• แม่หมี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mamaomme@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-10
  • จำนวนเรื่อง : 459
  • จำนวนผู้ชม : 682953
  • ส่ง msg :
  • โหวต 990 คน
mamaomme
Blog ของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีลูกเป็นเด็กพิเศษ เขียนเรื่องราวที่พานพบด้วยหัวใจ ความรู้สึก จริงใจ อาจมีสาระหรือไร้สาระ เฮฮา หรือแสนเศร้า แต่นั่นก็คือตัวเธอ...ที่จริงใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme
วันอังคาร ที่ 5 มิถุนายน 2561
Posted by แม่หมี , ผู้อ่าน : 1050 , 14:38:11 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 17 คน ATM_Decor , แม่นำ และอีก 15 คนโหวตเรื่องนี้

         ไม่ต้องตกใจ  แม่หมีเขียนชื่อเอ็นทรี่ถูกต้องแน่นอนค่ะ   เรื่องของเรื่องคือ แม่หมีคุยกับลูกหมีสองคนเรื่องหลานของคนรู้จัก  เพิ่งเข้าเรียนประถม 1 เปิดเรียนมาเกือบสามสัปดาห์แล้ว  แต่ยังปรับตัวไม่ได้   ไม่มีเพื่อน  ไม่คุยกับใคร   สัปดาห์แรกนี่ไม่มีการเข้าห้องน้ำไม่ปัสสาวะ  บางวันไม่กินข้าวเพราะอาหารไม่ถูกปาก   ก็เข้าใจนะคะว่าโรงเรียนขนาดใหญ่มีนักเรียนมากมาย   และเด็กก็อยู่ชั้นประถมแล้วต้องสามารถดูแลตัวเองได้ในระดับนึง   ครูเขาจะมาใส่ใจอะไร   เพราะปกติแล้วเรื่องเหล่านี้ต้องถูกฝึกมาตั้งแต่เรียนอนุบาลแล้ว   เด็กบางคนเข้าเรียนเนิสเซอรี่มาก่อนก็ยิ่งมีความพร้อมมากขึ้น   แม่หมีได้ยินแล้วก็รู้สึกเป็นห่วงเด็กคนนี้   แต่อะนะ...แม่หมีก็เพียงได้แต่แนะนำว่า  แบบนี้ต้องไปปรึกษาคุณครูประจำชั้นแล้ว   แต่ถ้าแม่หมีพูดมากไปก็จะกลายเป็นเผือกเรื่องของเขาไป

      คุยกันกับลูกๆเรื่องนี้แล้ว  ก็เลยมาคุยถึงตอนที่เขายังเป็นเด็กอนุบาล  ลูกทั้งสองคนเรียนอนุบาลตั้งแต่สองขวบกว่าๆ  แต่เป็นโรงเรียนของญาติผู้พี่  วันแรกๆที่ไปส่งก็มีร้องไห้ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติที่เด็กจะร้องไห้   เพราะเขาไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องถูกทิ้งให้อยู่กับครู  ทั้งที่เราอธิบายก็แล้ว  พาไปให้เห็นโรงเรียนก็แล้ว  ได้เล่นเครื่องเล่นในสนามก็แล้ว   ตกลงกันเป็นอย่างดีว่าลูกต้องไปโรงเรียน   แต่พอถึงวันเข้าเรียนจริงกลับไม่ยอมเข้าใจอะไรทั้งนั้น   เรียกว่าต้องใช้คำว่า "แหกปากร้องไห้" กันเลยทีเดียว    ซึ่งแม่หมีก็เป็นครูทำไมจะไม่เข้าใจธรรมชาติของเด็ก   พอลูกร้องไห้ แม่หมีก็น้ำตาจะหยดตามไปด้วย   แต่นั่นแหล่ะค่ะถ้าเรายอมแพ้จูงลูกกลับบ้านเหมือนที่ผู้ปกครองบางคนทำ   ลูกก็ไม่มีโอกาสได้ปรับตัวกันเสียที   ไม่นานหรอกค่ะเด็กๆก็จะเรียนรู้และปรับตัวได้   แต่เวลาไปรับลูกก็ต้องไปให้ตรงเวลานะคะ   ไม่ใช่ไปล่าช้าจนเด็กคนอื่นเขาเริ่มทยอยกลับบ้านไปแล้ว    ลูกเราจะร้องไห้ค่ะเพราะคิดว่าพ่อแม่คงจะทิ้งเขา   แต่พอเรียนรู้ปรับตัวได้กลับกลายเป็นจะไม่ยอมกลับบ้านซะงั้น   เพราะอยู่โรงเรียนเพื่อนเยอะ

       หมีน้อยนี่ไปเรียนตั้งแต่ยังไม่ยอมพูด เพราะเขาเป็นออทิสติกและกว่าจะพูดได้ก็นานมาก   จนเราคิดว่าเขาจะไม่พูดเสียแล้ว   ซึ่งเราก็พาไปหาหมอไปเช็คทุกอย่างทั้งการได้ยิน  การฟัง คุณหมอบอกทุกอย่างปกติหมด   แต่ที่ไม่พูดก็เพราะเขาเป็นออทิสติก   เราก็ได้แต่รอ...และขอพรจากพระเจ้าขอให้เขาพูดได้ในสักวัน   เขาทำท่าจะพูด เปล่งเสียงมาเป็นคำๆแต่ไม่มีความหมาย   แล้วก็หยุดพูดไปเฉยๆ  โน่นแน่ะค่ะกว่าจะพูดได้ก็ล่อเข้าไปเกือบ 4 ขวบ  ยังไม่พูดแต่ 2 ขวบแล้ว  เราก็ต้องเอาไปโรงเรียนเพราะไม่มีคนเลี้ยง  หมีน้อยนี่วันแรกไม่ร้องไห้คงยังงงกับชีวิต   แต่วันต่อๆมาเริ่มร้องไห้  แถมพอแม่หมีหยิบชุดนักเรียนมานี่ร้องไห้เลย  แม่หมีไม่ยอมแพ้ค่ะ  ไม่ใส่ก็ไม่เป็นไร  นุ่งกางเกงในตัวเดียวพานั่งมอเตอร์ไซค์ไปโรงเรียน เอาเสื้อผ้า ถุงเท้ารองเท้าไปให้ครูใส่   ตอนนั้นยังทำงานค่ะ  จะเสียเวลารบกับหมีน้อยไม่ได้เดี๋ยวเราไปทำงานสาย   พอเขาปรับตัวได้เขาก็ยอมใส่เสื้อผ้า  ยอมไปโรงเรียน

       ย้อนมาที่ชื่อเอ็นทรี่ "เมื่อพี่หมีใหญ่โดนถีบ....." นั่นคือตอนที่พี่หมีใหญ่ย้ายมาจากรร.อนุบาลอนันตศานติศึกษา  มาเข้าเรียนที่รร.ทุ่งมหาเมฆ  ซึ่งเดิมอยู่ในสังกัดสปช. (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ )  ตอนนี้สังกัดสพฐ.สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน   กระทรวงศึกษาธิการ  รร. ทุ่งมหาเมฆ เป็นโรงเรียนขนาดกลาง  เปิดสอนตั้งแต่อนุบาลจนถึง ป.6  แม่หมีตั้งใจให้เรียนที่นี่เพราะชอบหลักสูตรอนุบาลมีแนวการสอนแบบมอนเตสซอรี่ (Montessori Method) พัฒนาการสอนให้สัมพันธ์กับพัฒนาการความต้องการ ตามธรรมชาติของเด็กแต่ละคน  เด็กจะเข้าเรียนได้ต้องมีอายุ 4 ขวบเต็ม  (นั่นคือลูกๆจึงต้องไปเรียนที่อื่นตั้งแต่ 2 ขวบ ก็เพราะแม่หมีต้องทำงาน)  พี่หมีใหญ่มาจากรร.ที่สอนแบบเข้ม อายุ 3 ขวบกว่านี่อ่านหนังสือดรุณศึกษาได้แล้ว (ซึ่งแต่งโดยนักบวชคาทอลิกชาวฝรั่งเศส ฟ. ฮีแลร์ หรือ เจษฎาธิการฮีแลร์)  เราก็ไม่ใช่จะเร่งลูกหรอกค่ะ  แต่เป็นโรงเรียนของญาติผู้พี่  เราเลยไว้ใจ  แล้วผู้ปกครองก็ส่งลูกมาเรียนที่นี่เพื่อจะสอบเข้ารร.เอกชนชื่อดังแถวสาทร  แถวบางรัก  พอพี่หมีใหญ่มาเรียนที่ รร.ทุ่งมหาเมฆ เราก็ได้รับการร้องขอจากคุณครูว่า   ห้ามสอนให้ลูกอ่านหนังสือ แต่คุณพ่อคุณแม่จะต้องอ่านนิทานให้ลูกฟัง   สิ่งที่ลูกเรียนรู้มาให้เขาลืมไปเลย  ไม่ต้องอ่านต้องเขียน   และแม่หมีก็เห็นด้วยกับการเรียนแบบเตรียมความพร้อมทำให้ลูกๆมีความสุข   สนุกที่จะเรียนรู้และทำกิจกรรมต่างๆที่จะพัฒนาสมองของเขามากกว่าการที่จะอัดตัวหนังสือเข้าไปในสมองน้อยๆ  พี่หมีใหญ่และหมีน้อยจึงมีความสุขที่ได้เรียนในโรงเรียนนี้   เวลาไปโรงเรียนนี่ร้องเพลงงุ้งงิ้งๆตลอดทาง

       สัปดาห์แรกของการเรียนอนุบาล 1 ของรร.ทุ่งมหาเมฆ   แม่หมีสังเกตเห็นว่า เสื้อของพี่หมีใหญ่สะอาดมาก ไม่มีคราบเหงื่อไคล  แต่ก็เข้าใจได้ว่า  เวลาทำกิจกรรมเด็กๆต้องใส่ผ้ากันเปื้อน   แต่คอเสื้อนี่ขาวสะอาดเสื้อผ้าไม่เหม็นเหงื่อ  แม่หมีก็เริ่มกังวลแล้วค่ะ   นี่ลูกของชั้นไม่มีเพื่อนเลยหรือ  

               เลยต้องไปถามคุณครูว่า  "ครูขา  คุณแม่สังเกตเห็นว่าเสื้อลูกสะอาดมาก   ไม่ได้วิ่งเล่นกันกับเพื่อนเลยหรือ " 

                ครูตอบว่า  " เขายังไม่สนิทกันค่ะ  มีคุยบ้างแต่ยังไม่ชวนกันวิ่งเล่น  ครูก็กระตุ้นๆอยู่เหมือนกัน"   แม่หมีก็บอกครูว่า  อยากให้ลูกมีเพื่อนเยอะๆค่ะ

       พอสัปดาห์ที่สอง  แม่หมีไปรับพี่หมีใหญ่   แม่หมีหัวเราะก๊ากเลยค่ะ   กลางหลังพี่หมีใหญ่มีรอยบาทาจากรองเท้าของใครสักคน 

                 แม่หมีถามพี่หมีใหญ่ว่า   "นี่รอยเท้าใครครับ"
                 พี่หมีใหญ่ตอบว่า  " รอยเท้าเพื่อนครับ"
                 แม่หมีถามต่อ   " ทำไมถึงมาอยู่ที่กลางหลังล่ะครับ"
                 พี่หมีใหญ่บอก  "  เล่นต่อสู้กับเพื่อนครับ  สนุกมากๆเลย"

           แม่หมีดีใจมากค่ะ   มันต้องแบบนี้สิลูก  ไปเรียนหนังสือเสื้อมันจะขาวสะอาดได้ยังไง   มันต้องเลอะแบบนี้ถึงจะเรียกว่า   มีเพื่อนและปรับตัวได้แล้ว    วันรุ่งขึ้นรีบไปเล่าให้คุณครูฟัง    คุณครูบอกจะหาตัวคนทำรอยสกปรกมั๊ย  แม่หมีบอก  " ไม่ต้องไปหาหรอกค่ะคุณครู  มาเล่าให้ฟังเพราะดีใจว่าลูกมีเพื่อนเล่นแล้ว "  คุณครูอมยิ้มบอก เป็นผู้ปกครองที่ไม่เหมือนใครจริงๆ   และหลังจากนั้นก็จะมีเรื่องที่แม่ลูกคุยกันเสมอว่าแต่ละวัน ทำอะไรกันบ้าง 

                  จนกระทั่งวันหนึ่งพี่หมีใหญ่มาเล่าให้ฟังว่า  "แม่ครับที่โรงเรียนมีผีตานีด้วย" ไปเล่าให้คุณครูฟัง  คุณครูบอก  "เราเรียนเรื่อง "กล้วย"  กันค่ะ "  ( แค่เรื่อง กล้วย ก็เรียนกันเป็นเดือนๆค่ะ  เด็กๆรู้จักกล้วยทุกชนิด  ได้ชิมกล้วยทุกอย่าง รู้ทุกอย่างของกล้วยตั้งแต่ผลใบ  หัวปลี  หน่อกล้วย  เชือกกล้วย  ได้กินของกินที่ทำจากกล้วย  เช่น กล้วยบวดชี   กล้วยเชื่อม  ขนมกล้วย ฯลฯ ได้เอาใบตองมาทำอะไรหลายๆอย่าง  บังเอิญที่บ้านปลูกต้นกล้วย   เลยให้พ่อหมีทำม้าก้านกล้วยเป็น 10 ตัว  พร้อมดาบที่ทำจากก้านกล้วย  สนุกเขาล่ะ)  และจากการเรียนเรื่องกล้วย คุณครูพาเข้าแถวไปดูต้นกล้วย  แต่เขามาเล่าให้แม่หมีฟังเพราะครั้งหลังเขาแอบครูไปเพื่อจะไปจับผีตานีกัน   คุณครูบอกคงแอบไปตอนพัก  ปกติเด็กอนุบาลเขาจะไปไหนต้องไปเป็นแถวไปพร้อมๆกัน  แสดงว่าพี่หมีใหญ่กับเพื่อนๆแอบหนีครูไปจนได้   555  ลูกดิชั้น  ซนได้ใจแม่จริงๆ

            พอเราคุยกันเรื่องแอบไปดูดงกล้วยกับเพื่อนๆ  แม่หมีถามพี่หมีใหญ่ว่า " ปกติเด็กอนุบาลก็จะอยู่ในซีกด้านอนุบาลไม่ใช่เหรอ  ลูกข้ามไปฝั่งประถมได้ยังไง"
                   พี่หมีใหญ่ตอบ  " แม่ไม่รู้อะไร  การที่เด็กอนุบาลข้ามไปฝั่งประถม  มันเป็นการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่มาก  ต้องแอบ ต้องหลบ  ต้องระวังพวกพี่ๆ  มันยอดเยี่ยมมากเลยนะครับคุณแม่"

             5555 แม่หมีเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองค่ะว่า การข้ามไปเล่นในฝั่งประถม  คือการผจญภัยที่ยิ่งใหญ่มากๆ  สุดยอดเลยลูกชั้น  มิน่าถึงชอบแบ๊คแพคไปเที่ยวต่างประเทศคนเดียว
             สำหรับหมีน้อยการเดินตามผีเสื้อ  ไปทั่วโรงเรียนด้วยตัวคนเดียวคงไม่ใช่การผจญภัย  เพราะจะมีครูพี่เลี้ยงเดินตามห่างๆ  สำรวจโลกจนเบื่อแล้วพี่เลี้ยงก็จูงกลับห้อง      

           ประเด็นเรื่องหลานเพื่อนปรับตัวให้เข้ากับโรงเรียนไม่ได้  กลายเป็นหัวข้อให้แม่หมีมีเรื่องคุยกับลูก  และย้อนอดีตได้   บอกมาเสมอไม่ใช่เหรอคะว่า  แม่หมีมีความสุขที่อยู่ท่ามกลางลูกๆ   ครอบครัวเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมและดีต่อใจของแม่หมีค่ะ  อ้อ  ถ้าใครมีลูกหลานโปรดสังเกตด้วยนะคะว่า เขาสามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนๆได้มั๊ย  เสื้อเลอะเทอะซักได้ค่ะ  ถ้ามันจะทำให้เขามึพัฒนาการที่ดีปล่อยให้เลอะเทอะบ้างก็ได้ค่ะ

                 เก็บมาเล่าโดย....
                         แม่หมี (แม่ที่ช่างเล่าจริงๆนะเนี่ย!!)


                                 
                หมายเหตุ   อ่านเรื่อง    โรงเรียนทุ่งมหาเมฆ....แหล่งเรียนรู้อันเป็นที่รักของหมีใหญ่และหมีน้อย

         คลิกได้เลยค่ะ   

  

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 แม่หมี , ni_gul และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
feng_shui วันที่ : 12/06/2018 เวลา : 22.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

การมองโลกในแง่ดี เป็นคุณสมบัติที่เด่นของแม่หมี ...

จำความตอนที่เราไปโรงเรียนครั้งแรกตอนเด็กๆ ไม่ได้ ว่าร้องไห้หรือไม่ จำได้แต่เพียงว่าพออยู่ป2 ป.3 แม่ผ่าตัดไส้ติ่ง ร้องไห้ จะนอนกับแม่ให้ได้ ช่างไม่รู้เรื่องเลย ว่าแม่ผ่าตัดต้องพักฟื้น แล้วตัวเองตอนเด็กๆ นอนดิ้นมาก จำได้ว่าพอ ร้องไห้จะนอนกับแม่ให้ได้ อาโกวก็มาดุห้ามไม่ให้นอนกับแม่.. โกรธอาโกวมากๆเลย มาปัจจุบีนนี้เพิ่งจะเข้าใจแล้ว และถูกแล้วที่อาโกวดุ ไม่งั้น หากดืือนอนกับแม่ คงดิ้นจนแผลผ่าตัดแม่อักเสบ ไม่ได้นอนกับแม่ทุกกวันๆ หลังจากที่แม่หายแล้วแต่นั้นมา จน...กระทั่งวาระสุดท้ายของแม่

ความคิดเห็นที่ 13 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ni_gul วันที่ : 12/06/2018 เวลา : 22.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

แม่หมีเล่าเก่ง ...

นิกุลคงต้องกลับไปถามคุณแม่บ้างแล้วละ ... ทำไมเรียน ป.1 ซ้ำชั้น ... คือนิกุลไม่ได้เข้าอนุบาล แต่เข้า ป.1 ก่อนเกณฑ์เลย เหมือนพี่สองคนที่ทำอย่างนี้มาก่อน จำได้ว่า ห้อง ป.1ง ที่เข้าไปเรียนวันแรกนั้น มืดทึมน่ากลัว ห้องตั้งอยู่ชั้นล่างตรงมุมฉากของอาคารเรียนรูปตัวแอล แรกๆ ก็ไม่เข้าห้องน้ำ ไม่คุยกับใคร จำได้ว่าเคยไปเข้าห้องน้ำไม่ทันเสื้อผ้าก็เลยเลอะเปรอะเปื้อนอึฉี่ทุลักทุเลอยู่ครั้งหนึ่ง รู้สึกว่าคงจะไม่สนุกมากๆ แน่เลย จึงต้องได้เรียนซ้ำชั้นค่ะ แต่แปลก ปีต่อมา เข้า ป.1ก สงสัยว่าเพราะได้คิวแรกแน่เลยนะคะ ห้องนี้ตั้งอยู่ห้องแรกสุดริมอาคารเดิม ประตูเข้าออกห้องเรียนมีประตูเดียวเพราะอยู่ชั้นล่างติดบันไดขึ้นชั้นสอง สว่างดี และครูน่ารัก เรียนสนุกแล้วค่ะ ก่อนเปิดเทอมมีรวมตัวลงเทียนขัดพื้นห้องด้วยค่ะ ชอบมาก โรงเรียนนี้มีลงเทียนทุกปีเลยค่ะ ได้ออกแรงช่วยกันทำงานสนุกดี

ส่วนน้องชายนิกุลได้เข้าโรงเรียนอนุบาลแต่พาร์ทชั้น 2-3 ปีซ้อน ..เมื่อเราสองคนมีพฤติกรรมสวนทางกันเช่นนี้ ... ก็กลายเป็นเราเลยได้เรียนชั้น ป.1 ปีเดียวกัน แต่เรียนโรงเรียนราษฎร์คนละโรงเรียน นิกุลรับสืบทอดหนังสือเรียนจากพี่ๆ แทบตลอด เพราะเราสามคนเรียนโรงเรียนเดียวกัน ส่วนน้องชายได้หนังสือเรียนใหม่ๆ ตลอด นิกุลมักคิดช้า ทำอะไรช้ากว่าพี่น้อง และไม่ค่อยช่างพูดอะไร คุณแม่คงเหนื่อยกับนิกุลแน่เลยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 12 แม่หมี ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 12/06/2018 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

คุณแม่หมีสุดยอดมากค่ะ​ มองบวกสุดสุดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 แม่หมี , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
wullopp วันที่ : 06/06/2018 เวลา : 12.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

เป็น บันทึกที่ทรงคุณค่า
ขอให้ เป็นไดอารีชีวิตสำหรับคุณแม่ คุณพ่อทุกๆ ท่าน

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 10 แม่หมี , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สำรวจฟ้า วันที่ : 06/06/2018 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

เด็กๆเล่นกันสนุกเจ็บบ้างเลอะเทอะบ้าง แสดงว่ามีเพื่อนเข้ากับเพื่อนๆได้

ความคิดเห็นที่ 9 แม่หมี , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
february26 วันที่ : 06/06/2018 เวลา : 05.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

นอกจากพี่อ้อมจะความทรงจำดีแล้ว ยังเก็บเรื่องราวต่างๆของลูกๆ รายละเอียดต่างๆได้ดีทีเดียว และ นำมาถ่ายทอดให้ผู้อ่าน อ่านแล้วนึกภาพตามได้เลย

ขอบคุณพี่อ้อมครับ

[เด๋วสักพักไป ปั่นจักรยานครับ]

ความคิดเห็นที่ 8 แม่หมี , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
คนคอหนัง วันที่ : 05/06/2018 เวลา : 21.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/movietalk

ความทรงจำพี่อ้อมยังดีมากครับ ไม่ต้องกลัวจะเป็นอัลไซเมอร์แล้วแบบนี้
อ่านเรื่องราวสมัยเด็กของหมีใหญ่แล้วกระตุ้นให้ภาพความทรงจำตอนประถมของผมกลับมา
ตอนนั้นพวกเราเล่นเป็นอุลตร้าแมนกัน แย่งกันเป็นตัวนั้นตัวนี้ ผมเลือกเป็นอุตลร้าเซเว่น เพราะสวมแว่น เพื่อนเลยให้เป็นตัวนี้ครับ
ขอบคุณสำหรับเอ็นทรี่ที่เรียกความทรงจำวัยเด็ก ที่สนุกสนานกลับมาอีกครั้งครับ
ถ้ายุคนี้คงต้องตามไปเป็นอุลตร้าซีโร่ ลูกชายของเซเว่นเสียแล้วสิ

ความคิดเห็นที่ 7 แม่หมี , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
chanidapa_aew from mobile วันที่ : 05/06/2018 เวลา : 20.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chanidapa13

เป็นคุณแม่คนเก่ง ที่เก็บรายละอียดและใส่ใจทุกช่วงวัยของชีวิตลูกๆมากค่ะ ยกตำแห่งคุณแม่ดีเด่นค่ะ อ่านสนุกทุกครั้งเลยค่ะ ขอบคุณที่แชร์

ความคิดเห็นที่ 6 แม่หมี , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ลิงเขียว from mobile วันที่ : 05/06/2018 เวลา : 19.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีค่ะคุณแม่หมี

น่าจะเป็นคุณแม่คนแรกนะคะที่เห็นรอยเท้าอยู่บนเสื้อของลูกแล้วยิ้มร่าเริง^^

เด็กๆกับเสื้อผ้าเลอะเป็นของคู่กัน
ลิงเขียวก็ถงคิดแบบนี้ค่ะ
ยิ่งมาจากการละเลงจากเล่นกับๆเพื่อนๆก็ยิ่งดีใจว่า ลูกเราเข้ากับเพื่อนๆได้
ยกเว้นคราบเลือดอ่านะ :)

ความคิดเห็นที่ 5 แม่หมี , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
vinitvadee วันที่ : 05/06/2018 เวลา : 18.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

น้องหมีใหญ่น่ารักมากค่ะ ทีท่าของน้อง มีความสุขจริงๆเลยภาพนี้

น้องก็เรียนอนุบาลตั้งแต่ยังไม่สองขวบ เพราะอยากตามพี่ไป รร. ครูไม่อยากรับ แต่ท่อง กไก่ ให้ครูฟังได้จนจบ ครูจึงยอมรับ นุ่งกระโปรงแดงเสื้อขาว ทาแป้งขาวว่อก

เพราะพ่อกับแม่ไปทำงาน จึงต้องส่งแต่เช้า เพื่อนๆ ยังมาน้อย อยู่คนละฝั่งกับพี่ที่อยู่ชั้นประถม ปีนเหล็กดัดสีดำลวดลายสวยงาม เกาะไว้มือหนึ่ง อีกมือบ๊ายบายพ่อกับแม่ แต่น้ำตาไหลเป็นทางด่างที่แก้มลงมาเลยค่ะ แม่เล่าจนน้องจำได้ทุกตอนค่ะพี่อ้อมขา

เล่าอีกนะคะ ชอบอ่านมากค่ะ
ขอบพระคุณมากนะคะ_/\_

ความคิดเห็นที่ 4 แม่หมี , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
นายนกฮูก วันที่ : 05/06/2018 เวลา : 17.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/boonsong

สวัสดีครับ....หายไปนานกลับมาอีกที เจ้าหมีน้อยโตเป็นหนุ่มไปแล้ว แถมจบป.ตรีไปแล้วด้วย
...ดีใจสุดๆครับ..

ความคิดเห็นที่ 3 แม่หมี , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 05/06/2018 เวลา : 16.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  

การผจญภัยไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ไม่ว่าไกลหรือใกล้ล้วนแล้วแต่เป็นการผจญภัยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 แม่หมี , rattiya และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
แม่หมี วันที่ : 05/06/2018 เวลา : 15.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

พอลูกหมีสองคนย้ายไปอยู๋รร.ทุ่งมหาเมฆ ไม่ร้องไห้เลยค่ะ แหม ก็ 4 ขวบเข้าไปแล้ว ผ่านรร.อนุบาลมาแล้ว ร้องไห้ก็เสียชื่อแย่เลย

ความคิดเห็นที่ 1 แม่หมี , ni_gul และอีก 3 คนถูกใจสิ่งนี้ (5)
แม่หมี วันที่ : 05/06/2018 เวลา : 15.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ลูกหมีสองคนไปอนุบาลครั้งแรกตอนสองขวบกว่าๆ นี่ก็ร้องไห้ พี่หมีใหญ่ร้องไห้อยู่หลายวัน ร้องไห้ให้เราใจเสีย แต่หลังจากนั้นไปส่งเขาแล้ว เขาก้ยังร้องไห้ แต่พอเราเดินพ้นรั้วแอบกลับมาแอบดู,ูกแบบไม่ให้เขาเห็นตัว นี่วิ่งเล่นกับเพื่อนแล้ว ร้ายนะเด็กพวกนี้ เหมือนกันหมดล่ะค่ะ ตอนที่แม่หมีเปิดเนิสเซอรี่ใหม่ ก็เจอแบบนี้ บางคนร้องจนสามเดือนร้องไม่เลิก แม่แทบจะถอดใจ เราบอกคุณแม่ลองไปแอบดูสิคะ พอแม่ไม่อยู่ ลูกไม่ร้องไห้เลย เขาทดสอบกำลังใจคุณแม่น่ะค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กลิ่นจัน

เพลงกลิ่นจัน ของมหาวิทยาลัยศิลปากร

View All
<< มิถุนายน 2018 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]