• แจ่มสุดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-11-18
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 25396
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
เต็มใจเล่าให้ฟัง
ชีวิต คือนิยายน้ำเน่า
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mam1727
วันพฤหัสบดี ที่ 5 มีนาคม 2552
Posted by แจ่มสุดา , ผู้อ่าน : 940 , 11:32:19 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วันเวลาล่วงเลยผ่านไปเร็วเหลือเกิน  จากวันนั้น จนถึงวันนี้  ชีวิตที่ได้มีโอกาสโบยบินออกผจญภัยในโลกกว้างนั้น  ก้าวผ่านกาลเวลามาเกิน ยี่สิบปีแล้ว ที่ได้ตกกระไดพลอยโจนหนีตามฝรั่งตาน้ำข้าวออกจากเมืองไทยมาเป็นเมียฝรั่งอยู่นอกประเทศนี่  คิด ๆ ดูแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น  เหมือนกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี่เอง  ตั้งแต่ออกจากบ้านมา  แล้วต้องมาอยู่อย่างนี้  มีลูกถึงสามคนอย่างนี้  ทำให้คิดถึงว่า  เราอยู่มาได้อย่างไร  เราผ่านมันมาได้อย่างไรกันหนอ

เวลาเดินเร็วจะตายไป  เพิ่งวุ่นวายอยู่ไม่นานเผลอแป๊ปเดียว  มีลูก คนที่ 1 คนที่ 2 และคนที่ 3  ก็เลี้ยงดูกัน แป๊ป ๆ ลูกก็โตเป็นหนุ่มเป็นสาว  เราไม่มีโอกาสได้กลับไปแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดในอดีตได้เลย  และ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้  ก็คงไม่คิดจะแก้ไขมันหรอก  เพราะ สิ่งที่เราได้เลือกแล้วนั้น  มันเป็นสิ่งที่หลายคนอยากเป็น อยากทำเหมือนเรา  ทั้ง ๆ ที่เราเองก็ไม่ได้ หลงใหลได้ปลื้มกับสิ่งที่เกิดขึ้นนัก มันไม่ใช่สิ่งที่ดีหรือสิ่งที่ถูกต้อง สำหรับลูกผู้หญิงไทยที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างไทยแท้ ๆ  แต่ มันอาจจะเป็นเพียงโชคและวาสนาของคนเราเท่านั้น  เราโชคดีเหมือนถูกหวย  ทั้ง ๆ ที่ ในชีวิตนี้ ไม่เคยซื้อหวยหรือ ล๊อตโต้อะไรเลย เพราะ เป็นคนไม่ชอบเล่นการพนันทุกชนิด  คงเป็นเพราะ ดวงหรือ ที่หลาย ๆ คนพูดว่า พรหมลิขิตกระมัง

สามีชาวต่างชาติ  ที่ได้มาอย่างไม่นึกไม่ฝันคนนี้  เป็นวิศวะกร เป็นนักธุรกิจ  ที่มีกิจการงานอยู่ต่างประเทศ  และต้องเดินทางทำงานไปทั่วโลก  แรก ๆ ที่อยู่ด้วยกันก็มีบ้างที่เราคิดเพียงว่า จะเล่น ๆ อยู่ได้ก็อยู่ อยู่ไม่ได้ก็จะเลิกลากันไป  ไม่คิดแต่งงานอยู่กินให้เสียเวลา  เพราะไม่เคยคิดจะผูกมัดใครอยู่แล้ว  แต่ คงเป็นเพราะ เราก็ไม่ได้คิดมีใครอีก  จากความเจ็บช้ำน้ำใจที่ได้ผ่านมา  ทำให้เรารู้สึกเข็ดขยาดกับความรัก  รู้สึกว่า ความรักที่แท้จริงมันคงไม่มีหรอกในโลกนี้   คนเรา ยังไงก็ต้องรักตัวเองก่อน  ต่อมาเมื่อมีลูก  ผู้หญิงหละนะ  ก็ต้องลูกมาก่อนเป็นอันดับแรก  สามีไม่เคยอยู่ด้วย  ลูกจึงเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจตลอดมา  แม้ว่าบางครั้ง  ความรู้สึกที่ไม่ค่อยมั่นคงในความรักมันออกจะคลอนแคลนหวั่นไหวในช่วง ห้าปีแรก และมีลูกเพียงคนเดียวนั้น  เราก็เคยเอ่ยปากขอหย่าจากสามีฝรั่งคนนี้เหมือนกัน

สาเหตุ ไม่มีอะไรเลย  เราแค่เบื่อ ไม่อยากรู้สึกว่าชีวิตต้องโดนผูกมัดกับสิ่งที่เรียกว่า ชีวิตครอบครัว  ชีวิตแต่งงานหรือชีวิตคู่ ที่ไม่สมบูรณ์แบบ  เพราะ ลูกเติบโตมากับแม่และญาติพี่น้องทางแม่เพียงคนเดียว  ส่วนพ่อ  ไม่รู้อยู่ประเทศไหน  ไม่รู้ไปทำอะไร  ถึงเวลาก็เอาเงินมาใส่ไว้ให้ในบัญชีธนาคารและบัตรเครดิต  ชีวิตมันเหมือน นกน้อยในกรงทองเสียนี่กระไร  แต่ การขอหย่านั้น ไม่ได้เกิดจากการทะเลาะหรือไม่เข้าใจกัน  แต่มันเกิดจากการที่เรารู้สึกเบื่อ  เบื่อที่จะต้องตั้งตารอ พ่อของลูก รอโดยไม่รู้ว่าเขาจะกลับมาเมื่อไร  เขาจะกลับมาวันไหน  เขาจะยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปในเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อเขาต้องไปติดค้างตามไซท์งานที่มีเหตุการณ์ร้ายแรงในแต่ละประเทศที่ต้องบินไปทำงาน

ความเบื่อหน่ายตรงนี้ต่างหากที่ทำให้อยากหย่า  นี่เป็นเพียง ห้าปีแรกของการแต่งงาน  แต่ เมื่อเขากลับมาบ้าน  มาอยู่ให้ลูกได้เห็นหน้าบ้าง มาใช้ชีวิตร่วมกับลูกและเราบ้าง  เราก็รู้สึกว่ามันไม่ปกติเอาเสียเลย  เขาเหมือนคนแปลกหน้า  ตื่นเต้นทุกครั้งที่เค้ากลับมาบ้าน  แต่ ก็ทะเลาะกันทุกครั้งที่กลับมา  ไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร  เราดิ้นรนอยากหย่าเป็นที่สุด  อยากเป็นอิสระ  อยากกลับไปหาผู้ชายคนเก่า  ทั้ง ๆ ที่ เขาก็ไม่เคยมีสายตาหันกลับมามองดูเรา  ชีวิตช่วงนั้น สับสนวุ่นวายใจ เคว้ง คว้างเหมือนไม่รู้จะอยู่อย่างนี้อีกนานแค่ไหน  จนในที่สุด ก็มีลูกคนที่สอง และ คนที่สามตามมาติด ๆ ความที่ต้องวุ่นวายอยู่กับลูก ๆ จึงทำให้ลืมว่าเคยดิ้นรนอยากจะหย่ากับพ่อของลูก ๆ เสียเหลือเกิน  จะหย่าทำไม ทั้ง ๆ ที่ ทุกครั้งที่เค้ากลับมาบ้าน  ก็มีเรื่องให้ทะเลาะกัน เข้าใจผิดกัน  ในที่สุด ก็โกรธจนต้องพึ่งน้ำเมาให้นอนหลับได้  ท่าจะประสาทซะแล้ว

มีเพื่อนฝูงแวะเวียนมาเยี่ยม  มาหาที่บ้าน  มีคนในครอบครัวมาขออยู่ด้วย คนนั้นเข้า คนนี้ออก พูดโน่น  พูดนี่  ทำให้จิตใจไขว้เขววุ่นวาย  วันหนึ่ง  ลูกชายคนโต  กลับจากโรงเรียนอนุบาลมา  และพ่อกับลูกได้คุยกัน  ปรากฏว่า  คุยกันไม่รู้เรื่อง  เพราะ พ่อ พูดภาษาอังกฤษ ส่วนลูกพูดภาษาไทย  ทำให้พ่อคิดหนักเสียแล้ว  ขืนปล่อยให้ลูกเมียอยู่เมืองไทยต่อไป  คงคุยกันไม่รู้เรื่องแน่ ๆ การเดินทางย้ายถิ่นฐานที่อยู่จึงเกิดขึ้นเมื่อลูกคนโตอายุได้ สี่ขวบครึ่ง คนกลางยังไม่ถึงสองขวบ  และ คนเล็กเพิ่งได้ หกเดือน  เราย้ายครอบครัวมาอยู่สหรัฐอเมริกาเมื่อปี 1994  และ ตอนนี้ ลูกคนโต เรียนระดับมหาวิทยาลัยแล้ว  ลูกทั้งสามคนยัง พูด ฟัง อ่านและเขียนภาษาไทยได้  ถึงไม่เก่งและไม่ดีมากเหมือนเด็กที่โตในเมืองไทย  แต่ ก็เข้าใจภาษาแม่อยู่ไม่ลืม  แต่อาจจะกลายไปบ้างแล้วเพราะ พวกเขาเติบโตในเมืองฝรั่ง

ลูก ๆ ทำให้แม่คนนี้  ต้องกลับมาใช้ชีวิตเป็นครูสอนภาษาไทยให้กับลูก ๆ และยังขยับขยายไปสอนที่โรงเรียนวัดไทยในต่างประเทศด้วย  ลูก ๆ เติบโตขึ้นมากับสองภาษาและสองวัฒนธรรม  มันเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์สำหรับเรา  มันเป็นความรู้สึกภาคภูมิใจที่สามารถสอนให้ลูก ๆ เรียนรู้ได้สองภาษาและเข้าใจความเป็นไทยได้อย่างเหมาะสม  ทุกวันนี้ ความสุขของแม่ คือ เฝ้ามองดูลูกเติบโต  และดูแลคนข้างเคียงให้มีความสุขในบั้นปลายของชีวิต  เวลา ยี่สิบกว่าปีที่อยู่ด้วยกันมา  มันไม่นานเลย  มันเร็วเหลือเกิน  ตอนนี้ ทุกคนในบ้านสงบสุขกว่าเมื่อก่อน  ทั้งพ่อและแม่ ต่างไม่มีเหลี่ยมมีมุมต่อกันอีกต่อไป  เราสองคนต่างเข้าใจชีวิตของกันและกันมากขึ้น  แม้ว่ามันต้องใช้เวลานานเหลือเกิน กว่าที่จะเข้าใจและลึกซึ้งในน้ำจิตน้ำใจของกันและกัน  กว่าจะมาถึงวันนี้ได้  เมื่อมองย้อนกลับไป  ถ้าเลิกกันตอนที่ลูกคนโตได้สามขวบ  และอยู่กันมาได้ ห้าปีนั้น ป่านนี้สองแม่ลูกคงไม่มีน้องชายและน้องสาว ที่น่ารักและครอบครัวที่อบอุ่นในตอนนี้

ขอบคุณความเป็นคนใจเย็นและให้โอกาสเรา ได้คิดได้ทบทวนและเลือก  สำหรับสามีฝรั่งที่เราเคยแสนจะโกรธและเกลียด ทั้ง ๆ ที่เค้าไม่ได้ทำอะไรผิดซักหน่อย  เราทำตัวเราเองทั้งนั้น  เขาก็อดทน  รอ และให้โอกาส ให้เวลาเราได้คิด  ถึงแม้ว่า  กว่าจะได้คิดนั้นก็นานเหลือเกิน เกือบค่อนชีวิต  เขาปล่อยให้เราอยู่คนเดียว  ได้มีโอกาสทดสองความเข้มแข็งของตัวเอง และ การยอมรับให้เขาได้ทำหน้าที่สามี  แต่ เรากลับมองว่าเขาไม่เคยสนใจ  ไม่เคยรักเรา  แค่ต้องการผู้หญิงสักคนให้มาดูแลยากแก่เฒ่า  เหมือนฝรั่งทั่ว ๆ ไป ที่มาเมืองไทย เพื่อมาหาผู้หญิงไทยสาว ๆ ไปดูแลเมื่อเมียแก่ของตัวเองตายไป

จากการที่คิดว่า  ความรัก มันไม่ได้มีอยู่จริง  การที่วิ่งตามหาความรัก  คบกับใครไปเรื่อย ๆ เพื่อที่จะหาคนที่ใช่  หาคนที่ถูกใจ  หาคนที่เค้ารักเรานั้น  หลายครั้งหลายหน  ก็ต้องพลกับความผิดหวัง  เขาก็ไม่เคยซ้ำเติม  ยังคงปล่อยให้เรา ค้นหาใจตัวเองให้เจอ 

ในที่สุด  สิ่งที่เราคิดว่ามันคือความรัก  สิ่งที่เราเฝ้าคอยค้นหามันมาตลอด และ คิดว่าชาตินี้ คงไม่มีโอกาสเจอมันหรอก  เจ้าความรักเนี่ย....... มันไม่ได้อยู่ที่ไหนเลย  มันอยู่ตรงนี้เอง  ความเข้าใจในกันและกัน  โธ่...ตาหาอยู่ได้...ตามหามาตลอดชีวิต...คิดว่าไม่มี  คนเราจะเห็นใจกันก็ในยามที่ต้องทุกข์ใจ และ ทุกครั้งที่เราเป็นทุกข์  เขาก็จะคอยปลอบใจ  แต่ เราก็ไม่ยอมรับ  และมองไม่เห็น  เวลาเจ็บไข้ได้ป่วย เขาก็ดูแลไม่ห่าง  น้ำใจที่เค้าให้มา  มันลบล้างความโกรธเกลียดที่จะต้องมีสามีเป็นฝรั่งไปตลอดชีวิต  เค้าได้พิสูจน์ตัวเองให้เราเห็นแล้วว่า  เค้ามีความรับผิดชอบ  มีความเป็นผู้นำ  มีความรักสำหรับครอบครัวลูกเมียอย่างทุ่มเท  แล้วเราจะไปค้นหาอะไรที่ไหนอีกเล่า  มันอยู่ตรงนี้เอง  การยอมรับกันและกัน ความเข้าใจที่มีให้กันนี่ต่างหาก  เรามัวไปหลงตามหาและโง่งมงายอยู่ตั้งนาน




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน