• ปลวก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : sakol_tossa@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2007-12-11
  • จำนวนเรื่อง : 14
  • จำนวนผู้ชม : 104472
  • ส่ง msg :
  • โหวต 29 คน
ชาวไม้สด31
เล่าเรื่องผ่านโต๊ะหลังห้อง ถึงเพื่อนๆทุกคน เผื่อหากใครมีเรื่องที่ชวนรำลึกถึง หรือ มีรูปในอดีต หรือ มีรูปส่วนตัว ณ.ปัจจุบัน จะได้ส่งมาแลกเปลี่ยน,บอกเล่าผ่านสื่อนี้ พอให้หายคิดถึงกันบ้าง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/maisod31
วันอังคาร ที่ 15 มกราคม 2551
Posted by ปลวก , ผู้อ่าน : 10291 , 17:01:08 น.  
หมวด : บ้านและสวน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

       มีเงินแล้ว จำนวนหนึ่ง...จึงคิดจะว่าน่าจะถึงเวลาแล้วนะ..ที่จะต้องมีที่ดินไว้ สำหรับเตรียมการณ์ ปลูกบ้านสักหลัง เพื่อเป็นหลัก เป็นฐานให้กับตนเองและครอบครัวต่อไป
       ขอลาที...กับห้องเช่าเล็กๆ (บางคนอาจจะเริ่มจากอาศัยกุฏิหลวงตาอยู่ด้วยซ้ำ)
แล้ว เราจะเริ่มต้นยังไงต่อไปหล่ะ "ที่ดินมรดก" ก็ไม่มีกับเค้าด้วยสิ!!! ใครรู้บ้างช่วยที
       ต้องเริ่มจากตัวเองครับ เพราะดูจากความต้องการและกำลังทรัพย์ที่เรามี
ดั่งคำโบราณกล่าวไว้ว่า "ปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ผูกอู่ตามใจผู้นอน" หรือ "ปลูกเรือนแต่พอตัว หวีหัวแต่พอเกล้า"
หลักการเลือกทำเลที่จะสร้างบ้าน(ภาค2) ภาคนี้..ยังไม่เกี่ยวข้องกับศาสตร์ของฮวยจุ้ยนะ!


1.ถามตัวเองก่อนว่าอยากอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบไหน 
  โดยการศึกษาจากผังการใช้ที่ดินของแต่ละจังหวัด

  ( หาข้อมูลเพิ่มได้จาก http://www.bma-cpd.go.th/default.asp?ID=001 )


   เพราะจะได้รู้ว่า ชุมชนแถบนั้นๆ เป็นเขตพื้นที่อยู่อาศัยหรือไม่ ถ้าเราเลือกจะอยู่ในเขตอุตสาหกรรม บ้านเราก็จะห้อมล้อมไปด้วยโรงงานต่างๆ แถมด้วยมลภาวะทุกรูปแบบ

บางคนอยากอยู่ใกล้สนามบินฯ เพราะเวลาไปต่างประเทศจะได้สะดวกดี แต่ลืมไปว่าชาตินี้จะได้ไปซักกี่ครั้งเลยเห็นข่าวว่า มีประชาชนกลุ่มหนึ่งออกมาเดินขบวนประท้วงให้ทางสนามบินฯ รับผิดชอบจะได้ไปซื้อบ้านที่อื่นอยู่ เพราะทนเสียงขึ้น-ลง ของเครื่องบินไม่ไหว..(ทั้งๆที่โครงการสนามบินแห่งนี้..ภาครัฐประกาศจะสร้างก่อนมีจะโครงการบ้านจัดสรรเหล่านี้มานานกว่า 40 ปีแล้ว) 

บางคนชอบธรรมชาติมากเลยเลือกอยู่โซนเกษตรกรรม(ซื้อมาจากชาวไร่-ชาวสวน ที่ร้อนเงิน ราคาถูกมากๆ) อยู่มา 10 ปีแล้ว ยังหาเพื่อนบ้านไม่ได้ซักคน ถนนหน้าบ้านยังเป็นหลุมเป็นบ่ออีกต่างหาก ขโมยก็เยอะ จึงต้องเลี้ยงหมาไว้เป็นเพื่อน ไฟฟ้า-น้ำประปาไม่ต้องพูดถึง พอถึงช่วงฤดูน้ำหลากน้ำ ระดับน้ำก็สูงเป็นเมตร  เฮ้อ!..รู้อย่างนี้ไปซื้อที่จัดสรรในเมืองจะดีกว่ามั๊ย..แพงหน่อยจะได้หมดกังวล


 2. เริ่มศึกษาข้อมูลต่างๆ อย่างละเอียด

- ราคาประเมินที่ดินในแต่ละเขต จะแตกต่างกันเพราะมันจะมีเหตุและผล แฝงเป็นข้อคิดให้พิจารณา

- หาข้อมูลจากการประกาศขายที่ดิน ตามสื่อต่างๆ และ เปรียบเทียบราคาขายในแปลงที่มีทำเลคล้ายกัน

- สำเนาโฉนดที่ดิน ดูประวัติการถือ-ครอบครอง(ภาระผูกพันของที่ดิน),ถนน(ระบุเป็นสาธารณะหรือไม่ ถ้าไม่ ตรวจสอบการจดภาระจำยอมของถนนที่เข้าออก จะได้ไม่โดนล้อมรั้วปิดทางเข้าออกภายหลัง)

- ศึกษาแผนการพัฒนาที่ดิน หรือ โครงการต่างๆที่ภาครัฐ มีนโยบายจะจัดทำ เช่น แนวเวนคืนที่ดิน เพื่อจัดทำถนนเลี่ยงเมือง หรือ ถนนวงแหวนรอบเมืองต่างๆ,แผนขยายถนน,แนวทางด่วนใหม่ๆ ตลอดจน ระบบคมนาคมต่างๆ เพื่อเราอาจจะได้ประโยชน์ หรือ เสียผลประโยชน์ จากโครงการเหล่านี้ก็ได้


ตัวอย่างภาพ และข้อมูล จาก : http://www.daoreuk.com/3rd_outerring/info.php

- ระบบสาธารณูปโภค-สาธารณูปการ ต่างๆ เช่น ไฟฟ้า,ประปา,โทรศัพท์,สัญญาณ ADSL ฯลฯ

- แผน และ แนวป้องกันน้ำท่วม ในฤดูน้ำหลาก

- มีแนวทางระบายน้ำสาธารณะ หรือไม่ ถ้าไม่มีแล้วน้ำทิ้งของเราจะไหลไปลงที่ไหน

- ในกรณีที่จะซื้อที่จัดสรร ตามโครงการต่างๆ ก็ควรดูความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการนั้นๆ ด้วย เช่น ผลงานโครงการที่ผ่านมา(มีบัญชีดำ กับ สคบ.หรือไม่) ,มีใบอนุญาตจัดสรรที่ดินแล้วหรือยัง

       เมื่อพิจารณาปัจจัยต่างๆเบื้องต้น อีกสิ่งหนึ่งที่อยากจะกล่าวเสริม คือ ระยะเวลาในการเดินทาง ในช่วงต่างๆของวัน(เช้าและเย็น) ดูการจราจรเข้า-ออก ว่ามีความหนาแน่น มากน้อยเพียงใด สะดวกในการเดินทางหรือไม่ หลักสำคัญคือตัวเราสามารถไปทำงานสะดวก รองรับอนาคตได้ดี คือลูกหลานมีที่เรียนใกล้บ้าน สามารถเดินทางกันไปเองได้ ไม่ต้องไปส่งตั้งแต่เล็กจนโต ไม่ต้องซื้อรถให้ใช้คนละคัน ใกล้ห้าง ใกล้โรงพยาบาล และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ยิ่งมากยิ่งดี เราทำงานตรงไหนก็เลือกใกล้ๆตรงนั้น อนาคตเรื่องน้ำมันก็นับวันจะแพงขึ้นเรื่อยๆ เดินทางใกล้ๆไว้เป็นดีที่สุด มีข้อยกเว้นอยู่เรื่องหนึ่งที่พอจะทดแทนเรื่องทำเลที่ตั้งได้ นั่นคือ ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ ที่สะดวกรวดเร็ว ช่วยให้เราหลุดพ้นจากปัญหาโลกแตก คือรถติดได้ เช่น
ถ้าเราเลือกทำเลที่ดินใกล้ๆระบบฯที่มีอยู่ในปัจจุบัน ราคาที่ดินจะมีราคาสูง แต่ถ้าเป็นระบบในอนาคต ยังไม่ได้สร้าง
แต่ประกาศเส้นทางและสถานีชัดเจนแล้ว ก็พอจะซื้อเวลาล่วงหน้าได้ ราคาจะรองลงมา โดยเฉพาะที่ห่างๆตัวเมืองออกมาหน่อย คือชานเมืองและปริมณฑลรอบๆ

3.รูปร่างและขนาดของที่ดิน

- รูปร่าง ควรดูพื้นที่สี่เหลียมผืนผ้า รูปที่ดินควรวางในแนวตะวันออก-ตก (บ้านจะได้รับลมได้ดี)

- สัดส่วนของที่ดิน (ด้านกว้าง และ ยาว) ให้สัมพันธ์กัน อย่าลืมว่าเวลาปลูกบ้าน จะมีกฏหมายบังคับเกี่ยวกับระยะแนวร่นของอาคารด้วย เช่น แนวผนังบ้านที่ไม่มีช่องเปิด ต้องห่างจากแนวเขตที่ดินอย่างน้อย 50 เซนติเมตร (ในกรณีที่เพื่อนบางข้างเคียงไม่เซ็นยินยอมให้) หรือ แนวผนังที่มีช่องเปิด(หน้าต่าง-ประตู)ชั้นที่1และ2 ต้องห่างจากแนวเขตที่ดินอย่างน้อย 2.00 เมตร ส่วนแนวผนังที่มีช่องเปิด(หน้าต่าง- ประตู)ชั้นที่ 3 ต้องห่างจากแนวเขตที่ดินอย่างน้อย 3.00 เมตร เป็นต้น ทีนี้เราจะได้รู้ว่าเราจะเหลือพื้นที่สำหรับปลูกสร้างบ้านเราเท่าไหร่ครับ สรุปคือต้องหักระยะร่นแนวตัวบ้านไว้ด้านละ 2 เมตร

- ขนาดของที่ดิน ก็พิจารณาจากกำลังทรัพย์ที่เรามีนะ เพราะที่ดิน ถือเป็นสินทรัพย์อย่างหนึ่ง เป็นการลงทุนระยะยาว ราคามีแต่ขึ้น ไม่มีลง และไม่มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้น ถ้ายังไม่ได้ใช้งาน (แต่อย่าลืมจ่ายภาษีที่ดิน ปีละครั้งนะ) โดยทั่วไปพื้นที่ ที่มีการจัดสรรแล้ว สำหรับบ้านเดี่ยวจะมีขนาดไม่น้อยกว่า 50 ตารางวา ซึ่งพอเหมาะในการสร้างบ้านเดี่ยว 2 ชั้น สำหรับที่มีพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน ประมาณ 120-140 ตารางเมตร

4.การกู้เงินจากสถาบันทางการเงินต่างๆ 

- เท่าที่ทราบในกรณีซื้อที่ดินเปล่า(โดยไม่มีสิ่งปลูกสร้าง) ปัจจุบันสถาบันทางการเงินเค้าจะไม่สนับสนุนเพราะมันมีประวัติเรื่อง NPL สืบเนื่องมาจากการกว้านซื้อที่ดิน เพื่อเก็งกำไรกันในยุคฟองสบู่นั่นแหละสุดท้ายก็กลายเป็นหนี้เน่า ขายทอดตลาดก็ไม่ได้ราคา
    
     เป็นข้อมูลแบบกว้างๆนะครับ คงจะพอให้ทราบถึงแนวทางการวิเคราะห์ทำเลที่ดินได้บ้าง อ่านจบอย่าพึ่งท้อ
หล่ะ ค่อยๆศึกษาข้อมูลจากอย่างละเอียด อย่าใจร้อนหรือรีบตัดสินใจซื้อ ถ้าแปลงที่ดินดังกล่าวถูกมากๆ ก็ให้ตั้งข้อสังเกตุว่า ทำไมเขาถึงขายราคานั้นๆ ร้อนเงินจริงหรือเปล่า หรือว่าเป็นนายหน้าหลอกขาย เพื่อหวังเอาเงินค้ำประกัน ก้อนแรกแล้วหายตัวไป หรือเป็นที่ตาบอดกันแน่ (ไม่มีทางเข้าออก,น้ำ-ไฟ เข้าไม่ถึง) ควรปรึกษาคนที่มีประสบการณ์ หรือ คนในครอบครัวก่อนการตัดสินใจเป็นดีที่สุด


     เมื่อเลือกทำเลที่ดินได้แล้ว

  ผมจะเล่าเรื่อง "วิธีการเลือกแบบบ้าน อย่างไรให้น่าอยู่" (ภาคต่อไป)

ปล. เผอิญผมได้อ่านบทความหนึ่ง เกี่ยวกับการพิจารณารูปทรงที่ดินแบบต่างๆ ตามหลักของ "ฮวงจุ้ย" ที่ทุกคนคงอยากรู้ และต้องการศึกษาควบคู่ไปกับการเลือกทำเลที่ดิน เช่น

 www.propertyth.com/deco/doo.php?id=16

www.fpo.go.th/FSEG/Source/ELW/ELW48.htm

www.ajarnann.com/detail.asp?catid=14&seqno=15




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ลมหนาวดาวเดือน วันที่ : 27/01/2008 เวลา : 22.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thidarut

หวัดดี และขอบคุณที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นนะจ๊ะ แต่ พี่ไม่ได้ไปไหนหรอก เพียงแต่ อาจจะไม่ได้เข้ามาเขียนบล็อกได้บ่อยเท่าเดิม ทั้งที่จริงๆก็ไม่ได้เขียนบ่อยเท่าไหร่ เพราะว่า ยุ่งงานมากๆ ทำงานวันละ กว่า 12 ชั่วโมง ขอบคุณมากที่เป็นห่วงกันแล้วจะเข้ามาบ่อยๆนะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ปลวก วันที่ : 21/01/2008 เวลา : 21.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maisod31

คุณพระช่วย พี่มะอึก
โชคดีแท้ อยู่ข้างสนามบินพอดี

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
วินนา วันที่ : 20/01/2008 เวลา : 21.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/winna

ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่ช่วยติดตามผลงานนะคะ ชอบรูปที่คุณเอามาลงค่ะ ตามอ่านเติมใจในช่องว่างทุกวันด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
มะอึก วันที่ : 18/01/2008 เวลา : 17.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

โอ้ว......นำเสนอเรื่องราวได้เช่นนี้
ต้องโหวต.
น่าสนใจและให้ความรู้มากครับ
.
บ้านผมอยู่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิแต่ไม่มีเสียงเครื่องบินรบกวน
บ้านผมอยู่ติดถนนวงแหวนตะวันออก เห็นรถวิ่ง ไม่ได้ยินเสียงจนรำคาญ แต่ไม่มีทางขึ้นข้างบ้าน
บ้านผมอยู่ริมคลองสำโรง แต่ไม่มีเรือแล่นผ่าน
.
สมบูรณ์และเงียบสงบครับ
.
โอ้บางพลี.....
.

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ฮอยล้อ วันที่ : 18/01/2008 เวลา : 14.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hoylaws

บ้านบ้านเฮือนเฮือนตูบตูบ เมื่อไหร่แล้วเมื่อไหร่จะได้เป็นเจ้าของ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ท่าชนะ วันที่ : 18/01/2008 เวลา : 12.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Karida

เคยเกือบจะสร้างบ้านอยู่แล้ว แต่ก็มีอุปสรรคตลอดเลย จะมีบ้านเป็นของตัวเองไม่นี่

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
veerin วันที่ : 17/01/2008 เวลา : 14.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerin

เป็นข้อมูลดีๆที่ให้ประโยชน์มากๆเลยค่ะ คุณปลวก

เสียดาย..รู้ช้าไปหน่อย..

เซย์ไฮ..ยามหนังท้องตึง หนังตาเริ่มหย่อนค่ะ..

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
สุพรรณิการ์ วันที่ : 16/01/2008 เวลา : 22.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rcdi

คำโบราณว่าไว้ "นกน้อยทำรังแต่พอตัว"

บ้านเล็กๆ แต่อบอุ่น น่าจะดีกว่าบ้านหลังใหญ่แต่ไร้ความสุขนะคะ

หลังเล็ก - ใหญ่ไม่สำคัญเท่าคนที่อยู่ด้วยกันทุกวันค่ะ

มีความสุขมากๆนะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
กิต วันที่ : 16/01/2008 เวลา : 04.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kit2550
สิ่งที่ยังไม่รู้........ยังมีอีกเยอะขอบคุณทุกท่าน....ที่นำเรื่องที่ยังไม่รู้...แบ่งปันกันรู้

ขอบคุณข้อมูลครับ

สวัสดีครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ญาปู่ครูบาธรรมโยคีอริยธาตุมหาญาณโพธิสัจ วันที่ : 15/01/2008 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/taimahayan
ธรรมะวิถีไทเซน  มหาสารคาม

..คน คือสัตว์โลก ที่ไม่มีการพัฒนาการทางจิตวิญญาณ
คน ที่มีการพัฒนาการทางจิตวิญญาณ ด้วยหลักมนุษยธรรม ๕ ประการ(คนไทยนิยมเรียกว่าศีล๕) จึงจะเรียกว่า มนุษย์
มนุษย์ ที่มีการพัฒนาการต่อด้วยหลักกุศลกรรมบท๑๐ จึงจะเป็น พุทธสาวกขั้นต้น เป็นอริยะบุคคลระดับอนุบาล
ฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่า ถ้ามีปกติในศีล๕ แม้จะได้ชื่อว่ามนุษย์ แต่ก็ยังไม่ถือว่าเป็นพุทธสาวก
...ขออนุโมทนาที่แวะไปเยี่ยมกิจกรรมวันเด็กดี

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปลวก วันที่ : 15/01/2008 เวลา : 18.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maisod31

อาจารย์ครับ กว่าเราจะเกิดมาเป็นมนุยษ์ได้ ก็ต้องเวียนว่าย ตายเกิด ไม่รู้กี่ชาติภพ พญานาคยังอิจฉามนุษย์เลย เพราะมีโอกาสที่จะทำบุญ บำเพ็ญบารมีให้หลุดพ้นจาก วัฐสงสารได้ โครงการที่อาจารย์ให้ผมแวะไปเยี่ยมชม ผมว่าเป็นการให้ ที่ดีมากๆครับ นับถือด้วยใจ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ญาปู่ครูบาธรรมโยคีอริยธาตุมหาญาณโพธิสัจ วันที่ : 15/01/2008 เวลา : 17.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/taimahayan
ธรรมะวิถีไทเซน  มหาสารคาม

...เกิดเป็นคนนี่ ต้องถือว่าเป็นสัตว์โลกที่มีบาปกรรมหนักหนาสาหัสมากกกกกก
...เพราะเป็นสัตว์โลกชนิดเดียว ต้องใช้เงินซื้ออาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค สัตว์พวกอื่นมันใช้ฟรีทุกอย่าง ที่ดินกว่าจะหาเลือกซื้อได้ ก็เกือบตาย แย้ กิ้งก่า งูสิง งูเห่า อยู่ฟรีๆ เฮ้อ ...แต่ถึงอย่างไรก็อยากเป็นคน
..มาชวนไปแวะดูกิจกรรมวันเด็กดี ที่ไม่เหมือนวันเด็กทั่วไป ที่บ้านTaimahayan ถ้ามีสาระมากพอ ก็ช่วยVoteด้วย
และช่วยแสดงความคิดเห็น เสริมถนนมิตรภาพในสหายโค ให้แน่นแฟ้นด้วยเด้อ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

KITARO

Matsuri_ขอบคุณคลิปจาก youtube "เสน่ห์แห่งตะวันออก" ใช้ฟังเพื่อความบันเทิง มิได้มุ่งการค้า

View All