*/
  • มะลิซ้อนซ่อนรัก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2014-05-03
  • จำนวนเรื่อง : 260
  • จำนวนผู้ชม : 58882
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
วันพุธ ที่ 2 ธันวาคม 2563
Posted by มะลิซ้อนซ่อนรัก , ผู้อ่าน : 158 , 14:38:10 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

  ทีเส็บผลักดันนโยบาย “Festival Economy”
สร้าง “เศรษฐกิจ” เมืองด้วยงานเทศกาล กระจายรายได้ทั่วประเทศ

กรุงเทพฯ - สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ผลักดันนโยบาย “Festival Economy” เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการสร้างมรดกใหม่ (New Legacy) ทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม และมุ่งสร้างความยั่งยืนให้กับเมืองและชุมชนผ่านการจัดงานเทศกาล พร้อมเปิดตัว “Thailand Power Up” แคมเปญช่วยผู้จัดงานเทศกาลให้สามารถเดินหน้าจัดงานต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นและรักษาฐานแฟนของงานเทศกาลทั้งในและต่างประเทศที่ยังเดินทางเข้ามาร่วมงานไม่ได้ นอกจากนี้ ทีเส็บยังทำงานร่วมกับสมาคมและเครือข่ายภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับและสร้างงานเทศกาลของไทยสู่ระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นการดำเนินการทั้งในแง่ของการผลักดันและกระตุ้นผู้จัดงานเทศกาลอย่างเป็นระบบครบวงจร

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ กล่าวถึงนโยบายการส่งเสริมธุรกิจการจัดงานเทศกาลในประเทศไทยว่า ทีเส็บเล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาและสร้างมรดกทางเศรษฐกิจด้วยงานเทศกาล (Festival Economy) ให้กับเมืองและชุมชน โดยเน้นการใช้อัตลักษณ์ของเมือง (City DNA) ในการออกแบบกิจกรรมสำหรับงานเทศกาล (Experience Design) ก่อให้เกิด
ระบบนิเวศใหม่ (New Ecosystem) ในการพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองผ่านการจัดงานเทศกาล ซึ่งจะเป็นเครื่องมือดึงดูดกลุ่มนักเดินทางคุณภาพที่มีกำลังซื้อสูง ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่เน้นการเดินทางเพื่อแสวงหาประสบการณ์รูปแบบใหม่ พร้อมกันนี้ นโยบาย Festival Economy ยังเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างเศรษฐกิจ กระจายรายได้ กระจายความเจริญ ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพของเมือง พัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาบุคลากรภายในพื้นที่ จึงก่อให้เกิดการพัฒนาอย่างรอบด้านและยั่งยืน

นอกจากนี้ ทีเส็บให้ความสำคัญและตั้งเป้าผลักดันนโยบาย Festival Economy เป็นกลยุทธ์สำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เมืองและชุมชนจับมือกับเครือข่ายสมาคมฯ ที่มีความเชี่ยวชาญ 5 สมาคมหลัก  คือ สมาคมการค้าส่งเสริมการจัดมหกรรมและเทศกาลนานาชาติไทย (TIEFA), สมาคมการค้าผู้จัดงานกีฬามวลชนไทย (TMPSA), สมาคมเครือข่ายผู้สร้างสรรค์วิชาชีพสื่อบันเทิงไทย (TECNA), สมาคมการค้าส่งเสริมอุตสาหกรรมศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย (CAPT) และสมาคมธุรกิจสร้างสรรค์การจัดงาน (EMA) ในการร่วมออกแบบและสร้างงานเทศกาลที่เหมาะสมให้กับเมือง และพัฒนาต่อยอดจนเกิดเป็น “หนึ่งเมือง หนึ่งสิทธิบัตรงานเทศกาลนานาชาติ (1 City 1 Licensed Event)” ภายใน 5 ปี เพื่อเพิ่มมูลค่า ยกระดับ และส่งออกงานเทศกาลที่เกิดจากสิ่งที่เป็นอัตลักษณ์ของเมืองให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยมีเป้าหมายในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว คือ การกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ส่งเสริมให้เมืองเป็นจุดหมายปลายทางในการจัดงานเทศกาล และการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน

 ในการนี้ สสปน. และสมาคมการค้าส่งเสริมการจัดมหกรรมและเทศกาลนานาชาติไทย หรือ TIEFA ได้ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือจำนวน 2 ฉบับ เพื่อขับเคลื่อนการสร้างเศรษฐกิจด้วยงานเทศกาลในพื้นที่นำร่อง คือ
1) การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการออกแบบงานเทศกาลและพัฒนาเมืองผ่านการจัดงานเทศกาล ร่วมกับจังหวัดเพชรบุรีโดยนายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เพื่อผลักดันและยกระดับงานเทศกาลในจังหวัดเพชรบุรี และส่งเสริมการกระจายรายได้ สร้างเศรษฐกิจในจังหวัดผ่านการจัดงานเทศกาล (Festival Economy) อย่างยั่งยืน
2) การลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการสร้างงานเทศกาลเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของย่านราชประสงค์ ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ เพื่อส่งเสริมและยกระดับการจัดงานเทศกาลในย่านราชประสงค์ เพื่อสร้างผลเชิงบวกทางเศรษฐกิจ สังคม (Economic and Social Impact) ในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพมหานคร

นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี กล่าวถึงการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการออกแบบงานเทศกาลและพัฒนาเมืองผ่านการจัดงานเทศกาล ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่เพชรบุรี ที่มีความตื่นตัวอย่างยิ่งที่จะร่วมมือกันในการออกแบบงานเทศกาลที่มาจากอัตลักษณ์ของเมือง ผ่านไอเดียที่สร้างสรรค์ของสมาคมการค้าส่งเสริมการจัดมหกรรมและเทศกาลนานาชาติไทย (TIEFA) เพื่อที่จะทำให้เทศกาลที่จะเกิดขึ้นต่อไปของเพชรบุรีเป็นงานระดับนานาชาติที่เราชาวเพชรบุรีภาคภูมิใจ


นายชาย ศรีวิกรม์ นายกสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA) กล่าวถึงการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการสร้างงานเทศกาลเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจของย่านราชประสงค์ ซึ่งเสมือนเป็นการต่อยอดความร่วมมือระหว่างย่านราชประสงค์และ สสปน. อย่างเป็นรูปธรรม ร่วมกับสมาคมการค้าส่งเสริมการจัดมหกรรมและเทศกาลนานาชาติไทย (TIEFA) โดยมีเป้าหมาย คือ ยกระดับ “ย่าน” ที่เป็นสถานที่จัดงานไปสู่ “ย่าน” ที่มีคอนเทนต์เฉพาะ เพื่อต่อยอดทางเศรษฐกิจต่อไป

นางนิชาภา ยศวีร์ รองผู้อำนวยการสายงานธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ แนะนำแคมเปญ Thailand Power Up ของฝ่ายพัฒนาการจัดงานเมกะอีเวนท์และเทศกาลนานาชาติประจำปีงบประมาณ 2564 ซึ่งเป็นแคมเปญส่งเสริมและฟื้นฟูการจัดงานเทศกาลหลังสถานการณ์โควิด 19 ภายใต้แนวคิดหลัก คือ ฟื้นฟูอุตสาหกรรม (Recovery), รักษาฐาน Fanbase ของงาน (Engaged), เสริมสร้าง
ความแข็งแกร่งของพันธมิตรทั้งไทยและต่างชาติ (Empower) และพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน (Boost Up) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับงานในประเทศ มุ่งพัฒนาและรักษาฐานแฟนทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้เทคโนโลยีและแฟลตฟอร์มออนไลน์ยกระดับประสบการณ์ของผู้ร่วมงาน

แคมเปญ Thailand Power Up ประกอบด้วย 4 โปรโมชั่น ได้แก่ 1) Thailand Event Line Up ยกระดับและพัฒนางานเทศกาล และเตรียมความพร้อมเมื่อสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติ 2) Fav. Your Fan. สนับสนุนการจัดงานผ่านออนไลน์แฟลตฟอร์มในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด 19 3) N2N Tech. Savy สนับสนุนให้ผู้จัดงานเทศกาลสามารถรักษาฐาน Fanbase ทั้งในประเทศและต่างประเทศผ่านการใช้เทคโนโลยีและแฟลตฟอร์มออนไลน์ และ 4) International Mega Event and Market Penetration เพื่อติดอาวุธและส่งเสริมให้ผู้จัดงานเทศกาลของประเทศไทยสร้างเครือข่ายกับเจ้าของลิขสิทธิ์งานต่างประเทศเพื่อเตรียมพร้อมดึงงานกลับเข้ามาในประเทศไทย


สุดท้ายนี้ ทีเส็บในฐานะหน่วยงานที่มีพันธกิจหลักในการส่งเสริมและพัฒนางานเทศกาล เพื่อขับเคลื่อนและกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ เน้นย้ำการบูรณาการความร่วมมือกับสมาคมต่าง ๆ และภาคเอกชน รวมถึงส่งเสริมให้ผู้จัดงานเทศกาลสร้างเครือข่ายร่วมกับผู้จัดงานเทศกาลในต่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมในการยกระดับงานและดึงงานที่น่าสนใจเข้ามาในประเทศไทย โดยยึดหลัก “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Leave no one behind)” 

 

 

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน