*/
  • เอกชัย_บุญยาทิษฐาน
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : ekachai.bt@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-12-06
  • จำนวนเรื่อง : 28
  • จำนวนผู้ชม : 75521
  • จำนวนผู้โหวต : 10
  • ส่ง msg :
  • โหวต 10 คน
<< มกราคม 2016 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 3 มกราคม 2559
Posted by เอกชัย_บุญยาทิษฐาน , ผู้อ่าน : 1197 , 22:27:01 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ปรมาจารย์อื่น

89. เจฟฟรีย์ เฟฟเฟอร์  (Jeffrey Pfeffer)  เกิด ค.ศ. 1946 (2489)ท่านเป็นปรมาจารย์ที่เด่นดังจนถูกจัดอยู่ในสุดยอด 1 ใน 50 จากหลายสถาบัน ท่านเป็นศาสตรจารย์สอนอยู่หลายสถาบัน เช่น มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์และมหาวิทยาลัยแคริฟอร์เนีย Berkeley ต่อจากนั้นมาอยู่ที่ Graduate School of Business ที่เป็นสถาบันสังกัดของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ความจริงท่านจบปริญญาเอกด้านบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด จุดเน้นของท่านคือเรื่องเกี่ยวกับปัจจัยหลักในการบริหารคน พฤติกรรมองค์กร และการบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ (Human Resource Management) นอกจากนั้นก็เป็นงานวิจัยความสัมพันธ์ระหว่างเวลากับเงิน อำนาจกับภาวะผู้นำในองค์กร เป็นต้น ท่านเขียนหนังสือออกมาทั้งหมด 12 เล่ม ซึ่งน่าสนใจสำหรับผู้นำที่ต้องการพัฒนาองค์กร

              - The External Control of Organizations : A Resource Dependence Perspective เล่มนี้แปลเป็นภาษาญี่ปุ่นด้วย

              - Organizational Design

              - Power in Organizations

              - Organizations and Organization Theory

              - Managing with Power : Politics and Influence in Organizations เล่มนี้แปลหลายภาษารวมทั้งภาษาจีน

              - Competitive Advantage Through People : Unleashing the Power of the Work Force เล่มนี้ถูกแปลหลายภาษาเช่นกัน

              - New Directions for Organization Theory :  Problems and Prospects

              - The Human Equation :  Building Profits by Putting People First เล่มนี้แปลหลายภาษารวมทั้งภาษาจีนและญี่ปุ่น

              - The Knowing-Doing Gap :  How Smart Companies Turn Knowledge into Action เล่มนี้แปลเป็นภาษาญี่ปุ่นและอีกหลายภาษา

              - Hidden Value :  How Great Companies Achieve Extraordinary Results with Ordinary People เล่มนี้แปลเป็นภาษาญี่ปุ่นและอีกหลายภาษารวมทั้งภาษาเกาหลี

              - Hard Facts, Dangerous Half-Truths, and Total Nonsense : Profiting from Evidence-Based Management and

              - What Were They Thinking : Unconventional Wisdom About Management

90. เจอรี่ย์ แซนเดอร์ส์ (Jerry Sanders) ชื่อเต็มคือ Walter Jeremiah Sanders III เกิดเมื่อวันที่ 12 กันยายน ค.ศ. 1936 (พ.ศ. 2479) เป็นผู้ร่วมก่อตั้งและเป็น CEO ของบริษัท Advanced Micro Devices ย่อว่า AMD โดยมี Héctor Ruiz เป็นผู้ร่วมก่อตั้งอีกคนหนึ่ง

              ในวัยเด็กไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ และเคยถูกนักเลงข้างถนนทำร้ายอาการสาหัสแต่ก็รอดมาได้ ต่อมาได้รับทุนการศึกษาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยจนจบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ในปี ค.ศ. 1958 หลังจากนั้นเข้าทำงานกับบริษัทการบิน Douglas Aircraft Company แล้วย้ายไปทำงานที่โมโตโรลาและไปเป็นเซลแมนให้กับบริษัท Fairchilld จนได้รับการยกย่องว่าเป็นนักขายอันดับหนึ่ง

ต่อมาในปี ค.ศ. 1969 วิศวกรของ Fairchild ได้รวมตัวกันตั้งบริษัทชื่อว่า Advanced Micro Devices (AMD) จึงชวนแซนเดอร์ส์ เข้ามาร่วมทีม แต่แซนเดอร์ส์มีข้อแม้ว่าหากจะให้เข้าร่วมเขาต้องเป็นประธานกรรมการ

และ AMD เองที่เป็นหอกข้างแคร่ของอินเทล เพราะขายชิพถูกกว่า และยังคุยว่าเร็วกว่าอินเทล อีกด้วย แต่อินเทลเกิดมาก่อน ทำตลาดไว้มาก และสถาปัตยกรรมโครงสร้างของชิพก็ยอดเยี่ยม ที่สำคัญผูกติดอยู่กับไมโครซอฟต์ ทำให้ AMD ทำอะไรไม่ได้จนปัจจุบัน

91. เจอรี่ หยาง และเดวิด ฟิลโล่ (Jerry Yang and David Filo) เจอรี่ หยาง เป็นชาวจีนเกิดในไต้หวันเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 1968 (พ.ศ. 2511) พ่อเสียชีวิตตอนท่านอายุ 2 ขวบ เมื่ออายุ 10 ขวบก็ไปอยู่ที่อเมริกาพร้อมกับครอบครัว ท่านจบปริญญาตรีและโทด้านวิศวกรรมศาสตร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด

        เดวิด ฟิลโล่เป็นชาวอเมริกัน ท่านเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1966 (พ.ศ. 2509) จบปริญญาตรีสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์จาก TulaneUniversity และปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ท่านเป็นโปรแกรมเมอร์หรือคนเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ที่ช่ำชองมากคนหนึ่ง

        คงไม่ต้องโฆษณาถึงสรรพคุณของ Yahoo เพราะเป็นหนึ่งในเครือข่ายอินเทอร์เน็ตระดับพระกาฬ Yahoo! Inc. มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ Sunnyvale รัฐแคริฟอร์เนีย ใน Silicon Valley ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ. 1995 ดูจากสถิติจะเห็นคนเข้าเว็บไซต์นี้ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านคนต่อปี ไมโครซอฟต์มีโครงการที่จะซื้อแต่ไม่สำเร็จ ทั้ง ๆ ที่ไมโครซอฟต์ก็มี hotmail ที่จัดอยู่ในระดับพระกาฬอยู่แล้ว

92. จิม คอลลินส์ (Jim Collins) ชื่อเต็มคือ James C. Collins, III เรื่องชื่อ James แล้วมาเรียกเป็น Jim นี่เขาเรียกกันอย่างนั้นครับ

              เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1958 (พ.ศ. 2501) เขียนบทความลงนิตยสาร เช่น Business Week, Harvard Business Review และ Fortune หนังสือที่ดังในเมืองไทย เช่น Built to Last : Successful Habits of Visionary Companies และ Good to Great น่าอ่านมากครับ

        Level 5 เป็นคำที่คอลลินส์ชอบใช้ในงานเขียนที่หมายถึงผู้นำระดับสูงสุดใน 5 ชั้นผู้นำ

93.จอห์น เนสบิทท์ (John Naisbitt) ท่านจัดเป็นนักคิดและนักพูดชั้นยอดของโลก เกิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม ค.ศ. 1929 (พ.ศ. 2472) เป็นชาวอเมริกัน แนวความคิดของท่านไปในทิศทางของอนาคต ท่านเขียนหนังสือเล่มแรกในปี ค.ศ. 1982 ชื่อว่า Megatrends : Ten New Directions Transforming Our Lives ที่เป็นผลจากการศึกษาและงานวิจัยมาเกือบ 10 ปี ซึ่งขายดีติดอันดับหนังสือขายดีของ New York Times เป็นเวลาถึง 2 ปี หนังสือเล่มนี้ขายได้กว่า 9 ล้านเล่มทั่วโลก ส่วนเล่มอื่น ๆ ก็น่าอ่านเช่น

        - Reinventing the Corporation : Transforming Your Job and Your Company for the New Information Society ออกในปี ค.ศ. 1985

        - Megatrends 2000 : Ten New Directions for the 1990s ออกในปี ค.ศ. 1990

        - Global Paradox : The Bigger the World Economy, the More Powerful Its Smallest Players ออกในปี ค.ศ. 1994

        Megatrends Asia : Eight Asian Megatrends That Are Reshaping Our World ออกในปี ค.ศ. 1996

        High Tech/High Touch : Technology and our Accelerated Search for Meaning ออกในปี ค.ศ. 2001

        Mind Set! Reset your Thinking and see the future ออกในปี ค.ศ. 2006

94.จอห์น เดวิสสัน ร็อคกี้เฟลเลอร์ (John Davison Rockefeller) ท่านขึ้นชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อแห่งวงการน้ำมัน เกิดเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1839 (พ.ศ. 2382) จัดเป็นนักการอุตสาหกรรมชั้นยอดผู้หนึ่งจนมีการโหวตให้ท่านเป็นสุดยอดกูรูด้วยเช่นกัน ยังเคยเป็นคนที่ติดอันดับรวยที่สุดในโลกมาแล้ว และจัดเป็นมหาเศรษฐีพันล้านคนแรกของโลก นอกจากนั้นยังได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ใจบุญสุนทานคนหนึ่งที่ได้จัดตั้งมูลนิธิร็อคกี้เฟลเล่อร์ขึ้น

        เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท Standard Oil Company และบริหารงานด้วยตัวเองมาตลอด แต่ต่อมาภายหลังที่กฎหมายสหรัฐอเมริกาไม่เห็นแก่หน้าใคร ใครผิดตามกฎหมายก็ว่าผิด Standard Oil จึงถึงการแตกสลายด้วยคำสั่งศาลว่าเป็น Monopoly หรือที่เรียกว่าผูกขาด ไมโครซอฟต์เคยโดนข้อหานี้ไปแล้วเมื่อเร็ว ๆ นี้

        ร็อคกี้เฟลเลอร์เสียชีวิตไปแล้วเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ค.ศ. 1937 (พ.ศ. 2480)

95. จอห์น ซีลี่ บราวน์ (John Seely Brown) เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1940 ท่านจบปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนในปี ค.ศ. 1970 ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านการบริหารองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรที่กิจกรรมทั้งหลายต้องทำผ่านทางคอมพิวเตอร์

        ใครที่ใช้โปรแกรม Word, Excel, Power Point เวลาพิมพ์ผิดจะขึ้นขีดเส้นแดง ท่านเป็นคนคิดและนำไปใช้ จนถึงปัจจุบัน ที่ความจริงอาจไม่ผิดก็ได้ ดันผ่ามาขีดเส้นแดงให้เรา ที่เครื่องบอกว่าผิดก็เพราะไปเทียบกับศัพท์ที่โปรแกรมสะสมเอาไว้ พอไม่มีในศัพท์ที่บันทึกไว้จึงบอกว่าผิดก็เท่านั้นเอง

96. เคนเนธ ฮาร์ดลี่ บลังชาร์ด (Kenneth Hartley Blanchard) เรียกย่อ ๆ ว่า Ken Blanchard ท่านเกิดเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 1939 (พ.ศ. 2482) ผลงานของท่านที่เป็นหนังสือในเมืองไทย คือ The One Minute Manager หรือผู้จัดการหนึ่งนาที แต่งร่วมกับ Spencer Johnson ขายได้มากกว่า 13 ล้านเล่ม ถูกแปลมากกว่า 37 ภาษา รวมทั้งภาษาไทยด้วย นอกจากนี้ยังมีหนังสือขายดีอีกหลายเล่มคือ                                                                                             

              - Raving Fans : A Revolutionary Approach to Customer Service ออกในปี ค.ศ. 1993

              - Leadership and the One Minute Manager : Increasing Effectiveness Through Situational Leadership ออกในปี ค.ศ. 1995

              - Gung Ho! Turn On the People in Any Organization ออกในปี ค.ศ. 1997 เล่มนี้ก็แปลเป็นภาษาไทย

              - Whale Done! The Power of Positive ออกในปี ค.ศ. 2002

              -  Leading at a Higher Level : Blanchard on Leadership and Creating High Performing Organizations ออกในปี ค.ศ. 2006

97. โคโนซูเกะ มัตสุชิตะ (Konosuke Matsushita) ท่านเกิดเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ. 1894 (พ.ศ. 2437) จัดเป็นนักการอุตสาหกรรมที่ยอดเยี่ยมของญี่ปุ่นผู้ก่อตั้ง Matsushita Electric (Panasonic) สำหรับคนญี่ปุ่นแล้วเรียกท่านว่าเป็นพระเจ้าของการบริหาร

        ท่านเป็นลูกชาวนา พ่อเป็นนักลงทุน แต่พลาดท่าทำกิจการย่ำแย่ ท่านจึงถูกส่งไปทำงานที่โรงงาน Osaka Electric Light ตั้งแต่เล็ก พออายุ 16 ปี ก็ได้เลื่อนขั้นเพราะมีความสามารถและหัวดี ขนาดที่สามารถประดิษฐ์ขั้วหลอดไฟฟ้าได้ด้วยตัวเอง

        ต่อมาในปี ค.ศ. 1918 อายุแค่ 24 ปี ก็ตั้งโรงงาน Matsushita Electric Appliance Factory โดยมีตัวเองและญาติพี่น้องเป็นคนงาน ซึ่งก็เกือบเจ๊งแต่โชคดีได้ยอดสั่งทำพัดลมจึงพอฟื้นตัวได้

        เครื่องหมายการค้าตัวแรกก็คือ National ท่านใช้ยุทธวิธีทางการตลาดร้อยแปดทำให้สินค้าขายได้ จนบริษัทใหญ่โตมีคนงานถึง 15,000 คน

        หลังสงครามโลกบริษัทตกต่ำจนเกือบจะถูกให้ออกจากตำแหน่งประธาน แต่คนงาน 15,000 คนเข้าชื่อขอให้อยู่ ท่านจึงต้องอยู่ต่อ

        ในปี ค.ศ. 1947 ท่านให้ Toshio มีศักดิ์เป็นน้องเขยยืมโรงงานที่เคยใช้ผลิตหลอดไฟรถจักรยาน  ตอนหลังโรงงานนี้ได้กลายเป็นโรงงานที่ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อซันโย

        ในช่วงที่ท่านบริหารงานปี ค.ศ. 1950-1973 มัตสุชิตะกลายเป็นโรงงานผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายใต้เครื่องหมายการค้า Panasonic and Technics นอกจากนั้นมัตสุชิตะยังเป็นหุ้นส่วนอยู่ในโรงงานผลิตสินค้ายี่ห้อ JVC ซึ่งตอนนี้มีหุ้นอยู่ถึง 50 %

        พอท่านปลดเกษียณเมื่อปี ค.ศ. 1973 ท่านได้เขียนหนังสือถึง 40 เล่ม เช่น Developing a road to peace and happiness through prosperity ขายได้ถึง 4 ล้านเล่มเลยทีเดียว

        มัตสุชิตะเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 27 เมษายน ค.ศ. 1989 (พ.ศ. 2532)

98. แลรี่ เพจ และเซอร์กี้ บริน (Larry Page and Sergey Brin) แลรี่ เพจมีชื่อเต็มว่า Lawrence Edward Page เป็นชาวอเมริกัน เกิดเมื่อวันที่ 26 มีนาคม ค.ศ. 1973 (พ.ศ. 2516) จบการศีกษาปริญญาตรีและโทคอมพิวเตอร์ที่มหาวิทยาลัยมิชิแกนและมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดตามลำดับ พ่อของเพจชื่อ ดอกเตอร์ คาร์ล วิคเตอร์ เพจ เป็นศาสตราจารย์สอนวิชาคอมพิวเตอร์อยู่ที่มหาวิทยาลัยมิชิแกน ส่วนแม่เป็นชาวยิว ตามหลักคนยิวจะเคร่งศาสนาแต่ทั้งพ่อและลูกชาย ด้วยความที่เป็นนักคอมพิวเตอร์ท่านจึงบอกว่าตัวเองไม่มีศาสนา ในช่วงที่เรียนปริญญาตรีเพจได้ทำปริ้นเตอร์แบบอิงค์เจ็ต โดยใช้แผ่นเลโก้ที่เด็ก ๆ นำมาใช้ต่อเป็นรูปต่าง ๆ

        เซอร์กี้ บรินมีชื่อเต็มว่า Sergey Mikhailovich Brin เป็นชาวรัสเซียที่เกิดในมอสโก เมืองหลวงของรัสเซีย เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 1973 อายุเท่ากับเพจพอดี พ่อกับแม่เป็นนักคณิตศาสตร์และย้ายไปสหรัฐอเมริกาเมื่อลูกชายอายุได้ 6 ขวบ บรินจบปริญญาตรีคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด และได้ปริญญาโทมาอีกใบหนึ่งในปี ค.ศ. 1995 หลังจากนั้นก็ต่อปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด แต่หยุดไปเสียก่อน

        ในช่วงที่เรียนปริญญาโททั้งสองคนทำวิทยานิพนธ์ในเรื่องของ Search Engine โดยมุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์เว็บไซต์ต่าง ๆ ว่าแต่ละเว็บสามารถทำเว็บของตัวเองให้อยู่ในตำแหน่งที่ดี ๆ ได้อย่างไร เวลามีคนใช้งานค้นหาเข้ามา ในขณะนั้นมี Search Engine ใช้งานในเว็บไซต์อยู่แล้วชื่อ Rankdex ทั้งสองก็ตั้ง Search Engine ขึ้นชื่อ BackRub เพื่อทดสอบวิทยานิพนธ์ของตัวเองโดยใช้เว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดภายใต้ชื่อ URL ว่า google.stanford.edu

        ต่อมาได้มีการจดทะเบียนเป็น google.com ในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1997 แล้วตั้งบริษัทขึ้นมาภายใต้ชื่อ Google Inc. ในวันที่ 7 กันยายน ค.ศ. 1998 และสุดท้ายก็ย้ายไปปักหลักอยู่ที่ Silicon Valley

99. มาแชลล์ โกลสมิทธ์  (Marshall Goldsmith) ท่านเกิดเมื่อวันที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 1949 (พ.ศ. 2492) ใครเคยเห็นหนังสือบริหารจัดการที่มีคำว่า 360-Degree Feedback ท่านจบปริญญาเอกจาก UCLA ในปี ค.ศ. 1977 ท่านเป็นทั้งศาสตรจารย์สอนวิชาบริหารจัดการ เป็นที่ปรึกษา เป็นนักเขียน และได้รับยกย่องจากสมาคมนักบริหารของสหรัฐอเมริกาว่าเป็น 1 ในสุดยอด 50 นักคิดเมื่อปี ค.ศ. 2004 ในปี ค.ศ. 2005 ก็ได้รับคำนิยมจากนิยสาร Business Week ว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลในแนวคิดเชิงบริหารจัดการอันดับ 1 นิตยสารชื่อดัง เช่น The New Yorker profile, Harvard Business Review , Forbes และ Business Strategy Review ต่างลงบทความและบทสัมภาษณ์ของท่าน

        ผลงานด้านหนังสือก็มีหลายเล่ม เช่น เล่มแรก The Leader of the Future ออกในปี ค.ศ. 1996 ร่วมกับ Frances Hesselbein and Richard Beckhard โดย Peter Drucker เขียนคำนำให้ ขายได้เป็นแสนเล่ม ถูกแปลกว่า 30 ภาษา เล่มนี้ได้ตีพิมพ์ใหม่พร้อมปรับปรุงเนื้อหาเมื่อปี ค.ศ. 2006

        เคยมีคนถามมาว่า 360-Degree Feedback คืออะไร ก็คือระบบการบริหารจัดการอย่างหนึ่งที่จะมีการรับฟังความคิดเห็นจากบุคลากรทุกฝ่าย ถ้าคุณเป็นผู้บริหารระดับสูง คุณต้องรับฟังจากลูกน้อง ฟังจากผู้บริหารระดับเดียวกัน และจากทุก ๆ คน เรียกได้ว่า 360 องศา นี่ก็เหมือนการประเมินตนเองอย่างหนึ่ง เพื่อดูว่าคนอื่นเขาคิดอย่างไรกับเรา

100. ไมเคิล เดลล์ (Michael Dell) เกิดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1965 (พ.ศ. 2508) เป็นชาวอเมริกัน ชื่อเต็มท่านคือ Michael Saul Dell มีข่าวเล่าว่าตอนที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยได้ตั้งบริษัทของตัวเองชื่อ PC’s Limited ด้วยเงินพันเหรียญสหรัฐฯ ในหอพักมหาวิทยาลัย ทำเอง ประกอบเอง ขายเอง ขายตรง ราคาถูก บริการดี เมื่ออายุได้ 19 ปี ยืมเงินปู่กับย่ามาตั้งเป็นบริษัท Dell Computer Corporation แล้วเปลี่ยนเป็น Dell Inc.

        ต่อมาในปี ค.ศ. 2004 อายุ 39 ปี ท่านก็ลงจากเวทีการเป็นซีอีโอของบริษัทที่ตัวเองตั้งมากับมือ แล้วรั้งตำแหน่งประธานกรรมการเอาไว้อย่างเดียว

 

ขอขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชม

สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์. พ.ศ. 2537

 

Series ของบทความเกี่ยวกับระบบการบริหารจัดการใน blog อื่นของผู้เขียน

1. ISO 9001: 2015 กับความเปลี่ยนแปลง 

http://www.oknation.net/blog/ISO9001/2015/10/25/entry-1

2. ระบบการบริหารจัดการในประเทศไทย

http://www.oknation.net/blog/change2558/2015/12/16/entry-1


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน