• แม่หมี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mamaomme@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-10
  • จำนวนเรื่อง : 467
  • จำนวนผู้ชม : 701710
  • ส่ง msg :
  • โหวต 991 คน
mamaomme
Blog ของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีลูกเป็นเด็กพิเศษ เขียนเรื่องราวที่พานพบด้วยหัวใจ ความรู้สึก จริงใจ อาจมีสาระหรือไร้สาระ เฮฮา หรือแสนเศร้า แต่นั่นก็คือตัวเธอ...ที่จริงใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme
วันพุธ ที่ 28 ตุลาคม 2558
Posted by แม่หมี , ผู้อ่าน : 1595 , 10:25:10 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 20 คน MephistoWitchy , สิงห์นอกระบบ และอีก 18 คนโหวตเรื่องนี้

  มาต่อกันพาร์ทที่ 2 ของการไปเยือนนิกโก้กันเลยนะครับ     

     คำเตือน
         1. ตอนนี้ก็มีภาพเยอะเช่นกัน อาจจะโหลดนานหน่อยนะครับ
         2. ตอนท้ายๆออกแนวทะลึ่งนิดนึงนะครับ แต่ผ่านกองเซนเซอร์ (แม่หมี) แล้ว

    จากตอนที่แล้ว ผมได้เดินทางไปนิกโก้เพื่อเยี่ยมชมมรดกโลก และตอนนี้ผมก็ได้มาที่ศาลเจ้าฟุตาระซัน หนึ่งในมรดกโลกที่นิกโก้



                                                          ศาลเจ้าฟุตาระซัน
 
     ศาลเจ้าฟุตาระซัน เป็นศาลเจ้าที่ถูกสร้างขึ้นราวๆปี ค.ศ. ที่ 767 (ก่อนหน้าศาลเจ้าโทโชคุเกือบ 900 ปี) ก่อตั้งโดยนักบวชโชโด เพื่อสักการะเทพเจ้า 3 องค์ ได้แก่ เทพผู้สร้างโอคุนินุชิ, เทพธิดาแห่งแสงทาโงะริฮิเมะ และเทพสายฟ้าอะจิซุกิตะกะฮิโกะเนะ  ตั้งชื่อตามภูเขานันไต(หรืออีกชื่อคือภูเขาฟุตาระ) ปัจจุบันนอกจากจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกแล้ว   ยังเป็นที่เก็บดาบสองเล่มซึ่งถือเป็นหนึ่งในสมบัติชาติของญี่ปุ่นอีกด้วย

     ศาลเจ้าฟุตาระซันจะใช้ตราสัญลักษณ์ "โทโมเอะ" ต่างจากศาลเจ้าโทโชคุที่ใช้ตราประจำตระกูลโทกุกาวะ   ตราโทโมเอะนั้นมีความหมายหลากหลาย   โดยส่วนมากจะหมายถึงวัฏจักรของโลก หรือวัฏจักรของชีวิต
                                                                                   

                                                        ตราสัญลักษณ์โทโมเอะ

     เมื่อเข้ามาถึงบริเวณภายในศาลเจ้าจะพบกับหอสวดมนต์อยู่ด้านหน้า   จากนั้นเดินไปด้านหลังตามทางไปเรื่อยๆจะพบกับศาลาแห่งหนึ่ง   ด้านข้างมีเกมโยนห่วง ซึ่งห่วงที่ว่านี้ทำจากเชือกของศาลเจ้า   กล่าวกันว่าหากโยนห่วงให้ไปคล้องเสาลงได้ก็จะโชคดีและหากทำได้ติดกัน 3 ครั้งจะถือว่าโชคดีมากๆ   เมื่อผมไปถึงก็พบกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเล่นโยนห่วงอยู่   เธอโยนเข้าได้ติดกันถึง 3 ครั้งเลยครับ
                                                                                

                                                        สาวน้อยเล่นโยนห่วง

     ถัดมาจะเป็นศาลเจ้าเล็กๆ อีกสองหลัง   หลังแรกไว้ขอพรให้สมหวังในความรัก   อีกหลังหนึ่งไว้ขอพรให้มิตรภาพระหว่างสหายยั่งยืน   ถัดมาอีกเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ซึ่ง(เคย)มีความใสสะอาดมากมีไว้ให้ผู้ผ่านมาได้ดื่มเพื่อเป็นสิริมงคล   จริงๆทางศาลเจ้าห้ามโยนเหรียญลงในบ่อน้ำ   แต่อาจด้วยความที่นักท่องเที่ยวส่วนหนึ่งไม่ทราบเรื่องราวของบ่อน้ำแห่งนี้ส่วนใหญ่พอไปเจอบ่อน้ำที่ไหนก็จะโยนเหรียญเพื่อขอพร  ดังนั้นผมจึงเห็นเหรียญเงินจมอยู่ที่ก้นบ่อจำนวนหนึ่ง (ช่างไม่รู้ธรรมเนียมของที่นี่บ้างเลย)  ทำให้ความใสสะอาดของน้ำหมดไป
                                                                              

                                                      บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

      ด้านในสุดของศาลเจ้าฟุตาระซัน  เป็นศาลาไม้เก่าแก่ที่อยู่มาตั้งแต่สมัยที่เริ่มสร้างศาลเจ้า   แต่ตอนนี้ได้มีการคลุมผ้าเพื่อรอการบูรณะ   และสวนหินขอพรให้นำหินที่เขียนคำขอพร   ให้เราเลือกหยิบเอาหินที่เขียนคำขอพรที่เราต้องการออกมา   แล้วจะวางไว้ที่เดิมหรือเปลี่ยนที่วางก็ได้ (แต่ห้ามเอากลับนะครับ) ก็จะสมหวังตามสิ่งที่เขียนไว้บนก้อนหินนั้น
                                                                          
                                                หินขอพร

     ก่อนจะออกจากศาลเจ้าฟุตาระซัน   ผมเหลือบไปเห็นป้ายขอพรที่มีคนมาแขวนไว้   ป้ายขอพรแสดงให้เห็นว่าศาลเจ้าแห่งนี้โด่งดังเรื่องขอพรด้านความรักจริงๆ
                                                                     


                                             ขอพรสไตล์หนุ่มสาวชาวญี่ปุ่น 

              บนบรรทัดแรกนั่นคุณแม่ของผมถามว่า  "คู่รักเขาเขียนว่าอะไรครับ"

              ผมตอบคุณแม่ว่า  "ประมาณว่า....เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป"

              แม่ของผมหัวเราะก้ากเลย   " ซวยแล้วไง  อธิษฐานแบบนี้เท่ากับผูกมัดตัวเอง  อนาคตข้างหน้ามันอาจไม่ใช่คนนี้  อาจเจอคนที่ใช่กว่า"

               ผมถามว่า   "แล้วควรอธิษฐานว่ายังไงครับ"

               แม่ผมหัวเราะหุๆแล้วทำหน้าแบบเจ้าเล่ห์  "ก็ต้องอธิษฐานประมาณว่า   จะรักกันจนถึงวันสุดท้าย"            

               ผมก็ยังงงอยู่ดี  "มันก็รักกันจนวันสุดท้ายนี่นา"  

              แม่ผมหัวเราะแล้วบอกว่า  "ก็วันสุดท้ายที่รักกันไง  วันต่อไปก็ไปมีคนอื่นได้เพราะเราไม่รักกันแล้วไง"      ถถถคุณพ่อผมจะรู้มั๊ยว่า  คุณแม่นี่เจ้าเล่ห์จริงๆ                         

        ความจริงแม่ผมเขาล้อเล่นนะครับ   คุณแม่สอนผมกับน้องเสมอว่า  "หากลูกยังไม่แน่ใจว่าจะอยู่เป็นคู่ชีวิตกันจริงๆ  อย่าทำให้ผู้หญิงเขาเสียหาย   อย่าพูดหรือทำอะไรให้ผู้หญิงเขาเข้าใจผิดว่าเรารักเขา  การล้อเล่นกับหัวใจของผู้หญิง  ล้อเล่นกับความรักไม่ใช่สิ่งที่ผู้ชายดีๆจะทำ   อย่าทำร้ายหัวใจใคร  ทิ้งระยะห่างแล้วถามใจตัวเอง   แต่ถ้าใช่ก็ค่อยบอกค่อยแสดงออก   เราเป็นฝ่ายเจ็บดีกว่าไปทำใครเจ็บ   แม่ไม่อยากให้ลูกรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต"  (ผมเลยสงสัยว่า แม่เคยทำใครเจ็บหรือเปล่าเนี่ย)

      จากศาลเจ้าฟุตาระซัน   ผมเดินต่อไปยังสถานที่อีกแห่งที่นับเป็นมรดกโลก   นั่นคือวัดรินโนจิ-ไทยูอิน   ซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งของวันรินโนจิ(ที่ผมเข้าไปเป็นที่แรกสุดแต่ว่าปิดบูรณะนั่นเอง) แต่ส่วนนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1653 เพื่อระลึกถึงโชกุนอิเอมิทสึ โชกุนลำดับที่สามของรัฐบาลโทกุกาวะ
                                                                                                                         

                                                          รินโนจิ-ไทยูอิน

      ที่หน้าประตูจะพบกับยักษ์คู่ นาราเอ็น-คอนโก และมิทชาคุ-คอนโก สองนายทวารผู้เฝ้าประตูแห่งนี้   ปกติแล้ววัดทั่วๆไปในญี่ปุ่นจะมีนายทวารเป็นคู่ดูโอ้อยู่สองคู่   นั่นคือฟูจินและไรจิน  ซึ่งเป็นเทพวายุกับเทพสายฟ้า  โดยฟูจินจะสวมอาภรณ์สวรรค์คล้ายนางฟ้าของจีน  ส่วนไรจินจะมีกลองสายฟ้าเรียงเป็นวงกลมอยู่กลางหลัง   อีกคู่หนึ่งมีชื่อว่าอากับอึน  ทั้งคู่หน้าตาคล้ายกันแต่อาจะทำปากคล้ายกำลังออกเสียง "อะ" ซึ่งเป็นอักษรตัวแรกในภาษาญี่ปุ่น   ส่วนอึนจะทำปากออกเสียง "อึน" ซึ่งเป็นอักษรตัวสุดท้ายในภาษาญี่ปุ่น  ผมสังเกตุว่าที่นิกโก้นั้นมีการสร้างนายทวารที่มีชื่อเฉพาะตัวต่างจากที่อื่น   สำหรับท่านคอนโกทั้งสองนี้หน้าตาจะคล้ายอากับอึน  แต่หน้าตามีความดุร้ายอยู่ค่อนข้างมากทีเดียว

                                                                                    
                                                         นาราเอ็น-คอนโก

                             และมิทชาคุ-คอนโก ดูจากหน้าตาแล้วใครมาร้ายคงโดนไม่ใช่น้อย

      จากด้านหน้าจะมีประตูอีกแห่งหนึ่งชื่อประตูนิเทน-มอน (ประตูเทพทั้งสอง) มีคู่หูเฝ้าประตูคือจิโคคุ-เทน และโคโมคุ-เทน ทว่าประตูนี้กำลังอยู่ในช่วงบูรณะจึงไม่สามารถมองเห็นได้ทั้งตัวประตูและเทพทั้งสอง    ด้านในของประตูนี้เป็นสวนที่ประดับด้วยโคมไฟหินและหอระฆังที่ปิดซ่อนระฆังที่อยู่ด้านในมิดชิดซะจนมองไม่เห็น
                                                                                
                                          หอระฆัง (แล้วไหนล่ะระฆัง ถถถ )

     เดินขึ้นมาอีกจะเป็นประตูยาฉะ-มอน (ประตูอสูร) ประตูนี้มีนายทวารเฝ้าอยู่ถึง 4 ตน นั่นคือ บิดาระ, อะบัทสึมาระ, อุมาโระคยะ และเคนดาระ   ซึ่งล้วนแต่เป็นเทพอสูรผู้คอยรับใช้พระพุทธเจ้า (ตามความเชื่อของญี่ปุ่นเค้านะครับ) โดยเฉพาะอุมาโระคยะนั้นเป็นผู้ถืออาวุธที่มีชื่อว่าฮามายะ (ศรพิฆาตอสูร) หรือเรียกอีกอย่างว่า "ศรแห่งพระพุทธองค์"
                                                                                                                                                                                 

                                                          ประตูอสูร

                                                                            

                                                            บิดาระ

                                                      อะบัทสึมาระ

                                                           อุมาโระคยะ

                                                         และเคนดาระ

     จากประตูอสูร ข้างในจะเป็นหอสวดมนต์ซึ่งไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ และเราสามารถเดินได้เพียงด้านหน้าซึ่งเป็นจุดขายของที่ระลึกนั่นคือ "ศรพิฆาตอสูร" นั่นเอง   ส่วนด้านหลังมองได้อย่างเดียวเป็นหอประชุมการรบซึ่งตระกูลโทกุกาวะเคยใช้งาน   ถูกตบแต่งด้วยทองแท้อร่ามทั่วทั้งหอ   ปัจจุบันถูกใช้เก็บของมีค่าต่างๆในสมัยก่อน  หลังจากที่ชื่นชมความงามของหอทองคำจนเป็นที่พอใจแล้วผมก็เดินออกมาจากหอ    ผ่านประตูโคคะ-มอน บริเวณด้านหลังประตูนี้ถือเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อนุญาตให้คนทั่วไปเข้าชม



                                                                                  
                                                         ประตูโคคะ-มอน

      หลังจากนั้นผมเดินออกจากวัดไทยูอิน   ขึ้นรถบัสเพื่อไปยังเป้าหมาย(เกือบ)สุดท้ายของผมที่นิกโก้  นั่นคือ "สะพานศักดิ์สิทธิ์ชินเคียว" (จริงๆเดินมาก็ได้แต่ผมหมดแรงแล้วครับวันนี้เที่ยวเพลินจนไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลย)
                                                                                                                                                                                

                                                               สะพานชินเคียว

      สะพานชินเคียว เป็นสะพานสีแดงสวยที่พาดผ่านแม่น้ำไดยะ   อยู่ในความดูแลของศาลเจ้าฟุตาระซัน   สะพานนี้มีอีกชื่อว่า ยามาสุเกะ โนะ จาบาชิ (สะพานงูกับหญ้า) เนื่องจากมีตำนานเล่าไว้ว่า ครั้งหนึ่งนักบวชโชโด(ผู้ที่สร้างศาลเจ้าฟุตาระซันนั่นแหละครับ) จะไปประกอบพิธีกรรมบนภูเขานันไต  แต่นักบวชและคณะไม่สามารถข้ามแม่น้ำไดยะที่เชี่ยวกรากได้   ท่านโชโดจึงขอพร ทันใดนั้นเทพเจ้าชื่อจินจะ-ไดโอ ได้ปรากฎตัวขึ้น และบันดาลให้งูสองตัวที่พันอยู่บนแขนของตนกลายร่างเป็นสะพานโค้งปกคลุมด้วยต้นหญ้าทำให้คณะของท่านโชโดผ่านแม่น้ำไปได้  สะพานนี้มีการเปิดใช้งานทั่วไปและต้องทำการบูรณะหลายครั้ง   จนในที่สุดก็ได้ถูกปิดไม่ให้ใช้งานโดยอนุญาติให้เข้าชมเท่านั้น เพื่อเป็นการรักษาตัวสะพานไม่ให้เสื่อมโทรม   เราสามารถเข้าชมซากสะพานในอดีตและขึ้นไปเดินบนสะพานได้ (ค่าเข้าชม 300 เยน) แต่ต้องเดินบนพรมที่ปูอยู่เท่านั้นและห้ามจับตัวสะพาน


                                                                                                
        ขอย้ำว่าห้ามจับสะพานนะครับ ไม่งั้นมิโกะ(นักบวชหญิง)แสนสวยอาจโดดออกจากจุดขายตั๋วมาบีบคอเราได้

      จากสะพานชินเคียว   ผมนั่งรถบัสกลับไปยังสถานีโทบุ-นิกโก้เพื่อเตรียมตัวกลับโตเกียว   แต่ก่อนอื่นผมต้องทำตามเป้าหมายสุดท้ายที่แท้จริงของผมเสียก่อนนั่นคือกินขนมที่สถานี   ซึ่งผมขอแนะนำร้านขนมที่ผมได้อุดหนุนไปดังนี้ครับ
                                                                                                
      เมจิ โนะ ยาคาตะ เค้กชอป จากจุดรอรถบัสหันหลังกลับมาจะเห็นสีเขียวๆอยู่ข้างสถานีรถไฟเลยครับ มีเค้กมากมายให้เลือกสรร ของขึ้นชื่อคือเค้กเนยหลากหลายแบบ
                                                                                                  
      อาเกะยูบะมันจู   ร้านสีส้มๆอยู่เยื้องๆป้ายรถบัส   คุณป้าเจ้าของร้านแกจะออกมาเรียกลูกค้าพร้อมกับเอาของมาให้ชิมอยู่ตลอด  ทีเด็ดของร้านนี้คือนิกโก้มันจู

                                                                                                    
      มันจูไส้ถั่วแดงห่อด้วยแป้งทอดโรยเกลือนิดหน่อย กรอบ นุ่ม หวาน เค็ม ลงตัวมากครับ

      หลังจากนั้นผมก็นั่งรถไฟกลับโตเกียวใช้เวลาร่วม 3 ชั่วโมง   ผล็อยหลับไปเล็กน้อยก่อนที่รถไฟจะพาผมกลับมาที่อาซาคุสะ   ผมเปลี่ยนรถต่อไปยังสถานีอุเอโนะ ที่ตั้งของ Capsule and Sauna New Century ที่พักของผมในคืนนี้   ที่นี่เป็นแคปซูลโฮเทลแต่อนุญาตให้เอาข้าวกล่องเข้ามากินในครัวได้   ผมจึงออกไปซื้อข้าวกล่องมากิน ขากลับระหว่างทางเจอแขกร้านเคบับชวนให้กินเคบับ   แต่ผมมีข้าวกล่องแล้วเลยบอกไม่กิน แกก็ยังชวนคุยรัวๆแบบว่าถามอะไรไปเรื่อยก่อนที่จะเล่าเรื่องตัวเองบ้าง   เขามาจากตุรกีและมาอยู่ที่นี่ได้เกือบ 9 ปีแล้ว    ผมเห็นท่าทางหมอนี่จะคุยได้อีกนานเลยขอตัวกลับก่อน    เขายังทิ้งท้ายอีกว่า "อย่าลืมมากินล่ะ"   ผมเลยบอกว่า "แน่นอน ถ้ามีโอกาส" (ผมไม่สัญญิงสัญญาอะไร  เพราะที่ผมพูดแบบนี้  แสดงว่าถ้ามีโอกาสก็จะไป   ถ้าไม่มีก็ไม่ไป)

      ห้องอาบน้ำที่นี่ก็เป็นบ่อน้ำร้อนรวมเหมือนกับที่ชินจูกุเช่นกัน   แต่หลังจากเข้ามาหลายที่แล้วผมจึงเข้าไปได้อย่างมั่นใจ   ผมนอนแช่น้ำสบายตัวอยู่นานสองนานจนรู้สึกหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง (และนี่ก็เป็นการแช่น้ำร้อนครั้งสุดท้ายที่ญี่ปุ่น) ก่อนที่จะเข้าไปนอนที่ช่องของตัวเอง   เปิดทีวีดูสักหน่อยเผื่อมีเกมโชว์หรือการ์ตูนสนุกๆ แล้วก็ได้พบว่า.....ทีวีของแคปซูลโฮเทลฉายหนังเอวี

      ผมนึกย้อนไปถึงแคปซูลโฮเทลที่ชินจูกุกับที่อาซาคุสะ    ที่แรกผมไม่ได้เปิดทีวีเพราะไปถึงก็นอนทันที   ส่วนอีกที่หนึ่งผมเปิดทีวีแต่เปิดไม่ติดก็เลยนอนเลย   ผมเพิ่งค้นพบบริการอันสุดแสนดีงามเช่นนี้(อิอิอิ)ในคืนสุดท้ายที่ผมนอนแคปซูลโฮเทล   อย่างไรก็ตามหลังจากพบความจริงข้อนี้แล้ว   ผมรู้สึกว่าได้ยินคนหายใจหอบอยู่จากช่องใกล้ๆ.....หวังว่าผมคงคิดไปเอง  ถถถ

     โดยสรุปแล้วสำหรับผมนิกโก้เป็นสถานที่ๆมีความน่าสนใจมาก    สภาพบ้านเมืองที่ค่อนข้างเงียบสงบ อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ อากาศดี มีสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อยู่มากมาย และอยู่ไม่ไกลจากโตเกียว    ทำให้นิกโก้เป็นเมืองที่ผมอยากจะกลับมาเยือนอีกครั้ง    นอกจากจะมาเพื่อเยี่ยมชมสถานที่หลายแห่งที่ผมพลาดไปเพราะกำลังปิดบูรณะอยู่แล้ว   ที่แห่งนี้ยังมีธรรมชาติที่สวยงามอีกมากไม่ว่าจะเป็นทะเลสาบและน้ำตกสวยๆอีกด้วย    คราวหน้าหากมีโอกาสผมคงมาเที่ยวนิกโก้ซัก 2 - 3 วัน (หรือเพราะในน้ำที่ผมดื่มมี "ยาสั่ง" ให้กลับมาจริงๆ) แต่สำหรับตอนนี้ผมคงต้องขอลาจากนิกโก้ไปก่อนเป็นการชั่วคราวก่อนจะพบกันใหม่
                                                                                          
                                 ย้ำอีกที ผมไม่ได้เด็ดใบไม้มานะครับ หยิบจากที่ร่วงลงพื้น  ล้านเปอร์เซ็นต์

      สุดท้ายนี้ขอกล่าวขอบคุณเหล่านักรบผู้ยิ่งใหญ่ชาวยามาโตะในอดีตทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นโอดะ โนบุนากะ, โทโยโทมิ ฮิเดโยชิ, โทกุกาวะ อิเอยาสุ, ซานาดะ ยูคิมุระ, โฮโจ อุจิมาสะ, อาเคจิ มิสึฮิเดะ และอีกหลายๆคนทั้งที่ได้รับการจารึกชื่อไว้ในบันทึกและเหล่าผู้ที่หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์    ไม่ว่าพวกเขาเหล่านั้นจะต่อสู้เพื่อชาติ  เพื่ออุดมการณ์  เพื่อความปรารถนาส่วนตัว หรือเพื่ออะไรก็ตาม   แต่ความกล้าหาญของพวกเขาล้วนเป็นที่เล่าขานและได้รับการสรรเสริญจากลูกหลานชาวยามาโตะสืบมาจนถึงทุกวันนี้    และยังทำให้มีเกมสนุกๆให้ผมได้เล่นอีกด้วย (อิจิ น้องสาวของท่านโนบุนากะ กับเนเนะ ภรรเมียของท่านฮิเดโยชิน่ารักมากคร้าบ) ถ้าอยากเล่นเกมนี้ก็หามาเล่นได้ครับชื่อเกมsengoku musou (Samurai Warrior) มีในรูปแบบเกมPlayStation,เกมWii   แถมภาพสวยๆจากเกมนะครับ
                                                          
                                               ภาพ Oda nobunaga จาก www.youtube.com  

                                                                           

                                       Oichi จาก koei.wikia.com   เธอสวยนะครัช


                                           Nene จาก pixgood.com  น่ารักใช่มั๊ยครัช
                                                                          

                                                Nagamasa จาก  namu.wiki


           ภาพการต่อสู้ของซามูไรซานาดะ ยูคิมุระ กับ ซานาดะ  โนบุยูคิ  สองคนนี้เป็นพี่น้องกันแต่อยู่คนละฝ่าย  จาก nichegamer.com    

       ลาอีกที  แต่ยังไม่จบซีรีส์ของผมนะครับ  ตอนหน้าผมจะพาไปเที่ยวที่ไหนตามผมไปนะครับ   ด้วยความขอบคุณยิ่ง
                                                                                                                              

                                                                              บันทึกโดยพี่หมีใหญ่
        
      หมายเหตุ  - ขอบคุณภาพ ตัวละครเกม sengoku musou  (เอามาจากหลายๆเว๊ปไซต์ผมให้เครดิตใต้ภาพแล้วนะครับ ขอบคุณมากนะครับสำหรับภาพสวยๆ)
                    - เกมนี้ต้องบอกเสียก่อนว่าอย่าเล่นนะครับ  เพราะมันจะทำให้คุณติดเกม  สนุกมากจริงๆ  เพราะเราสามารถเลือกเป็นตัวละครตัวใดก็ได้  แล้วเข้าไปสู่สถานการณ์ต่างๆ  และที่สำคัญเรื่องนี้ทำมาจากประวัติศาสตร์จริงๆ  มีตัวตนจริงๆและคุณอาจเป็นคนเขียนประวัติศาสตร์ด้วยฝีมือการเล่นเกม  ถถถ  มันเป็นแค่เกมที่เขาทำมาให้เราเล่นน่ะครับ  แต่มันก็ทำให้ผมต้องเข้าไปศึกษาประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่นอย่างจริงจัง   ผมว่าผมอ่านมันมากกว่าตอนผมเรียนวิชาประวัติศาสตร์เสียอีก  ยาวไปๆ  ลาล่ะครับ  ตามผมต่อในเอ็นทรี่ต่อไปนะครับ
                                                                                                                 

                                                                                     พี่หมีใหญ่                                       





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
เจ้าหมีน้อย วันที่ : 09/11/2015 เวลา : 16.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yakogoro

ไม่ได้ปิดตาดูซักเรื่องเลยครับ

เปิดตาดูทุกเรื่อง

ความคิดเห็นที่ 18 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สำรวจฟ้า วันที่ : 07/11/2015 เวลา : 16.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

พี่หมีใหญ่ปิดตาดูเอวีไปกี่เรื่องครับแม่หมี

ความคิดเห็นที่ 17 แม่หมี , ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (2)
เจ้าหมีน้อย วันที่ : 05/11/2015 เวลา : 10.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yakogoro

ขอบคุณคุณพี่นุช (ที่คราวที่แล้วผมเรียกน้า) และทุกๆคนที่ติดตามบทความของผมมาตลอดนะครับ

เรื่องสีตัวของเหล่านายทวารนี่ผมไม่แน่ใจว่ามีความหมายรึเปล่าแต่โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าสีแดงจะให้ความรู้สึกดุดันดูน่าเกรงขามเช่นคอนโกทั้งสอง

แต่ถ้าสีออกเข้มๆจะให้ความรู้สึกสำรวมเหมือนอุมาโระคยะที่ถือศรแห่งพระพุทธองค์น่ะครับ ส่วนเคนดาระที่ตัวสีขาวจะให้ความรู้สึกอ่อนช้อยเป็นพิเศษ

อันนี้ความเห็นส่วนตัวของผมล้วนๆนะครับ

ความคิดเห็นที่ 16 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลิงเขียว วันที่ : 03/11/2015 เวลา : 03.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

แวะไปอ่านคอมเม้นต์ตอนที่แล้วมา

เรียกพี่นุชว่า น้าลิงเขียว

แอ๊บเป็น(พี่)ไม่ได้เหรอ.....แล้วจะให้ค่าขนม ฮี่ๆๆเฮือก =_=;

เรื่องหนังสือตกขอบ
เคยเจอเม้นต์ของคุณปทุมฯบอกให้คลิกไปที่( พิมพ์หน้านี้)
นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา. เวลาที่น้าลิงไปอ่านบล็อกของใคร
ถ้าเจอบล็อกตกขอบจะทำอย่างที่บอกมาค่ะ

สงสัยป้ากระเจี๊ยบรู้เคล็ด(ไม่)ลับนี้แน่ๆ

ความคิดเห็นที่ 15 เจ้าหมีน้อย , แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลิงเขียว วันที่ : 03/11/2015 เวลา : 03.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีค่ะคุณแม่หมีและพี่หมีใหญ่^^

ติดตามกันมาอย่างมาราธอนเลยแฮะ
บอกว่าตอนท้ายๆมีทะลึ่ง พี่นุชเลื่อนลงไปอ่านอย่างรัวๆ
แค่เนี๊ยะ... =_=;;


ต้องโทษคนที่โยนเหรียญคนแรกนะ
เพราะถ้าไม่มีคนแรก...คนที่สองและร้อยคนให้หลังไม่ตามมาแน่ๆ
เสียดายน้ำบริสุทธิ์...อดดื่มเลย T_T

นาราเอ็น คอนโก
มิทชาคุ คอนโก......ชวนผวามาก

บิดาระ ตัวสีแดง
อะบัทสึมาระ ตัวสีเขียว
อุมาโระคยะ ตัวสีน้ำเงิน
เคนดาระ ตัวสีขาว
องครักษ์ของพระศาสดาตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น

ด้วยสีที่แตกต่างกันแบบนี้มีความหมายอะไรเพิ่มเติมไหมคะพี่หมีใหญ่?

เที่ยวเพลินจนลืมกินข้าวเที่ยง
ป๊าด....แล้วเอาแรงจากไหนมาเดินกันล่ะเนี่ย
แอบอยากลืมกินข้าวบ้าง....จะได้มีกหุ่นดี๊ดี


คำขออธิษฐานที่แม่หมีบอกเอาไว้ดีจังเลย
ขอให้เรารักกันจนวันสุดท้าย
พี่นุช...จะเก็บเอาไปใช้บ้างค่ะ
((( เพราะถ้าขอให้รักกันไปจนถึงชาติหน้า
กลัวแฟนฉันมันจะตามมาหลอนที่หลังอะ เอิ๊กๆ)))
เจอคนดีก็ดีไป แต่ถ้าเจอดีแตก การอธิษฐานอย่างที่แม่หมีบอกมา
(น่าจะดีที่สุด))

ขอบคุณทริปสนุกๆนี้จ้าXD

ความคิดเห็นที่ 14 แม่หมี , ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (2)
เจ้าหมีน้อย วันที่ : 02/11/2015 เวลา : 17.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yakogoro

ผมหมีใหญ่ขอขอบคุณทุกๆคนที่เข้ามาอ่านมากครับ

ถ้าให้แข่งกันภายในญี่ปุ่นล่ะก็ผมให้นิกโก้มันจูชนะเลิศเลยครับ แต่จริงๆมันจูที่ญี่ปุ่นอร่อยทุกเมืองเลย

ความคิดเห็นที่ 13 แม่หมี , ลิงเขียว และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ทางแก้ว วันที่ : 02/11/2015 เวลา : 13.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

อสูรแต่ละตนนี่น่ารักดี
รู้สึกจะเป็นต้นทางของการ์ตูนหลายๆเรื่อง

ความคิดเห็นที่ 12 แม่หมี , ลิงเขียว และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 01/11/2015 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

ขออวยพรให้มาเยือนนิกโก้อีกครั้ง ตามที่ได้ดื่มน้ำที่มี "ยาสั่ง" ให้กลับมาเยือนใหม่นะครับ

ความคิดเห็นที่ 11 แม่หมี , ลิงเขียว และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
วรรณสุข วันที่ : 31/10/2015 เวลา : 22.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

ขอจำทริกคำอธิษฐานของแม่หมีไปใช้มั่งดีกว่าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 ลิงเขียว , เจ้าหมีน้อย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
พี่ก๊วย วันที่ : 30/10/2015 เวลา : 18.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

ชอบการ์ตูน สวยมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 ลิงเขียว , เจ้าหมีน้อย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 30/10/2015 เวลา : 12.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

ไม่อยากบอกเลยว่า อุ๋มเหมือนกับ คห.ที่ 1 เลยค่ะ รีบมาอ่านตอนท้ายก่อนเลย เกรงคุณแม่หมีจะเปลี่ยนใจแล้วเซ็นเซอร์ไปเสียก่อนน่ะค่ะ ถถถถ มันจูเป็นของโปรดของอุ๋มเลยนะคะ ไปญี่ปุ่นทีไรต้องกินเกินความสามารถทุกที เพราะของเขาอร่อยจริงๆ ค่ะ พี่หมีใหญ่บรรยายได้ครบถ้วนและเห็นภาพตามไปเสียทุกเรื่อง (ไม่ใช่เพราะมีภาพประกอบอยู่แล้วนะคะ ถถถถถ)

ความคิดเห็นที่ 8 ลิงเขียว , เจ้าหมีน้อย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
feng_shui วันที่ : 29/10/2015 เวลา : 23.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

มันจูไส้ถั่วแดง น่าสนใจมากเลยขะ อิอิ

ความคิดเห็นที่ 7 ลิงเขียว , เจ้าหมีน้อย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
หวานหวาน วันที่ : 29/10/2015 เวลา : 16.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong

คุณแม่หมีนี่น่ารักที่สุดเลยนะคะพี่หมีใหญ่

ความคิดเห็นที่ 6 ลิงเขียว , เจ้าหมีน้อย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 29/10/2015 เวลา : 01.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

ตัวหนังสือตกขอบค่ะ น้าเลยคลิกที่พิมพ์หน้านี้ แล้วอ่าน

สาวน้อยโยนห่วง เก่งจรินะ ตัวแค่เนี่ย...

ที่ศาลเล็ก ๆ ขอพร น้าคงขอให้มิตรภาพระหว่างสหายยั่งยืน

คุณแม่หมีน่ารักที่สุด สอนลูกชายให้เกียรติผู้หญิง หมีใหญ่หมีน้อยต้องทำตามที่คุณแม่สอนนะคะ....สังคมไทย ครอบครัวที่มีลูกชายส่วนใหญ่ สอนลูกต่างไปจากที่แม่หมีสอนนะคะ .... ครูหยุยเคยบอกว่า สังคมไทยจะเปลี่ยนหากเราอบรมเลี้ยงดูลูกชายให้ต่างไปจากเดิม

ยักษ์เฝ้าวัด ... นึกถึงยักษ์วัดแจ้ง ยักษ์วัดโพธิ์ ... หมีใหญ่ว่าของใครน่ากลัวกว่ากัน

ความคิดเห็นที่ 5 ลิงเขียว , เจ้าหมีน้อย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 28/10/2015 เวลา : 23.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

เรื่องโยนเหรียญ ป้าแม่มดว่ายังไม่น่ารำคาญเท่าการคล้องกุญแจนะ
เดี๋ยวนี้ไปไหนก็เจอคนคล้องกุญแจ สะพานหลายแห่งจะพังลงมาก็เพราะกุญแจของคู่รักนี่แหละ
ที่ญี่ปุ่น พี่หมีใหญ่เจอบ้างไหมจ๊ะ
ที่เมืองไทย ป้าไปเที่ยวสงขลา ก็ยังเจอ เฮ้อ......

ความคิดเห็นที่ 4 ลิงเขียว , เจ้าหมีน้อย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
BlueHill วันที่ : 28/10/2015 เวลา : 22.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ร้านขนมญี่ปุ่น จัดทรงร้านได้น่ารักมาก
ตามที่พี่หมีใหญ่นำภาพมาให้ชมกัน เป็นร้านขนมอาเกะยูบะมันจู
ดูธรรมดา แต่ไม่ธรรมดาจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 3 ลิงเขียว , เจ้าหมีน้อย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
นายยั้งคิด วันที่ : 28/10/2015 เวลา : 18.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ผมเคยถูกมัคคุเทศน์พาไปแช่น้ำร้อนที่ 'นิคโก้' แต่ไม่ทราบเลยว่ามีที่แวะชมอีกมากครับ

ถ้าถึงตอน Love scene ของพี่หมีใหญ่ก็ไม่ควรเกรงใจกองเซ็นเซ่อร์ครับ อ้างว่าคนอ่านสนใจครับ พี่หมีใหญ่

ความคิดเห็นที่ 2 ลิงเขียว , เจ้าหมีน้อย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
Aomaka from mobile วันที่ : 28/10/2015 เวลา : 13.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aomaka

กำลังหาโอกาสไป ญี่ปุ่นเป็นเมืองในฝันเลยค่ะ ^_^

ความคิดเห็นที่ 1 ลิงเขียว , เจ้าหมีน้อย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
Clark-Kent วันที่ : 28/10/2015 เวลา : 11.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Trivial-Pursuit
 Have a nice day 

ผมรีบข้ามมาตอนท้ายก่อนเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กลิ่นจัน

เพลงกลิ่นจัน ของมหาวิทยาลัยศิลปากร

View All
<< ตุลาคม 2015 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]