• มหรรณพ์ไสว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : MAHANSAWAI@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2007-07-18
  • จำนวนเรื่อง : 24
  • จำนวนผู้ชม : 44374
  • ส่ง msg :
  • โหวต 19 คน
บันทึกปริศนา
ศึกษา รักษา และหรรษา กับภาษา
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mahansawai
วันเสาร์ ที่ 18 สิงหาคม 2550
Posted by มหรรณพ์ไสว , ผู้อ่าน : 3303 , 11:15:28 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ผะหมี,โคลงทาย, และ โจ๊กปริศนา

คำอธิบายสั้นๆของคำทั้งสามคำนี้คือ การละเล่นทายปริศนาคำทาย ที่มีปรากฏในเมืองไทยมาตั้งแต่อดีต  และในทุกวันนี้ก็ยังมีการสืบสานกันอยู่ แม้จะในวงแคบไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายก็ตาม

การละเล่นปริศนาคำทายทั้งสามนี้ ถือว่าเป็นวัฒนธรรมทางภาษา ที่มีต้นกำเนิด ความเป็นมา ที่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กันอย่างมาก แต่ก็มีเอกลักษณ์ และความโดดเด่นเฉพาะ ซึ่งล้วนแต่เป็นคุณค่าทางวัฒนธรรม ที่ควรศึกษาและรักษาเป็นอย่างยิ่ง  และข้อเขียนนี้ ขอเป็นส่วนหนึ่งในการนี้

หมายเหตุ  ข้อเขียนนี้ เขียนขึ้นโดยความเข้าใจอันเกิดจากประสบการณ์ของผู้เขียนประกอบกับข้อมูลเท่าที่หาได้ ซึ่งเชื่อว่า ยังมีข้อมูลอีกมากที่ผู้เขียนยังไม่รู้ หรือยังไม่ค้นพบ ดังนั้น ข้อเขียนจึงยังไม่ครอบคลุมหรือชัดเจนพอที่จะอ้างอิงใดๆได้ หากมีผู้ใดที่มีข้อมูล ที่มากและลึกกว่านี้ ไม่ว่าในเชิงเพิ่มเติม หรือหักล้างข้อเขียนนี้ รวมทั้งการชี้แนะต่างๆ ผู้เขียนจะขอน้อมรับ ด้วยความรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะนั่น ย่อมหมายถึงคุณูปการที่จะเกิดกับวงการของวัฒนธรรมแขนงนี้ สืบไป.              

"ผะหมี" คืออะไร?

ความหมายของคำว่า"ผะหมี"อย่างเป็นทางการในพจนานุกรมยังไม่มี แต่ในทางปฏิบัติหรือการใช้สื่อสารนั้น คำศัพท์นี้มีปรากฏในเมืองไทยมานานแล้ว ซึ่งในปัจจุบันยังสามารถพบเห็นได้และค้นคว้าได้

ผะหมี เป็นคำที่ยืมมาจากภาษาจีนแต้จิ๋ว คำว่า"ผะ"แปลว่า ตี ส่วนคำว่า"หมี"แปลว่า ความมืดหรือความเป็นปริศนา  ในทางวัฒนธรรมจีน คำว่าผะหมีนั้นมีความหมายถึง การเล่นทายปริศนา ซึ่งใช้คำว่า"ไชหมี"ที่แปลว่าการไขปริศนาก็ได้ในความหมายเดียวกัน

จากอดีต ชาวจีนนิยมเล่นทายปริศนา หรือผะหมีกันในเทศกาล "หยวนเซียวชิว" หรือเทศกาลโคมไฟ โดยการเขียนปริศนาไว้ที่โคมไฟกระดาษ แล้วจุดแขวนให้คนที่ผ่านไปมาได้ลองทายกัน ใครทายถูกก็มีของรางวัลมอบให้ ซึ่งตัวโคมปริศนาที่ใช้เล่นผะหมีนี้ ชาวจีนเรียกกันว่า"เต็งหมี" หมายถึง ปริศนาโคมไฟ(คำว่า เต็ง แปลว่าโคมไฟ) ปัจจุบันประเพณีการเล่นทายปริศนาโคมไฟ ยังคงมีการสืบทอดกันอยู่ ทั้งในจีนและในไต้หวัน

"ผะหมี" ในเมืองไทย

ไม่มีบัยังนทึกปรากฏ ว่าการเล่นผะหมีเข้ามาสู่เมืองไทยครั้งแรกเมื่อใด แต่เป็นที่เข้าใจกันว่าน่าจะเป็นช่วงต้นรัตนโกสินทร์ ซึ่งชาวจีนที่เข้ามาเมืองไทยในยุคนั้น ได้นำการละเล่นนี้ เข้ามาเล่นในหมู่คนจีนด้วยกัน โดยเล่นในเทศกาลไหว้พระจันทร์ และมีจุดที่น่าสนใจ ตรงที่ได้มีการเปลี่ยนรูปแบบจากการเขียนปริศนาลงบนโคมไฟ มาเป็นการเขียนปริศนาลงบนแผ่นกระดาษ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นรูปแบบของปริศนาผะหมีในเมืองไทย ทั้งผะหมีภาษาจีน และผะหมีภาษาไทย

ผะหมี และ โคลงทาย

เมื่อผะหมีได้เข้ามาเผยแพร่ในไทยแล้ว ในเวลาต่อมาได้มีผู้ดัดแปลงผะหมีเป็นภาษาไทยขึ้น ในระยะแรก เชื่อว่าน่าจเป็นชาวไทยเชื้อสายจีน โดยเฉพาะข้าราชบริพารเชื้อสายจีนในยุคนั้น  ซึ่งมักมีความรู้ทั้งด้านภาษาไทยและภาษาจีน  ดังจะเห็นได้ว่า ผะหมีไทยในยุคแรกนั้น  มีการผสมผสานภาษาไทยกับคำจีนเป็นส่วนมาก  และเล่นกันในรั้วในวังกับเขตพระนครชั้นใน ก่อนที่จะขยายวงกว้างไปสู่หัวเมืองต่างจังหวัด

แม้จะได้รับอิทธิพลจากผะหมีของจีน  แต่คนในยุคนั้นก็สามารถประยุกต์ผะหมีมาสู่ความเป็นไทยได้อย่างกลมกลืนและมีศิลปะ  การที่คนไทยในยุคก่อนเป็นคน"เจ้าบทเจ้ากลอน"อยู่แล้ว  จึงเป็นเรื่องง่ายมากที่การเล่นผะหมีจะผสมผสานเข้ากับการประพันธ์ของไทย  โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำประพันธ์ประเภท โคลง                

  ปริศนาผะหมีสมัยก่อน  มักแต่งด้วยโคลงเป็นส่วนมาก  จนทำให้เกิดความเข้าใจว่า  ผะหมี ก็คือ โคลงทาย  หรือโคลงทายเป็นชื่อภาษาไทยของการเล่นผะหมี ซึ่งประเด็นนี้ยังไม่ชัดเจนนัก เพราะบางกระแสเชื่อว่า  ผะหมีเเละโคลงทายเป็นคนละส่วนกัน อาจเป็นไปได้ว่า  โคลงทายมีมาก่อนผะหมี  แต่ที่น่าสังเกตก็คือ ผะหมี  และโคลงทายมีความคล้ายคลึงกันมาก  กล่าวคือ ในการเล่นผะหมีก็มีโคลงทาย ใน โคลงทายก็มีความเป็นผะหมี  จะมีความเเตกต่างกันบ้างในบางส่วนเท่านั้น

ผะหมี >> โคลงทาย >> โจ๊ก

ถึงแม้ยังไม่อาจหาข้อสรุปที่ชัดเจนของผะหมีและโคลงทาย  เพราะผะหมีไม่ได้เจาะจงเฉพาะโคลงทาย  และโคลงทายก็ไม่ครอบคลุมความเป็นผะหมีทั้งหมด   แต่ทั้งผะหมีและโคลงทายต่างก็แพร่กระจายออกสู่หัวเมือง จังหวัดต่างๆโดยเฉพาะภาคกลางและภาคตะวันออก  และที่น่าสนใจคือการที่การละเล่นชนิดนี้ เผยแพร่เข้าสู่จังหวัดชลบุรี  เพราะที่นั่น  ได้เกิดเหตุการณ์ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับวัฒนธรรมแขนงนี้บางประการ

มีข้อมูลจากการบอกเล่าบันทึกไว้ว่า  การเล่นทายปริศนามีการนำเข้าไปเผยแพร่ที่ชลบุรี  ในราวปีพ.ศ.๒๔๖๐  โดยพระผู้ใหญ่รูปหนึ่ง  ซึ่งไม่แน่ชัดว่าช่วงแรกชาวชลบุรีเรียกการเล่นนี้ว่า  ผะหมี หรือ โคลงทาย   แต่ต่อมามีความพยายามจากกลุ่มผู้ร่วมทำกิจกรรมนี้   ที่จะเรียกชื่อวัฒนธรรมนี้ว่า "ปริศนากวี"  เนื่องจากเห็นว่า ผะหมีนั้นเป็นคำที่ไม่เป็นไทย   และคำว่า โคลงทายก็ไม่ครอบคลุมการละเล่นชนิดนี้  ที่มีปริศนาเป็นคำประพันธ์ในแบบอื่นๆนอกเหนือจากโคลง   แต่ในขณะที่คำว่า ปริศนากวี ยังไม่เป็นรู้จักของคนทั่วไป   กลับมีคำคำหนึ่งถูกนำมาเรียกขานวัฒนธรรมนี้โดยไม่ตั้งใจ   แต่กลับติดปากและเป็นที่รู้จักของชาวชลบุรีตั้งแต่นั้นจนถึงทุกวันนี้   นั่นคือคำว่า "โจ๊ก" 

กล่าวกันว่าในยุคแรกๆที่มีการละเล่นนี้ในชลบุรี  ได้มีผู้ช่วยในการดําเนินการละเล่นคนหนึ่ง  ต้องการสร้างความครึกครื้นให้กับคนดูคนทาย  จึงแต่งตัวเป็นตัวตลกแบบ  "โจ๊กเกอร์"  ซึ่งสร้างความสนใจและสนุกสนานให้กับผู้คนได้มาก  จึงได้ทําเช่นนี้เรื่อยมาทุกครั้งที่มีการเล่น  จนเป็นที่รู้จักและเรียกกันติดปากในหมู่ผู้คนทั่วไป  เวลาที่พบเห็นหรือจะไปเล่นการละเล่นนี้  ก็มักจะพูดกันว่า "มีโจ๊กด้วย" "ไปดูโจ๊ก" หรือ "ไปเล่นโจ๊ก" ทำนองนี้  จนกลายเป็นการเรียกการเล่นชนิดนี้ว่า "โจ๊ก" ไปในที่สุด  กระทั่งถึงทุกวันนี้

Get this widget |Track details |eSnips Social DNA




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Jui วันที่ : 26/08/2007 เวลา : 08.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

แวะมาอ่านและสวัสดีครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2007 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  



[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณมีความคิดเห็นอย่างกับการละเล่นนี้
น่าสนใจ
12 คน
ไม่น่าสนใจ
0 คน
พอเข้าใจ
1 คน
ไม่รู้เรื่อง
3 คน
ควรเพิ่มรายละเอียด
2 คน

  โหวต 18 คน