*/
  • เอกชัย_บุญยาทิษฐาน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ekachai.bt@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-12-06
  • จำนวนเรื่อง : 28
  • จำนวนผู้ชม : 75521
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
<< มกราคม 2016 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 2 มกราคม 2559
Posted by เอกชัย_บุญยาทิษฐาน , ผู้อ่าน : 803 , 20:34:56 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ปรมาจารย์อื่น

        นอกจากที่กล่าวถึงมาแล้วข้างต้น ก็ยังมีปรมาจารย์ท่านอื่น ๆ อีก ดังนี้

63. เอเดรียน ซลายวอทสกี้ (Adrian Slywotzky) เป็นชาวอเมริกัน เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1951 ที่นิวยอร์ก ทำงานเป็นที่ปรึกษา ท่านเขียนหนังสือเกี่ยวกับทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ไว้หลายเล่ม เช่น The Profit Zone ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมในปี ค.ศ. 1998 ท่านจึงเป็นกูรูทางด้านเศรษฐศาสตร์อีกท่านหนึ่ง

64. อากิโอะ มอริตะ (Akio Morita) เป็นชาวญี่ปุ่น เหตุผลที่ชาวต่างชาติจัดให้อยู่ในสุดยอดปรมาจารย์เพราะท่านเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทโซนี่ร่วมกับเพื่อนของท่านคือ Masaru Ibuka  มอริตะเกิดเมื่อวันที่ 26 มกราคม ค.ศ. 1921 ส่วนอิคาบูเกิดในปี ค.ศ. 1997 บริษัทโซนี่ก่อตั้งเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ. 1946 (พ.ศ. 2489) และท่านเสียชีวิตเมื่อปี ค.ศ. 1999 ส่วนอิคาบูเสียชีวิตเมื่อปี ค.ศ. 1997

65. อัล กอร์ (Al Gore) ท่านผู้นี้อยู่ในสุดยอดปรมาจารย์เช่นกัน คนไทยรู้จักท่านดีในนามของรองประธานาธิบดี ในสมัยของบิล คลินตัน (Bill Clinton) ปี ค.ศ. 1993-2001 ของพรรคเดโมแครท ชื่อเต็มของท่านคือ Albert Arnold Gore, Jr. เกิดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 1948 (พ.ศ. 2491) ที่ได้รับเกียรติเช่นนี้เพราะมีผลงานมากมายที่ทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม และการรณรงค์โลกร้อน (Global Warming)

              เรื่องโลกร้อนความจริงไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องที่โลกตื่นตัวมาเกือบ 20 ปีแล้ว เพียงแต่ไม่ค่อยคึกคักในเมืองไทยเท่านั้น ต้นตอที่สำคัญก็มาจากการใช้พลังงานคือ น้ำมัน แก๊ซ และถ่านหิน ที่สร้างก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมหาศาลให้ลอยอยู่ในชั้นบรรยากาศของโลกสร้างปัญหาให้โลกร้อน แล้วตัวการทั้งหลายก็คือกลุ่มประเทศ G8 (สหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี รัสเซีย และญี่ปุ่น) ที่กุมอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกเอาไว้แทบทั้งหมด

66. อลัน กรีนแสปน (Alan Greenspan) ท่านนี้จัดเป็นนักเศรษฐศาสตร์ชาวอเมริกัน เกิดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม ค.ศ. 1926 (พ.ศ. 2469) มีชื่อเสียงโด่งดังเพราะมีส่วนช่วยกอบกู้วิกฤติการณ์ Black Monday ท่านมีบทบาทอย่างมากกับกระบวนการเศรษฐกิจของอเมริกา

67. แอลวิน ทอฟเลอร์ (Alvin Toffler) ท่านเป็นนักเขียนที่โด่งดังมากของอเมริกา เกิดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ค.ศ. 1928 (พ.ศ. 2471) เป็นยุคที่เทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์ยังไม่พัฒนา แต่ท่านเป็นเหมือนนักอนาคตกาล (Futurist) เขียนบทความมากมายเกี่ยวกับเรื่องของอนาคตโดยเฉพาะการปฏิวัติด้านดิจิทัล จนนิตยสาร The Financial Times ยกย่องให้เป็นสุดยอดปรมาจารย์คนหนึ่งของโลก

68. แอนดรูว์ คาร์เนกี้ (Andrew Carnegie) เกิดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ค.ศ. 1835 (พ.ศ. 2378) เป็นคนอเมริกันแต่เกิดในประเทศอังกฤษ ความโด่งดังของท่านนั้นมาจากการที่ท่านเป็นนักการอุตสาหกรรม (Industrialist) ผู้ก่อตั้งโรงงานอุตสาหกรรมเหล็กกล้า Carnegie Steel Company ที่ต่อมารวมตัวกับ Federal Steel Company และบริษัทน้อยใหญ่อีกหลายบริษัท กลายมาเป็น U.S. Steel ที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นบุคคลที่รวยเป็นอันดับ 2 ของโลกในยุคนั้น

69. แอนดรูว์ โกรฟ (Andrew Grove) ท่านเป็นชาวฮังกาเรียน เกิดเมื่อวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1936 (พ.ศ.2479) ท่านเป็นพนักงานในยุคแรกของบริษัท Intel และต่อมามีบทบาทอย่างมากเมื่อก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุด ที่ทำให้ Intel กลายเป็นยักษ์ใหญ่ผู้นำด้าน CPU Chip ซึ่งใช้กันในเครื่องคอมพิวเตอร์ แบบพีซีนั่นเอง

70. แอนโทนี่ รอปบิ้นส์ (Anthony Robbins) ท่านเป็นชาวอเมริกัน มีชื่อเดิมว่า Anthony J. Mahavorick เกิดเมื่อวันที่ 29 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1960 ชื่อเสียงของท่านมาจากการสอนเรื่อง Neuro-Linguistic Programming (NLP) เป็นโปรแกรมที่เกี่ยวกับการสอนด้วยระบบประสาท หลักการคือการปลุกเร้าระบบประสาทให้เกิดอาการใจสู้ ซึ่งนำมาใช้ได้ผลดีในการบริหารงานบุคคล และงานขาย ท่านได้สร้างผลงานร่วมกับ John Grinder

71. อาเธอร์ ร็อค (Arthur Rock) ท่านเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งของ Silicon Valley ของอเมริกา และถูกจัดเข้ามาเป็นสุดยอดกูรูท่านหนึ่งของอเมริกา เกิดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 1926 (พ.ศ. 2469) เนื่องจาก Silicon Valley เป็นแหล่งรวมของบริษัทสำคัญ ๆ ทางด้านคอมพิวเตอร์ ท่านจึงมีบทบาทมากในการเป็นผู้ร่วมทุนกับบริษัทดัง ๆ เช่น Apple และ Intel

        Silicon Valley (ซิลิกอน แว็ลลิ) เป็นชื่อของเมืองที่เป็นแหล่งรวมของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และซอฟต์แวร์ อยู่ทางใต้ของอ่าวซานฟรานซิสโกในรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา

72. บิลล์ เกตส์ (Bill Gates) ชื่อเต็มว่า William Henry Gates III เกิดเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 1955 (พ.ศ. 2498) เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกด้วยธุรกิจของบริษัทไมโครซอฟต์ที่ก่อตั้งร่วมกับ Paul Allen และถอนตัวจากการเป็นผู้บริหารในตำแหน่ง CEO (Chief Executive Officer) เมื่อเดือนมกราคม ค.ศ. 2008

73. คริส ซูกค์ (Chris Zook) เกิดเมื่อปี 1880 (2423)ท่านนี้เน้นทางด้านแนวทางปฏิบัติในการเสริมสร้างกลยุทธ์ในระดับโลกที่แสวงหาหนทางใหม่ ๆ ในแวดวงอุตสาหกรรมที่หลากหลาย เพื่อการสร้างความเติบโตทางด้านผลกำไร ท่านโด่งดังจากการเขียนหนังสือ 3 เล่ม เล่มแรกคือ Profit from the Core ออกในปี ค.ศ. 2001 เป็นหนังสือขายดีที่สาธยายถึง 10 บริษัทที่สร้างความเติบโตอย่างต่อเนื่องจากการมุ่งเน้นที่ธุรกิจหลัก (Core Business) เล่มที่ 2 ออกในปี ค.ศ. 2004 ชื่อ Beyond the Core ก็เน้นไปที่ Core แต่จะลงลึกถึงแนวทางการพัฒนามากกว่า เล่มที่ 3 ออกในปี ค.ศ. 2007 ชื่อ Unstoppable เป็นการจบกระบวนการของ Core Business

74. เคลย์ตัน เอ็ม คริสเทนเซ่น (Clayton M. Christensen) ท่านเป็นชาวอเมริกัน เกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1952 (พ.ศ. 2495) เป็นศาสตราจารย์สอนอยู่ใน Harvard Business School ท่านออกหนังสือเล่มแรกชื่อ The Innovator’s Dilemma เผยแพร่ทฤษฎีคือ Disruptive Innovation ซึ่งหมายถึงว่า จากปรากฏการณ์ในการทำธุรกิจ จะเห็นว่าหลายบริษัทที่มีความพร้อมทุกอย่างทั้งเรื่องคน และเงิน แต่สู้บริษัทเล็ก ๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกันที่มีความพร้อมน้อยกว่าไม่ได้ ท่านบอกว่าบริษัทใหญ่ ๆ เหล่านั้นจะมีลักษณะยึดติดอยู่กับแนวทางเดิม ๆ ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ และการบริการลูกค้า  ดังนั้นบริษัทที่เล็กกว่ามีนวัตกรรมที่สร้างความคล่องตัวในการบริหารจัดการจึงสามารถเอาชนะบริษัทยักษ์ใหญ่ได้ ซึ่งก็คือ Disruptive Innovation หรือบางที่เรียกว่า Disruptive Technology

75. คอสต้าส์ มาร์คีเดส (Costas Markides) เกิด ค.ศ. 1960 (2503) ท่านผู้นี้เดิมเป็นชาวไซปรัส ประเทศนี้เป็นเกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อยู่ทางตอนใต้ของทวีปยุโรป ทางเหนือของประเทศอียิปต์ ปัจจุบันท่านเป็นศาสตราจารย์สอนอยู่ที่ International Management ที่ LondonBusinessSchool และจัดเป็นปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงของยุโรป ความโด่งดังของท่านมาจากเรื่อง Global Business Strategies หรือกลยุทธ์ธุรกิจระดับโลก ที่ออกมาสู่สายตานักบริหารจัดการทางหนังสือหลายเล่ม อาทิ

        - Fast Second : How Smart Companies Bypass Radical Innovation to Enter and Dominate     - New Markets Strategic Thinking for the Next Economy

        - All the Right Moves : A Guide to Crafting Breakthrough

        - Strategy Diversification, Refocusing and Economic Performance

        - Strategic Innovation in Established Companies

        - Strategic Innovation

        - To Diversify or Not to Diversify

        -  Related Diversification, Core Competencies and Corporate Performance

76. เดวิด แซนนอฟ (David Sarnoff) ท่านเป็นปรมาจารย์ชั้นนำในด้านโทรคมนาคมของอเมริกา เกิดเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ค.ศ. 1971 (พ.ศ. 2514) เป็นชาวอเมริกัน เป็นผู้ก่อตั้งสถานีโทรทัศน์ NBC (National Broadcasting Company) และเป็นผู้บริหารกิจการของ RCA (บริษัทชื่อดังด้านอิเล็กทรอนิกส์) สร้างความก้าวหน้าจนทำให้ RCA เป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลกและโด่งดังไปทั่วโลก ท่านได้ออก Sarnoff’s Law ว่า คุณค่าของเครือข่ายการสื่อสารเป็นสัดส่วนกับปริมาณผู้ชม

77. เดวิด ทีส (David Teece) เกิด ค.ศ. 1948 (2491) ท่านผู้นี้เป็นปรมาจารย์ติดอันดับ 1 ใน 50 อีกท่านหนึ่ง ท่านเป็นศาสตราจารย์สอนอยู่ที่ Haas School of Business, University of California, Berkeley ซึ่งเป็นสถาบันที่มีชื่อเสียงของอเมริกา ท่านจบการศึกษาระดับปริญญาเอกในสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ พร้อมกับรางวัลและปริญญาเอกดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์อีกหลายปริญญา ท่านเน้นทางด้านการบริหารเชิงกลยุทธ์การบริหารจัดการองค์กร และด้านเศรษฐศาสตร์ มีผลเขียนหนังสือและบทความไม่น้อยกว่า 200 เรื่อง

78. ดอน เพบเพอส์ (Don Peppers)  เกิด ค.ศ. 1950 (2493) ท่านผู้นี้มีชื่อเสียงมากในเรื่องของ Customer-Focus Relationship Management หรือการบริหารจัดการความสัมพันธ์กับลูกค้าหรือ CRM ท่านเป็นผู้ก่อตั้ง Peppers & Rogers Group ที่มีชื่อเสียงทางด้านการให้คำปรึกษาด้าน CRM และในปี ค.ศ. 2003 ก็ร่วมกับ Carlson Marketing Group ให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ลูกค้าในระดับ World Class จนเป็นที่รู้จักและให้การยอมรับนับถือไปทั่วโลก พร้อมกับถูกจัดให้เป็น 1 ในสุดยอด 50 กูรู ในปี ค.ศ. 2003 โดย Accenture ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในด้านการจัดอันดับ

        นอกจากนั้นนิตยสาร Business 2.0 ยกย่องให้เป็นปรมาจารย์อันดับหนึ่งทางธุรกิจในยุคนี้ ท่านมีผลงานหนังสือที่ได้รับการยอมรับมากมาย อาทิ

        - The One to One Future ออกในปี ค.ศ. 1993 เป็นหนังสือเกี่ยวกับการปฏิวัติด้าน CRM

        - Enterprise of the One ออกในปี ค.ศ. 1997 ได้รับยกย่องเป็นหนังสือ 5 ดาวจากนิตยสาร The Wall Street Journal เป็นเรื่องของกลยุทธ์ CRM

        - The One to One Fieldbook ออกในปี ค.ศ. 1999 เป็นภาคปฏิบัติในการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า และ The One to One Manager ออกในปีเดียวกัน

        - One to One B2B : Customer Development Strategies for the Business-to-Business World ออกในปี ค.ศ. 2001 ติด Best Sellers ของ The New York Times

        - Managing Customer Relationships ออกในปี  ค.ศ. 2004

        - Return to Customer ออกในปี ค.ศ. 2005

 

ขอขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชม

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์. พ.ศ. 2537

 

Series ของบทความเกี่ยวกับระบบการบริหารจัดการใน blog อื่นของผู้เขียน

1. ISO 9001: 2015 กับความเปลี่ยนแปลง 

http://www.oknation.net/blog/ISO9001/2015/10/25/entry-1

2. ระบบการบริหารจัดการในประเทศไทย

http://www.oknation.net/blog/change2558/2015/12/16/entry-1


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน