*/
  • ลุงหนานปั๋น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : morakot.alfalfa@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-05-22
  • จำนวนเรื่อง : 6
  • จำนวนผู้ชม : 17895
  • จำนวนผู้โหวต : 7
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
วันอาทิตย์ ที่ 14 พฤศจิกายน 2553
Posted by ลุงหนานปั๋น , ผู้อ่าน : 3572 , 14:13:11 น.  
หมวด : ต่างประเทศ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน market โหวตเรื่องนี้


          กว่างโจว-นครหลวงแห่งมณฑลกว่างตง
    
หลาย ๆ ท่านรู้จักว่านครกว่างโจว เป็นเมืองเอกของมณฑลกว่างตง ที่มักจะคุ้นหูมาแต่เก่าก่อนในชื่อ "กวางเจา" มณฑล "กวางตุ้ง" และในปัจจุบันนี้ที่ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนมีความเจริญก้าวหน้าขึ้นมาถึงขีดสุด จนมาเป็นมหาเศรษฐีทางเศรษฐกิจในอันดับที่ 2 ของโลกอย่างเป็นทางการเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ และปัจจุบันนี้คนไทยเชื้อสายจีน หรือคนไทยแท้ ๆ ก็ได้เรียนวิชาภาษาจีนกลางกันมากขึ้น ในประเทศไทยจึงมีลูกหลานของชาวไทยเชื้อสายจีนเป็นจำนวนมาก ที่พูด-อ่าน-เขียน อักษรจีนใหม่ ที่คนจีนในประเทศจีน 1 พัน 3 ร้อยล้านกว่าคนเขาใช้กัน
     ภาษาจีนกลาง ในประเทศจีนเรียกว่า ภาษา "ผู่ทงฮว่า" หรือ "ฮั่นหยวี่" เพราะชาวจีนถือว่าตนเองเป็นชนชาติ "ฮั่น" ซึ่งเ็ป็นประชากรส่วนใหญ่ 92% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ที่มีอยู่ 56 ชนชาติ
     ประเทศไทยของเรา มีชาวจีนแต้จิ๋วอาศัยอยู่มากที่สุดในโลก อาจจะเรียกได้ว่า ชาวไทยเชื้อสายแต้จิ๋ว มีมากกว่าชาวเมืองแต้จิ๋ว(จังหวัดเฉาโจว-มณฑล กว่างตง)ที่อยู่ในประเทศจีนเสียอีก เพราะชาวแต้จิ๋วในเมืองแต้จิ๋วและซัวเถา ในกว่างตงนั้น มีอยู่ทั้งหมดประมาณ น่าจะไม่เกินสิบกว่าล้านคน บวกลบห้าล้าน
     อิทธิพลของภาษาแต้จิ๋วจึงมีมากที่สุดในประเทศไทยและภาษาไทย
     ในปัจจุบันนี้ ลุงหนานปั๋นอ่านหนังสือพิมพ์ "คม-ชัด-ลึก" ทุก ๆ วันไม่เคยขาด เรียกว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ และดูข่าวจากโทรทัศน์บ้างถ้ามีโอกาส จะสังเกตุว่า การออกเสียงชื่อสถานที่ และชื่อบุคคลสำคัญในประเทศจีน ไม่เป็นมาตรฐานเหมือนกัน และไม่ค่อยถูกต้อง ทั้งผู้ประกาศข่าวโทรทัศน์ ผู้เล่าข่าวชื่อดังทั้งหลาย และตามหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับต่าง ๆ กลายเป็นชื่อที่เขียนออกมาเพี้ยน ๆ ฟังแปร่งหู อ่านแปร่งตา สำหรับคนไทยที่รู้ภาษาจีนที่มีมากมายในปัจจุบัน สาเหตุเป็นเพราะว่า ผู้แปลข่าว และผู้สื่อข่าว ได้แปลชื่อบุคคลหรือชื่อเมือง ในประเทศจีน ออกมาจากอักษรโรมัน ที่พวกฝรั่งเขาเขียน หรือ แปลเอาจาก สัทถอักษร "พินยิน" ของจีน ซึ่งเป็นตัวสะกดที่นักภาษาศาสตร์ของจีนใหม่ นำเอาอักษรโรมัน มาเป็นตัวสะกดในภาษาจีนกลาง แล้วผู้สื่อข่าวไทยนำมาแปลทับศัพท์ เพี้ยนไปจากภาษาจีนกลางซึ่งสะกดออกเสียงกันไปคนละเรื่องเลย เช่น กว่างโจว(ภาษาจีนกลาง) คำสะกด Guangzhou หนังสือพิมพ์เอามาเขียนว่า กวางโจว ที่ถูกต้องจะต้องเขียนว่า "กว่างโจว" แต่ถ้าเขียนเป็นคำที่เราคุ้นเคยมานาน ก็อาจจะเขียนว่า กวางเจา จะดีกว่า กวางโจว ซึ่งไม่ถูก นายกรัฐมนตรีจีน เวิน เจีย เป่า หนังสือพิมพ์มักจะเขียนชื่อท่านเป็น นายเหวิน เจีย เป่า ซึ่งผิด ตัวสะกดชื่อของนายยกจีนคนปัจจุบันเขาสะกดอย่างนี้ Wen jia bao ออกเสียงว่า "เวิน เจีย เป่า" มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นเสียงสะกดในอักษรไทยที่คนไทยคุ้นเคยมานาน ถ้าจะเขียนอย่างนี้ก็ไม่ถือว่าผิด แต่ถ้าเขียนตามภาษาจีนกลางจะต้องเขียนว่า "กว่างตง" Guangdong  กว่าง แปลว่า กว้างขวาง ตง แปลว่า ตะวันออก ภาษากวางตุ้ง ออกเสียงว่า กว๋องตุ๋ง กว่างโจว ออกเสียงว่า กว่องเจ๋า เช่นเดียวกัน เมืองแต้จิ๋วซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งของมณฑลกว่างตง แต่พูดกันคนละภาษาฟังกันไม่รู้เรื่องกับคนกวางตุ้ง ภาษาจีนกลาง ออกเสียงเมืองแต้จิ๋วว่า "เฉาโจว" Chaozhou เมืองซัวเถาของคนแต้จิ๋ว จีนกลางออกเสียงว่า "ซ่านโถว" Santou
     ดังนั้นจึงอยากเสนอให้หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก ฝ่ายข่าวต่างประเทศ และบรรดาหนังสือพิมพ์ไทยทุกฉบับ และสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ควรจะมีบุคลากรที่สามารถอ่าน-พูด-เขียน ภาษาจีน(แบบใหม่) ประจำการสัก 1 คนได้แล้ว เพราะปัจจุบันนี้ คนไทยอ่านจีนได้มีเยอะมากและเช่นเดียวกัน คนจีนที่อ่านไทยได้ก็เข้ามาทำงานหรือทำธุรกิจในประเทศไทย ก็มีมากเช่นกัน แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ ปัจจุบันนี้ เราจะต้องยอมรับว่า ประเทศจีน มีความเจริญก้าวหน้าและยิ่งใหญ่มากที่สุดเพียงใด ดังนั้น องค์กรใดก็ตาม ที่มีความจำเป็นต้องสื่อสารเกี่ยวกับจีน หรือถ่ายทอดข่าวสารบ้านเมืองของประเทศจีน จะต้องตื่นตัวแล้วจำเป็นที่ต้องมีบุคลากร ที่มีความรู้ในด้านภาษาจีนกลาง อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ยกตัวอย่างหนังสือพิมพ์รายวัน ที่เขียนชื่อผู้นำจีน หรือบุคคลในข่าวของประเทศจีน ชื่อสถานที่ต่าง ๆ ในประเทศจีน จะเขียนแบบผิด ๆ ถอดเสียงออกมาเขียนเป็นอักษรไทยไม่ถูกต้อง ถึงแม้ว่า คนไทยส่วนมาก จะไม่ทราบหรือไม่สนใจก็ตาม แต่คนไทยเชื้อสายจีนในรุ่นปัจจุบันที่อ่านอักษรจีนใหม่ได้ หรือคนไทยที่เรียนภาษาจีนใหม่ อ่านแล้วจะรู้สึกขัดหูขัดตาบ้าง แต่ลุงหนานปั๋นก็อยากเสนอให้มีบุคคลากรที่รู้ภาษาจีนเพื่อความถูกต้องในการสื่อสาร โดยส่วนตัวมองว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นเสียแล้วสำหรับคนไทยเรากับประเทศจีนยักษ์ใหญ่มหามิตร(ที่แท้จริง)ของไทยเรา ดูองค์สมเด็จพระเทพฯ ท่านเป็นแบบอย่าง ท่านเป็น 1 ใน 10 ชาวต่างชาติ ที่ผลโหวตจากชาวจีนทั่วประเทศ ที่คนจีนรักมากที่สุด 10 ท่านและที่สำคัญ พระองค์ท่าน เป็น 1 ใน 3 จาก 10 ท่านที่เป็นคนต่างประเทศที่ชาวจีนรักมากที่สุด ที่ยังทรงพระชนม์ชีพและมีชีวิตอยู่ อีก 7 ท่านที่สิ้นชีพไปแล้วนั้น เป็นบุคคลสำัคัญของโลกและของประวัติศาสตร์การปฏิวัติของจีน เช่น มาดามแอนนา หลุยส์ สตรองค์ และ คุณเิอ็ดการ์ สโนว์ ชาวอเมริกัน ที่เผยแพร่ความจริง ของการต่อสู้พรรคคอมมิวนิสต์จีนให้กับคนทั้งโลกเมื่อ 70-80 ปีก่อน
     ทีนี้มาว่ากันถึงรายละเอียดตามหัวข้อที่จั่วไว้ นั่นคือ บางเรื่องราวของกว่างโจวที่ควรรู้
     กว่างโจว เป็นเมืองประวัติศาสตร์ ที่สำคัญของประเทศจีน เป็นศูนย์กลางของเศรษฐกิจการค้าการพาณิชย์ทางภาคใต้สุดของจีน เป็นเมืองท่าหน้าด่านที่สำคัญในการค้าขายต่างประเทศ และเป็นเมืองที่เป็นผู้นำในการเผยแพร่อุดมการณ์ทางการเมืองและการเปลี่ยนแปลงปฏิวัติระบอบศักดินาเก่าของจีน มณฑลกว่างตงจึงเป็นมณฑลที่มีความเจริญมากในปัจจุบัน
     ขอเอ่ยในภาพรวมของมณฑลกว่างตง ก่อน กว่างตงเป็นมณฑลชายฝั่งทะเลใต้สุดของจีน คนจีนส่วนใหญ่ของที่นี่พูดภาษา เย่ ชื่อย่อของกว่างตงจึงเรียกว่า เย่ ภาษาเย่ หรือภาษากว่างตง ที่คนกวางตุ้ง (กว๋องตุ๋ง) เรียกว่า ภาษา ยับ นั่นแหละ เป็นภาษาพูดของคนส่วนใหญ่ที่นี่ รวมทั้งฮ่องกงด้วยเช่นกันที่พูดภาษานี้ รวมถึงส่วนหนึ่งของมณฑลกว่างซี(กวางสี-กว้างขวางทางตะวันตก)ด้วย ที่พูดภาษาเย่ หรือภาษายับนี้ แต่ในกว่างตง ยังมีชาวจีนอีก 3 กลุ่ม ที่พูดภาษาไม่เหมือนกัน นั่นก็คือ จีนเฉาโจว หรือแต้จิ๋ว จีนเค่อเจียหรือฮากกา(จีนแคะ)ซึ่งอาศัียอยู่มากที่สุดในประเทศจีนที่จังหวัดเหมยโจว และจีนไห่หนาน หรือไหหลำ ที่อยู่ทางใต้สุดของมณฑล และเกาะไห่หนาน ที่แยกออกไปเป็นมณฑลเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ในประเทศไทย มีชาวไทยเชื้อสายจีนจากมณฑลกว่างตงมาอาศัยพึ่งพระบรมโพธิสมภารทั้ง 4 กลุ่ม คือจีนกว่องต๋ง จีนแต้จิ๋ว จีนฮากกา และจีนใหหนำ(ชาวใหหนำแห่งประเทศไทยมีมติให้ใช้คำนี้)
     มณฑลกว่างตงเป็นถิ่นกำเนิดของนักปฏิวัติที่สำคัญที่สุดของประวัติศาสตร์จีน 2 ท่าน ซึ่งทั้งสองท่านนั้นล้วนเป็นชาวกว่างตงเชื้อสายฮากกาทั้งสอง คือ หงซิ่วฉวน ผู้นำกบถชาวนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีน เขาสามารถสร้างอาณาจักร "ไท่ผิงเทียนกว๋อ" ขึ้นได้ ถึง ครึ่งประเทศจากกว่างตงขึ้นไปจนถึงเขตแม่น้ำฉางเจียง(คนไทยเรียกแยงซีเกียง) สามารถตั้งเมืองหลวงได้ที่ หนานจิง ในสมัยปลายราชวงศ์ชิง แต่สุดท้ายก็ถูกกองทัพต้าชิงปราบลงได้สำเร็จ ท่านต่อมาคือ "ด๊อกเตอร์ซุนจงซาน" หรือ ซุนอี้เซียน(ซุนยัดเซ็น) บิดาประเทศจีน ซึ่งเป็นชาวจีนฮากกาที่เกิดทางตอนใต้ของมณฑลกว่างตงปัจจุบันรัฐบาลจีนตั้งชื่อหมู่บ้านเกิดของท่านว่า "นครจงซาน" เพื่อเป็นเกียรติยศแด่ท่าน ซุนจงซานเป็นผู้นำการปฏิวัติ "ซินไฮ่" ที่สามารถโค่นล้มราชวงศ์ชิง เป็นการสิ้นสุดประวัติศาสตร์แห่งราชอาณาจักรจีนอันยิ่งใหญ่ที่ปกครองโดยกษัตริย์ และระบบศักดินามาเป็นระบบสาธารณรัฐ ท่านยังเป็นผู้ก่อตั้งพรรค "กว๋อหมินต่าง" หรือพรรคประชาราษฎร์ ที่คนไทยเรียกตามชาวจีนแต้จิ๋วว่า ก๊กมินตั๋ง
     นอกจากนี้ กว่างตง ในสมัยยุคล่าอาณานิคม ยังเป็นสมรภูมิสู้รบระหว่างประชาชนชาวจีนและขุนนางจีนที่รักชาติในสมัยราชวงศ์ชิง ที่เรียกว่า "สงครามฝิ่น" โดย "หลินเจ๋อสวี" ขุนนางจีนผู้รักชาติต้องการให้ประชาชนจีนที่ติดฝิ่นกันงอมแงม จนประเทศขาดดุลการค้าอย่างมหาศาลประชาชนไม่เป็นอันต้องทำอะไร เพราะมัวแต่เสพฝิ่นอย่างเดียว จักรพรรดิ์เต้ากวาง บิดาของ จักรพรรดิ์เสียนเฟิง สามีของ ฉือซีไท่โฮ่ว(ซูสีไทเฮา) จึงส่งหลินเจ๋อสวี ให้มาปราบพวกติดฝิ่น หลินเจ๋อสวี จึงออกกฏห้ามเสพฝิ่น และห้ามขายฝิ่น และนำเอาฝิ่นที่มีอยู่ในคลังที่กว่างโจวไปเผาทิ้ง สร้างความโกรธแค้นให้กับฝรั่งชาติอังกฤษของสมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรียเป็นอย่างยิ่งจนถึงขั้นทำสงครามสู้รบกัน หลินเจ๋อสวีก็ไม่สะทกสะท้าน สั้งตั้งด่านสกัดกองเรือรบอังกฤษ ด้วยการขึงโซ่เหล็กขนาดใหญ่ เป็นทาง ๆ ระหว่างสองฝั่งแม่น้ำจูเจียง หรือแม่น้ำ "ไข่มุก" ที่ไหลผ่านนครกว่างโจว แต่สุดท้าย ผู้อ่อนแอ ก็ต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้แก่ผู้แข็งแรงกว่า อังกฤษมีชัยในสงครามฝิ่น จึงได้ใจ ขอยึดปฏิกรณ์สงครามด้วยการเอาดินแดนฝั่งเกาลูน หรือจิ่วหลง ที่อยู่ติดแผ่นดินใหญ่ของกว่างตง เข้ารวมกับ เกาะฮ่องกง (เชียงกั่ง-เกาะหอม) เสียเลย
     ปัจจุบันนี้ หลินเจ๋อสวี จึงเป็นวีรบุรุษ ที่ชาวกว่างตง และชาวจีนทั่วไปให้ความเคารพเป็นอย่างยิ่ง
     มาถึงเรื่องของนครกว่างโจว เมืองนี้ถือว่าเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดของประเทศจีน เป็นรองแต่เพียงมหานครซ่างไห่(เซี่ยงไฮ้) เท่านั้น และยังเป็นเมืองศูนย์กลางของศิลป-วัฒนธรรมของจีนภาคใต้ มีสถาปัตยกรรม ปฏิมากรรม ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนกับจีนภาคเหนือ ทั้งยังเป็นศูนย์กลางการค้า การศึกษา และเมืองที่มีความอิสระเสรีของผู้ที่อยู่อาศัยมากที่สุดเนื่องด้วยอยู่ไกลจากเมืองหลวงเป่ยจิง (ปักกิ่ง) มาก กว่างโจวจึงเป็นศูนย์รวมของบรรดานักคิด นักปฏิรูป นักปฏิวัติ สังคม เป็นจำนวนมาก ในช่วง 100 ปีลงมา จนกระทั่้งสามารถสร้างประเทศจีนใหม่ มาเป็นสาธารณรัฐจีน และสาธารณรัฐประชาชนจีนในที่สุด
     นครกว่างโจว ถือกันว่าเป็นเมืองแห่งแพะ เพราะตามตำนานเล่ากันว่าในอดีต สมัยนั้นกว่างโจวแห้งแล้งกันดารมาก เทวดาจึงลงมาจากสวรรค์เพื่อช่วยเหลือคนกว่างโจว โดยแปลงมาในร่างของแพะห้าตัว คาบรวงข้าวมาให้ประชาชนใช้เพาะปลูกและนับตั้งแต่นั้นมากว่างโจวก็กลับมาเจริญรุ่งเรืองอยู่ดีกินดีตั้งแต่บัดนั้น ดังนั้น กว่างโจว จึงมีนามแฝงว่า "เมือง 5 แพะ" ปัจจุบัน ยังมีอนุสาวรีย์ ห้าแพะ อยู่บนเนินเขาเตี้ย ๆ กลางใจเมืองที่แกะสลักจากหินอย่างสวยงาม
     สถานที่ที่น่าสนใจควรไปเที่ยวในกว่างโจว ได้แก่ พิพิธภัณฑ์แห่งมณฑลกว่างตง จะแสดงถึงประวัติศาสตร์ทุกยุคสมัยของจีนที่เกี่ยวกับมณฑลกว่างตงและนครกว่างโจว บ้านของคนตระกูล"เฉิน" ซึ่งเป็นอาคารเก่าแก่โบราณสถานที่สวยงามมาก เป็นศิลปแบบกว่างตงแท้ ๆ ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และถ้าใครอยากเที่ยวชมย่านการค้าเก่าแก่โบราณร่วมสมัย ต้องไปที่ถนนปักกิ่ง(เป่ยจิงลู่) ที่นี่จะมีสินค้าทุกอย่างให้เลือกซื้ออย่างหนำใจ เช่นยาจีนอย่างดีแขนงต่าง ๆ ร้านขายของที่ระลึก รวมไปถึงร้านขายสินค้าแบรนด์เนมทั้งแท้ทั้งเทียมต่าง ๆ มากมาย-ลุงหนานปั๋นไปกว่างโจวมาก็หลายครั้งแล้ว ไปทีไร กว่างโจวก็เจริญขึ้นทุกที เรียกได้ว่า มณฑลกว่างตงเป็นมณฑลที่เจริญที่สุดของประเทศจีนก็ว่าได้เพราะความเจริญของกว่างตง นับจากนครกว่างโจวมันเจริญเชื่อมถึงกันเป็นปริมณฑลเีดียวกันหมดอย่างแยกไม่ออกตั้งแต่นครกว่างโจว เมืองจงซาน เมืองจูไห่ เมืองเซินเจิ้น เมืองฮุ่ยโจว เมืองซ่านโถว เมืองเฉาโจว มันจะมีการติดต่อกันยาวเชื่อมถึงกันไปหมดอย่างแยกไม่ออกว่าตรงไหนอยู่ในเขตการปกครองของเมืองอะไร ท่านใดสนใจอยากไปเที่ยวประเทศจีน ถ้าอยากไปใกล้ ๆ ก็น่าจะลองไปกว่างตง ไปลงที่ กว่างโจว หรือ เซินเจิ้น ก็ได้ (เซินเจิ้น-หนังสือพิมพ์ชอบเขียนว่า เสิ่นเจิ้น-ไม่ถูกครับต้องออกเสียงว่า เซินเจิ้น ถึงจะถูกตามภาษาจีนกลาง ภาษากว่างตงหรือภาษายับ เขาออกเสียงว่า ซ่ามจั่น)
     การออกเสียงสถานที่ของจีน ถ้าเป็นเมืองหรือมณฑลที่เราใช้ภาษาแต้จิ๋วจนเราชินแล้วก็นับว่าเป็นส่วนหนึ่งของภาษาไทยแล้ว ไม่จำเป็นต้องเขียนตามภาษาจีนกลาง เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เทียนสิน เสฉวน(ซื่อชวน) กวางตุ้ง(กว่างตง) กวางเจา(กว่างโจว) ไต้หวัน(ไถวาน) แต้จิ๋ว ซัวเถา ฮกเกี้ยน(ฝูเจี้ยน) ธิเบต(ซีจ้าง) ซูสีไทเฮา(ฉือซีไท่โฮ่ว) บูเช็คเทียน(อู๋เจ๋อเทียน) เหล่านี้เป็นต้น.
ขอขอบพระคุณที่ติดตาม-หนานปั๋นคนขี้จ่ม(ขี้จ่มเป็นภาษาล้านนา แปลว่า-ขี้บ่น)

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ฟ้าน่าน วันที่ : 16/11/2010 เวลา : 14.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NamnanFanan

ขอบคุณครับ คุณลุงหนาน
ว่างๆผมจะแวะขึ้นไปแอ่วผ่อครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ลุงหนานปั๋น วันที่ : 16/11/2010 เวลา : 10.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lungnanpun

คุณยั้งคิด-คิดได้อย่างถูกต้องที่สุดครับ การประกาศปราบปราบการคอรัปชั่นในประเทศจีน เบ็ดเสร็จเด็ดขาดมากครับ-ต่างจากเกาหลี-ไต้หวัน ที่อดีตผู้นำใหญ่ ๆ เบิ้ม ๆ เขาถูกจับนะครับ แต่ประเทศจีน ผู้นำระสูงสุดของประเทศ ทุกท่าน เขาขาวสะอาดและไม่มีรอยด่างพร้อยเลยแม้แต่นิดเดียวและแม้่แต่คนเดียว-เป็นเพราะว่า ก่อนที่เขาจะคัดเลือกสรรผู้นำที่ขึ้นมาต่อไม้จากผู้นำรุ่นก่อน ๆ ระบบพรรคคอมมิวนิสต์ ของเขา จะมีแมวมอง โดยเฉพาะตัวผู้นำสูงสุดในปัจจุบัน หูจิ่นเทา เวินเจียเป่า หวูปางกว๋อ ฯลฯ เขาก็ถูกคนรุ่นเจียงเจ๋อหมิน และจูหรงจี คัดสรรมาก่อนแล้วทั้งนั้น ไม่ใช่แค่คัดสรรแบบจับตาดูอยู่อย่างเดียวนะครับ เขาดูถึงพื้นฐานทางครอบครัว-การศึกษา-แนวทางการทำงาน-อุดมการณ์ทางด้านความรักชาติ-และที่สำคัญต้องหัวระดับหัวกะทิเข้มข้นเลยทีเดียวครับ ลองดูครับ อีกไม่เกิน 5 ปี จุมีผู้นำคนใหม่ขึ้นมาแทนหูจิ่นเทาแล้ว ปัจจุบันนี้ประเทศจีนเขาไม่มีนโยบายทำงานจนแก่ตายคาตำแหน่งเหมือนสมัยเหมา-โจว-เติ้ง อีกแล้วครับ มาเริ่มที่เจียงเจ๋อหมินนี่แหละครับที่เป็นคนแรกในการวางมือเมื่อถึงวัยที่ตัวเองคิดว่าแก่ชราแล้ว เปิดทางให้คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาทำงานแทน ระบบนี้ตอนนี้เป็นที่ยอมรับในพรรคคอมมิวนิสต์จีนแล้วครับ ต่อ ๆ ไป ผู้นำรุ่นต่าง ๆ น่าจะอยู่บริหารประเทศ ไม่เกิน 10 ปี 15 ปี อย่างแน่นอนครับ.
ส่วนเรื่ิองการปราบคอรับชั่นนั้น เนื่องจากในประเทศจีนมีคนมากมายมหาศาล เมื่อมีคนมาก คนไม่ดีก็จึงมีมาก แล้วเงินทองเป็นของที่สามารถสร้างกิเลสของคนได้ง่าย ดังนั้นเราจะเห็นจีนมีการปราบปรามลงโทษอย่างเด็ดขาดกับข้าราชการระดับมณฑล เมือง ท้องถิ่นต่าง ๆ ยิ่งปราบมากเท่าไหร่ ก็ยังมีคนกล้าที่จะรับเงินอยู่เท่านั้น แต่นับว่าปัจจุบันนี้กฏของการปราบปรามนั้นรุนแรงมาก จนเิริ่มมีความสำเร็จ และเจ้าหน้าที่ระดับภูมิภาคและระดับท้องถิ่นก็เริ่มเข็ดขยาดกันแล้วครับ
สรุปว่า ในประเทศจีน ผู้นำสูงสุดไม่มีปัญหาครับ เพราะท่านเหล่านี้ล้วนรักชาติและเสียสละเพื่อชาติอย่างแท้จริง แต่ที่เป็นปัญหาต้องปราบปรามก็คือเจ้าหน้าที่ของรัฐทั่วประเทศนั่นเองครับ
เห็นอย่างนี้แล้ว ทำไมนักการเมืองไทยเชื้อสายจีน ไม่มีความดีงามเหมือนกับผู้นำประเทศจีน ซึ่งเป็นแบบอย่างและสายเลือด ติดมาถึงพวกรัฐมนตรีไทยเชื้อสายจีนทั้งหลายกันบ้าง.ก็หวังว่า "กรรม" คงจะตามทันส่งผลให้เขาเหล่านั้น เพราะมาหวังกฏหมายที่เราจะร่างขึ้นมาเพื่อปราบการฉ้อราษฎร์บังหลวงหรือหักหัวคิวในอัตรามหาโหดถึง30% นั้น คงต้องรอชาติหน้าหรือกรรมตามสนองพวกเขาเหล่านั้นเองครับคุณยั้งคิด

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
นายยั้งคิด วันที่ : 15/11/2010 เวลา : 23.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ผมมองว่าปัจจัยสำคัญที่จีนประสบความสำเร็จ ก็คือการควบคุมไม่ให้เกิดการคอรัปชั่นได้เป็นอย่างดี เนื่องจากปกครองด้วยลัทธิคอมมิวนิสต์ที่ใช้วิธีการลงโทษอย่างรุนแรง ถึงขนาดประหารชีวิตเลยทีเดียว นอกจากนั้น พรรคคอมมิวนิสต์ยังแก้ปัญหาระบบคอมมูนได้ดีอีกด้วย ทั้งๆที่ระบอบคอมมูนถูกชาติตะวันตกเห็นว่าเป็นจุดอ่อนยิ่งนัก จนเศรษฐกิจของจีนไม่มีทางเติบโตได้เลย ผมมองอย่างนี้คงไม่ผิดเสียทีเดียวใช่ไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ลุงหนานปั๋น วันที่ : 15/11/2010 เวลา : 21.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lungnanpun

ขอตอบท่านความเห็นที่7-8 ทีเดียวกันเลยนะครับ ใช่ครับ ภาษาจีนที่เราทับศัพท์มาจากแต้จิ๋ว (อันที่จริงไม่ใช่มีแต่แต๊จิ๋วอย่างเดียว-ยังมีกวางตุ้ง-ฮกเกี้ยนใต้-ฮากกา(กรุณาอย่าอ้านว่าฮ๊ากก๊า) คำเหล่านี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของภาษาไทยไปแล้วดังนั้น สื่อสารมวลชนสามารถนำมาลงได้อย่างไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด เพราะเป็นคำที่คนไทยส่วนใหญ่ใช้กันอยู่ ลุงหนานปั๋นไม่ได้หมายความว่า คำจีนทุกคำ จะต้องเปลี่ยนมาใช้แบบภาษาจีนกลางแบบปักกิ่งกันหมด ยกเว้นคำศัพท์เกี่ยวกับสถานที่ ที่เราำไม่คุ้นเคย ชื่อของบุคคลสำคัญในปัจจุบัน ชื่อเมืองท้องถิ่นต่างๆ ที่เป็นข่าว และชื่อเมือง-มณฑลที่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก-นั่นแหละถึงควรจะใช้ให้เป็นไปตามมาตรฐานจีนกลางแบบใหม่ ยกตัวอย่างคำในภาษาจีนท้องถิ่นที่มีในประเทศไทย ที่กลายมาเป็นคำไทยไปแล้วอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง เช่น1.ตั่ง (คือโต๊ะ-แต๊จิ๋ว) 2.อี่-เก้าอี้-แต้จิ๋ว 3.หยก(จีนกลางว่า"อวี้)-ภาษากว่องต๋ง 4.ย้องเท้วฟู้-เย็นตาโฟ-ฮากกา 5.จับกัง-กรรมกร-แต๊จิ๋ว 6.โพยก๊วน-ตั๋วแลกเงิน-แต้จิ๋ว ยังมีอีกเยอะครับแต่ส่วนใหญ่เป็นศัพท์ของแต้จิ๋วเป็นส่วนใหญ่ที่คนไทยรุ่นหลังนึกไม่ถึงว่าเป็นภาษาของชาวแต้จิ๋วนึกว่าเป็นภาษาไทยแท้ -อีกอันนึงเป็นคำในภาษาจีนกลาง ก็คือกว่างนี่แหละครับ กว่างที่แปลว่ากว้าง มักจะใช้คู่กับคำว่า "กว่างขว้อ-จีนกลาง-กว้างขวาง-เห็นไหมครับว่ามันใกล้เคียงกับคำไทยแค่ไหน อีกคำนึงครับ หม่า(จีนกลาง)-ม้าที่เราเลี้ยงไว้นั่นเองครับ หม่า-ม้า ใกล้เคียงกันไหมครับ
ส่วนตัวละครในหนังสือนิยายที่ท่านโกวเล้ง หรือท่านกิมย้งท่านแปลออกมาเป็นสำนวนแต้จิ๋วก็ให้ท่านเขียนชื่อตัวละครเป็นแต้จิ๋วของท่านไปเถิดครับ ใครจะไปสั่งให้ท่านเปลี่ยนได้-เพราะคนอ่าน80-90% คุ้นเคยกับสำนวนชื่อเสียงเรียงนามของตัวละครเป็นภาษาแต้จิ๋ว ถ้าจะเขียนเป็นชื่อในภาษาฮากกา ลุงหนานปั๋นเป็นชาวไทยเชื้อสายฮากกา-ก็อ่านไม่มันส์เหมือนกัน อีกอย่าง ชื่อของตัวละครในเรื่องสามก๊ก กวนอู เตียวหุย เล่าปี่ และทุกทุกท่าน ล้วนเป็นคำในภาษาหมิ่นหนานหรือฮกเกี้ยนใต้ ที่สมัยอยุธยาชาวฮกเกี้ยนใต้ซึ่งเป็นภาษาแม่ของชาวแต้จิ๋วเข้ามาเป็นกลุ่มแรก ๆ ท่านเจ้าพระยาพระคลัง(หน)ท่านให้ผู้รู้ชาวจีนฮกเกี้ยนแปลเป็นสำนวนภาษาไทยที่ท่านแต่งสำนวนขึ้นมาใหม่อย่างไพเราะสวยงาม เราจะคุ้นกับชื่อตัวละครทุกตัวเป็นภาษาฮกเกี้ยนใต้ทั้งนั้น จะให้ไปเปลี่ยนได้ยังไง เพราะถือเป็นวรรณกรรมหลักของชาติไทยไปเรียบร้อยแล้ว ตัวอย่างชื่อเปรียบเทียบภาษาฮกเกี้ยนใต้-กับชื่อจีนกลางของตัวละครสามก๊ก เล่าปี่-หลิวเป้ย ตั๋งโต๊ะ-ต่งจวั๊ว กวนอู-กวานหวี่ เตียวหุย-จางเฟย โจโฉ-เฉาเชา จูกัดเหลียง-จูเก๋อเลี่ยง(ขงเบ้ง-ข่งหมิง) สุมาอี้-ซือหม่าเอี๋ยน ฯลฯ นี้คือตัวอย่างคำจีนท้องถิ่นที่กลายมาเป็นคำไทยที่เราไม่ควรเข้าไปแตะต้อง จะวุ่นวายเสียปล่าว ๆ ประเด็นของลุงหนานปั่นก็คือ ชื่อเมืองต่าง ๆ ที่เป็นข่าวที่เราไม่รู้จัก บางทีเกิดเหตุการณ์ หนังสือพิมพ์และสำนักข่าว ก็แปลมาจากข่าวของพวกฝรั่ง หรือแปลจากซีซีทีวี แล้วเขียนเพี้ยนเสียงไป ทำให้พวกเรางง กันว่าตกลงมันเป็นที่ไหนกันแน่ ชื่อมณฑลก็เช่นเดียวกัน ถ้าเป็นซื่อชวน จะเขียนว่า เสฉวน ก็ไม่มีปัญญหา แต่ก็เห็นหลาย ๆ เมืองหลาย ๆ มณฑลที่ผู้สื่อข่าวออกเสียงผิดไปอย่างมากแต่ขอโทษจริง ๆ ที่ตอนนี้คิดไม่ออก
ในคำถามที่ 2 ของท่านร้อยโฉบนั้น ปัจจุบันมันมีคำตอบอยู่ในตัวของมันอยู่แล้ว คือว่า "ปัจจุบันนี้จีนเป็นมหาเศรษฐีของโลก ขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ่รองจากสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียวและแซงหน้าญี่ปุ่นไปอย่างไม่เห็นฝุ่นแล้ว เรื่องอะไร เขาจะมางอนง้อ แบรนด์ดัง ๆ ต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ของจีนเขาล่ะ จะเอา โซนี่ หรือโนเกีย แอปเปิ้ล ไอพอท น่้ะเหรอ จีนก็ไปก๊อบเขามา มิสู้ขอสตางค์จากบริษัทผู้ผลิตยักษ์ใหญ่่ของตัวเองไม่ดีกว่าหรือ บริษัทเหล่านั้น ปัจจุบันก็มีเงินทองมากมายมหาศาล ทำกันเอง ขาย(โฆษณากันเอง) อัฐยายซื้อขนมยาย ที่สำคัญสินค้าของจีน ก็จะได้เผยแพร่ไปทั่วโลก ขอถามว่า ถ้าประเทศไทยเป็นประเทศจีนในเวลานี้ เราจะทำตามอย่างจีนไหม แน่นอน ว่าเราจะต้องทำอย่างนั้น และถามว่า ทำไมจีนถึงมีซัมซุงเข้าไปแทรก ซื้อโฆษณาได้ คำตอบคือ จีนถือว่าเกาหลี(ทั้งเหนือ-ใต้) เป็นชนชาติญาติสนิทร่วมเผ่าพันธุ์เดียวกับตัวเอง ในประเทศจีนแถบทางภาคอีสานมีชาวจีนเชื้อสายเกาหลีเยอะแยะมากมาย ที่สำคัญ ในอดีตประวัติศาสตร์อันขมขื่น จีนถูกญี่ปุ่นรุกรานย่ำยีจิตใจอย่างโหดร้ายอำมหิตประสบชะตากรรมร่วมกันกับเกาหลี เราจึงสังเกตเห็นว่า รัฐบาลจีน "โอ๋" เกาหลี ทั้งเหนือ-ทั้งใต้ เอาไว้ เพื่อถ่วงดุลกับญี่ปุ่น และตอนนี้คนจีนทุกคนก็สะใจที่ได้แซงญี่ปุ่นออกไปอย่างไม่เห็นฝุ่นแล้ว
ทั้งหมดนี้คือคำตอบและข้อชี้แจงครับผม

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ลุงหนานปั๋น วันที่ : 15/11/2010 เวลา : 21.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lungnanpun

ขอตอบท่านความเห็นที่7-8 ทีเดียวกันเลยนะครับ ใช่ครับ ภาษาจีนที่เราทับศัพท์มาจากแต้จิ๋ว (อันที่จริงไม่ใช่มีแต่แต๊จิ๋วอย่างเดียว-ยังมีกวางตุ้ง-ฮกเกี้ยนใต้-ฮากกา(กรุณาอย่าอ้านว่าฮ๊ากก๊า) คำเหล่านี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของภาษาไทยไปแล้วดังนั้น สื่อสารมวลชนสามารถนำมาลงได้อย่างไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด เพราะเป็นคำที่คนไทยส่วนใหญ่ใช้กันอยู่ ลุงหนานปั๋นไม่ได้หมายความว่า คำจีนทุกคำ จะต้องเปลี่ยนมาใช้แบบภาษาจีนกลางแบบปักกิ่งกันหมด ยกเว้นคำศัพท์เกี่ยวกับสถานที่ ที่เราำไม่คุ้นเคย ชื่อของบุคคลสำคัญในปัจจุบัน ชื่อเมืองท้องถิ่นต่างๆ ที่เป็นข่าว และชื่อเมือง-มณฑลที่คนไทยส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก-นั่นแหละถึงควรจะใช้ให้เป็นไปตามมาตรฐานจีนกลางแบบใหม่ ยกตัวอย่างคำในภาษาจีนท้องถิ่นที่มีในประเทศไทย ที่กลายมาเป็นคำไทยไปแล้วอย่างที่หลายคนคาดไม่ถึง เช่น1.ตั่ง (คือโต๊ะ-แต๊จิ๋ว) 2.อี่-เก้าอี้-แต้จิ๋ว 3.หยก(จีนกลางว่า"อวี้)-ภาษากว่องต๋ง 4.ย้องเท้วฟู้-เย็นตาโฟ-ฮากกา 5.จับกัง-กรรมกร-แต๊จิ๋ว 6.โพยก๊วน-ตั๋วแลกเงิน-แต้จิ๋ว ยังมีอีกเยอะครับแต่ส่วนใหญ่เป็นศัพท์ของแต้จิ๋วเป็นส่วนใหญ่ที่คนไทยรุ่นหลังนึกไม่ถึงว่าเป็นภาษาของชาวแต้จิ๋วนึกว่าเป็นภาษาไทยแท้ -อีกอันนึงเป็นคำในภาษาจีนกลาง ก็คือกว่างนี่แหละครับ กว่างที่แปลว่ากว้าง มักจะใช้คู่กับคำว่า "กว่างขว้อ-จีนกลาง-กว้างขวาง-เห็นไหมครับว่ามันใกล้เคียงกับคำไทยแค่ไหน อีกคำนึงครับ หม่า(จีนกลาง)-ม้าที่เราเลี้ยงไว้นั่นเองครับ หม่า-ม้า ใกล้เคียงกันไหมครับ
ส่วนตัวละครในหนังสือนิยายที่ท่านโกวเล้ง หรือท่านกิมย้งท่านแปลออกมาเป็นสำนวนแต้จิ๋วก็ให้ท่านเขียนชื่อตัวละครเป็นแต้จิ๋วของท่านไปเถิดครับ ใครจะไปสั่งให้ท่านเปลี่ยนได้-เพราะคนอ่าน80-90% คุ้นเคยกับสำนวนชื่อเสียงเรียงนามของตัวละครเป็นภาษาแต้จิ๋ว ถ้าจะเขียนเป็นชื่อในภาษาฮากกา ลุงหนานปั๋นเป็นชาวไทยเชื้อสายฮากกา-ก็อ่านไม่มันส์เหมือนกัน อีกอย่าง ชื่อของตัวละครในเรื่องสามก๊ก กวนอู เตียวหุย เล่าปี่ และทุกทุกท่าน ล้วนเป็นคำในภาษาหมิ่นหนานหรือฮกเกี้ยนใต้ ที่สมัยอยุธยาชาวฮกเกี้ยนใต้ซึ่งเป็นภาษาแม่ของชาวแต้จิ๋วเข้ามาเป็นกลุ่มแรก ๆ ท่านเจ้าพระยาพระคลัง(หน)ท่านให้ผู้รู้ชาวจีนฮกเกี้ยนแปลเป็นสำนวนภาษาไทยที่ท่านแต่งสำนวนขึ้นมาใหม่อย่างไพเราะสวยงาม เราจะคุ้นกับชื่อตัวละครทุกตัวเป็นภาษาฮกเกี้ยนใต้ทั้งนั้น จะให้ไปเปลี่ยนได้ยังไง เพราะถือเป็นวรรณกรรมหลักของชาติไทยไปเรียบร้อยแล้ว ตัวอย่างชื่อเปรียบเทียบภาษาฮกเกี้ยนใต้-กับชื่อจีนกลางของตัวละครสามก๊ก เล่าปี่-หลิวเป้ย ตั๋งโต๊ะ-ต่งจวั๊ว กวนอู-กวานหวี่ เตียวหุย-จางเฟย โจโฉ-เฉาเชา จูกัดเหลียง-จูเก๋อเลี่ยง(ขงเบ้ง-ข่งหมิง) สุมาอี้-ซือหม่าเอี๋ยน ฯลฯ นี้คือตัวอย่างคำจีนท้องถิ่นที่กลายมาเป็นคำไทยที่เราไม่ควรเข้าไปแตะต้อง จะวุ่นวายเสียปล่าว ๆ ประเด็นของลุงหนานปั่นก็คือ ชื่อเมืองต่าง ๆ ที่เป็นข่าวที่เราไม่รู้จัก บางทีเกิดเหตุการณ์ หนังสือพิมพ์และสำนักข่าว ก็แปลมาจากข่าวของพวกฝรั่ง หรือแปลจากซีซีทีวี แล้วเขียนเพี้ยนเสียงไป ทำให้พวกเรางง กันว่าตกลงมันเป็นที่ไหนกันแน่ ชื่อมณฑลก็เช่นเดียวกัน ถ้าเป็นซื่อชวน จะเขียนว่า เสฉวน ก็ไม่มีปัญญหา แต่ก็เห็นหลาย ๆ เมืองหลาย ๆ มณฑลที่ผู้สื่อข่าวออกเสียงผิดไปอย่างมากแต่ขอโทษจริง ๆ ที่ตอนนี้คิดไม่ออก
ในคำถามที่ 2 ของท่านร้อยโฉบนั้น ปัจจุบันมันมีคำตอบอยู่ในตัวของมันอยู่แล้ว คือว่า "ปัจจุบันนี้จีนเป็นมหาเศรษฐีของโลก ขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ่รองจากสหรัฐอเมริกาเพียงประเทศเดียวและแซงหน้าญี่ปุ่นไปอย่างไม่เห็นฝุ่นแล้ว เรื่องอะไร เขาจะมางอนง้อ แบรนด์ดัง ๆ ต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ของจีนเขาล่ะ จะเอา โซนี่ หรือโนเกีย แอปเปิ้ล ไอพอท น่้ะเหรอ จีนก็ไปก๊อบเขามา มิสู้ขอสตางค์จากบริษัทผู้ผลิตยักษ์ใหญ่่ของตัวเองไม่ดีกว่าหรือ บริษัทเหล่านั้น ปัจจุบันก็มีเงินทองมากมายมหาศาล ทำกันเอง ขาย(โฆษณากันเอง) อัฐยายซื้อขนมยาย ที่สำคัญสินค้าของจีน ก็จะได้เผยแพร่ไปทั่วโลก ขอถามว่า ถ้าประเทศไทยเป็นประเทศจีนในเวลานี้ เราจะทำตามอย่างจีนไหม แน่นอน ว่าเราจะต้องทำอย่างนั้น และถามว่า ทำไมจีนถึงมีซัมซุงเข้าไปแทรก ซื้อโฆษณาได้ คำตอบคือ จีนถือว่าเกาหลี(ทั้งเหนือ-ใต้) เป็นชนชาติญาติสนิทร่วมเผ่าพันธุ์เดียวกับตัวเอง ในประเทศจีนแถบทางภาคอีสานมีชาวจีนเชื้อสายเกาหลีเยอะแยะมากมาย ที่สำคัญ ในอดีตประวัติศาสตร์อันขมขื่น จีนถูกญี่ปุ่นรุกรานย่ำยีจิตใจอย่างโหดร้ายอำมหิตประสบชะตากรรมร่วมกันกับเกาหลี เราจึงสังเกตเห็นว่า รัฐบาลจีน "โอ๋" เกาหลี ทั้งเหนือ-ทั้งใต้ เอาไว้ เพื่อถ่วงดุลกับญี่ปุ่น และตอนนี้คนจีนทุกคนก็สะใจที่ได้แซงญี่ปุ่นออกไปอย่างไม่เห็นฝุ่นแล้ว
ทั้งหมดนี้คือคำตอบและข้อชี้แจงครับผม

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ango วันที่ : 15/11/2010 เวลา : 16.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ango

ขอบคุณท่านลุงหนานปั๋น
ที่พูดแทนไทยเชื้อจีนรุ่นหลังอย่างผม

ถูกใจๆๆๆ โหวตให้ครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Joseph วันที่ : 15/11/2010 เวลา : 10.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Joseph
God Bless You, Michael Joseph

ขอบคุณครับ... ยาวดีจัง แต่ได้ขึ้นเรื่อง บก. แนะนำ ถือว่าเยี่ยมครับ ได้ความรู้ใหม่ ๆ ดีครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ร้อยโฉบ วันที่ : 15/11/2010 เวลา : 10.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/meechai


ขอต่ออีกนิด
ลุงสังเกตไหมว่า เอเชี่ยนเกมที่กวางโจวคราวนี้มีอะไรแปลกๆ
ป้ายโฆษณาตามขอบเวทีการแข่งขันเห็นแต่สินค้าของจีนเอง ไม่มีโซนี่ ไอบีเอ็ม
จะมีก็ซัมซุง
ฝากเป็นคำถามไว้ที่นี่ด้วยล่ะกัน

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ร้อยโฉบ วันที่ : 15/11/2010 เวลา : 10.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/meechai


ขอบคุณสำหรับเกร็ดความรู้เรื่องกว่างโจวครับ
ส่วนเรื่องหงุดหงิดใจของท่านเกี่ยวกับการเขียนและออกเสียงชื่อสถานที่และชื่อคนจากจีนเป็นไทยนั้น ปล่อยไปตามธรรมชาติเถอะครับ
ยิ่งชื่อตัวละครสามก๊กหรือหนังสือกำลังภายในยิ่งแล้วใหญ่
ทั้งนี้ ก็เนื่องจากทางการไทยเรามิได้มีการกำหนดอย่างเป็นทางการไว้น่ะครับ
เช่น คนแต้จิ๋วแปลตัวเองมังกรหยกว่า ก๋วยเจ๋ง คนไหหนำคงไม่แปลอย่างนี้แน่
พอมายุคนี้ มังกรคู่สู้สิยทิศ เขาก็แปลตามสำนวนปักกิ่ง
ทุกอย่างค่อยๆปรับตัวของมันเอง

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ลุงหนานปั๋น วันที่ : 15/11/2010 เวลา : 08.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lungnanpun

ท่านใดที่อยากขับรถยนต์ไปประเทศจีน อดใจรออีก 2 ปี สะพานมิตรภาพไทย-ลาว ที่ฝ่ายไทยเป็นผู้สร้างเชื่อมเชียงของ จ.เชียงราย กับ เมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว เพื่อจะเชื่อมกับถนนสาย R-3A กรุงเทพ-คุนหมิง ผ่านเชียงราย-เชียงของ-บ่อแก้ว-หลวงน้ำทา(สปป.ลาว)-บ่อหาน-บ่อเต็น(ลาว)-เมืองสิงห์-เชียงรุ้ง-คุนหมิง(จีน)-ที่ได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว รอสะพานมิตรภาพไทย-ลาวที่เชียงของเสร็จเพียงอย่างเดียว ต่อไปเราจะไปประเทศจีนด้วยรถยนต์อย่างง่ายมากและสะดวก-ปลอดภัยที่สุดเพราะถนนสายนี้เป็นถนนสายเอเชียที่ผ่านไทยและลาวเข้าจีน มีความปลอดภัยกว่าถนนที่พม่าสร้างจากท่าขี้เหล็กผ่านเมืองลาเข้าชายแดนจีนสายนี้อยู่ในพม่าไม่ปลอดภัย เราจึงหันไปสร้างที่ลาวแทน จากสามเหลี่ยมทองคำ-ชายแดนจีนแค่สองร้อยกว่ากิโลเมตรเท่านั้น(ประมาณจากเส้นทางแม่น้ำโขง)-เมื่อสะพานเชียงของ-ห้วยทรายสร้างเสร็จ-บริษัท ชัยพัฒนาขนส่ง จำกัด ของเชียงใหม่ จะจัดเดินรถโดยสารชั้น 1 จากเชียงใหม่-คุนหมิง ทันที น่าสนใจไหมล่ะครับทุกท่าน.

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลุงหนานปั๋น วันที่ : 15/11/2010 เวลา : 08.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/lungnanpun

ขอขอบคุณทุกความเห็นที่ให้มา ทำให้คนแก่ ๆ มีกำลังใจขึ้นมากหลังจากถอดใจไปหลายเดือนเนื่องจากเขียนแล้วมันส่งเข้ามาบนหน้าเว็ปตัวอักษรเล็กเท่ามดแดง ตอนนี้ปกติแล้วจึงอยากเขียนเรื่องต่าง ๆ เข้ามาเพื่อร่วมสนุกครับ.
ว่าแต่คุณลุงซีเอ็มกาแฟ-เฮา "คนเจียงใหม่เหมือนกั๋น" ว่าง ๆ เราไปตะลอนจีนกันดีไหม?ลุงหนานปั๋นชอบดื่มชามาก-ลุงซีเอ็มกาแฟก็เป็นกูรูด้านกาแฟ-คงไปด้วยกันได้อิอิ.

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ไอ้เฒ่ารูญภูผาเพชร วันที่ : 15/11/2010 เวลา : 07.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sakaisociety

เป็นเรื่องราวที่ไม่ค่อยได้รู้ครับ ขอบคุณมาก
ต้นปีหน้า คงขับรถยนต์ไปเยือนเมืองจีนครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
กอบธรรม วันที่ : 14/11/2010 เวลา : 19.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/anakkumlangbai
ก่อนเกิดใครเป็นเรา? ...เมื่อเกิดแล้วเราเป็นใคร? ...ใครที่ว่าไม่นานก็ฝังบ้าง เผาบ้าง ..ไม่เชื่อให้ญาติคอยสังเกตุไว้ได้เลย.

สวัสดีครับ

ขอบคุณครับ.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
market วันที่ : 14/11/2010 เวลา : 17.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

ขอบคุณความรู้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
cm_coffee วันที่ : 14/11/2010 เวลา : 15.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cm-arabica
"ลุงรภ"

สวัสดีครับ ท่านลุงหนานปั๋น...
ขอคาระวะท่านหนึ่งจอกกาแฟครับ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน