ้า และสรรพสัตว์ทั้งหลาย

 จักส่งผลให้เรามีใจอิ่มเอิบ สดใส มีสติ ทุกเมื่อ

  

 

 เราเป็นชาวพุทธมามกะ จึ่งควรได้ทราบความหมาย ความเป็นมา และความสำ

 คัญ ของวันสำคัญต่าง ๆ ในพระพุทธศาสนา เพื่อให้ได้ชื่อว่า เป็นชาวพุทธที่แท้

 จริง ดังนั้น ลุงหนานปั๋นจึงเชิญชวนพี่น้องเพื่อนพ้องน้องพี่ ชาวโอเคเนชั่นทั้งหลาย

 ที่เป็นพุทธมามกะ ได้เข้าวัด ทำบุญ ถือศีล งดอบายมุข ในวันอาสาฬหบูชาและวัน

 เข้าพรรษานี้ เพื่อความสุข ความเจริญ แด่ตัวท่านเอง และประเทศชาติบ้านเมือง

 จรรโลงไว้ซึ่งความมั่นคงแห่งบวรพุทธศาสนา และถวายเป็นพระราชกุศลให้องค์

 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลมหาราชอันเป็นที่รักยิ่งของพวกเราชาวไทยทุก

 คนพร้อมทั้งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระราชินีนาถ พร้อมทั้งพระบรมวงศ์สานุวงศ์ทุก

 พระองค์ ให้มีพระพลานามัยสมบูรณ์ ฯลฯ เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของพวกเราชาวไทย

 ทุกคน เทอญฯ.

 

หมายเหตุ-พระคาถาบทสวดนี้ในภาษาบาลีต้นฉบับที่แต่ละวัดทั่วประเทศไทยใช้สวดกันนั้น

 เป็นบทสวดมนต์พระธรรมจักกัปปวัตนสูตร ที่มีเนื้อหาใจความแก่พระภิกษุทั้งหลาย

  ดังนั้น ในคำขึ้นต้น ที่ว่า ดูก่อน นั้น จะเป็นคำว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพราะเป็นการ

  บรรยายให้พระภิกษุสงฆ์ จึงขึ้นต้นด้วยดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แต่ลุงหนานปั๋นเอามา

  ปรับเป็น ดูก่อนปัญจัควัคคีย์ เพื่อให้เกิดการเห็นภาพว่าพระพุทธองค์ทรงตรัส

  แสดงให้ปัญจัควัคคีย์ ฟังนั่นเอง

 -พระปฐมเทศนาพระธรรมจักกัปปวัตนสูตรนี้ เปรียบเสมือนกงล้อแห่งธรรม คำ จักร

 จึงเป็นที่มาแห่งสัญลักษณ์ประจำพระพุทธศาสนาของประเทศไทยคือวงล้อแห่ง

  ธรรม ก็คือ ธรรมจักร นั่นเอง นะเพื่อน-พ้อง-น้อง-พี่-ลูกหลานทั้งหลาย

   

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 27/07/2010 เวลา : 12.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "สิงคโปร์ มีแนวทางใหม่บริหารหนี้สาธารณะอย่างไร " [เชิญคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลยครับ]

ขอบคุณมากครับ สำหรับคำแปลพระสูตรที่สำคัญนี้
ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลุงหนานปั๋น วันที่ : 26/07/2010 เวลา : 10.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lungnanpun

ขอประทานโทษสมาชิกและแฟนๆ ทุกท่านที่เข้ามาอ่าน ลุงหนานปั๋นไม่สามารถจัดทำรูปแบบตัวอักษรให้มันเรียบร้อยสวยงามได้จัดในเวิร์ดแล้วก๊อปมาแปะและจัดในหน้าจัดการเรื่องในเว็ปฯแล้วอย่างเรียบร้อยเลือกสีอักษร-เลือกพื้นอักษรแล้วแต่พอโพสต์แล้วมันเป็นอย่างที่เห็นนี้แหละไม่รู้จะทำอย่างไรดีไม่ค่อยรู้เรื่องการใช้คอมฯเด็กๆ ก็ไม่อยู่แถวนี้สักคนต่อไปคงต้องจ้างคนมาสอน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน