• แม่หมี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mamaomme@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-10
  • จำนวนเรื่อง : 468
  • จำนวนผู้ชม : 702910
  • ส่ง msg :
  • โหวต 992 คน
mamaomme
Blog ของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีลูกเป็นเด็กพิเศษ เขียนเรื่องราวที่พานพบด้วยหัวใจ ความรู้สึก จริงใจ อาจมีสาระหรือไร้สาระ เฮฮา หรือแสนเศร้า แต่นั่นก็คือตัวเธอ...ที่จริงใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme
วันพุธ ที่ 7 ตุลาคม 2558
Posted by แม่หมี , ผู้อ่าน : 1523 , 09:49:24 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 25 คน สิงห์นอกระบบ , ลาดพร้าวซอยสิบสอง และอีก 23 คนโหวตเรื่องนี้

วันพฤหัสบดี,27 พฤศจิกายน  2557

     วันนี้ผมตื่นแต่เช้าเหมือนทุกครั้ง  แต่รูมเมดของผมอดัม, บาร์คกับมาริคยังคงหลับเป็นตายอยู่บนเตียงของแต่ละคน   วันนี้ผมไม่ต้องเก็บของใส่กระเป๋าเป้ออกไปฝากที่ล๊อคเกอร์   เพราะคืนนี้ผมจะกลับมาพักที่นี่อีก   ผมขอเล่าย้อนถึงสาเหตุว่าทำไมผมจึงจองที่พักที่นี่ไว้ 2 คืนเสียก่อน   ความจริงแล้วตามแผนเดิมที่วางไว้ผมจะต้องไปเที่ยวที่ "นิกโก้" ในวันนี้   จึงได้เลือกนอนที่นี่สองคืนเพื่อความสะดวกสบาย   แต่ว่า...ผมกลับซื้อตั๋วเข้าชม"พิพิธภัณฑ์จิบลิ" ซึ่งเป็นเป้าหมายของการท่องเที่ยวในวันศุกร์ไม่ได้เพราะตั๋วเต็มหมดทุกรอบ   เพราะที่นี่เขาจะจำกัดคนเข้าชมในแต่ละรอบ  ผมจึงต้องเปลี่ยนมาเป็นไปชม "พิพิธภัณฑ์จิบลิ" ในวันพฤหัสบดีซึ่งยังมีตั๋วเหลืออยู่แทน  ส่วน "นิกโก้" นั้นต้องเลื่อนไปเที่ยวในวันศุกร์  (นี่คือข้อดีของการเที่ยวคนเดียว   การตัดสินใจเปลี่ยนกำหนดการเมื่อเจอปัญหา  ไม่ต้องปรึกษาใครผมสามารถแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้เลย   ในเมื่อที่นี่ไปไม่ได้ก็ไปที่อื่นแทน)

      การเข้าชมพิพิธภัณฑ์จิบลินั้น   เราไม่สามารถเดินทางไปเพื่อเข้าชมได้ทันทีแต่จำเป็นต้องซื้อบัตรจองล่วงหน้าเท่านั้น   โดยสามารถซื้อบัตรได้ที่ร้านLawson(น่าจะ)ทุกสาขา   ซึ่งจะมีตู้ขายอัตโนมัติตั้งอยู่   แต่ถ้าใช้ไม่เป็นก็สามารถบอกกับพนักงานได้  เขาจะมาช่วยกดจองให้  การจองนั้นต้องระบุจำนวนผู้เข้าชม  วันที่และรอบที่ต้องการ  โดยวันหนึ่งจะมี 4 รอบ   ซึ่งเมื่อเลือกแล้วก็ต้องลุ้นว่าจะเต็มหรือยัง   จริงๆผมไปซื้อบัตรตั้งแต่เช้าวันที่จะไปฮาโกเน่โน่นเลย   ตอนนั้นทั้งผมกับคุณพนักงานลุ้นกันตัวโก่งเพื่อให้ได้จองวันที่ผมต้องการ  สุดท้ายก็ได้เป็นวันที่ 27 พ.ย. รอบสี่โมง  ผิดจากแผนเดิมไปหนึ่งวัน

      พิพิธภัณฑ์จิบลินั้นสำคัญอย่างไรจึงเป็นจุดหมายหนึ่งที่ผมตั้งใจเลยว่า  ถ้าไปญี่ปุ่นต้องไปเยี่ยมชมที่นี่ให้ได้  คือถ้าใครที่รู้จักครอบครัวของผมดี  คือผม คุณแม่และน้องของผมก็จะรู้ว่าเราสามคนเป็นสาวกของการ์ตูนจากสตูดิโอจิบลิ   เราติดตามการ์ตูนของเขาตั้งแต่เรื่อง Spirited Away  " มิติวิญญาณมหัศจรรย์ " เป็นเรื่องราวของเด็กหญิงคนหนึ่งที่พลัดหลงกับครอบครัว  และต้องไปทำงานในโรงอาบน้ำ   ทั้งผมแม่และน้องดูแล้วก็ชอบมาก  เราก็เลยตามซื้อหนังเรื่องเก่าๆที่เคยออกฉายมาดูและเก็บสะสมไว้  แต่ถ้าเอ่ยชื่อเรื่อง"สุสานหิ่งห้อย"  Grave of the Fireflies  อะนิเมะที่สร้างจากเรื่องจริงของเด็กชายคนหนึ่งในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง  ที่ตอนจบน้องสาวของเขาเสียชีวิต เรื่องนี้เศร้ามากคุณแม่ผมหยิบมาดูครั้งใดคุณแม่ร้องไห้ทุกที  หรือถ้าใครเคยเห็นตัวการ์ตูนสีเทาอมฟ้าที่ชื่อ โทโทโระ   มาจากอะนิเมะเรื่อง "โทโทโระเพื่อนรัก"  My Neighbor Totoro ก็จะรู้จักกันดี  ตั้งแต่นั้นมาไม่ว่าการ์ตูนของสตูดิโอจิบลิเข้าฉายในโรง    เราสามคนก็จะไปดูกัน  มาระยะหลังคุณแม่ของผมนั่งนานๆไม่ได้ต้องลุกบ้างนั่งบ้าง  คุณแม่ก็เลยไม่ได้ไปดูหนังในโรงภาพยนตร์เกรงว่าคนใกล้ๆจะรำคาญ   ผมกับน้องจึงไปดูกันสองคน  แต่เมื่อแผ่นดีวีดีออกขาย  ผมก็จะซื้อมาให้คุณแม่ดูและเก็บสะสมไว้   สตูดิโอจิบลินี้ก่อตั้งโดยฮะยะโอะ มิยะซะกิ   แต่ปัจจุบันนี้แกประกาศตัวว่าขอเลิกทำ  เพื่อให้ลูกชายมาดูแลแทนแต่ความจริงเรื่องล่าสุดก็ยังมีชื่อของฮะยะโอะ มิยะซะกิ เป็นผู้กำกับคือเรื่อง " ปีกแห่งฝัน วันแห่งรัก" The Wind Risesอยู่เลย
   
      สำหรับการ์ตูนของสตูดิโอจิบลินั้น  ผมคิดว่า การ์ตูนของเขามีเสน่ห์  ลายเส้นที่เรียบง่าย  สีสันไม่ได้ฉูดฉาด  แต่มีความลงตัวและดึงดูดให้ผมไม่อาจละสายตาจากการ์ตูน  เนื้อหาของการ์ตูนแฝงปรัชญาให้แง่คิด   เนื้อหาอาจไม่เหมาะกับเด็กเล็กๆเพราะว่าเนื้อหามันยากเกินที่เด็กจะเข้าใจ  การ์ตูนของเขาไม่มีฉากที่ล่อแหลม  ใสๆซื่อๆ  ผมอยากให้คนที่ยังไม่เคยดูลองสัมผัสดู  และนี่คือสิ่งที่ทำให้ผมอยากไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์จิบลิแห่งนี้   ส่วนน้องของผมนั้นเขาอยากทำงานที่สตูดิโอจิบลิเลยด้วยซ้ำ   ผมว่าถ้าผมพาน้องไปญี่ปุ่นในครั้งหน้า  ผมก็คงต้องพาเขาไปชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้เช่นกัน

     เช้านี้ท้องฟ้าปลอดโปร่งต่างจากสองวันที่ผ่านมา   ผมยังคงทำกิจกรรมเดิมอย่างทุกทีในช่วงที่อยู่ที่อาซากุสะ  นั่นคือการไปเดินเล่นที่วัดเซนโซจิก่อนออกเดินทาง   เช้านี้ที่วัดเซนโซจิอากาศดีเช่นเคย   ผมซื้อโปสการ์ดเพื่อที่จะเขียนส่งถึงตัวเอง(จริงๆแล้วผมทำแบบนี้มาตลอดการเดินทางครั้งนี้เลย   มีคนแนะนำว่าทำแบบนี้แล้วตื่นเต้นดี  เพราะเมื่อเรากลับถึงบ้านภาพโปสการ์ดเหล่านั้นก็มารอเราอยู่) ในขณะที่ผมจะเดินทางต่อไปนั้น   ผมได้ยินเสียงคุ้นๆทักมาจากด้านหลัง   ผมจึงหันกลับไปก็เจอกับคุณยายที่เจอที่คาวากุจิโกะนั่นเอง  คุณยายบอกว่า  วันนี้เป็นวันสุดท้ายของทริปของท่านแล้วและท่านจะบินกลับเมืองไทยในตอนสายๆ   ผมรู้สึกประหลาดใจกับโชคชะตาที่ได้เจอคุณยายท่านนี้ (ได้ยินข่าวของท่านว่าเป็นคุณยายที่เก่งมากเที่ยวด้วยตัวคนเดียวที่ฮาโกเน่   แล้วมาเจอตัวจริงๆที่คาวากุจิโกะ  แล้วก็มาเจออีกครั้งที่อาซากุสะ) ผมกล่าวอวยพรให้คุณยายเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ



                          วัดเซนโซจิในเช้าวันนี้  รูปปั้นใครไม่รู้แต่ผมว่าคงเป็นคนสำคัญและดูเท่มากๆ

    สำหรับการเดินทางไปพิพิธภัณฑ์จิบลิในวันนี้    ผมเริ่มต้นการเดินทางโดยนั่งรถไฟใต้ดินมายังสถานีชิบุย่า   เพื่อแวะชมรูปปั้นของสุนัข"ฮาจิโกะ"อันโด่งดัง   ที่ชิบุย่าผมได้พบกับเหล่าผู้คนที่ถูกขนานนามว่า "โฮมเลส"   พวกเขาเหล่านั้นมีความน่าสนใจหลายๆอย่างมาก   พวกเขาปรากฎตัวอยู่ตามมุมต่างๆบริเวณห้าแยกชิบุย่า   หนึ่งในสถานที่จอแจที่สุดในโตเกียว    พวกเขาใช้ชีวิตที่ราวกับอยู่ในมิติที่เวลาของเขาในขณะนั้นดูช้าๆ  ท่ามกลางทุกสิ่งทุกอย่างดูเร่งรีบแตกต่างจากคนทั่วๆไป    คอยนั่งจ้องผู้คนด้วยแววตาที่ลึกเสียจนสุดจะหยั่งถึงเขาเฝ้ามองเหล่าพนักงานบริษัท   พ่อค้าแม่ค้า รวมถึงนักท่องเที่ยวที่ต่างก็ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบเดินข้ามห้าแยกชิบุย่าอันแสนจะวุ่นวายนี้   ผมถามตัวเองว่า อะไรที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นผู้มากด้วยกฏระเบียบและใช้ชีวิตที่ตั้งอยู่บนค่านิยมทางสังคมอย่างเคร่งครัดต้องกลายมาเป็นโฮมเลส   เขาไม่ได้มาขอเงินวุ่นวายกับนักท่องเที่ยวหรือคนที่เดินผ่านไปมา   แต่บางคนอาจมีภาชนะสำหรับใส่เศษเหรียญ  บางคนก็ไม่ได้มีภาชนะใส่เศษเงิน   ผมเคยได้ยินมาว่า  คนตกงานเขาก็มีสวัสดิการมีอาหารให้กินถ้าใครดูหนังเรื่อง Tokyo Tower  ก็จะมีฉากที่ตัวละครตัวหนึ่งไปเข้าแถวรับอาหาร   ช่างเป็นเรื่องที่น่าค้นหาจริงๆ



                                                สุนัข"ฮาจิโกะ"
                                                                                                                  

                                                  ห้าแยกชิบุย่าอันแสนวุ่นวาย

       ผมเดินไปหาอะไรกินที่ชิบุย่า   ก่อนที่จะแวะเข้าไปดูรองเท้าผ้าใบคู่สวยที่ผมตั้งใจมาซื้อที่ญี่ปุ่น  ซึ่งวันนี้ผมยังไม่ซื้อเพราะไม่อยากหิ้วไปหิ้วมาในระหว่างการไปเที่ยว หลังจากนั้นผมเดินทางต่อไปยังสถานีคิชิโจจิด้วยรถไฟสายเคโอ-อิโนะคาชิระ   เมื่อมาถึงคิชิโจจิ  ผมเดินออกจากสถานีตรงมายังซันโรด ( ถนนพระอาทิตย์แต่ไม่ใช่ถนนพระอาทิตย์ในกทม.จึงไม่มีโรตีมะตะบะให้ผมกินแต่อย่างใด ถถถ) ถนนคนเดินสายนี้น่าจะเป็นที่ถูกใจของบรรดานักช็อป  เพราะมีร้านค้าต่างๆหลายแบบหลายสไตล์   เปิดกันจนเต็มสองข้างทาง  ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่จะออกไปทางน่ารักกิ๊บเก๋   ต่างจากสินค้าแถวชิบุย่าหรือชินจูกุพอสมควร
                                                                                   

                                                         ถนนซันโรด

       จากซันโรด  ผมเดินทะลุมายังถนนด้านหลังเพื่อมาตามหาร้านน้ำชา Karel Capek Sweets  ร้านน้ำชาที่ใช้ชายี่ห้อ Karel Capek เท่านั้น  ซึ่งกลายมาเป็นการหลงทางที่ยาวนานที่สุดตลอดทริปนี้เลยทีเดียว  ด้านหลังของซันโรดเป็นหมู่บ้านที่มีซอยแบ่งเป็นช่องๆ   แต่ละซอยมีจำนวนบ้านใกล้เคียงกันขนาดพอๆกัน  เมื่อผมหลุดเข้าไปในนั้นแล้ว  รู้สึกว่ารอบๆตัวดูเหมือนกันไปหมด   ป้ายบอกทางเองก็ดูยากเหลือเกิน  เพราะเขียนเป็นตัวคันจิล้วนๆ  ผมเดินวนไปมาแถวนั้นร่วมๆสองชั่วโมงเพื่อตามหาร้านนี้   เพราะผมเคยดื่มชายี่ห้อนี้ที่เมืองไทยแล้วติดใจในรสชาติมาก  เดินวนอยู่นานเพื่อตามหาร้านน้ำชายี่ห้อนี้ร้านเดียว  (ความพยายามเป็นเลิศ  ถถถ) เดินผ่านบ้านบางหลังก็คิดว่าเดินผ่านตรงนี้มาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ครั้ง   จนในที่สุดผมก็มาถึงร้านน้ำชา Karel Capek Sweets จนได้แล้วก็พบว่า.....ร้านปิด   มาถึงตรงนี้ผมก็นึกขึ้นได้ว่า  ในเว็ปไซต์ของทางร้านนั้นแจ้งไว้ว่าหยุดทุกวันพฤหัสฯเมื่อนึกย้อนไปแล้ว  แผนเดิมที่วางไว้คือผมจะมาร้านนี้ในวันศุกร์นี่นา   แต่ที่มาวันนี้เป็นเพราะแผนถูกเปลี่ยนเนื่องจากการจองบัตรเข้าชมพิพิธภัณฑ์จิบลิ  ผมผิดหวังเล็กน้อยแต่ก็ไม่เป็นไร  ผมจึงเดินกลับไปที่ซันโรดอีกครั้ง                                  
                                                                                                             

                ได้มาถึงร้านน้ำชา Karel Capek Sweets  แต่ร้านปิดเสียนี่  เลยไม่ได้ดื่มชา  ฝากไว้ก่อนเถอะ TT^TT

       จากซันโรด ผมเดินไปเรื่อยๆจนถึงสวนอิโนะชิคาระ   สภาพบ้านเมืองแถวๆคิชิโชจินั้นก่อสร้างไว้อย่างสวยงามทีเดียว   สถาปัตยกรรมก็ดูอาร์ทๆสมกับที่มีคนกล่าวว่า ย่านนี้เหมาะกับคนชอบแนวติสท์    ผมมีเวลาอีกเป็นชั่วโมงก่อนจะถึงรอบตามในตั๋ว   จึงค่อยๆเดินเล่นฆ่าเวลาอยู่ภายในสวนอิโนะคาชิระ
                                                                                                     
                                            บรรยากาศริมถนนที่คิชิโชจิ

    สวนอิโนะคาชิระแห่งนี้มีพื้นที่กว้างขวาง   เด็มไปด้วยต้นไม้นานาชนิด  ชาวญี่ปุ่นทุกเพศทุกวัยต่างก็นิยมเดินทางมายังสวนแห่งนี้  โดยเฉพาะผู้สูงอายุดูจะมากเป็นพิเศษ   เนื่องจากวันนี้เป็นวันธรรมดา  แต่ในยามเย็นๆก็จะเริ่มมีเด็กออกมาวิ่งเล่น   เหล่านักเรียนมักใช้สวนนี้เป็นที่แวะพักผ่อนระหว่างทางกลับบ้าน  หรือคู่รักก็จะมานัดเจอกันที่สวนแห่งนี้  ภายในสวนนี้ยังมีสวนสัตว์อยู่อีกด้วย   แต่คงเพราะความเหนื่อยหรืออาจจะเซ็งเรื่องเมื่อตอนกลางวันก็แล้วแต่   ผมจึงเลือกที่จะนั่งอยู่ที่ริมสระมองผู้คนที่เดินผ่านไปมาแทน
                                                                 

        

                                                    ภายในสวนอิโนะคาชิระ

     หลังจากนั่งทอดถอนใจอยู่นานสองนาน   ผมก็คิดได้ว่า  บางทีการมาเที่ยวนั้น  อาจไม่ได้หมายถึงการที่เราจะต้องไปยังที่โน่นที่นี่เพื่อทำกิจกรรมต่างๆจนแน่นเอี้ยดไปหมด   บางทีการที่เราได้ออกมาจากสถานที่เดิมๆของเรา   แล้วได้มานั่งพักอยู่กับตัวเองแบบนี้เสียบ้าง...ก็ไม่เลวเหมือนกัน   เราอาจได้คิดทบทวนเรื่องราวต่างๆได้เห็นแง่มุมที่เราไม่เคยนึกถึงมาก่อน   จนเมื่อตะวันเริ่มคล้อยก็ได้เวลาที่จะได้เข้าไปเที่ยวในพิพิธภัณฑ์จิบลิเสียที ^ ^
     
      พิพิธภัณฑ์จิบลิ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับสตูดิโอจิบลิ (ดังที่ผมกล่าวถึงไปบ้างแล้วข้างต้น)  สตูดิโอที่ผลิตผลงานสุดคลาสสิคที่รู้จักกันไปทั่วโลก  ตัวอย่างเช่น "โทโทโระเพื่อนรัก"(1988), "สุสานหิ่งห้อย" (1988) ,  "Spirited Away" (2001), "โปเนียว" (2008) และ "ตำนานเจ้าหญิงคางุยะ" (2013) เป็นต้น   พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ระหว่างสถานีคิชิโชจิกับสถานีมิทากะ   บริเวณใกล้ๆกับสวนอิโนะคาชิระ  เมื่อเข้ามาแล้วจะต้องแสดงตั๋วที่เราจองกับทางLawsonก่อน   จากนั้นพนักงานก็จะเปลี่ยนตั๋วนั้นกับตั๋วที่ระลึก  ภายในพิพิธภัณฑ์นั้นไม่อนุญาตให้บันทึกภาพ   แต่ไม่เป็นไรผมใช้ตา ใช้หัวใจกับสมองบันทึกก็ได้ ถถถถ


                                                   ป้ายพิพิธภัณฑ์จิบลิ
                                                                                        
                 ภายนอกของพิพิธภัณฑ์จิบลิ  มีส่วนที่ปลูกต้นไม้ให้เกาะที่ผนังทำให้ดูสดชื่นและสวยงาม


                              พิพิธภัณฑ์จิบลิถ่ายจากดาดฟ้าชั้นบน   (ถ่ายภาพตรงนี้เขาไม่ห้ามครับ)

       เมื่อเข้ามาแล้วก็จะพบกับจุดที่จัดนิทรรศการเป็นส่วนแรก   ประกอบด้วยส่วนนิทรรศการถาวร  ซึ่งจะเป็นเหล่าบรรดาตัวละครของสตูดิโอจิบลิที่ถูกจัดแต่งอย่างสวยงามและมีเทคโนโลยีการนำเสนอที่น่าสนใจ    โดยเฉพาะตู้ที่มีโทโทโระและเหล่าผองเพื่อนอยู่ข้างใน   โดยที่ตัวละครแต่ละตัวจะมีตุ๊กตาขนาดเท่ากันแต่อยู่ในท่าทางที่ค่อยๆเปลี่ยนไปทีละน้อยถูกจัดเรียงเป็นวงกลม   เมื่อพื้นวงกลมนั้นหมุนภาพจะติดตาจนทำให้เรามองเห็นตัวละครขยับได้ราวกับเป็นภาพยนตร์  ถัดมาจะเป็นนิทรรศการพิเศษที่จะเปลี่ยนไปทุกปี   ซึ่งปีนี้เป็นเรื่องของ The Nutcracker and the Mouse King ~ A Fairy Tale Treasure ~ ซึ่งดัดแปลงจากนิยายคลาสสิคของเยอรมัน  ถูกนำมานำเสนอในสไตล์ของสตูดิโอจิบลิ

      จากจุดนั้นเดินมาเรื่อยๆจะเป็นส่วนที่จำลองห้องทำงานของฮะยะโอะ   มิยะซะกิ  ผู้ก่อตั้งสตูดิโอจิบลิ  แม้จะเป็นห้องจำลองแต่ด้วยโต๊ะไม้เก่าๆที่มีหนังสือกองเท่าภูเขาวางอยู่ทั้งบนโต๊ะและรอบๆโต๊ะดูไม่เป็นระเบียบ   ถัดมามีโต๊ะที่มีภาพร่างวางอยู่ตรงกลางของกองกระดาษพร้อมกับเครื่องเขียนที่กระจัดกระจายอยู่เต็มโต๊ะ     อีกโต๊ะหนึ่งมีฟิล์มภาพยนตร์ที่รอการตัดต่อ   รอบๆห้องเต็มไปด้วยอุปกรณ์ในการทำภาพยนตร์อนิเมชั่นวางอย่างระเกะระกะ   ทั้งหมดนี่ทำให้เราสามารถจินตนาการได้ถึงชายสูงวัยที่จิตใจยังคงมีความเป็นเด็กซ่อนอยู่   กำลังสร้างสรรค์ผลงานต่างๆมากมายร่วมกับพรรคพวกของเขาจากห้องรกๆห้องนี้   นอกจากนี้ยังมีแฟ้มผลงานภาพร่างการ์ตูนให้เราได้เปิดดูได้อีกด้วย   (แต่ส่วนโต๊ะที่รกๆนั้นมีป้ายติดไว้ว่า ห้ามจับ  ไม่เช่นนั้นอาจจะมีมือขยันไปช่วยจัดโต๊ะของฮะยะโอะ มิยะซะกิให้เรียบร้อยก็อาจเป็นได้)

     ที่ชั้นบนของพิพิธภัณฑ์เป็นส่วนที่ให้เด็กๆได้พักผ่อนได้สนุกสนาน   มีเจ้ารถบัสแมวจากเรื่องโทโทโระคอยเล่นกับเด็กๆในนั้น  อีกส่วนหนึ่งเป็นร้านขายของที่ระลึกจากการ์ตูนของสตูดิโอนี้  (แน่นอนเล่นเอาผมหมดเงินไปไม่ใช่น้อย ถถถ)  นอกจากนี้ยังมีร้านหนังสือที่มีไว้ขาย  เป็นหนังสืออาร์ตเวิร์คผลงานของสตูดิโอจิบลิโดยเฉพาะอีกด้วย
      จากชั้นบน  เราสามารถเดินออกไปยังดาดฟ้าของพิพิธภัณฑ์ได้   ซึ่งไฮไลท์คือรูปปั้นทหารหุ่นยนต์จากการ์ตูนอนิเมชั่นเรื่อง "ลาพิวต้า"  ที่ยืนตระหง่านอยู่กลางสวน  ตรงนี้เขาอนุญาตให้ถ่ายภาพได้ครับ
                                                                                                  

                                     รูปปั้นทหารหุ่นยนต์จากการ์ตูนอนิเมชั่นเรื่อง "ลาพิวต้า"

      จากนั้นผมลงมายังชั้นล่างเพื่อเตรียมเข้าชมภาพยนตร์สั้น   ซึ่งจะมีเรื่องต่างๆเวียนกันมาฉายให้ผู้มาเยือนได้ชมกัน  ในวันนี้เป็นเรื่อง Pandane to Tamago-Hime (นายแป้งโดว์กับเจ้าหญิงไข่ไก่)  เรื่องราวเกี่ยวกับสาวน้อยไข่ไก่ผู้เป็นข้ารับใช้ของแม่มด  จนวันหนึ่งเมื่อแม่มดสร้างมนุษย์แป้งโดว์ขึ้นมา   สาวน้อยจึงร่วมมือกับมนุษย์แป้งโดว์หนีจากการใช้แรงงานของแม่มด   หลังจากที่ดูเรื่องนี้จบผมรีบกลับไปที่ร้านหนังสืออีกครั้งเพื่อซื้อหนังสือของเรื่องนี้เลยทีเดียว
                                                                       
                      หนังสือเรื่อง Pandane to Tamago-Hime ที่ผมประทับใจจนต้องซื้อมา

  

                                           แผ่นนี้คือโปสการ์ดจากสตูดิโอจิบลิ
                                                                                                               

                                 ด้านหลังโปสการ์ดที่ผมซื้อเสร็จแล้วก็เขียนส่งกลับมาถึงเมืองไทย

      ด้านหลังของพิพิธภัณฑ์เป็นสวนและร้านอาหาร   แต่เนื่องจากมีคนนั่งอยู่เต็มร้านประกอบกับเป็นเวลากลางคืนแล้ว   การกลับไปกินอาหารเย็นแถวๆที่พักน่าจะดีกว่า  จากพิพิธภัณฑ์มีรถเมล์คอยให้บริการอยู่โดยจะพาเราไปส่งที่สถานีมิทากะ   ผมแวะกินข้าวหน้าเนื้อก่อนจะกลับที่พักซึ่งก็คือที่เดียวกับเมื่อคืน  

     เมื่อมาถึงผมเก็บข้าวของที่ห้องให้เรียบร้อยก่อน รูมเมททั้งสามของผมไม่ได้อยู่ที่ห้อง ผมกลับลงไปนั่งที่ห้องนั่งเล่นข้างล่างเพื่อหาอะไรดื่มและจะได้คุยกับคนอื่นบ้าง จนได้พบกับหนุ่มปริศนาคนหนึ่งทำตัวลับๆล่อๆ หมอนั่นพยายามเข้ามาพูดคุยกับผมแต่ผมฟังไม่รู้เรื่องเลย จนกระทั่งเขาควักมือถือที่เปิด google translate อยู่ เขาพิมพ์ภาษาเกาหลี (ที่แท้เป็นคนเกาหลีนี่เอง)แปลเป็นภาษาอังกฤษว่า " เขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ช่วยสั่งอะไรให้เขาดื่มที"  ผมจึงสั่งเหล้าบ๊วยให้ซึ่งดูเขาท่าทางจะถูกใจ (ความจริงที่โฮสเทลแห่งนี้ก็มีตู้หยอดเหรียญน้ำอัดลมและตู้หยอดเหรียญอาหารต่างๆเช่น ทาโกยากิ  ยากิโซบะ  ไก่ทอดฯลฯ แต่คุณเกาหลีนี่แกอยากดื่มเหล้า  แต่ก็พูดกับพนักงานไม่ได้เลยให้ผมช่วยสั่งให้) การคุยกับเขาเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่มาก  บางทีเขาก็รู้เรื่อง  แต่ถ้าไม่รู้เรื่องเขาจะเอามือถือมาให้พิมพ์แปลเป็นภาษาเกาหลีซะดื้อๆเลย   เขาบอกว่าที่มาทักเพราะได้ยินตอนผมคุยกับพนักงานว่าเป็นคน
ไทย   คิดว่าคนเอเชียด้วยกันน่าจะช่วยเขาได้ (ที่นี่คนที่มาพักส่วนมากเป็นฝรั่ง)  ผมก็ยินดีที่ได้ช่วยเขานะ   แถมการได้คุยกับเขาก็เป็นเรื่องที่แปลกใหม่ดีจริงๆ

     กลับมาที่ห้องพักสามคนนั้นก็ยังไม่มา   ผมล้มตัวลงนอนซักพักพวกอดัมก็เปิดประตูเข้ามา พวกเขาเห็นผมนอนอยู่ก็หยุดกึกเปลี่ยนมาค่อยๆย่องไปที่เตียงตัวเอง (มีมารยาทนะเนี่ย น่าชื่นชม)  ผมเลยลุกขึ้นบอกพวกเขาว่ายังไม่หลับ   มาริคบอกว่า  พวกเขาไปเที่ยวกันมาแถวๆโตเกียวโดม  เสียดายที่ผมกลับมาช้าไม่งั้นคงได้ไปด้วย  พอเขาถามผมบ้างว่า  ไปไหนมาผมเลยเล่าให้พวกเขาฟังว่าไปเจออะไรมาบ้างวันนี้รวมถึงเรื่องหลงทางเป็นชั่วโมงๆ   คืนนั้นผมไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ว่าได้คุยอะไรกับทั้งสามบ้าง  คุยกันสักพักต่างก็กล่าวราตรีสวัสดิ์   ผมหลับสนิทไปด้วยความอ่อนเพลีย   พรุ่งนี้ผมมีแผนเดินทางที่เตรียมมาตั้งแต่อยู่กรุงเทพฯ   คราวหน้าผมจะพาไปเที่ยวที่ไหนต่อติดตามอ่านนะครับ                                                                                                        
                                                                                          
     ส่งท้ายก่อนเข้านอนด้วยภาพ ตั๋วที่ได้จากการเข้าชมพิพิธภัณฑ์จิบลิ  มีหน้าตาแบบนี้ครับ  ราตรีสวัสดิ์   พรุ่งนี้เช้าเจอกันนะครับ....
                                                                        

                                                                                 บันทึกโดย พี่หมีใหญ่                                                                                                     





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 30 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เจ้าหมีน้อย วันที่ : 09/11/2015 เวลา : 16.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yakogoro

ตอบคุณพี่รักแห่งสยามประเทศ คห 27

เรื่องนั้นชื่อ Ponyo on the Cliff by the Sea ครับ

ความคิดเห็นที่ 29 แม่หมี , เจ้าหมีน้อย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
MephistoWitchy วันที่ : 05/11/2015 เวลา : 15.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/MephistoWitchy

ต้องหาโอกาสเดินทางตามลายแทงนี้บ้างแล้วโดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์ จิบลิ

ความคิดเห็นที่ 28 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 21/10/2015 เวลา : 14.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

เพิ่งกลับมาค่ะเลยเพิ่งมีโอกาสตามพี่หมีใหญ่ไปเที่ยวญี่ปุ่นต่อ เดี๋ยวต้องย้อนกลับไปอ่านซะแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 27 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
รักแห่งสยามประเทศ วันที่ : 18/10/2015 เวลา : 21.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panuwat838084
Facebook: Panuwat Sangpum

พี่ก็ชอบการ์ตูนของสตูดิโอจิบลิเหมือนพี่หมีใหญ่ครับ สุสานหิ่งห้อย" Grave of the Fireflies" ดูแล้วก็แอบน้ำตาหยดแหม่ะๆ เหมือนคุณแม่ของพี่หมีใหญ่ครับ "โทโทโระเพื่อนรัก" My Neighbor Totoro เรื่องนี้ยิ่งประทับใจ โตโตโร่ตัวใหญ่ใจดี อีกเรื่องนึงพี่จำชื่อไม่ได้แล้ว ตัวเอกชื่อปังโย (อะไรประมาณนี้) ที่เกิดในทะเลแต่รักกับเด็กบนฝั่ง ... คราวหน้าไปญี่ปุ่นคงต้องหาโอกาสไปสตูดิโอจิบลิบ้างแล้ว

ความคิดเห็นที่ 26 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลิงเขียว วันที่ : 14/10/2015 เวลา : 03.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีคุณแม่หมีและทักทายพี่หมีใหญ่ค่ะ


สุนัข ฮาจิโกะ
เคยดูหนังฮอลีวู๊ดแสดงโดย ริชาร์ด เกีย
น้ำตาแตกพรากๆมันเศร้า แต่ก็ซึ้งอะ
เฮ้อ...อยากเลี้ยงหมา.....ที่บ้านก็มีหมามาตลอดแต่มันไม่ฉลาด 55
ฮาจิโกะ. มาคอยรับ..คอยส่ง เจ้านายไปทำงานทุกวัน
วันหนึ่งเจ้านายเสียชีวิตไปแล้ว แต่ฮาจิโกะก็ยังทำเหมือนเดิม มาเฝ้ารอเจ้านายที่สถานีรถไฟฟ้าจนตัวฮาจิโกะตาย

การ์ตูน เรื่องทที่พูดมาไม่เคยดู
ชอบดูการ์ตูนฮาๆ

ชอบชิบุย่า....อยากเห็นคนแต่งตัวแปลกๆ
ห้าแยกชิบุย่า เคยเห็นในทีวี....มันออกจะวุ่นวายจริงๆนั่นแหละ


เพื่อนร่วมห้องมารยาทงามจุง
ชื่นชมเขาอะ


หนุ่มเกาหลี...พูดอังกฤษไม่ได้แต่เล่นมาไกลถึงนี่
เก่งมว้าก


แอบอยากเห็นรองเท้าอะ...พี่นุชก็สาวกคอนเวิร์สนะ
เอ๊ะ...หมีใหญ่ซื้อคอนเวิร์สป่ะ?
เหมือนว่า....จะชอบยี่ห้อนี้และบางรุ่นมีขายแค่ในแจแปน


ทำงานมา 4 ประเทศแล้ว
ไม่เคยเขียนโปสการ์ดส่งให้ตัวเองเลยอะ
เราคงพลาดจุดนี้ไป...งืมๆ

บาย

ความคิดเห็นที่ 25 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
feng_shui วันที่ : 12/10/2015 เวลา : 12.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

แอบมาอ่าน ตอน จขบ ไม่อยู่ (รึป่าว)

ความคิดเห็นที่ 24 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
เจ้าหมีน้อย วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 09.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yakogoro

สวัสดีครับ ผมพี่หมีใหญ่ต้องขอขอบคุณทุกๆท่านที่คอยติดตามผลงานชุดนี้มากๆครับ ใกล้จะถึงช่วงสุดท้ายแล้วยังไงก็อย่าพึ่งเบื่อกันนะครับ

จนถึงตอนนี้ยังจำเส้นทางไปร้านน้ำชาร้านนั้นได้แม่นอยู่เลยครับ(ก็หลงซะขนาดนั้น) คราวหน้าไม่มีพลาดแน่นอนครับ

ความคิดเห็นที่ 23 แม่หมี , เจ้าหมีน้อย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
chailasalle วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 08.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

ฮาจิ ทำเสียน้ำตา เลย สงสรมันมาก

ความคิดเห็นที่ 22 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 09/10/2015 เวลา : 00.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

พี่หมีใหญ่โชคดีจังครับที่ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น นำภาพสวย ๆ มาฝากได้ชมกัน ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 21 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 08/10/2015 เวลา : 18.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ภาพสวยมากครับสำหรับสวนอิโนะคาชิระ
น้าชาลีคิดว่า ต้องมีนกนานาชนิดมากมายแน่นอน

ความคิดเห็นที่ 20 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
INDYLOVE วันที่ : 08/10/2015 เวลา : 16.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loveindy
บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำความประทับใจ ประสบการณ์ในการท่องเที่ยว และอาหาร

สวัสดีค่ะ แม่หมีที่น่ารักและพี่หมีใหญ่ใจดีค่ะ

ตามมาเที่ยว พิพิธภัณฑ์จิบลิ ด้วยคนค่ะ พี่หมีใหญ่พาไปเที่ยวสนุก
และได้ความรู้ด้วยค่ะ เคยซื้อ CD หนังเรื่องสุสานหิงห้อยมาดูและเก็บไว้ด้วยค่ะ
ดูไปก็น้ำตาซึมเหมือนแม่หมีเลยค่ะ พึ่งมารู้ว่าเป็นการ์ตูนจากสตูดิโอจิบลิ
จากบ้านนี้แหละค่ะ เพราะครอบครัวนี้เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ
ต้องขอขอบคุณมากค่ะ ที่ทำให้ได้ความรู้ไปด้วยเลย ^___^"

น่าเสียดายกับร้านน้ำชาที่พี่หมีใหญ่เดินหานะคะ หลงไปหลงมาจนเจอ
แต่ร้านก็ดันมาปิดซะนี่ !! น่าเห็นใจเลยค่ะอุตส่าห์ตั้งใจมา...
เอาไว้คราวหน้าค่อยมาใหม่นะคะ ร้านด้านนอกดูน่ารักมากค่ะ
ถ้าคิดให้ดีหลงซะขนาดนี้ คราวหน้าไม่หลงแน่นอนค่ะ
พี่หมีใหญ่ชำนาญทางแล้วค่ะ ฮา ฮา

ชอบ พิพิธภัณฑ์จิบลิ ที่นี่จังค่ะ โดยเฉพาะบ้านที่มีต้นไม้เกาะสวยคลาสสิคดีจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
PiyaiandNoolek วันที่ : 08/10/2015 เวลา : 16.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PiyaiandNoolek
www.facebook.com/TravelWithPiyaiAndNoolek 

ดีจังค่ะที่พี่หมีใหญ่เที่ยวแนวนี้ ทำให้ได้รู้จักสถานที่เที่ยวใหม่ๆ ที่น้าหนูเล็กไม่เคยไป เก็บใส่ลิสต์ไว้เผื่อมีโอกาสต้องไปเยือนบ้างแล้ว เล่าเรื่องราวสนุกดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
พลอยแสง วันที่ : 08/10/2015 เวลา : 14.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phoisaeng

สวัสดีค่ะคุณแม่หมี
มาติดตามท่องเที่ยวไปกับพี่หมีใหญ่ต่อค่ะ
การเดินทางของพี่หมีใหญ่ถือว่าคุ้มค่ามากๆ
แถมยังเก็บเรื่องราวและรูปภาพมาให้ได้ชมกันอีก
ขอบคุณมากๆ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 17 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
numouse วันที่ : 08/10/2015 เวลา : 13.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numouse
ถ้าเราลดความ "เห็นแก่ตัว" ให้น้อยลงบ้าง อะไรๆ มันคงจะดีกว่านี้ และถ้ายิ่งจัก "ยอม" บ้างคงจะดี

พี่หมีใหญ่เก่งมากเลยค่ะคุณแม่หมี
ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข และมีสติในทุกย่างก้าว
เพราะคุณแม่หมีสอนมาดี
ขอบคุณที่สอนให้เขารู้จักให้เกียรติผู้หญิงนะคะ
น้อยคนค่ะที่ถูกสอนแล้วจะทำตามด้วยดี
พี่หมีใหญ่น่ารักมากๆ ค่ะ ติดตามการท่องเที่ยวไปด้วยกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 07/10/2015 เวลา : 22.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

คงมีความสุขมากนะครับที่ได้ไปเดินในดินแดนของการ์ตูนที่เป็นชื่นชอบของคนทั้งครอบครัว

ความคิดเห็นที่ 15 เจ้าหมีน้อย , เหล่าซือสุวรรณา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 07/10/2015 เวลา : 21.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

คห.๑๔ ของคุณเหล่าซือฯ

ใช่ ๆ อิคิวซัง กับโดเรม่อน ก็ชอบดูค่ะ อ้อ....อาราเร่ อีกเรื่อง ... ป้าเจี๊ยบโดนล้อในห้องเรียนด้วยว่าเป็นอาราเร่ ถถถ....

หนังที่ฉายในทีวีอย่าง ไอ้มดแดง ยูโดสายดำ ฯลฯ ไม่ชอบดูค่ะ แต่น้องชายชอบมาก ....

ความคิดเห็นที่ 14 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
เหล่าซือสุวรรณา วันที่ : 07/10/2015 เวลา : 21.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chineseclub
泰汉语与文化比较  张碧云博客

คุณหมีใหญ่เขียนเล่าได้สนุกน่าอ่านมากค่ะ มีถนนพระอาทิตย์กับโรตีด้วย ถถถ เล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ที่แม่หมีดูแล้วร้องไห้ด้วย คุณพี่หมีนี่น่ารักมากค่ะ
ขอแจมอาจารย์ทางแก้วกับคุณกระเจี๊ยบหน่อย เมื่อก่อนเหล่าซือก็เป็นแฟนการ์ตูนญี่ปุ่นและหนังญี่ปุ่นเหมือนกันค่ะ แต่ยุคมันเก่ามากแล้ว ถถถ
ที่เหล่าซือดู เรื่องที่ชอบมากสุดก็เรื่องอิคิวซังค่ะ โดเรมอน แฮมทาโร่ หน้ากาเสือด้วยค่ะ เก่ากว่านั้นก็มีหนังพวกยอดมนุษย์ ยูโดสายดำ เจ3 โกลเด้นแมน...ไม่รู้จำชื่อถูกเปล่า

ความคิดเห็นที่ 13 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 07/10/2015 เวลา : 20.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

ขออนุญาตร่วมแจมกับคุณทางแก้ว (คห.๑๒)จิ๊ดนึงนะคะพี่แม่หมี

การ์ตูนญี่ปุ่นที่กระเจี๊ยบชอบดูตอนเป็นเด็กที่จำได้จะมี หน้ากากเสือ แคนดี้จอมแก่น และผึ้งน้อยพเนจร ค่ะ โดยเฉพาะหน้ากากเสือ ดูเสร็จ ก็ต้องวาดลวดลายบนเตียงสปริงกับน้องชาย มันส์มาก เจ็บจากมวย แล้วยังเจ็บจากไม้เรียวด้วย

ความคิดเห็นที่ 12 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
ทางแก้ว วันที่ : 07/10/2015 เวลา : 19.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

ผมเคยนึกหัวเราะเรื่องติดการ์ตูนของเด็กๆ
แต่พออ่านเรื่องของหมีใหญ่
ทำให้นึกถึงตัวเองตอนเด็กนั้น
ดูหนังญี่ปุ่นเรื่องเนาย่า(ยังจำได้)
พระเอกเป็นนักยูโด
หนังฉายไปสักสี่ห้าเดือน
ชวนเพื่อนไปสามคนไปเรียนยูโดแล้ว
มานึกแล้วน่าหัวเราะตัวเองเหมือนกันแฮะ


ความคิดเห็นที่ 11 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 07/10/2015 เวลา : 19.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

เหมือนน้าเจี๊ยบเลยค่ะ ไปไหน ก็มักจะส่งโปสการ์ดถึงตัวเอง โปสการ์ดของหมีใหญ่สวยทั้งด้านหน้าและด้านหลังเลยนะคะ ... ตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์ก็สวย

ความคิดเห็นที่ 10 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Cat@ วันที่ : 07/10/2015 เวลา : 17.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

เขียนได้สุดยอด

ความคิดเห็นที่ 9 ลิงเขียว , เจ้าหมีน้อย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 07/10/2015 เวลา : 17.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

อ่านเพลินเชียวค่ะ มองเห็นเลยว่า "เด็กๆ" เที่ยวต่างจากผู้ใหญ่อย่างไร
สมัยที่ป้าแม่มดพาน้องลูกมดไปเที่ยวญี่ปุ่น ตอนนั้นน้องอายุ ๑๒ ปี เราก็ตามล่าพิพิธภัณฑ์นินจาจากโอซากาไปจนถึงอุกา อูเอโนเหมือนกัน เหน็ดเหนื่อยสนุกสนานกันไปทั้งแม่ทั้งลูกเหมือนที่พี่หมีใหญ่ตามล่าพิพิธภัณฑ์จิบลีนี่เลย
ป้ามี DVD เรื่องฮาจิโก๊ะด้วยนะแต่ไม่เคยเห็นรูปปั้นของเขาอย่างพี่หมีใหญ่จ้ะ

ความคิดเห็นที่ 8 ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 07/10/2015 เวลา : 13.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อย่าเพิ่งเบื่ออ่านนะคะ อีกไม่กี่ตอนเอง

ส่วนที่คุณ "นายยั้งคิด" เขียนมาว่า "คนญี่ปุ่นเป็น company's slave หรือ Those loyal to the company ใช่ไหมครับ พี่หมีใหญ่ สังเกตหรือเปล่า จึงเมือนอกเวลางานเขาจึงตักตวงความสุขใส่ตัวกันอย่างเต็มที่ แล้วก็ไปแออัดกันแถวๆชินจูกุ เป็นต้น เนื้อหนังมังสาก็ไม่ค่อยจะหวงกันนัก ... พี่หมีใหญ่โตพอที่จะคุยกันประสาผู้ชายได้แล้วครับ แม่หมี "

เรื่องคนญี่ปุ่นจะเป็นอย่างไรคงไม่วิเคราะห์ลึกลงไป เพราะวัฒนธรรมของเขากับเราไม่เหมือนกัน ในความมีแบบแผนก็ย่อมมีสิ่งที่นอกกรอบบ้าง เอาเป็นว่า มนุษย์ทุกคนมีด้านดีและไม่ดี ไม่ไปไกลถึงขนาดนั้นและไม่ตัดสินใครไปด้วยความรู้สึก เรื่องเพศนั้นบ้านเราไม่ได้ปิดกั้น ลูกชายบ้านนี้รู้เรื่องเพศมาก และอาจจะมากจนเกินพอ แต่ในขณะเดียวกัน เราสอนให้ลูกมีสติ มีความเชื่อมั่นและยึดมั่นในเรื่องที่ดีงาม และที่สำคัญเขาต้องให้เกียรติผู้หญิง อ่อนโยนต่อผู้หญิงมีมารยาทและไม่ทำให้ผู้หญิงเสื่อมเสีย ไม่ว่าจะด้วยการกระทำล่วงเกินทั้งกาย วาจา ใจ เขาต้องตระหนักในข้อนี้ หากใครที่รู้จักลูกชายของแม่หมี จะต้องบอกว่าเขาเป้นคนที่สุภาพ อ่อนโยน และพร้อมที่จะดูแลคนรักของเขา แม้กระทั่งสิ่งที่เขาปฎิบัติต่อแม่หมี แม่หมีภาคภูมิใจในความเป็นสุภาพบุรุษของเขาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/10/2015 เวลา : 13.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ตามมาเที่ยวต่อ เพลินดีครับ

ความคิดเห็นที่ 6 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Sleepypanda วันที่ : 07/10/2015 เวลา : 13.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sleepypanda

เอ็นทรี่นี้เอ็นทรี่โปรดเลยค่ะเพราะ เป็นแฟนสตูดิโอจิบลิทั้งครอบครัว เรื่อง spirited away เรื่องโปรดเลยค่ะ เสียดายที่ทางมิวเซียมไม่อนุญาติให้ถ่ายภาพ เลยอดชมภาพตัวละครโปรด

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
แม่หมี วันที่ : 07/10/2015 เวลา : 13.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอบคุณเพื่อนๆที่เข้ามาอ่านเรื่องราวบันทึกการเดินทางชองพี่หมีใหญ่นะคะ ทั้งผู้ที่ทิ้งร่องรอยและไม่ทิ้งร่องรอย

พี่หมีใหญ่น่ะถูกเลี้ยงดูมาด้วยความรัก ความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด เขาซึมซับความรักความห่วงใยที่ครอบครัวเรามีให้กัน เขามีพ่อหมีเป็นไอดอลในเรื่องการดำเนินชีวิตและการทำงาน พ่อหมีเป็นผู้ชายที่ใส่ใจเรื่องของทุกคนในครอบครัว ใครเกิดวันไหน ใครชอบกินอะไร ใครไม่ชอบอะไรฯลฯ แม่หมีก็เช่นกันเราดูแลกันในทุกเรื่อง แค่มองตาเราก็รู้ใจกัน ใครเงียบก็ต้องถามว่าเป้นอะไรหรือเปล่า สิ่งเหล่านี้กระมังที่บ่มเพาะให้เด็กผู้ชายคนนี้ใส่ใจพ่อแม่ ใส่ใจน้องชายของเขา เก็บทุกรายละเอียดเช่นกัน หมีน้อยก็เป็นเช่นเดียวกัน ดังนั้นบันทึกเรื่องราวของพี่หมีใหญ่ในแต่ละตอนจึงเหมือนเป็นคุณชายละเอียด เก็บเรื่องราวทุกเรื่อง แต่นี่คือบางส่วนที่เขานำมาเล่า เพราะถ้าลงลึกกว่านี้ละเอียดกว่านี้เกรงว่าจะยาวมาก สิ่งที่เขาเขียนจึงเป็นบันทึกส่วนหนึ่ง โปสการ์ดที่เขาส่งมาจากญี่ปุ่นมาถึงตนเองก็มากเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 4 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
นายยั้งคิด วันที่ : 07/10/2015 เวลา : 12.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

คนญี่ปุ่นเป็น company's slave หรือ Those loyal to the company ใช่ไหมครับ พี่หมีใหญ่ สังเกตหรือเปล่า จึงเมือนอกเวลางานเขาจึงตักตวงความสุขใส่ตัวกันอย่างเต็มที่ แล้วก็ไปแออัดกันแถวๆชินจูกุ เป็นต้น เนื้อหนังมังสาก็ไม่ค่อยจะหวงกันนัก ... พี่หมีใหญ่โตพอที่จะคุยกันประสาผู้ชายได้แล้วครับ แม่หมี

ความคิดเห็นที่ 3 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
หวานหวาน วันที่ : 07/10/2015 เวลา : 12.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong

ละเอียดละออมากๆ
พี่หมีใหญ่เก็บรายละเอียดได้ดี เหมือนได้ไปเดินเที่ยวด้วยเลยนะคะคุณแม่หมี

ความคิดเห็นที่ 2 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
อักษราภรณ์ วันที่ : 07/10/2015 เวลา : 12.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

เอนทรี่นี้...
เพ่หมีใหญ่...
ลืมมมมมมมมมมมม...
ลงภาพอาหารนะคับ...

ความคิดเห็นที่ 1 เจ้าหมีน้อย , กระเจี๊ยบ และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
เฟื่อง วันที่ : 07/10/2015 เวลา : 12.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/creativeworld

หนุกจัง ตามพี่หมีใหญ่เที่ยว
เฟื่องว่า พี่เป็นคุณชายละเอียดขนานแท้เลย
ชอบจ้ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กลิ่นจัน

เพลงกลิ่นจัน ของมหาวิทยาลัยศิลปากร

View All
<< ตุลาคม 2015 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]