• แม่หมี
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mamaomme@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-10
  • จำนวนเรื่อง : 459
  • จำนวนผู้ชม : 679993
  • ส่ง msg :
  • โหวต 990 คน
mamaomme
Blog ของผู้หญิงคนหนึ่งที่มีลูกเป็นเด็กพิเศษ เขียนเรื่องราวที่พานพบด้วยหัวใจ ความรู้สึก จริงใจ อาจมีสาระหรือไร้สาระ เฮฮา หรือแสนเศร้า แต่นั่นก็คือตัวเธอ...ที่จริงใจ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme
วันศุกร์ ที่ 4 มกราคม 2562
Posted by แม่หมี , ผู้อ่าน : 1389 , 15:51:24 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 16 คน รักแห่งสยามประเทศ , เด็กนอกโรงเรียน และอีก 14 คนโหวตเรื่องนี้

  ต่อจากตอนที่แล้วเลยนะคะ

       พี่หมีใหญ่เขาตั้งใจจะพาน้องไปโตเกียวกับเมืองใกล้ๆที่สามารถไปเช้าเย็นกลับเข้าที่พักได้   เพื่อจะไม่ให้ลำบากในการย้ายที่พักบ่อยๆ   พี่หมีใหญ่บอกน้องจะได้ไม่เหนื่อย  พี่หมีใหญ่เขาวางแผนไว้หมดตั้งแต่อยู่ที่เมืองไทยแล้วว่าตลอดเวลาที่อยู่ที่ญี่ปุ่นเขาจะพาน้องไปเที่ยวที่ใดบ้างเพราะเป็น "ทริปเพื่อน้องโดยเฉพาะ"  แม้ว่าจะเป็นสถานที่ที่พี่หมีใหญ่เคยไปมาแล้วก็ตาม  เป็นการตัดสินใจและวางแผนร่วมกัน  หมีน้อยอยากไปไหนอยากดูอะไร  พี่หมีใหญ่เขาจะจัดให้เลยว่า  วันนี้เดินทางเส้นนี้จะผ่านสถานที่ใดบ้าง   ตารางการเดินทางจึงแน่นเอี้ยดในแต่ละวัน   จะกำหนดแผนการเดินทางไว้ว่า  ตรงนี้ต้องเดินนะ  ตรงนี้ต้องขึ้นรถไฟนะ  พี่หมีใหญ่วางแผนทุกอย่างโดยหมีน้อยเห็นชอบด้วยทุกประการ  เมื่อวางแผนกันแบบนี้จึงไม่มีปัญหาที่ทำให้ขัดแย้งกัน  ไม่ว่าจะเรื่องการเดินทาง  การกินอาหาร  สถานที่ แม้กระทั่งการใช้เงิน  ไม่มีเรื่องที่จะทำให้ผิดใจกันได้เลย  จะมีก็แต่ความเหนื่อยอ่อนของการเดินทาง   เนื่องจากบางวันไปในสถานที่เส้นทางที่ต้องเที่ยวในวันเดียว   จะได้ไม่มีการย้อนไปย้อนมา   ถ้าวันไหนเจอแบบนี้ก็จะเหนื่อย   เพราะพี่หมีใหญ่จะพาเดินชมสถานที่อย่างละเอียดลออ  เก็บทุกเม็ด   

      ส่วนแม่หมีเองก็จะรอเวลาเย็นๆเพราะคิดว่าเวลานี้ลูกจะกลับเข้าที่พักแล้ว   จะได้ติดต่อพูดคุยกันแบบเปิดวิดีโอคอล  ส่วนใหญ่หมีน้อยก็จะเป็นฝ่ายเล่าให้ฟัง   ส่วนพี่หมีใหญ่นั้นจะพูดน้อยมาก   แต่จากสีหน้าของพี่หมีใหญ่ทำให้เรารู้ว่า   พี่หมีใหญ่เหนื่อยมาก   ส่วนเจ้าหมีน้อยอาจมีหน้าเพลียๆบ้างแต่ก็ดูแฮปปี้กับการเที่ยวดี    แม่หมีสัมผัสได้ว่า  มันต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆที่ทำให้พี่หมีใหญ่หนักใจ  แม่หมีกังวลใจแต่ยังไม่ควรถาม  แม่หมีเฝ้ารอ....  รอให้พวกเขากลับมาแล้วเราจะคุยกัน   จึงได้แค่พูดว่า  "สนุกมั๊ยครับลูก, เดินทางกันเหนื่อยสิเนี่ย, นอนพักนะครับพรุ่งนี้ตื่นมาจะได้สดชื่นจะได้เที่ยวต่อ, เก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเยอะๆนะครับ, โชคดีนะครับลูก ,ไปไหนก็ขอให้ปลอดภัยขอพระเจ้าคุ้มครองให้ลุกของแม่ปลอดภัย , แม่คิดถึงลูกจัง,แม่นับวันที่ลูกกลับทุกวันเลย "   พูดประมาณนี้ทุกเย็นค่ะ

      เมื่อทริปจบลงลูกๆกลับมาถึงบ้านด้วยความปลอดภัย   เขามาถึงบ้านตอนตี1 ซึ่งเป็นวันที่12 ธันวาคม แม่หมีลุกขึ้นมาทักทายแล้วก็นอนหลับต่อ    รอให้ลูกๆหายเหนื่อยแล้วค่อยคุยกัน   ลูกๆเขาหยุดงานอีก 1 วัน   จนกระทั่งหลังอาหารมื้อเที่ยง    แม่หมีถามว่า " พร้อมที่จะเล่าให้แม่ฟังหรือยัง"  

                       ลูกๆบอก "ได้เลยครับ"

                       แม่หมีถาม  "ไปเที่ยวมาสนุกมั๊ยลูก"

                       หมีน้อยตอบ  "สนุกครับ"  แล้วแม่หมีก็ถามเรื่องดินฟ้าอากาศ  เสื้อผ้ากันหนาวที่เอาไปพอมั๊ย   ไปเที่ยวไหนบ้าง บลาๆๆๆ 

                       แล้วแม่หมีก็ถามเรื่องที่คาใจ   " มีทะเลาะกันบ้างมั๊ยครับ"

                      หมีน้อยหันไปถามพี่หมีใหญ่  " เรามีทะเลาะกันมั๊ย"

                      พี่หมีใหญ่  "ไม่มีนะ"

                      แม่หมียิงคำถาม  " แต่แม่ดูหน้าลูก (พี่หมีใหญ่) แม่ว่าลูกหน้าเหนื่อยมากๆ  มีอะไรกดดันหรือเครียดบ้างมั๊ย  แม่ดูจากโทรศัพท์  หน้าลูกมันฟ้อง "

                      พี่หมีใหญ่  "ก็มีนะ  แต่ไม่รู้จะเล่าให้ฟังดีมั๊ย"    หมีน้อยทำหน้างงๆ  พี่หมีใหญ่ทำหน้าพยักเพยิดไปทางหมีน้อยเหมือนจะบอกเป็นนัยๆว่า  เรื่องน้องนั่นแหล่ะ

                       แม่หมีหันไปมองหน้าหมีน้อย   " หมีน้อย  ลูกพร้อมที่จะฟังพี่พูดมั๊ย  อันนี้คือแม่ขอฟังจากพี่หมีใหญ่ก่อนนะ  ลูกยังไม่ต้องพูด  ให้พี่พูดให้จบก่อน  ลูกค่อยพูด  ตกลงนะครับ"  

             หมีน้อยพยักหน้า  ครอบครัวเราจะเป็นแบบนี้ค่ะ  ให้ทุกคนได้พูดในมุมมองของตัวเองนั่งฟังห้ามขัด  รอให้อีกฝ่ายพูดจบถึงจะถึงคราวที่ตนเองพูดบ้าง  จะชี้แจง จะแก้ต่างได้หมด  โดยฝ่ายแรกก็จะรับฟัง   แล้วแม่หมีก็จะรับฟังแล้วมาสรุปอีกที  ใครผิดใครถูกค่อยมาคุยกันแล้วจะปรับความเข้าใจกัน   แล้วถ้าผิดก็ขอโทษกัน   ดังนั้นสองคนพี่น้องก็จะได้เคลียร์ใจกัน  แล้วไม่มีการเก็บเรื่องราวไปไว้ในใจให้ตกตะกอนจนเป็นปัญหาในอนาคต  นี่ล่ะค่ะวิธีเลี้ยงลูกของแม่หมี   แม่ลูกก็เป็นแบบนี้เช่นกัน  มุมมองของแม่ มุมมองของลูก  ต้องเคลียร์ให้ชัดเจนค่ะ

             เมื่อหมีน้อยพร้อมที่จะรับฟัง  พี่หมีใหญ่ก็เริ่มพูด   เขาบอกตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ขึ้นเครื่อง  น้องเริ่มมีอาการเครียด อาการกังวล  ยิ่งเมื่อถึงญี่ปุ่นน้องไม่เหมือนน้องที่อยู่ที่เมืองไทย   ดูน้องมึนงง   พี่หมีใหญ่ต้องคอยดูแลน้องทุกเรื่อง      ทำให้พี่เหนื่อยมากๆ  จะพูดเลยก็อาจแรงไปก็เลยเก็บเอาไว้ในใจ   กะจะหาโอกาสพูดก็เกรงจะเสียบรรยากาศ  หากน้องนอยด์มากๆ  เดี๋ยวก็จะเป็นปัญหา  ดีที่สุดคือเก็บไว้ก่อนแล้วค่อยมาเล่าให้แม่ฟังให้แม่เป็นคนจัดการแล้วกัน   แม่หมีก็ปล่อยให้พี่พูดจนจบแล้วก็หันมาบอกหมีน้อย

              แม่หมีฟังหมีใหญ่จบแล้วก็หันมาพูดกับหมีน้อย   " หมีน้อยพูดบ้างครับ"   หมีน้อยเขาก็เล่าให้ฟังทั้งหมดว่า  ทำไมเขาถึงทำแบบนั้น  ทำไมเขาต้องถาม  ทำไมเขาต้องบอกทุกครั้งที่เขาจะเดินไปที่ไหน   ซึ่งพอแม่หมีได้ฟัง    แม่หมีก็สรุปได้ว่า  จากมุมของพี่หมีใหญ่  พี่หมีใหญ่อยากให้น้องทำทุกอย่างได้ด้วยตนเอง  ให้รู้จักสังเกตและมองดูว่าพี่หมีใหญ่ทำอย่างไร  คนอื่นๆทำอย่างไร  แต่มุมมองของหมีน้อย  ด้วยความที่เป็นออทิสติกซึ่งจะมีปัญหาเรื่องการปรับตัว  ปัญหาเรื่องสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย   ภาษาญี่ปุ่นก็พูดไม่ได้  คนญี่ปุ่นก็ไม่ใช้ภาษาอังกฤษอีก  การที่จะพูดจะต่อราคา  หรือจะสั่งอาหารหมีน้อยไม่สามารถ  ที่สำคัญกลัวพลัดหลงจากพี่   ในขณะที่พี่หมีใหญ่พูดอ่าน เขียนภาษาญี่ปุ่นได้บ้าง   น้องก็เลยไม่มั่นใจและเหมือนต้องขอความช่วยเหลือจากพี่หมีใหญ่ตลอดเวลา  ซึ่งพี่หมีใหญ่ก็ต้องมีหน้าที่ต้องดูแลน้องให้ปลอดภัยจึงเป็นภาระที่หนักอึ้ง  ถ้าดูแลน้องไม่ได้น้องหลงทางน้องจะทำยังไง   ซึ่งก่อนไปพี่ก็สอนภาษาญี่ปุ่นง่ายๆ  เช่นสถานีตำรวจ  สถานฑูต  และสั่งหมีน้อยว่าถ้าหลงทางให้อยู่กับที่   ไม่ต้องตกใจตั้งสติ  ถ่ายภาพส่งมาให้ดูว่าอยู่ที่ไหนหรือโทรมาบอกแล้วพี่จะไปหาน้องเอง   แต่ด้วยหมีน้อยไม่อยากหลงทางจึงเกาะพี่แจ

              แต่ในความกังวล  ในปัญหาที่เกิดขึ้น  แม่หมีเห็นความรักที่พี่ชายมีต่อน้อง   เห็นความอดทนที่จะไม่เม้งแตกใส่น้อง   แม่หมีคิดไม่ผิดเลยค่ะที่จะให้ทริปนี้เป็นทริปที่มีแต่สองคนพี่น้อง   แม่หมีเชื่อว่า  ในวันที่แม่หมีไม่อยู่  พี่หมีใหญ่จะดูแลน้องได้เป็นอย่างดี  และน้องก็จะเป็นน้องที่ดี  ขอแค่อย่าเก็บงำความรู้สึกไม่ดีให้ตกตะกอนในใจ  มันจะทับถมจนเป็นความรู้สึกที่ไม่ดี  แม้จะมีปัญหาแต่สองคนพี่น้องก็แฮปปี้กับการได้ไปเที่ยวด้วยกัน   เมื่อเข้าใจแบบนี้  แม่หมีก็ขอบคุณพี่หมีใหญ่ที่เต็มใจพาน้องไปท่องโลกกว้าง  และอดทนดูแลน้องจนปลอดภัย   และไม่ลืมที่จะบอกหมีน้อยให้ไหว้และขอบคุณพี่หมีใหญ่สำหรับทุกเรื่องที่ผ่านมา   ความจริงพี่หมีใหญ่เขาจะอยู่สบายๆโดยไม่พาน้องไปก็ไม่มีใครว่า  แต่นี่คือเขาตั้งใจและอยากให้น้องได้เห็นในสิ่งที่น้องชอบ    ขอบคุณนะครับลูก  และนี่คือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับการไปญี่ปุ่นของหมีน้อย  นอกจากการได้เที่ยว  ได้เห็นอะไรแปลกใหม่  ได้มีประสบการณ์หลากหลาย  เราได้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นและเราพร้อมที่จะแก้ไขและฝึกฝนเขาให้ดีขึ้น   ถ้าไม่ได้ไปเที่ยวและพี่หมีใหญ่ไม่เอาใจใส่น้องเราก็จะไม่เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นเลย  "ขอบคุณมากๆนะครับ  พี่หมีใหญ่  พี่ชายที่แสนดี"

                     แม่หมีถามพี่หมีใหญ่ว่า  "จะมีทริปต่อไปมั๊ยลูก "

                     พี่หมีใหญ่ตอบ  " ขอคิดดูก่อนนะแม่  ขอพักเหนื่อยก่อน "   นั่นสิ  55555

                                                       ---------------------------------------

     คำสารภาพจากหมีน้อย ( ความคิดของออทิสติกคนนี้)

             แม่หมีถามเขาว่า  " ลูกพอจะบอกแม่ได้มั๊ย  สำหรับความรู้สึกของลูกที่มาอยู่ในโลกของคนปกติ  แม่อยากรู้ว่าลูกมีความสุขมั๊ย "

             หมีน้อย   " ก็มีความสุขบ้าง ไม่มีความสุขบ้าง  เท่าที่จำได้  หมีน้อยว่าโลกของหมีน้อยไม่สับสนวุ่นวาย หมีน้อยชอบอยู่เงียบๆ  ชอบคิดอะไรทำอะไรที่คิดว่า หมีน้อยไม่เจ็บปวด   วาดรูป  อ่านหนังสือ  เปิดคอมพ์ดูอะไรที่หมีน้อยชอบ "                     

              แม่หมี   " แสดงว่าโลกของลูก   ดีกว่ามากเลยใช่มั๊ย "

             หมีน้อย  " ครับ  โลกข้างนอกมีแต่คนที่ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง แต่ร้ายที่สุดคือแกล้งกัน  ทำร้ายกัน  บางทีมาว่าเรามาตัดสินเราทั้งๆที่หมีน้อยไม่เคยคิดร้ายกับใคร   บางครั้งหมีน้อยก็รู้สึกว่าตัวเองต้องทำแบบคนปกติ  คือใส่หน้ากากเข้าหากัน  ไม่ชอบเลยจริงๆ  "

             แม่หมี   " ขอบคุณที่ลูกบอกแม่  แม่ถามเพราะคิดว่าหมีน้อยโตพอที่จะเล่าความรู้สึกของลูกได้   แม่เข้าใจแล้วล่ะว่า  ทำไมเด็กออทิสติกบางคนจึงร้องไห้เอะอะโวยวายแล้วกลับไปอยู่ในโลกของตนเอง  เพราะเขารู้สึกปลอดภัยในโลกของเขานี่เอง "

            แม่หมีกอดหมีน้อย   " แม่คิดผิดใช่มั๊ย  ที่แม่พยายามพาลูกออกมาจากโลกของลูก  เพราะแม่รวมทั้งหมอและใครๆต่างคิดว่า  นั่นคือสิ่งที่ถูกต้อง  แต่มันก็คือโลกใบใหม่ที่ลูกต้องอยู่กับมันให้ได้   แต่ถ้าลูกจะกลับไปอยู่ในโลกใบเดิมของลูกมันก็ไม่ได้เพราะแม่ได้ทำลายโลกใบนั้นของลูกไปแล้ว   ขอโทษนะครับลูก  เมื่อออกมาแล้วลูกก็ต้องเดินต่อไปไม่มีใครไม่เจอปัญหา  ไม่มีใครที่จะไม่เจ็บปวด  คนปกติก็เช่นกัน  แต่ลูกก็ต้องปรับตัวเข้ากับทุกสิ่งให้ได้   แม่เอาใจช่วยนะครับ  อย่างน้อยโลกใบนี้ก็มีคนที่รักลูกและให้กำลังใจลูกเสมอมา   อย่างคนในโอเคเนชั่นนี่ไงครับ  ลุง ป้า น้า อา  ผู้คนที่แวะเวียนมาอ่านทุกคนต่างเอาใจช่วยหมีน้อยของแม่กันทั้งนั้นเลย  สู้ๆนะครับ  หมีน้อยของแม่"                      

          หมีน้อยพยักหน้าตอบเบาๆว่า  " ครับ  หมีน้อยจะสู้ต่อไปครับ"

          ค่ะ   คำสารภาพของหมีน้อยทำให้เราเข้าใจเขามากขึ้น  โลกใสบริสุทธิ์ไม่มีอีกแล้ว  แต่หนุ่มคนนี้ก็พร้อมที่จะเดินต่อไป  อาจยาก อาจลำบาก  อาจต้องเสียใจ  ยังไงส่งกำลังใจให้เจ้าหมีน้อยของพวกเรานะคะ

                                             แม่หมี (แม่ที่พรากลูกมาจากโลกใบน้อยของเขา  ฮือๆๆๆ)

      มาดูรูปภาพกันค่ะ  


         ไม่บรรยายภาพนะคะ  แต่หมีน้อยเล่าว่าพี่พาน้องไปศาลเจ้ายาซูกูนิ ไปดูพิพิธภัณฑ์แสดงเครื่องบินรบ,รถถัง ,อาวุธยุทโธปกรณ์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 , ไปสักการะกันดั้ม ( เจ้าหุ่นยักษ์จากการ์ตูนเรื่องกันดั้มที่หมีน้อยจำชื่อได้ทุกตัว  ตั้งแต่สมัยที่เขายังไม่เกิดจนปัจจุบัน)  , ไปขึ้นโตเกียวสกายทรี (ซึ่งโชคดีมากๆฟ้าเปิด  เลยมองเห็นวิวด้านล่าง และที่สุดๆคือได้เจอนิทรรศการจากการ์ตูนเรื่องดราก้อนบอล)  ,ไปคามาคูระเพื่อชมพระไดบุตสึ , อะควาเรียม, พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์  เจอหุ่นอาซิโม (หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ หรือหุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์ของบริษัทฮอนด้า) , ไปดูรถโบราณของบริษัทโตโยต้า ,ไปหลายศาลเจ้า หลายวัดและอื่นๆอีกหลายแห่ง  เรียกว่า  พี่หมีใหญ่พาน้องเที่ยวเยอะมาก  และให้เวลาน้องได้ดื่มด่ำกับบรรยากาศ ได้ซึมซับอารยธรรม  ได้พาน้องไปกินอาหารทั้งร้านอาหารและสตรีทฟู้ด  เรียกว่าเต็มอิ่มและเหนื่อยมากๆ  และเหนืออื่นใดตลอดทริปพี่หมีใหญ่เก็บอาการที่กังวลเรื่องปัญหาของน้องไว้ตลอด  เหนื่อยทั้งกายทั้งใจ   ขอบคุณมากๆครับพี่ชายที่แสนดีที่ดูแลน้องเป็นอย่างดี  ลูกอดทนกับน้องมากๆ   แม่หมีคงวางใจได้  "ขอให้เป็นพี่น้องที่รักกันและดูแลกันแบบนี้ต่อไปนะครับ   รักลูกมากๆเลยครับ"

        เมื่อกลับมาถึงเมืองไทย   หมีน้อยปวดฝ่าเท้ามากค่ะคงเป็นเพราะเดินเยอะมาก   เลยต้องพาไปหาหมอ  หมอบอกเป็นโรคเท้าแบน  555 เหมือนแม่หมีเลย ก็เลยต้องซื้อแผ่นรองเท้าสำหรับคนเท้าแบนให้ใส่  และคงต้องซื้อรองเท้าเพื่อสุขภาพให้ใส่  

        การไปเที่ยวครั้งนี้เรียกว่าได้รู้อะไรมากมายทั้งปัญหาที่เกิด  คงต้องไปอีกค่ะ  หมีน้อยจะได้เก่งมากขึ้น  ส่วนคนพาไปตอนนี้ขอพักก่อน  เหนื่อยจริงๆ  ครอบครัวหมีของเรายังคงจับมือเดินกันต่อไป   ปัญหาที่เจอก็จะค่อยๆแก้ไข  ปัญหามีไว้ให้แก้ชิมิๆ

                                            ----------------------------------------------------------------

          เรื่องเก่าของหมีน้อยเมื่อครั้งท่องโลกครั้งแรกกับอาจารย์และเพื่อนๆ ตอนเรียนอยู่ปี1 คลิกที่ชื่อเรื่องได้เลยค่ะ

หมีน้อยตะลุยรั่ว...ทั่วเกาหลี(ตอน 1 "ก่อนไป")

หมีน้อยตะลุยรั่ว...ทั่วเกาหลี(ตอนที่ 2 ของฝาก)

หมีน้อยตะลุยรั่ว...ทั่วเกาหลี(ตอนที่ 3 เจอ..เบยองจุน)

หมีน้อยตะลุยรั่ว...ทั่วเกาหลี(ตอนที่ 4 รั่วแล้วครับ)

หมีน้อยตะลุยรั่ว...ทั่วเกาหลี(ตอนที่5 ไม่แม่รั่วก็ลูกรั่ว...)

หมีน้อยตะลุยรั่ว...ทั่วเกาหลี(ตอนที่ 6 Technology of Korea)

 

 


                 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
สุกรวดี วันที่ : 09/03/2019 เวลา : 18.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rojanar

หลังจากพี่สาวจากไป
นอกจากความเป็นพี่ ที่ยังมีน้องอีกสองคน
ยังต้องเป็นแม่"คนที่สาม"ให้น้องอีกสองคนด้วย
หากอยู่เมืองไทยคงดูแลน้องๆ เหมือนพี่หมีใหญ่ดูแล-น้องหมีเล็ก
ชื่นชมครอบคระว-แม่หมี ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 สุรศักดิ์ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นายยั้งคิด วันที่ : 31/01/2019 เวลา : 19.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ผมคอมเมนท์ออกบ่อยทีเดียวนะครับ ว่าแม่หมี คือ ยอดคุณแม่คนหนึ่งนะครับ

แต่อย่างไรก็ตาม แม่หมีลองปล่อยหมีน้อยให้เป็นตัวของเขาเอง แก้ปัญหาของเขาเอง(รวมทั้งพี่หมีใหญ่ด้วย) เขาอาจจะไม่วิตกกับโลกใหม่ของเขาก็ได้ ใช่ไหมครับ แม่หมี ... แต่ผมก็อาจพูดผิดก็ได้เหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 07/01/2019 เวลา : 10.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "5  พฤติกรรม ถ้าคุณทำเป็นนิสัย ชีวิตยืนยาวขึ้นแน่ !!" กรุณาคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลย 

ขอชื่นชมพี่หมีใหญ่ที่พาน้องเที่ยวโลกกว่าง พร้อมทั้งให้
ความปลอดภัย รักและเป็นห่วงหมีน้อยอย่างเต็มที่ตลอดเวลา
จึงอาจทำให้เครียดไปบ้าง หมีน้อยเองก็พยายามปรับตัว
อย่างเต็มที่แล้ว ทั้งๆ อยากจะอยู่ในโลกส่วนตัวมากกว่า
ก็ตาม แต่ก็เข้าใจว่า จำเป็นที่จะต้องปรับตัวเข้ากับสังคม
ภายนอกให้ได้ เพื่อให้ตัวเขาเองอยู่รอดและปลอดภัยใน
อนาคตให้ได้ในโลกใบนี้

ผมว่าคุณแม่หมีได้พาลูกๆ เดินมาได้ถูกทางแล้ว ขอชื่นชม
มากๆ ที่ได้อดทน เสียสละ มาจนถึงวันนี้ได้ และขอเป็น
กำลังใจในการพาครอบครัวเดินหน้าต่อไปในอนาคต

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
คนคอหนัง วันที่ : 06/01/2019 เวลา : 16.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/movietalk

การเดินทางให้อะไรกลับมาเสมอครับ
ชีวิตเปลี่ยนทุกครั้งเมื่อเราเริ่มเดินทาง
ผมเชือว่า หมีน้อยจะได้รับประสบการณ์ตรง และการเรียนรู้ที่ช่วยให้เขาเติบโตอย่างสตรองขึ้นครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
toondee วันที่ : 05/01/2019 เวลา : 15.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

หมีน้อยเล่าความในใจอย่างเปิดเผย น่ารักค่ะ พี่หมีใหญ่เสียสละสูงสุดสมกับคำว่า พี่ชาย

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 05/01/2019 เวลา : 14.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

พี่หมีใหญ่เก่งมากๆที่คอยดูแลน้องได้ตลอดทริป
คิดว่าทริปต่อไปหมีน้อยคงดีขึ้น

ความคิดเห็นที่ 8 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
vinitvadee วันที่ : 05/01/2019 เวลา : 10.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/natcha2

"ทริปเพื่อน้องโดยเฉพาะ"
น่ารักมากค่ะ นี่แหละสายสัมพันธ์ของพี่น้อง

"โลกข้างนอกมีแต่คนที่ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง แต่ร้ายที่สุดคือแกล้งกัน ทำร้ายกัน .. "

อ่านแล้วสะท้อนใจ
หมีน้อยอยู่ในโลกสะอาด จิตใจสะอาด
ก็ของให้รักของแม่ต่อลูก รักของพี่ต่อน้อง
เป็นเครื่องกันภัย ที่จะมากระทบหมีน้อยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
february26 from mobile วันที่ : 05/01/2019 เวลา : 09.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

ความรู้สึกของแม่ ยิ่งใหญ่เสมอครับ

ความคิดเห็นที่ 6 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
SW19 วันที่ : 05/01/2019 เวลา : 06.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

ดีใจที่สองพี่น้องได้เที่ยวกันสนุกสนาน ได้ประสบการณ์ต่างที่ ต่างเรื่อง อย่างไรก็เป็นด้านบวกให้ได้รู้ ได้เห็นสิ่งใหม่ๆ อยู่ดี

แต่เรื่องโลกของหมีน้อย เรากลับคิดว่าคุณแม่หมีทำถูกแล้วที่ดึงหมีน้อยออกมาจากโลกของตัวเอง (ไม่ได้ใช้คำว่าดึงออกมาสู่โลกของคนปกติ เพราะไม่คิดว่าคำว่าโลกของคนปกติ “ใช่” หรือ “ถูกต้อง” ในความหมายที่มองอยู่)

เรามองว่าโลกของหมีน้อยมีทั้งสองด้าน ในด้านหนึ่งที่ หมีน้อยเป็นตัวเองคนเดียว และอยู่กับตัวเอง หลายเวลาก็มีความสุขดี แต่ก็ยังมีอีกเวลาที่ต้องการสื่อ สัมผัส กับบุคคลอื่น เมื่อคุณแม่หมีจูงหมีน้อยออกมา ความพิเศษจริงจังของหมีน้อยจึงปรากฏ คือ มีทางเลือกมากกว่าคนอื่น
เบื่อนัก ก็กลับเข้าไปในโลกที่ไม่วุ่นวาย อยู่กับตัวเองได้ โลกใสบริสุทธิ์ไม่ได้หายไปไหน
อยู่ในนั้นนานนัก อาจจะเหงา อยากจะติดต่อกับโลกภายนอก ก็รู้วิธี เพราะคุณแม่หมีจูงออกมาแล้วนี่
ในขณะที่คนส่วนใหญ่ (ที่อ้างตัวว่าเป็นคนปกติ) สัมผัสในเชิงละเอียดอ่อน หายไปแล้ว หายไปจนต้องใส่หน้ากากอย่างคำที่หมีน้อยว่า

เราเลยอยากส่งกำลังใจให้คุณแม่หมีมากกว่าว่ามาถูกทางแล้ว
ในโลกข้างนอก ก็ยังมีอะไรให้หมีน้อยสำรวจอยู่อีก
อยากเห็นหมีน้อยเล่าเองด้วยว่าที่เห็นมา ตามหลายๆ รูปข้างบน หมีน้อยเห็น “อะไร” บ้าง มุมของหมีน้อยน่าจะมีอะไรที่ละเอียด ที่เราๆ อาจจะไม่ทันมองได้ลึกอย่างหมีน้อยแล้ว

ความคิดเห็นที่ 5 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ครูทิพย์ วันที่ : 04/01/2019 เวลา : 19.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Tip2
Every minute is precious if every minute I have you. ทุกนาทีจะมีค่า หากทุกเวลาฉันมีเธอ 

ที่แน่ๆ คือหมีน้อยได้ประสบการณ์ตรง และฝึกความเข้มแข็งในการพยายามอยู่ในโลกของคนปกติให้ได้ ซึ่งหมีน้อยก็ทำได้ดี (แม้ว่าตนเองคงไม่มีความสุขนัก) แต่ก็รู้จักอดกลั้นไม่ทำให้พี่หมีใหญ่ต้องเป็นกังวล (ไปมากกว่าที่เป็นอยู่) ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
พุธทรัพย์ from mobile วันที่ : 04/01/2019 เวลา : 19.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puthsup

เป็นครอบครัวประชาธิปไตยมากครับ

ได้เห็นเรื่องสำคัญๆ หลายเรื่องครับ เช่น ความอดทน การยอมรับ ความรักระหว่างพี่น้อง ฯลฯ

หมีน้อยคงได้มีโอกาสปรับตัวให้เข้ากับสังคมต่อไปครับ

ความคิดเห็นที่ 3 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
redribbons07 วันที่ : 04/01/2019 เวลา : 18.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

หมีน้อยปรับตัวได้เก่งมากๆ ค่ะ

พี่หมีใหญ่และคุณแม่หมีก็ใจดี ดูแลอย่างดี

สู้ สู้ ค่ะ



ความคิดเห็นที่ 2 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี from mobile วันที่ : 04/01/2019 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ใช่เลยค่ะคุณสุ่ย เรามักจะคิดว่าสิ่งที่เราคิดนั้นมันถูกต้อง อันนี้สวย อันนี้ดี อันนี้ถูกหรือผิด มนุษย์เรากำหนดมันขึ้นมาเอง แล้วก็ให้ทุกคนยอมรับกติกาหรือกฎเกณฑ์นั้น พอเรามีลูกเป็นเด็กพิเศษบางเรื่องเราก็ไปกำหนดกฎเกณฑ์ให้เขา ทั้งๆที่เขาพอใจในสิ่งที่เขาเป็น แต่จะไม่ทำแบบนั้นก็ไม่ได้อีก เพราะเขาก็จะอยู่ในโลกของคนที่บอกว่าตัวเองคือคนปกติไม่ได้ มีสิ่งเดียวที่ต้องทำคือ ต้องเข้าใจเขา และพยายามปรับเขาให้อยู่ในโลกนี้ได้อย่างมีความสุข

ความคิดเห็นที่ 1 february26 ถูกใจสิ่งนี้ (1)
feng_shui วันที่ : 04/01/2019 เวลา : 18.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

หมีน้อย ทำให้เรา ตนที่คิดว่าเป็นคนปกติ ได้คิดว่าแท้จริงแล้วเส้นแบ่งระหว่างคนปกติกับไม่ปกติมันบางมาก มันอยู่ที่กรอบความคิดในใจมากกว่า หมีน้อยเข้มแข็งมาก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

กลิ่นจัน

เพลงกลิ่นจัน ของมหาวิทยาลัยศิลปากร

View All
<< มกราคม 2019 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]