• แจ่มสุดา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-11-18
  • จำนวนเรื่อง : 23
  • จำนวนผู้ชม : 25397
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
เต็มใจเล่าให้ฟัง
ชีวิต คือนิยายน้ำเน่า
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mam1727
วันอังคาร ที่ 29 กันยายน 2552
Posted by แจ่มสุดา , ผู้อ่าน : 794 , 15:44:37 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

  ไม่ได้เข้ามาเขียนซะนาน  หลังจากเล่าเรื่องราวชีวิตดังนิยายมาได้ถึงยี่สิบตอน  ทีนี้ก็จะก้าวผ่านอดีตที่เคยหวนคำนึงถึงมัน  ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ มันมีอายุตามกาลเวลาของมัน  ทุกสิ่ง ทุกอย่าง เกิดขึ้น  ตั้งอยู่ และดับไป หมุนเวียนเปลี่ยนไปตลอดเวลาของโลก

ในวันนี้ยังใช้ชีวิตอย่างเป็นปกติสุขกับสามีฝรั่ง ( แก่ ๆ ) พ่อของลูกทั้งสามคน  ถึงแม้ว่าการเริ่มต้นชีวิตรัก  ไม่ได้จบลงอย่างมีความสุขเหมือนในนิทานเจ้าหญิงและเจ้าชาย  แต่ การได้มีโอกาสเป็นแม่คน เป็นเมียของคนดี ๆ สักคน มันก็เป็นความสุขในบั้นปลายชีวิตของผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่ง  ที่ไม่ได้อยากไขว่คว้า และหวังอะไรให้สูงเกินเอื้มมากนักในชีวิต  แต่ ชีวิตที่ยังอยู่อย่างมีความสุขทุกวันนี้เพราะมีลูกทั้งสามเป็นความหวังและกำลังใจ

การที่ได้ย้ายตามสามีมาใช้ชีวิตในต่างแดน  จึงทำให้การเริ่มต้นชีวิตใหม่นั้น ต้องอาศัยความมั่นคงทางจิตใจอย่างสูงสุดในชีวิต  เพราะการจากบ้านจากเมือง จากญาติพี่น้องมาใช้ชีวิตในต่างแดนตามลำพังนั้น  ถ้าสู้ไม่ไหว  ถ้าเหนื่อยหรือท้อ คนที่อยู่ข้าง ๆ และ ลูก ๆ ก็คงไม่มีความสุขไปด้วย  ดังนั้น  ชีวิตใหม่ในต่างแดนก็เริ่มต้นเมื่อ 15 ปีที่ผ่านมานี่เอง

เมื่อตัดสินใจย้ายมาแล้ว  กำหนดวันเดินทางที่แน่นอน  เราขนของใส่เรือเดินทะเลมาหนึ่งตู้คอนเทนเนอร์ ล่วงหน้ามาก่อนประมาณหนึ่งเดือน  ตอนนั้น ลูกคนโตอายุได้ 4 ขวบครึ่ง คนกลางก็ขวบครึ่งเท่านั้น  ส่วนแม่สาวน้อยของแม่อายุแค่ยังไม่เต็ม 6 เดือนเท่าไรเลย  เป็นการเดินทางที่ทุลักทุเลที่สุดในชีวิต เพราะ พ่อของลูกบินล่วงหน้ามาเตรียมบ้านไว้ก่อน  แล้วเราออกเดินทางมากับลูกตามลำพัง  นึกสภาพ  ผู้หญิงตัวคนเดียว  เดินทางไปต่างประเทศ สมัยนั้น  ไม่มีสายการบินสายไหน ที่บินตรงสู่ลอสแองเจลิส  จึงจำเป็นต้องลงต่อเครื่องที่นาริตะประเทศญี่ปุ่น  เครื่องก็ไม่ได้จอดที่หน้าประตูห้องผู้โดยสารขาเข้า  จอดไกลและต้องนั่งรถรับส่งบริการจากลานจอดเครื่องบินเข้าสู่ห้องผู้โดยสาร  เพื่อรอต่อเครื่องใหม่มาลงที่สนามบินลอสแองเจลิส 

ทั้งเหนื่อย  ทั้งง่วง  ลูกสามคน ทั้งจูง ทั้งนั่งรถเข็น  และคนเล็ก อยู่ในกระเป๋าหน้าท้องซึ่งเกาะเป็นลูกชะนีบนอกแม่  พร้อมทั้งกระเป๋าสัมภาระที่เป็นขวดน้ำขวดนมและผ้าอ้อมสำเร็จรูป ใบใหญ่อีกหนึ่งใบ  เหนื่อยก็เหนื่อย โกรธสามีก็โกรธที่ไม่ยอมเดินทางพร้อมกันเพื่อช่วยเหลืออะไรเลย  แต่ บินล่วงหน้าสบายมาก่อนคนเดียว  แต่ จำได้ว่า  ที่ต้องมาก่อนนั้น เขาติดงานที่ต้องทำด่วนทางลอสแองเจลิส แต่ ไม่รู้หละ ยังไงก็ยังโกรธอยู่ดี  เพราะ ไม่เคยลำบากอะไรเท่านี้มาก่อน เหนื่อยจนน้ำตาจะไหล  โชคดี ที่ลูก ๆ มีสายเลือดของนักเดินทางชั้นเยี่ยม  และเหมือนรู้ว่าแม่เหนื่อย  พอขึ้นเครื่องได้สักพัก กินอาหาร ดึ่มนมเสร็จเรียบร้อย  ทั้งสามคนก็หลับ  เราได้ที่นั่งชั้นนักธุรกิจ ที่ว่างข้างหน้าสุด มีช่องสำหนับเสียบกระบะคล้ายเตียงนอนเด็กเล็ก  เมื่อตัวเล็กหลับ  ตัวกลางก็เริ่มง่วง เบาะที่นั่ง  นอนไม่สบายสำหรับเด็ก คนโตจึงเอาผ้าปูนอนใต้กระบะของตัวเล็ก ส่วนตัวกลางก็นอนยาวบนเก้าอี้ผู้โดยสารโดยพับที่วางแขนขึ้น  ลูกหลับยาวจนเครื่องร่อนลงจอดที่สนามบิน เมื่อเดินออกมาก็พบสามียืนรออยู่  หน้าบาน  ยิ้มร่ามารับถึงหน้าประตูทางออก  ในใจก็ยังโกรธอยู่ว่า ทิ้งให้เรามาคนเดียวกับลูกตามลำพังได้ยังไง  แต่ ความเหนื่อยอ่อนจากการเดินทาง  ทำให้พูดอะไรไม่ออก  นอกจากอยากกลับบ้านไว ๆ แล้วจะอาบน้ำนอนให้สมกับไม่ได้หลับสนิดมาทั้งคืน 

เอาหละนะ  ต่อไปก็จะเป็นชีวิตที่ต้องลุยเดี่ยวอีกเหมือนเดิม  แต่ ก็เป็นการลุยที่คุ้มค่า และ ทำให้ชีวิตนี้แข็งแกร่งขึ้นอีกมาก  อยากเล่าถึงชีวิตในต่างแดนที่เงียบเหงา  เพราะ กลับมาอยู่บ้านหลังเดิม  ที่เคยมาอยู่สมัยที่หนึตามคริสออกนอกประเทศครั้งแรกนั่นเลย  ถึงตอนนี้  ลูก ๆ จากภรรยาเดิมของคริส  โตหมดแล้ว และ สองคนก็แต่งงานออกเรือนไปแล้ว  ยังเหลือลูกสาวคนเล็ก ซึ่งก็ทำงานและออกไปใช้ชีวิตคนเดียวตามลำพังและยกบ้านหลังนี้ให้เราอยู่กันสามคนแม่ลูกตามสบาย  เด็กฝรั่ง  เมื่อโตแล้วจะย้ายออกจากบ้านเพื่อออกไปยืนด้วยลำแข้งของตัวเองอย่างทรนงโดยที่จะไม่รบกวนพ่อแม่เลย  และส่วนมากจะออกไปตั้งแต่เรียนจบมัธยมปลาย  พอมองย้อนกลับไป  คนไทยของเรา  บางครอบครัว จนลูกเรียนจบเป็นด๊อกเตอร์แล้ว  บางคนยังเป็นลูกแหง่ของพ่อแม่ก็มี  ยังกินอยู่อาศัยบ้านพ่อแม่กินกงสีไปเรื่อย ๆ ถ้ายังไม่มีครอบครัวของตัวเอง  และบางคนถึงมีครอบครัวแล้วก็ยังยกกันมาอยู่เต็มบ้าน  ซึ่งคงจะอบอุ่นดีถ้าพี่น้องรักกัน  แต่ถ้าเป็นลูกคนเดียว  ก็คงต้องอยู่กับพ่อแม่ไปตลอดชีวิตแหละนะ

คริสอยู่บ้านไม่นาน  ก็ต้องเดินทางกลับไปทำงานทางฝั่งเอเซียอีก  ก่อนจะกลับไปทำงานก็ได้ฝากเราและลูก ๆ ไว้กับลูก ๆ ของเขา  ลูกชายคนโต  มีครอบครัวแล้ว  ก็ยังแวะมาดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายในบ้านให้ในระยะแรก ๆ เพราะ เป็นคนดูแลบ้านให้พ่อในเวลาที่พ่อไม่อยู่  ส่วนลูกสาวคนรอง  ก็แต่งงานและย้ายกลับไปอยู่อังกฤษกับสามีชาวอังกฤษคนแรก  ชีวิตช่วงแรกในลอสแองเจลิสจึงยังไม่มีคนมาวุ่นวายมากเท่าไร  คริสเอาเงินใส่ธนาคารและเปิดบัญชีให้ใหม่อีกหนึ่งบัญชี  โดยลูกชายคนโตก็ยังถือบัญชีกลางของพ่ออยู่  และ เราก็มีบัญชีส่วนตัวใช้  แต่ เราก็ยังต้องเรียนรู้อะไรอีกหลายอย่าง   เพราะ ต่อไปนี้  เราจะต้องอยู่ตามลำพังกับลูก ๆ โดยไม่มีเขาอีกเป็นเดือน หรือ หลายเดือน  เอาหละ  ต้องอยู่ให้ได้  มีเงินแล้วไม่เดือดร้อนหรอก ค่อยคิดค่อยทำไป

ผ่านไปได้สักพัก  ไม่ไหวแล้ว  ต้องหาทางเอาแม่มาอยู่เป็นเพื่อนเพราะ ลูกสามคนยังเล็ก ๆ แบบนี้  ตายสิ  ทำอะไรส่วนตัวไม่ได้เลย เช้า ลูกสะใภ้จะมารับน้อง คือลูกชายคนโตไปส่งที่โรงเรียนอนุบาล  ดู ๆ ก็ใกล้บ้านอยู่หรอก  แต่ เดินไม่ไหว  ที่นี่  ไปไหนก็ต้องขับรถ  และเราก็ไม่มีรถจะขับอีกด้วย  ทำไงดี  ปรึกษากับลูกชายและลูกสะใภ้ของคริส  เขาบอกให้ไปเรียนขับรถก่อน  และต้องเรียนใหม่หมด  ที่มีใบขับขี่สากลมานั้น ใช้ไม่ได้ และก็จริง  เพราะ กฏจราจรและหลายอย่างทางนี้ ถนนหนทางก็ไม่คุ้น  ไง ๆ ก็ต้องลองกันสักตั้งหละ  แหม่มเอ้ย...ลุย

เมื่ออะไรเข้าที่เข้าทาง  คริสพาแม่ไปทำวีซ่า แล้วแม่ก็มาอยู่เป็นเพื่อนเราได้สักพัก  เราได้มีเวลาหายใจจากไอ้ตัวแสบทั้งสาม  ก็ต้องไปเรียนขับรถใหม่ เรียนกฏจราจรใหม่หมด และต้องเรียนกับเด็ก ๆ นักเรียนระดับมัธยมปลาย เพื่อขอสอบใบขับขี่ของรัฐแคลิฟอร์เนียให้ได้  ข้อเขียนไม่ยากหรอก  แต่เป็นภาษาอังกฤษหมดเลยนี่สิ  โธ่...รู้เรื่องที่ไหนหละ  อ่านได้ แต่ไม่เข้าใจความหมายและคำศัพท์อะไรเลย  เรียนมาก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง สำนวนพูดที่เคยมาเรียนตอนที่มาอยู่กับลูก ๆ ของคริสครั้งแรก  ก็แทบเอาตัวไม่รอด ถึงไปเรียนมาก็เหอะ  กลับไปอยู่บ้านเราก็ลืมหมดแล้ว  อยู่กะครอบครัวเราก็พูดแต่ภาษาไทยตลอด  จนเป็นเรื่องเป็นสาเหตุที่คริสต้องให้พาลูกย้ายมาอยู่อเมริกานี่แหละ  อ่ะ  ไม่เป็นไร  มันจำเป็นก็ต้องเรียน  กว่าจะสอบผ่าน  เล่นซะสามรอบแหนะ   ต่อมาสอบขับ  ก็ตกอีก  สอบตั้งสามรอบอีกเหมือนกัน...เฮ้อ...กว่าชีวิตจะได้มาซึ่งอิสระภาพ..หุ หุ  อิสระภาพที่จะไปไหนมาไหนได้เองโดยไม่ต้องรอพึ่งคนอื่นไง  เพราะ ถ้าขับรถไม่ได้  ก็เหมือนคนไม่มีขา  ไปไหนมาไหนไม่ได้เลยเมืองนี้  มันกว้างเหลือเกิน จำเป็นต้องขับรถให้ได้

วันแรกที่สอบใบขับขี่ผ่าน  ดีใจมากมาย  และอาทิตย์ต่อมา  ก็พาเพื่อนสาวคนหนึ่งเป็นคนไทยที่แต่งงานกับฝรั่งอเมริกันบ้านอยู่ใกล้ ๆ กัน รู้จักกันไม่น่าจะเกินเดือนนะ  เขาก็กล้ามากที่นั่งรถไปเป็นเพื่อนกัน  เพราะ แกก็อยากจะออกไปไหนมาไหนเหมือนกันแหละ  แต่แกขับรถไม่เป็น  ผู้หญิงรุ่นพี่คนนี้ชื่อพี่จอย

เราพาพี่จอยออกไปขับรถไกล ๆ ขับไปเรื่อย ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น โดยขอให้แม่อยู่ดูแลเด็ก ๆ ที่บ้านแทนสักครึ่งวัน  โดยเรากับพี่จอยขับรถไปเที่ยวซานดิเอโก้ และก็เลยออกไปถึงติฮัวน่า ชายแดนแม็กซิโกเลย  ด้วยความบ้าและเหมือนคนเก็บกดของเรานั่นเอง  นี่ถ้าวันนั้นมีปัญหา กลับเข้ามาไม่ได้ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่รู้เนาะ  บ้าชมัดเลยเรา แต่ก็ผ่านมาจนได้...  พอขับรถได้คล่องแล้ว  ทีนี้ก็ต้องหาชุมชนคนไทยให้เจอ  เคยได้ยินว่า  ที่ แอล เอ  มีวัดไทย เราต้องหาวัดไทยให้เจอ  แล้วเราก็จะได้กินอาหารไทยซะที  จำได้คราวก่อนที่มาอยู่ น้าเขยเคยแวะไปรับที่บ้านแล้วพาไปกินส้มตำ  หลังจากที่ติดเกาะ อยู่บ้านคริสซะตั้งสามเดือนในคราวนั้น  ทีนี้รู้แล้ว  และก็จำได้ว่ามีวัด มีโรงเรียน มีร้านขายของไทย ๆ พร้อมทั้งตลาดคนไทยด้วย  ต้องไปให้ได้  จะได้พาแม่ออกไปเปิดหูเปิดตามั่ง  ทนทรมานกินอาหารฝรั่งและมันบดมาหลายเดือนแล้ว  ต้อง ช่วยตัวเองก่อนจะร้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่น  เงินในแบ้งค์ก็มีแล้ว รถก็มีแล้ว  เอาหละ คราวหน้า  แหม่มจะพาลุยวัดไทยลอสแองเจลิสและ พบกับเพื่อนคนไทยคนที่สองของแหม่มในต่างแดน... 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Cat@ วันที่ : 02/01/2010 เวลา : 04.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

มาเล่าต่อ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Cat@ วันที่ : 02/01/2010 เวลา : 04.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

แหม่ม นี่ ขนาด ฝรั่งแก่ ยังลูกสามเล้ย

หากหนุ่มๆ คงทีม ฟุตบอลใช่ป่ะ

แซว น้า

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Cat@ วันที่ : 02/01/2010 เวลา : 04.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ในที่สุด ก้ เข้ามาได้
หลังจาก ลงกลอน มานาน

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
พลาญชัย วันที่ : 19/12/2009 เวลา : 22.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chulaluck

หนูแจ่ม..ไปหนายละนี่...

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Meenapal วันที่ : 20/11/2009 เวลา : 21.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/meenapal

อ่านแล้ว คิดถึงตัวเองเลย กำลังผจญภัยต่างแดนเหมือนกัน ได้กำลังใจเพิ่มมากขึ้นเลยคะ
ขอบคุณคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พลาญชัย วันที่ : 20/11/2009 เวลา : 20.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chulaluck

แล้วเจ้าของบ้านหายไปไหนนี่...

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แจ่มสุดา วันที่ : 29/09/2009 เวลา : 15.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mam1727

สวัสดีค่ะ มาเร็วจังเลยนะคะ ยังอ่านทวนไม่ทันจบเลย ได้รับคอมเม้นท์แล้ว...เพิ่งเขียนเสร็จเอง

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ทะเลไร้คลื่น วันที่ : 29/09/2009 เวลา : 15.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/talay
http://www.oknation.net/blog/yeewawa/2009/11/17/entry-1 " ลูกหลานสายน้ำตาปีเมืองปักษ์ใต้ "

......ทักทายสวัสดีค่ะ ......

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน